Home / รักโบราณ / ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง / ตอนที่ 3 หน้ากากบุปผางาม

Share

ตอนที่ 3 หน้ากากบุปผางาม

last update publish date: 2025-12-30 10:48:21

บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลันหนักอึ้ง ราวกับมีหินผานับพันชั่งกดทับลงบนบ่าของทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก...

เหม่ยอันยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบิดา แผ่นหลังเหยียดตรง แม้ภายในใจจะเต้นรัวราวกองศึก แต่นางรู้ดีว่าวินาทีนี้คือเส้นด้ายบางๆ ที่กั้นขวางระหว่าง 'ความอยู่รอด' กับ 'หายนะ'

“ของกำนัลจากแดนไกล...”

เสนาบดีหลี่พึมพำแผ่วเบา สายตาจับจ้องบานประตูไม้สักที่ปิดสนิท ราวกับจะมองทะลุไปยังห่อผ้าไหมที่พ่อบ้านประคองรออยู่ด้านนอก

“รับไว้เถิดเจ้าค่ะท่านพี่” ฮูหยินหลี่เอ่ยเสียงแผ่ว เจือความกังวล

“ใต้เท้าเกามีน้ำใจไมตรี หากปฏิเสธจะเสียมารยาทต่อสหายเก่าได้...”

“มิได้เจ้าค่ะ!”

สุ้มเสียงของเหม่ยอันมิได้เกรี้ยวกราด ทว่าเย็นยะเยือกบาดลึกจนบิดามารดาต้องหันขวับมามอง นางเงยหน้าสบตาบิดา แววตาคู่สวยลึกล้ำเกินวัย

“ท่านพ่อ... ท่านจำคำสอนสั่งก่อนสิ้นใจของท่านปู่ได้หรือไม่ ‘ทรัพย์ที่มิได้มาจากหยาดเหงื่อ มักเคลือบด้วยยาพิษ’ ...เมื่อครู่ ลูกมิได้เพียงแค่ฝันร้าย หากแต่ลูกเห็น... เห็นตราประทับสีดำทมิฬซุกซ่อนอยู่ภายใต้ทองคำเหล่านั้น มันคือตราประทับของศัตรู!

เสนาบดีหลี่เจ้ากรมพิธีการชะงักกึก คำว่า ‘ตราศัตรู’ กระตุกต่อมระแวงของขุนนางเฒ่าได้อย่างชะงัด เขาเป็นคนระวังตัวมาตลอดชีวิต การที่บุตรีที่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมืองพูดจาฉะฉานเช่นนี้ ย่อมมิใช่เรื่องปกติ

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพ่อบ้านดังขึ้นอีกครั้ง

“นายท่าน... ใต้เท้าเกาเร่งรัดขอรับ แจ้งว่ามีธุระด่วนต้องไปต่อ”

ความเร่งรีบผิดวิสัย... พิรุธชัดเจนยิ่งนัก!

เสนาบดีหลี่สูดหายใจลึก ดวงตาที่เคยลังเลพลันแข็งกร้าวขึ้น

“ไปบอกเขา... ว่าข้าป่วยกะทันหัน ไม่สะดวกรับแขก... และไม่รับของเยี่ยมไข้ใดๆ ทั้งสิ้น เชิญเขากลับไป!”

สิ้นคำสั่งเด็ดขาด เหม่ยอันลอบระบายลมหายใจยาว ร่างกายที่เคยเกร็งเขม็งค่อยๆ ผ่อนคลายลง นางทำสำเร็จ... กงล้อแห่งโชคชะตาที่เคยบดขยี้ตระกูลหลี่จนแหลกเหลว บัดนี้ถูกนางเอาตัวเข้าขวางจนมันจำต้องเปลี่ยนทิศทาง แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็กๆ ทว่าก็นับเป็นชัยชนะแรกที่หอมหวานยิ่งนัก

“อันอัน...” เสนาบดีหลี่หันกลับมามองบุตรี สายตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย “เจ้าเปลี่ยนไป...”

“คนเราเมื่อเฉียดความตาย ย่อมมองเห็นสัจธรรมเจ้าค่ะ” นางตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะก้มกราบ “ลูกขอตัวไปเตรียมตัวเข้าวังเจ้าค่ะ”

นางลุกขึ้นเดินจากมา ทิ้งความสงสัยไว้เบื้องหลัง บัดนี้... สนามรบที่แท้จริงกำลังรอนางอยู่

ณ หน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่

ภาพสะท้อนของดรุณีวัยแรกแย้มปรากฏแก่สายตา ผิวขาวดุจหิมะ ริมฝีปากแดงระเรื่อราวผลอิงเถา และดวงตาดอกท้อที่หวานเชื่อม... ช่างเป็นรูปโฉมที่ไร้พิษสงงดงามและเปราะบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ

เหม่ยอันยกมือขึ้นแตะแก้มตนเอง... ใบหน้านี้แหละ ที่เคยใช้ล่อลวงให้องค์ชายจิ้นหลงใหล และก็เป็นใบหน้านี้เช่นกัน ที่ทำให้ซูเฟยริษยาจนแทบคลั่ง

“คุณหนูเจ้าคะ งามเหลือเกิน”

ชุนเถาเอ่ยชมเปาะ ขณะบรรจงปักปิ่นหยกขาวลงบนมวยผมดำขลับ

“ใครได้ยลโฉมย่อมต้องตะลึงในความงามของท่านเป็นแน่”

เหม่ยอันเหยียดยิ้มมุมปาก... เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา

“งามแล้วอย่างไรเล่า ในวังหลัง... รูปโฉมเป็นเพียงใบเบิกทาง แต่สติปัญญาต่างหาก คือเกราะคุ้มกันภัยที่จะช่วยให้รอดชีวิต”

นางลุกขึ้นยืน สะบัดชายแขนเสื้อสีฟ้าครามที่ขับเน้นความสง่างามเยือกเย็น ต่างจากชาติก่อนที่นางสวมชุดสีชมพูอ่อนตามคำยุยงของซูเฟยจนดูเหมือนดวงตะวันที่ถูกเมฆบัง

“ไปกันเถอะชุนเถา... ไปดู ‘ละครโรงใหญ่’ ที่พวกเขากำลังจะเปิดแสดงต้อนรับข้า”

กำแพงวังหลวงสูงตระหง่านเสียดฟ้า สีแดงชาดของมันราวกับถูกทาด้วยเลือดของผู้คนนับหมื่นที่ล้มตายอยู่ภายใต้เงาอำนาจแห่งนี้

ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถม้า ปลายเท้ายังไม่ทันแตะพื้นหินอ่อนดี ความรู้สึกสะอิดสะเอียนก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอก...

“อันอัน!”

เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำเอาขนอ่อนทั่วร่างของเหม่ยอันลุกชัน ร่างระหงในชุดสีกลีบบัวของ ‘ซูเฟย’ ปรี่เข้ามาจับมือนางไว้แน่น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู

“ข้าเป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าเจ้าจะเปลี่ยนใจไม่มาเสียแล้ว”

และข้างกายนั้น... องค์ชายจิ้น ผู้สง่างาม ยืนไพล่มือส่งสายตาหวานซึ้งมาให้

“ยินดีต้อนรับเหม่ยอัน... วังหลวงคงจืดชืดนักหากไร้เงาเจ้า”

สัมผัสที่ฝ่ามือทำเอาเหม่ยอันรู้สึกสะอิดสะเอียนราวกับกำลังจับงูพิษ ภาพความทรงจำยามซูเฟยผลักนางตกบันไดซ้อนทับขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน อยากจะกระชากหน้ากากจอมปลอมของพวกมันออกมานัก... อยากจะกรีดร้องตะโกนก้องให้ใต้หล้ารู้เห็นถึงความอำมหิตของชายหญิงคู่นี้!

สิ่งที่นางทำได้มีเพียงยอบกายลงอย่างชดช้อย เปลือกตาหลุบต่ำซ่อนเพลิงแค้น

“ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย... และขอบใจเจ้ามากซูเฟย ที่อุตส่าห์มารอรับคนไร้ความสามารถเช่นข้า”

น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ฟังดูเหมือนคนประหม่าตื่นเต้น แต่แท้จริงแล้วนางกำลังสะกดกลั้นแรงอาฆาต

ซูเฟยลอบสบตากับองค์ชายจิ้นแวบหนึ่ง แววตาเยาะหยันฉายชัด... เหยื่อโง่ๆ ยังไงก็คือเหยื่อ

“มาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปรายงานตัวที่กองงานใน” ซูเฟยจูงมือนางเดินนำหน้า ทำตัวราวกับพี่สาวที่แสนดี “หวังว่าเจ้าจะได้เรือนพักดีๆ นะ”

ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ... เหม่ยอันรู้ดีว่าซูเฟยเตรียมอะไรไว้ให้นาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 85 (อวสาน) ใต้ร่มเงาพยัคฆ์และมังกร

    สิบเหมันต์ผันผ่าน ดั่งสายน้ำไหลหลากมิหวนคืน ต้นท้อหน้าตำหนักที่เคยเป็นเพียงกล้าไม้ บัดนี้แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาครึ้ม รากหยั่งลึกค้ำจุนแผ่นดินเฉกเช่นเดียวกับรากฐานแห่งราชวงศ์ณ ท้องพระโรงอันวิจิตร บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยมนต์ขลัง บนบัลลังก์มังกรทองคำ บุรุษหนุ่มวัยสิบเจ็ดชันษาในฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกรห้าเล็บ ประทับนั่งด้วยท่วงท่าสง่างาม พระพักตร์คมคายฉายแววปรีชาชาญ แฝงความเมตตาดุจน้ำทิพย์ชโลมใจ... ฮ่องเต้หยางเฟย มังกรหนุ่มผู้ปีกกล้าขาแข็งได้เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบแล้วม่านไม้ฉลุลายหงส์หลังบัลลังก์ถูกเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยร่างของ องค์หญิงเจาหยาง แม้กาลเวลาจะฝากรอยริ้วรอยไว้บนใบหน้า แต่ความงามสง่าดุจนางพญามิเคยเสื่อมคลาย “ทูลฝ่าบาท...” พระนางก้าวออกมาถวายบังคม“บัดนี้ พระองค์เพียบพร้อมด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ หน้าที่ผู้สำเร็จราชการของหม่อมฉัน ได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้วเพคะ”พระนางประคองตราหยกขาวคืนแด่ฮ่องเต้หนุ่ม“ขอพระองค์ทรงปกครองแผ่นดินด้วยธรรม... หม่อมฉันขอทูลลาไ

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 84 รอยสิเน่หาและฟ้าใหม่

    “พี่คิดถึงเจ้า...คิดถึงแทบขาดใจ”ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงบนเรียวปากอิ่ม มอบจุมพิตที่อ่อนหวานทว่าลึกซึ้งดูดดื่ม อาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างแช่มช้า เผยผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงเทียน เขาก้มลงพรมจูบไปทั่วเรือนร่าง สร้างรอยตราความเป็นเจ้าของสีกุหลาบจางๆ บนผิวเนียน"เหม่ยอัน..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่า ชิดริมหู"พี่คิดถึงเจ้า... คิดถึงแทบขาดใจ"เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของนางอย่างหิวกระหาย ก่อนจะพรมจูบไล่ลงมาตามลาดไหล่และเนินอกอิ่ม สร้างรอยตราสีกุหลาบจางๆ ไว้เป็นหลักฐานแห่งความเป็นเจ้าของ เหม่ยอันเผลอไผลไปกับสัมผัสที่ทั้งเร่าร้อนและอ่อนโยน นางแอ่นกายรับสัมผัส ปล่อยเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อมือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างรู้ใจไป๋อวี้ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นจากการกรำศึก เขาทาบทับลงมาอีกครั้ง ผิวเนื้อที่เปลือยเปล่าสัมผัสกัน ก่อให้เกิดความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย"พี่จะมอบความอบอุ่นให้เจ้าเอง..."มือหนาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัส

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 83 ยุคทอง

    สายลมบูรพาพัดหวนคืน นำพาไออุ่นแห่งวสันตฤดูมาเยือนแผ่นดินต้าเยี่ยนกลีบดอกท้อปลิวว่อนไปทั่วหุบเขา ส่งกลิ่นหอมจรุงใจกลบกลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้ง สามเดือนในยามสงคราม ยาวนานดั่งสามชั่วอายุคนสำหรับผู้รอคอย ในที่สุด ธงทิวสีแดงชาดก็โบกสะบัดเหนือประตูเมือง ประกาศชัยชนะของ'ทัพพยัคฆ์'ที่กึกก้องไปทั่วหล้าบนกำแพงเมืองสูงตระหง่าน เหม่ยอันในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ขลิบทองยืนสงบนิ่ง ชายเสื้อสะบัดพลิ้วตามแรงลม สายตาจับจ้องเส้นขอบฟ้าที่ไกลลิบ“มาแล้วเจ้าค่ะ...” ชุนเถาตะโกนด้วยความตื่นเต้น“ธงพยัคฆ์...พวกเขากลับมาแล้ว”ที่ปลายสุดของเส้นทาง กองทัพม้าศึกนับหมื่นปรากฏกายขึ้นดั่งคลื่นทะเลสีดำทะมึน ฝุ่นตลบอบอวลมิอาจบดบังบารมีของแม่ทัพผู้เกรียงไกรไป๋อวี้ในชุดเกราะเงินยวงสะท้อนแสงตะวันเจิดจ้า ควบอาชาสีนิลนำทัพเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมคายกรำแดดฝนดูดุดันขึ้นหลายส่วน ทว่าดวงตาสีนิลลึกล้ำคู่นั้น...ยังคงทอประกายอบอุ่นดั่งแสงแรกของวัน ยามสบประสานกับดวงตาของนางเขาชักม้าหยุดที่หน้าประตูเมื

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 82 นางพญาคู่บัลลังก์

    ไฟสงครามชายแดนเหนือโหมกระหน่ำรุนแรงดั่งเพลิงโลกันตร์ กองทัพม้าเผ่าเป่ยเยี่ยนเชี่ยวชาญภูมิประเทศทุ่งหญ้าดุจปีศาจลม ทำให้ทัพต้าเยี่ยนต้องเผชิญศึกหนักที่ยืดเยื้อ ทว่าภายในกำแพงเมืองหลวง แม้ไร้เสียงดาบปะทะ... แต่ 'ศึกปากท้อง' และ 'ศึกความมั่นคง' กลับรดต้นคอผู้คนมิแพ้กันเมื่อแม่ทัพใหญ่อย่างไป๋อวี้ต้องออกศึกค้ำจุนแผ่นดิน ภาระหนักอึ้งในการพยุงเสาหลักของเมืองหลวง จึงตกอยู่บนบ่าบอบบางของ ฮูหยินตราตั้งหลี่เหม่ยอันเหม่ยอันนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ไม้สลักลายหงส์กลางโถงว่าราชการ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองขับเน้นสง่าราศี เบื้องหน้าคือกองบัญชีและฎีกาที่กองพะเนิน“ฮูหยินขอรับ...” หัวหน้ากรมพาณิชย์ก้าวเข้ามารายงานด้วยสีหน้ากังวล“ราคาข้าวสารและเกลือพุ่งสูงสามเท่า พ่อค้าอ้างสงครามทำให้ขนส่งยากลำบาก ราษฎรเริ่มอดอยากและก่อจลาจลแล้วขอรับ”เหม่ยอันจรดพู่กันค้างไว้ นัยน์ตาหงส์ตวัดมองคมกริบ“ขนส่งลำบากเยี่ยงนั้นหรือ เส้นทางเสบียงหลักอยู่ทิศทักษิณ สงครามอยู่ทิศอุดร... มันจะลำบากได้อย่างไร”นางวางพู่กันลงเสียงหนัก เดินไปหยุดหน้าแผนที่เมืองหลวง“พวกเหลือบไรแผ่นดิน... ฉวยโอกาสขูดเลือดเนื้อราษฎรยามบ้านเมืองมีภัย”

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 81 กลองศึกบรรเลง

    เขาเชยคางนางขึ้น ประทับจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปาก เป็นจูบที่ผนึกวิญญาณสองดวงให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ไป๋อวี้อุ้มนางวางลงบนเตียงกว้าง วางนางลงอย่างทะนุถนอม ม่านมุ้งสีแดงถูกปลดลง“คืนนี้... เจ้าเป็นของพี่ และพี่เป็นของเจ้า... ตราบชั่วลมหายใจ”ค่ำคืนแห่งมงคลฤกษ์ดำเนินไปอย่างหอมหวานและเร่าร้อนดั่งไฟสุมขอน เสียงกระซิบรักดังก้องท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไป๋อวี้บรรจงประทับจูบไล่ลงไปตามเรือนร่างบอบบางอย่างทะนุถนอมและโหยหา ราวกับต้องการสำรวจทุกตารางนิ้วของสตรีที่เขาเฝ้ารอมาข้ามภพข้ามชาติมือหนาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปดุจการลอกกลีบบุปผา เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีที่สะท้อนแสงเทียนวูบไหว สัมผัสอุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกเร้าให้ไฟปรารถนาลุกโชนปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแตะสัมผัสลงยังจุดอ่อนไหวที่สุด ปลุกเร้าให้เกสรดอกไม้ฉ่ำน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับการมาเยือน“อ๊า...” เสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายไป๋อวี

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 80 ความลับข้ามภพ

    เสียงประทัดกึกก้องกัมปนาทขับไล่ภยันตราย ท้องนภาเหนือวังหลวงถูกแต้มระบายด้วยสีแดงฉานจากโคมมงคลนับหมื่นที่ลอยล่องประหนึ่งดวงดาราบนพื้นพิภพ ขบวนรับเจ้าสาวทอดยาวดุจพญามังกรทองเลื้อยผ่านใจกลางนครหลวง กลีบบุปผาโปรยปรายลงมาจากระเบียงเรือนราษฎร ดั่งสายฝนทิพย์อำนวยพร วันนี้... ต้าเยี่ยนร่วมเฉลิมฉลองมงคลสมรสพระราชทานแห่งทศวรรษ ระหว่างอัครมหาเสนาบดี ไป๋อวี้ และฮูหยินตราตั้ง หลี่เหม่ยอันภายในเกี้ยวแปดคนหามที่โยกไหวแผ่วเบา เหม่ยอันลูบไล้อาภรณ์สีแดงเพลิงปักลาย 'หงส์คู่มังกร' ด้วยดิ้นทองคำบริสุทธิ์ ผ้าคลุมหน้าสีแดงชาดบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า ทว่ามิอาจปิดกั้นเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก“ถึงแล้วเจ้าค่ะ...”เสียงชุนเถากระซิบ เกี้ยวถูกวางลงอย่างนิ่มนวล ปลายม่านถูกเลิกขึ้น มือหนาที่แสนคุ้นเคยยื่นเข้ามา“เหม่ยอัน... พี่มารับเจ้าแล้ว”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมด้วยความรักลึกซึ้ง ขับไล่ความประหม่าให้มลายสิ้น เหม่ยอันวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นหนา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความมั่นคงเข้าสู่ดวงใจ ไป๋อวี้ในชุดมงคลสีแดงเข้มขับเน้นให้ดูสง่างามดุจเทพบุตรหยก ใบหน้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status