หน้าหลัก / รักโบราณ / ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง / ตอนที่ 2 เดิมพันด้วยชีวิต

แชร์

ตอนที่ 2 เดิมพันด้วยชีวิต

ผู้เขียน: หลิน จิ่นชู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-27 20:03:09

“ชุนเถา... มาช่วยข้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์”

น้ำเสียงของนางเยือกเย็น ทรงพลัง และเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

“จะ... เจ้าค่ะ ชุดสีชมพูอ่อนที่เตรียมไว้...”

“ไม่!” เหม่ยอันตวาดเสียงแข็ง นางจำได้แม่นยำว่าชุดนั้นซูเฟยเป็นผู้เลือกให้ เพื่อให้นางดูอ่อนแอและจืดชืดไร้ราศีในสายตาองค์ชายจิ้น

“นำชุดสีน้ำเงินเข้มตัวนั้นมา... และมิต้องประทินโฉมให้มากความ ข้าจะไปพบท่านพ่อเดี๋ยวนี้”

“แต่... ท่านเสนาบดีสั่งว่าห้ามรบกวน ท่านกำลังเตรียมตัว...”

“ข้าบอกให้ทำ!”

ชุนเถาสะดุ้งโหยง รีบลนลานหยิบเสื้อผ้าด้วยมือไม้ที่สั่นเทา นางไม่เคยเห็นคุณหนูเป็นเช่นนี้มาก่อน แววตาคู่นั้นลึกซึ้งราวมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นยักษ์เอาไว้

เหม่ยอันผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลแผนการอย่างถี่ถ้วน หากนางบอกความจริงว่าย้อนเวลามา บิดาผู้ยึดมั่นในหลักการย่อมไม่มีทางเชื่อ และอาจมองว่านางเสียสติเพราะความกลัว

ต้องใช้วิธีอื่น... วิธีที่จะหยุดคนหัวรั้นอย่างบิดาได้

นางก้าวเท้าออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือใหญ่ของจวน ทุกย่างก้าวหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา บ่าวไพร่ที่เดินสวนทางต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความยำเกรง รังสีอำมหิตบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณหนูใหญ่ ทำให้พวกเขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ร้าย

เมื่อมาถึงหน้าห้องหนังสือ นางได้ยินเสียงบิดากำลังสั่งความบ่าวไพร่

“...เตรียมน้ำชาไว้ อีกเดี๋ยวใต้เท้าเกาจะมาพบข้า”

ใต้เท้าเกา! ไอ้คนทรยศที่แสร้งทำเป็นมิตรสหายของพ่อ! มันกำลังจะมาแล้ว

เหม่ยอันสูดลมหายใจลึก ผลักประตูห้องหนังสือเข้าไปโดยไม่รอให้ใครขานชื่อ

“ท่านพ่อ!”

เสนาบดีหลี่เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นบุตรีเดินดุ่มๆ เข้ามาโดยไม่รักษากิริยา

“เหม่ยอัน! เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้ พ่อกำลังจะรับแขก...”

“ท่านพ่อต้องปฏิเสธแขกผู้นั้นเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”

เหม่ยอันเอ่ยแทรกขึ้น สายตาจ้องมองบิดาเขม็งอย่างไม่ลดละ

“เหลวไหล!” เสนาบดีหลี่ตบโต๊ะเสียงดังปังจนถ้วยชาสะเทือน

“ใต้เท้าเกาเป็นสหายข้า เขาอุตส่าห์มีน้ำใจมาอวยพรเจ้า ข้าจะขับไล่เขาไปได้อย่างไร เจ้าเป็นเพียงเด็ก อย่าได้มาก้าวก่ายเรื่องของผู้ใหญ่ จงกลับไปเตรียมตัวเข้าวังเสีย!”

“ถ้าท่านพ่อยอมรับของกำนัลชิ้นนั้น... ลูกจะไม่ยอมเข้าวัง! ลูกจะยอมโขกหัวตายที่หน้าประตูจวนเดี๋ยวนี้!”

คำประกาศก้องของนางทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ แม้แต่ ฮูหยินหลี่ มารดาของนางที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังยกมือทาบอกด้วยความตกใจ

เสนาบดีหลี่อ้าปากค้าง มองบุตรีราวกับเห็นคนแปลกหน้า นี่ไม่ใช่เหม่ยอันที่เขาเลี้ยงดูมา... เหม่ยอันคนนั้นหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย และไม่เคยกล้าสบตาเขาด้วยแววตาที่ดุดันและเจ็บปวดเช่นนี้

“เจ้า... เจ้าพูดบ้าอะไรออกมา...”

เหม่ยอันเดินเข้าไปใกล้ คุกเข่าลงเบื้องหน้าบิดา แต่มิได้ก้มหน้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอแต่มิได้ไหลริน มันคือแววตาของผู้ที่ผ่านความตายมาแล้ว

“ท่านพ่อ... ตระกูลหลี่ของเราภักดีต่อราชบัลลังก์มาหลายชั่วคน แต่ความภักดีมิใช่เครื่องป้องกันภัยจากคมมีดของผู้ไม่ประสงค์ดี” นางเอ่ยเสียงเครือแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

“เมื่อคืนลูกฝัน... ฝันเห็นท่านปู่มาเตือน ท่านปู่บอกว่า ‘ของกำนัลคืออสรพิษ รับเข้าบ้านคือความตาย’... ท่านพ่อ ท่านจะเสี่ยงชีวิตของคนทั้งตระกูล เพียงเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมชั่วครู่ชั่วยามอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”

เสนาบดีหลี่ชะงักงัน คำว่า ‘ท่านปู่’ และ ‘ความตาย’ ทำให้จิตใจที่มั่นคงของเขาสั่นไหว เขาเป็นคนกตัญญูและเชื่อเรื่องลางสังหรณ์ แต่เหตุผลทางโลกก็ยังคัดง้างอยู่

“แต่นั่นคือใต้เท้าเกา... เพื่อนรักของพ่อ...”

“ถ้าท่านปู่บอก เพื่อนรักที่ยื่นยาพิษให้ ก็คือศัตรูที่เลวร้ายที่สุด!” เหม่ยอันสวนกลับทันควัน นางลุกขึ้นยืน กางแขนขวางประตูห้องไว้

“วันนี้หากท่านพ่อยืนยันจะรับของสิ่งนั้น ก็ต้องข้ามศพลูกไปก่อน!”

บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบขาดผึง ฮูหยินหลี่เริ่มร้องไห้ เสนาบดีหลี่มองบุตรีสลับกับประตูห้อง สับสนและโกรธเกรี้ยว แต่ลึกๆ ในใจกลับเกิดความหวาดหวั่นอย่างประหลาด แววตาของลูกสาววันนี้... มันเหมือนมองทะลุเห็นอะไรบางอย่าง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าเรือน พร้อมเสียงบ่าวร้องบอก

“เรียนท่านเสนาบดี... ใต้เท้าเกามาถึงแล้วขอรับ!”

เหม่ยอันหันขวับไปมองที่ประตู รอยยิ้มอำมหิตปรากฏขึ้นที่มุมปาก ริมฝีปากบางขยับเป็นคำพูดไร้เสียง ทว่าแฝงด้วยจิตสังหารอันรุนแรง มาให้ข้าเชือดถึงที่เลยนะ...

นางหันกลับมาสบตาบิดาอีกครั้ง ครานี้ไร้ซึ่งแววตาวิงวอน มีเพียงประกายตาเด็ดเดี่ยวจากดวงตาของหงส์ที่กำลังจะสยายปีก

“ท่านพ่อ... โปรดเลือกเถิดเจ้าค่ะ ระหว่างหน้าตาทางสังคมของท่าน กับลมหายใจของลูก”

เสนาบดีหลี่กำหมัดแน่น เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นกลางหน้าผาก เขามองลูกสาว... แล้วตัดสินใจ

“...ไปบอกใต้เท้าเกา” เสียงของเสนาบดีสั่นเครือเล็กน้อยแต่หนักแน่น

“ว่าข้าป่วยกะทันหัน ไม่สะดวกรับแขก... และไม่รับของเยี่ยมไข้ใดๆ ทั้งสิ้น เชิญเขากลับไป!”

เหม่ยอันผ่อนลมหายใจออกมา... ชัยชนะครั้งแรกเป็นของนาง

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

นางมองผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก เห็นเงาร่างของใต้เท้าเกาที่หน้าประตูเรือนทำท่าทีฮึดฮัดขัดใจแจ้งจะมอบของกำนัลจากแดนไกลให้ได้ก่อนจะเดินจากไป...

รอก่อนเถิด... ทั้งเจ้า ทั้งซูเฟย และองค์ชายจิ้น

เกมกระดานนี้เพิ่งจะเริ่ม... และครั้งนี้ คนเดินหมากคือข้า!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 7 ปีศาจในคราบเซียน

    หยดโลหิตอุ่นระอุที่เกาะพราวอยู่บนปลายปิ่นหยกขาว... เป็นเพียงประจักษ์พยานเดียวที่ตอกย้ำว่าเหตุการณ์นองเลือดเมื่อครู่ มิใช่เพียงภาพฝันอันเลือนรางวามเงียบสงัดแผ่เข้าปกคลุมศาลาริมน้ำอีกครา เหม่ยอันยืนนิ่งขึง พยายามข่มลมหายใจให้ราบเรียบ มือข้างที่กุมอาวุธสังหารสั่นระริก... มิใช่เพราะหวาดกลัว หากแต่เป็นเพราะเพลิงโทสะที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในอกเบื้องหน้าของนาง... ‘ไป๋อวี้’ บุรุษชุดน้ำเงินเข้มยืนสงบนิ่ง แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าซีดเซียวจนดูราวกับรูปสลักหยกขาวที่ไร้ชีวิต“ข้าน้อยหลี่เหม่ยอัน... ขอบคุณคุณชายที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”นางยอบกายลงอย่างชดช้อย กิริยางดงามไร้ที่ติราวกับเมื่อครู่มิได้เพิ่งจ้วงแทงคนมาไป๋อวี้มิได้เอ่ยตอบในทันที เขาค่อยๆ สืบเท้าเข้ามา ท่วงท่าการเคลื่อนไหวช่างลื่นไหลและไร้เสียงดุจภูตพราย ผิดวิสัยคนป่วยกระเสาะกระแสะที่ร่ำลือกันทั่ววังหลวง เขาเดินวนรอบกายเหม่ยอันอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องสำรวจนางอย่างพินิจพิเคราะห์“น่าประทับใจยิ่ง...”สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 6 บุปผาซ่อนหนาม

    การที่นางเข้าไปแทรกแซงเรื่องบิดา และเปลี่ยนที่พัก ทำให้จังหวะเวลาและความสัมพันธ์ของคนในวังเคลื่อนตามไปด้วย บัดนี้เหมือนคนตาบอดที่เดินอยู่ริมหน้าผา ไม่มีเข็มทิศแห่งอนาคตนำทางอีกต่อไป สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือสติปัญญาของตนเอง!“อันอัน...”เสียงหวานหูที่นางเกลียดที่สุดดังขึ้น ซูเฟยเดินเข้ามาคล้องแขนนางอย่างสนิทสนม“งานเลี้ยงน่าเบื่อนัก... เราไปเดินเล่นรับลมที่ศาลาริมน้ำกันเถิด ตรงนั้นเงียบสงบ เห็นพระจันทร์ชัดที่สุด”มาแล้ว... กับดัก!เหม่ยอันรู้ทันทีว่านี่คือหลุมพราง แต่นางไม่อาจปฏิเสธได้ในทันที หากทำตัวมีพิรุธ ศัตรูอาจเปลี่ยนแผนไปใช้วิธีที่นางคาดเดาไม่ได้“แต่ข้า...”“ไปเถอะนะ ถือว่าข้าขอร้อง” ซูเฟยบีบมือนางแน่น แววตาวิงวอน“เมื่อครู่องค์ชายจิ้นแอบฝากความถึงข้า... ว่าพระองค์ไปรอเจ้าอยู่ที่นั่น มี ของขวัญ พิเศษอยากมอบให้เจ้าเป็นการส่วนตัว”เหม่ยอันลอบถอนหายใจ... เอาเถอะ ในเมื่ออยากเล่นละคร ข้าก็จะเล่นด้วย“ก็ได้” นางรับคำ แต่ก่อนจะเดินตามไป นางแอบส่งสัญญาณมือไพล่หลังให้ชุนเถาที่ยืนอยู่ห่างออกไป... สัญญาณขอความช่วย

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 5 คมมีดในรอยยิ้ม

    ราตรีแรกในวังหลวง... หนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันต์ฤดูใดที่นางเคยพานพบเรือนไป่เหอแม้จะตั้งปลีกวิเวก แต่กำแพงวังนั้นมีหู ประตูวังนั้นมีช่อง เสียงซุบซิบนินทาของเหล่านางกำนัลลอยตามลมมาเข้าหูเหม่ยอันเป็นระยะ“ได้ยินหรือไม่ สตรีสกุลหลี่ผู้นั้นช่างอวดดีนัก กล้าท้าทายมาม่าหลิวตั้งแต่วันแรก”“อ้างชื่อพระสนมเอกเสียใหญ่โต... คอยดูเถิด ปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้จะอยู่ได้สักกี่น้ำ”เหม่ยอันนั่งนิ่งหน้าคันฉ่องทองเหลือง ปล่อยให้ชุนเถาสางเรือนผมที่เปียกชื้นให้อย่างเงียบงัน ถ้อยคำนินทาเหล่านั้นนางล้วนได้ยินสิ้น ทว่าดวงหน้ากลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำไร้ระลอก... ชัยชนะย่อมต้องแลกมาด้วยราคาค่างวด การยืนเด่นเป็นเป้าสายตาย่อมดีกว่าการเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าให้ผู้อื่นชักใยนางจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในคันฉ่องทองเหลืองดรุณีน้อยวัยสิบเจ็ด... ผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตากระจ่างใส แต่...วูบ!ทันใดนั้น เงาสะท้อนในคันฉ่องก็บิดเบี้ยว! ใบหน้าดรุณีแรกรุ่นแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าอาบโลหิต นัยน์ตาเบิกโพลงฉายแววอาฆาตโลหิตดำคล้ำทะลักออกจากริมฝีปาก สายตานั้นจ้องเขม็งมาที่นางดั

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 4 ถุงหอมปริศนาและเงาผู้หวนคืน

    ลานหน้าตำหนักคุนหนิง เต็มไปด้วยเหล่าสาวงามที่รอการคัดเลือก ‘มาม่าหลิว’ หัวหน้าขันทีฝ่ายในร่างท้วม ยืนถือบัญชีรายชื่อด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ นางกวาดสายตามองเหม่ยอันหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม“หลี่เหม่ยอัน... บุตรีเสนาบดีกรมพิธีการ” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น“เรือนว่างทางทิศใต้เต็มหมดแล้ว เหลือเพียง... เรือนจื่อเวย ทางทิศเหนือ เจ้าไปพักที่นั่นแล้วกัน”เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบทิศ เหล่านางกำนัลต่างรู้ดีว่า ‘เรือนจื่อเวย’ คือเรือนร้างที่ทรุดโทรม ห่างไกล และหนาวเหน็บที่สุดในวัง ซูเฟยแสร้งทำหน้าตกใจ“ตายจริง... เรือนจื่อเวยเชียวหรือ มาม่าหลิว พอจะมีที่อื่นหรือไม่ สหายข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง...”“กฎคือกฎ!” มาม่าหลิวตวาดเสียงแข็ง “หากไม่พอใจ ก็กลับบ้านไปเสีย!”เหม่ยอันมองละครลิงตรงหน้าด้วยความสมเพช ซูเฟยคงติดสินบนมาม่าหลิวไว้หนาพอสมควร เพื่อส่งนางไปตายอย่างช้าๆ ในเรือนร้างนั่นแต่เหม่ยอันคนเก่าตายไปแล้ว...นางก้าวออกมาข้างหน้า ไม่มีความหวาดกลัวในแววตา มีเพียงความนิ่งสงบดุจบ่อน้ำลึก“เรียนมาม่าหลิว ข้าน้อยมิบังอาจเกี่ยงงอนเรื่องที่พัก... เพียงแต่...” นางเว้นจังหวะ ชำเลืองมองไปทางซูเฟยเล็กน้อย แล้วลด

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 3 หน้ากากบุปผางาม

    บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลันหนักอึ้ง ราวกับมีหินผานับพันชั่งกดทับลงบนบ่าของทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก...เหม่ยอันยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบิดา แผ่นหลังเหยียดตรง แม้ภายในใจจะเต้นรัวราวกองศึก แต่นางรู้ดีว่าวินาทีนี้คือเส้นด้ายบางๆ ที่กั้นขวางระหว่าง 'ความอยู่รอด' กับ 'หายนะ'“ของกำนัลจากแดนไกล...”เสนาบดีหลี่พึมพำแผ่วเบา สายตาจับจ้องบานประตูไม้สักที่ปิดสนิท ราวกับจะมองทะลุไปยังห่อผ้าไหมที่พ่อบ้านประคองรออยู่ด้านนอก“รับไว้เถิดเจ้าค่ะท่านพี่” ฮูหยินหลี่เอ่ยเสียงแผ่ว เจือความกังวล“ใต้เท้าเกามีน้ำใจไมตรี หากปฏิเสธจะเสียมารยาทต่อสหายเก่าได้...”“มิได้เจ้าค่ะ!”สุ้มเสียงของเหม่ยอันมิได้เกรี้ยวกราด ทว่าเย็นยะเยือกบาดลึกจนบิดามารดาต้องหันขวับมามอง นางเงยหน้าสบตาบิดา แววตาคู่สวยลึกล้ำเกินวัย“ท่านพ่อ... ท่านจำคำสอนสั่งก่อนสิ้นใจของท่านปู่ได้หรือไม่ ‘ทรัพย์ที่มิได้มาจากหยาดเหงื่อ มักเคลือบด้วยยาพิษ’ ...เมื่อครู่ ลูกมิได้เพียงแค่ฝันร้าย หากแต่ลูกเห็น... เห็นตราประทับสีดำทมิฬซุกซ่อนอยู่ภายใต้ทองคำเหล่านั้น มันคือตราประทับของศัตรู!เสนาบดีหลี่เจ้ากรมพิธีการชะงักกึก คำว่า ‘ตราศัตรู’ กระตุกต่อมระแวงของข

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 2 เดิมพันด้วยชีวิต

    “ชุนเถา... มาช่วยข้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์”น้ำเสียงของนางเยือกเย็น ทรงพลัง และเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน“จะ... เจ้าค่ะ ชุดสีชมพูอ่อนที่เตรียมไว้...”“ไม่!” เหม่ยอันตวาดเสียงแข็ง นางจำได้แม่นยำว่าชุดนั้นซูเฟยเป็นผู้เลือกให้ เพื่อให้นางดูอ่อนแอและจืดชืดไร้ราศีในสายตาองค์ชายจิ้น“นำชุดสีน้ำเงินเข้มตัวนั้นมา... และมิต้องประทินโฉมให้มากความ ข้าจะไปพบท่านพ่อเดี๋ยวนี้”“แต่... ท่านเสนาบดีสั่งว่าห้ามรบกวน ท่านกำลังเตรียมตัว...”“ข้าบอกให้ทำ!”ชุนเถาสะดุ้งโหยง รีบลนลานหยิบเสื้อผ้าด้วยมือไม้ที่สั่นเทา นางไม่เคยเห็นคุณหนูเป็นเช่นนี้มาก่อน แววตาคู่นั้นลึกซึ้งราวมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นยักษ์เอาไว้เหม่ยอันผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลแผนการอย่างถี่ถ้วน หากนางบอกความจริงว่าย้อนเวลามา บิดาผู้ยึดมั่นในหลักการย่อมไม่มีทางเชื่อ และอาจมองว่านางเสียสติเพราะความกลัวต้องใช้วิธีอื่น... วิธีที่จะหยุดคนหัวรั้นอย่างบิดาได้นางก้าวเท้าออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือใหญ่ของจวน ทุกย่างก้าวหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา บ่าวไพร่ที่เดินสวนทางต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความยำเกรง รังสีอำมหิตบางอย่างที่แ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status