로그인วันนี้ทุกคนที่บ้านแกรนเดร์สัน กำลังวุ่นวายอยู่กับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน ภรรยาและบุตรคนแรกของแกรนด์เดร์กำลังกลับมาจากโรงพยาบาล ชายหนุ่มออกโรงสั่งคนที่บ้านจัดห้องหับเพื่อต้อนรับบุตรสาวและภรรยาของเขาด้วยตนเอง เสียงแตรรถบ่งบอกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมาถึงแล้ว ชายหนุ่มรีบวิ่งลงไปดูด้วยความตื่นเต้น
"มาแล้วคะคุณแกรนด์เดร์ คุณคาร์รินกับคุณหนูน้อยมาแล้วคะ" เสียงคนรับใช้ขึ้นมาบอกเขา ด้วยสีหน้าแววตาที่ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านาย
"มาแล้วเหรอ ไปๆ รีบลงไปเร็ว " ชายหนุ่มเอ่ยชวนเด็กรับใช้ก่อนที่เขาจะเดินแกมวิ่งไปหาลูกเมียเขาที่หน้าบ้านทันที
เมื่อมาถึงรถหรูของบ้านเขาได้จอดเทียบบันไดบ้าน คนใช้ต่างยืนเข้าแถวรอกันอย่างเป็นระเบียบ พ่อตาแม่ยายของเขาลงรถจากคันถัดไป ส่วนแด็ดกับมาดามของเขาก็ลงตามมากันติดๆ ประตูรถเปิดอัตโนมัติ ภาพหญิงสาวอุ้มเด็กทารกเพศหญิงแก้มแดงอย่างกับลูกตำลึงสุกเดินออกมาจากรถ ทุกคนต่างฮือฮาในความน่ารักน่าชังของเจ้านายน้อยในบ้าน
แกรนด์เดร์ยิ้มหน้าบานแฉ่งที่เขาได้ลูกสาวสมใจ เขาเห็นแวบแรกตั้งแต่ที่อยู่โรงพยาบาลก็รู้แล้วว่าลูกสาวเขานะเหมือนใคร พ่ออย่างไงลูกสาวก็อย่างนั้น เขายังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาวเลย ไม่รู้ว่าจะให้ชื่ออะไรดี ลูกสาวของเขาน่ารักเหลือเกิน
"ไปไอ้เสือยืนยิ้มอยู่นั่นแหละ พาหลานเข้าบ้านเร็วเข้า" เสียงอาลัล พ่อของเขาเอ่ยขึ้น หลังจากที่แกรนด์เดร์ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ
คาร์รินยืนมองสามีตัวเองแล้วก็ต้องอมยิ้ม พี่แกรนด์เดร์ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ดูสิ อะไรจะหน้าบานเอาปานนั้น หญิงสาวมองสามีตัวเองด้วยแววตาที่ไหวระริก หล่อนมีลูกกับเขา ผู้ชายที่เคยทำให้หล่อนเสียใจก่อนหน้านี้ แล้วดูตอนนี้สิ เขาทำหน้าที่สามีที่ดี และพ่อที่ดี แบบไม่ขาดตกบกพร่องเลยก็ว่าได้ หญิงสาวมองรอบๆ ห้องของบุตรสาวที่แกรนด์เดร์เป็นคนจัดแจงให้
"แล้วนี่จะให้ลูกชื่ออะไรหละพ่อแกรนด์เดร์ " เควิ่นเดินมาถามลูกเขยเขาด้วยความอยากรู้
"เอ่อ ผมว่าจะให้ชื่อน้อง แกลลินท์ ดีไหมครับ " เขาหันไปตอบพ่อตาของเขาด้วยรอยยิ้มที่มันกว้างมากขึ้น
"ชื่อแกลลินท์ หรือคะ " คาร์รินหันไปถามสามีตัวเองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ครับ น่ารักไหม มันเป็นชื่อของเรารวมกันสองคนนะที่รัก " เขาเอ่ยขึ้น พร้อมมาสวมกอดภรรยาที่อุ้มบุตรสาวของเขาอยู่ด้วย คาร์รินมองหน้าบุตรสาวในอ้อมอกแล้วยิ้ม
"หนูชื่อแกลลินท์ นะคะลูก" คาร์รินก้มลงไปพูดกับทารกน้อยที่หลับตาพริ้มอยู่นี้ แล้วหันไปยิ้มกับสามีตัวเอง
ทุกคนในที่นี้ ล้วนแต่มีใบหน้าที่มีความสุข อาลัลมองครอบครัวของเขา ตระกูลของเขาที่มีทายาทเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนแล้ว ต่อไปในอนาคต มันก็จะมีเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยคนรุ่นเก่าอย่างพวกเขาก็กำลังจะหมดไฟไปในอีกไม่ช้า แต่คนรุ่นใหม่อย่างเช่นรุ่นลูกรุ่นหลาน มันกำลังเฟื่องฟูขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปคงเป็นหน้าที่ของคนรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่จะต้องสืบทอดกิจการงานที่พวกเขาเคยสร้างไว้ ตระกูลแกรนด์เดร์สัน และตระกูลคาร์ซิโอ ต้องรุ่งเรืองไปอีกไกลเป็นแน่ อาลัลคิดดังนั้นก็ยืนมองทุกคนอย่างมีความสุข
หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว แกรนด์เดร์ ได้แต่นั่งมองบุตรสาวของตัวเองอย่างภูมิใจ เขาดีใจที่มีวันนี้ เขาดีใจที่เขามีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกที่น่ารักไว้เติมเต็มคำว่าครอบครัว เขามีภรรยาที่ดีและก็น่ารัก บนโลกนี้ เขามีแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว ชายหนุ่มลูบหัวบุตรสาวของเขาเบาๆ ในตาของเขาระยิบระยับไปหมด
"ยังไม่ไปนอนอีกหรือคะพี่แกรนด์เดร์ " คาร์รินเดินเข้ามาในห้องก็เห็นว่าสามีของหล่อนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
" ยังครับที่รัก อยากนั่งมองลูกแบบนี้นานๆ "
" แหมพี่คะ พักผ่อนบ้างก็ได้ นี่ก็ดึกแล้วนะคะ เพราะนับจากนี้ต่อไปเวลานอนของเราจะเริ่มมีค่ามากขึ้น"
"ทำไมหละครับที่รัก"
"ก็เจ้าตัวเล็กของเรานะซิคะ จะกวนเราทุกสองชั่วโมงเลยแหละ"
"จริงเหรอครับที่รัก"
"จริงสิคะ ไม่เชื่อเราเริ่มจับเวลาเลย"
!! แว้ อุ แว้ ++++ ยังไม่ทันขาดคำเสียงเด็กร้องก็ดังขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาแล้ว แกรนด์เดร์อมยิ้มกับภรรยาทำท่าตกใจ เป็นจริงอย่างที่บอกจริงด้วย จากนั้นทั้งสองพ่อแม่ก็วิ่งวุ่นกันสองคนในห้องนั้น ภาพของทั้งสองมันจะดูวุ่นวายหน่อย แต่มันก็เป็นความวุ่นวายที่แฝงไปด้วยความสุข ทั้งสองดูแลลูกไปก็ยิ้มไป ไม่บอกก็รู้ว่าความสุขที่ทุกคนมีนั้นมันมาจากไหน จากเจ้าตัวน้อยที่กำลังร้องอุแว้ๆ อยู่ หรือจะเป็นทั้งสองสามีภรรยาที่พากันวุ่นวายอยู่อย่างนั้น แต่มันไม่ได้มาจากอย่างใดอย่างหนึ่ง ทุกอย่างมันประกอบกันเป็นความสุขในแบบฉบับสุดๆ นั่นเอง
สามปีต่อมา
เสียงวุ่นวายดังอยู่ภายในห้องของลูกสาว ชายร่างสูงใหญ่ กำลังเคร่งเครียดอยู่กับการจับปูน้อยใส่กระด้ง ใบหน้าคมเข้มของผู้เป็นพ่อขมวดเข้าหากันแน่น เสื้อตัวนี้มันใส่ยังไง เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง น้ำใสๆ ไหลหยดลงปลายจมูกด้วยความเหนื่อย
"อยู่นิ่งๆ ซิครับลูกแกลลินท์ คุณพ่อใส่ไม่ได้เลย" แกรนด์เดร์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พรางมือหนาก็ปาดเหงื่อของตัวเองพราง ในใจนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ เราเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ หรือว่าน้องคาร์ริน ทำไม แกลลินท์ถึงได้ซนขนาดนี้
"อะไรคะที่รัก แต่งตัวให้ลูกยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ " เสียงหวานดังมาจากประตู เขาเงยหน้าขึ้นไปยิ้มเจื่อนๆ ให้กับภรรยา
"ก็ดูลูกเราซิครับ อยู่เฉยซะที่ไหน นั่นไง วิ่งไปนู้นอีกแล้ว" แกรนด์เดร์บอกคาร์ริน โดยชี้ให้หล่อนดูเจ้าปูน้อยของเขาที่วิ่งซนไม่หยุด ไม่ยอมให้เขาใส่เสื้อให้เลย
"แกลลินท์ลูก มาหาคุณแม่เร็วคะ หากช้าคุณแม่ไม่พาไปด้วยนะคะ " คาร์รินเล่นบทโหดโดยแกล้งขู่ปูน้อยของหล่อน มันได้ผล เจ้าปูน้อยหยุดวิ่ง แล้วกลับมาหาเจ้าหล่อนในทันที
"โหยแกลลินท์ ทำไมคุณพ่อเรียกแล้วหนูไม่หยุดหละคะ" แกรนด์เดร์ตัดพ้อบุตรสาวทำเอาเจ้าปูน้อยต้องเดินมานั่งตักผู้เป็นพ่อเป็นเชิงเอาใจ แกรนด์เดร์ยิ้มอย่างใจดี จากนั้นก็หอมแก้มเจ้าหล่อนเล่น ฟอด!!!!
"ก็พี่แกรนด์เดร์เล่นตามใจนางนะซิคะ นางเลยไม่ค่อยกลัว " คาร์รินต่อว่าสามีตัวเอง ที่เอาแต่ตามใจลูกสาวจนเคยตัว แล้วอย่างนี้ ช้าอย่างนี้ มาคัสกับอแมนด้าก็รอแย่เลย หญิงสาวคิดดังนั้นก็ส่ายหัวไปมาอย่างเอือมๆ หลังจากที่จับแกลลินท์ใส่ชุดสวยเสร็จแล้วทั้งหมดก็พากันไปยังห้องอาหารโรงแรมที่นัดกันไว้ก่อนหน้านี้
"สวัสดีครับคุณแกรนด์เดร์ สวัสดีครับคุณคาร์ริน " เสียงเข้มของมาคัสเอ่ยทักทายผู้เป็นเจ้านาย เขามองดูทั้งคู่แล้วก็สุขใจแทนไปด้วย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย แล้วคุณหนูแกลลินท์หละ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยถาม เสียงฝีเท้าเด็กก็วิ่งตามหลังมาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม สดใสร่าเริงของนาง
"เอ้าสวัสดีครับคุณหนูแกลลินท์"
"สวัสดีคะคุณอามาคัส แล้วคุณอาอแมนด้าหละคะ " เสียงใสแสนจะเจื้อยแจ้วของเด็กวัยสามขวบเอ่ยถาม
"ไปเข้าห้องน้ำนะครับ นั่นไงมาแล้ว " มาคัสชี้ให้เด็กผู้หญิงฝรั่งแก้มป่องดู
"คุณอาอแมนด้า อู้ฮูคุณอาทานอะไรเข้าไปคะ พุงใหญ่จัง"
"ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ " เสียงหัวเราะดังลั่นพร้อมกัน เมื่อแกลลินท์เอ่ยถามอแมนด้า ซึ่งตอนนี้หล่อนเริ่มจะอุ้ยอ้ายแล้ว
"คุณอาอแมนด้าไม่ได้กินอะไรลูก คุณอากำลังมีน้องตัวน้อยอยู่ในนั้น" คาร์รินก้มลงไปบอกบุตรสาวที่ทำตาแป๋วอย่างตั้งใจฟัง
"น้องหรือคะ"
"ใช่คะ น้องที่ตัวเล็กๆ นอนอยู่ในนั้น " คาร์รินพยายามอธิบายให้บุตรสาวฟัง แต่หล่อนก็ไม่รู้ว่าจะเข้าใจมากน้อยแค่ไหน แกลลินท์เพิ่งจะสามขวบกว่าเอง
"คะน้อง ถ้าอย่างนั้นแกลลินท์ไปเอาขนมให้น้องนะคะ" เด็กหญิงเอ่ยขออนุณาตผู้เป็นแม่เพื่อไปหาซื้อขนมตามประสาเด็ก จากนั้นก็จูงมือพี่เลี้ยงไปโดยเร็ว
"นี่คุณอแมนด้าท้องกี่เดือนแล้วครับ " แกรนด์เดร์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"ได้เจ็ดเดือนแล้วคะ"
"ยินดีด้วยนะคะคุณอแมนด้าแล้วก็มาคัส แล้วจะอยู่ที่นี่นานหรือเปล่าจ๊ะ " คาร์รินเอ่ยถามหญิงสาวเพื่อที่จะให้หล่อนและมาคัสไปนอนค้างที่บ้านหล่อน
"ก็ประมาณอาทิตย์หนึ่งนะครับ "มาคัสตอบแทนภรรยาที่ตอนนี้จะลุกนั่งหรือขยับตัวแสนลำบาก
"ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ไปนอนบ้านฉันเลย ห้องหับมีเยอะแยะ"
"ขอบคุณครับคุณแกรนด์เดร์ " มาคัสเอ่ยขอบคุณพรางมือหนาก็คอยประคองร่างภรรยาอยู่ไม่ห่าง
หลังจากที่ทั้งหมดรับประทานอาหารเย็นกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็พูดคุยถึงสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนที่ไม่ค่อยได้เจอกัน เป็นปีมาคัสถึงจะกลับมาที่นี่ เขาได้รับมอบหมายให้บริหารงานโรงแรมที่บราซิลนั้น และทุกวันนี้กิจการที่นั่นก็เฟื่องฟูมาก แกรนด์เดร์ยังจะแบ่งหุ้นให้มาคัสสักสามสิบเปอร์เซ็นเป็นค่าตอบแทนพร้อมกับค่าจ้าง เพราะตอนนี้ทั้งคู่กำลังมีเจ้าตัวน้อยแล้วก็ถือว่าเป็นสามาชิกใหม่ของแกรนด์เดร์สันกรุ๊ปก็ว่าได้
แกรนด์เดร์และคาร์ริน มาคัสและอแมนด้า ทุกคนต่างมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส นัยน์ตาทุกคู่ตรงนี้มีแต่ความสุขปรากฏอยู่ในนั้น ตราบนี้ต่อไปก็คงมีแต่ความสุข ความรัก ความอบอุ่นของคำว่าครอบครัว ทั้งหมดในที่นี้เคยผ่านปัญหาและอุปสรรค์มากมายมากันหมดแล้ว บางคนในที่นี้เกิดทำผิดมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่การกลับตัวกลับใจของเขาก็ทำให้ทุกอย่างมันก็กลับมาดีได้ และลงตัวได้ในที่สุด
**ดังนั้น**....****ทุกคนบนโลกใบนี้ก็เช่นกัน หากมีปัญหาและอุปสรรค์ก็จงอย่าท้อ จงฝ่าฟันมันมาให้จงได้ และหากคนใดเคยหลงผิดมาก่อน ก็จงกลับตัวกลับใจเสียใหม่ โอกาสมีไว้ให้กับคุณเสมอ.......****ความสุขของคนเรานั้นมันสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวของเราเองคะ..........
จบบริบูรณ์
วันนี้ทุกคนที่บ้านแกรนเดร์สัน กำลังวุ่นวายอยู่กับการต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน ภรรยาและบุตรคนแรกของแกรนด์เดร์กำลังกลับมาจากโรงพยาบาล ชายหนุ่มออกโรงสั่งคนที่บ้านจัดห้องหับเพื่อต้อนรับบุตรสาวและภรรยาของเขาด้วยตนเอง เสียงแตรรถบ่งบอกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมาถึงแล้ว ชายหนุ่มรีบวิ่งลงไปดูด้วยความตื่นเต้น"มาแล้วคะคุณแกรนด์เดร์ คุณคาร์รินกับคุณหนูน้อยมาแล้วคะ" เสียงคนรับใช้ขึ้นมาบอกเขา ด้วยสีหน้าแววตาที่ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านาย"มาแล้วเหรอ ไปๆ รีบลงไปเร็ว " ชายหนุ่มเอ่ยชวนเด็กรับใช้ก่อนที่เขาจะเดินแกมวิ่งไปหาลูกเมียเขาที่หน้าบ้านทันทีเมื่อมาถึงรถหรูของบ้านเขาได้จอดเทียบบันไดบ้าน คนใช้ต่างยืนเข้าแถวรอกันอย่างเป็นระเบียบ พ่อตาแม่ยายของเขาลงรถจากคันถัดไป ส่วนแด็ดกับมาดามของเขาก็ลงตามมากันติดๆ ประตูรถเปิดอัตโนมัติ ภาพหญิงสาวอุ้มเด็กทารกเพศหญิงแก้มแดงอย่างกับลูกตำลึงสุกเดินออกมาจากรถ ทุกคนต่างฮือฮาในความน่ารักน่าชังของเจ้านายน้อยในบ้านแกรนด์เดร์ยิ้มหน้าบานแฉ่งที่เขาได้ลูกสาวสมใจ เขาเห็นแวบแรกตั้งแต่ที่อยู่โรงพยาบาลก็รู้แล้วว่าลูกสาวเขานะเหมือนใคร พ่ออย่างไงลูกสาวก็อย่างนั้น เขายังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกสาว
แกรนด์เดร์ ยืนขยับเน็คไทสีสวยอยู่นานสองนาน เขามองซ้ายมองขวาหาภรรยาสุดที่รักของเขาก็ยังไม่มาสักที ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำ รองเท้าหรูนั้นมันวาวสะดุดตา วันนี้เขามาร่วมงานมงคลสมรสของลูกน้องคนสนิท แล้วก็เพื่อนสาวคนของเขาเช่นกัน งานจัดขึ้นที่โรงแรมของเขาเอง โรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราติดอันดับ 1 ใน 3 ของบราซิลนี้ มาคัส ดูแลกิจการที่นี่ได้เป็นอย่างดี วันนี้งานทุกอย่างเขาจึงจัดการให้มาคัสหมดเลย ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานแล้วกัน แด็ดกับมาดามริก้า ก็คงเข้างานแล้วก็นั่งสนทนาภาษาคนอายุเยอะอยู่กับพ่อตาแม่ยายของเขา คุณอาเควิ่นกับคุณอาน้ำใส แล้วยังมีพ่อเจ้าสาวด้วย แต่เขานี่สิ รอภรรยาสุดที่รักกลับมาจากการเสริมสวยอยู่"เอ้าที่รักคะ ยังไม่เสร็จหรือคะนี่" เสียงคาร์รินดังมาจากทางประตูห้อง ชายหนุ่มเงยหน้าไปมอง ดวงตาคมก็ส่งหวานเยิ้มมายังเจ้าหล่อน หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินยาว หล่อนดูขาวอวบขึ้น แต่ยังคงความสวยหวานอยู่ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพง หล่อนยังดูสวย แม้จะตั้งท้องได้ห้าเดือนแล้ว แกรนด์เดร์เดินเข้าไปหาหญิงสาว แล้วโอบกอดเอวนั้นอย่างหลวมๆ"ยังเลยครับที่รัก ไม่มีใครแต่งตัวให้ เล
อแมนด้า ยืนเหม่ออยู่ที่ชายทะเลใกล้บ้านพักของหล่อน ในใจนึกถึงชายหนุ่มที่หล่อนคุยด้วยเกือบทุกวัน แต่นี้เขาหายไปเกือบอาทิตย์แล้ว ไม่ติดต่อกลับมาเลย หัวใจที่เคยชุ่มชื่นตอนนี้รู้สึกว่ามันเริ่มจะห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าโปรโมชั่นรักของเราจะอยู่ได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ตั้งแต่ที่หล่อนตอบตกลงคบกับเขา หลังงานแต่งคุณแกรนเดร์และคุณคาร์ริน หล่อนกับเขาก็เซร์ฮัลโหลกันตลอด หล่อนกลับมาบราซิล เขาอยู่ติดตามคุณแกรนด์เดร์ที่ฮ่องกง แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการรักกันเลย เราติดต่อกันตลอด แต่นี่ทำไมกันนะ เขาหายไปไหน ดวงตาหวานของร่างบางเริ่มเอ่อไปด้วยน้ำอุ่นๆหญิงสาวเดินกลับบ้านไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก มันดูเศร้าสร้อยหงอยเหงายังไงชอบกล แล้วยิ่งบิดาของหล่อนไม่อยู่ด้วยแล้ว หล่อนยิ่งไม่รู้จะคุยกับใคร พ่อของเธอไปเที่ยวภาษาคนแก่กับเพื่อนๆ ตั้งสองวันที่แล้ว และเห็นโทรมาบอกว่าอีกสามวันถึงจะกลับ เฮ้อ เหงาจัง หล่อนถอนหายใจยาวเหยียด จากนั้นก็เดินเข้าบ้าน แล้วนั่งกดทีวีอย่างเบื่อๆ หล่อนนั่งคิดอะไรเพลินๆ จนถึงเวลามืดค่ำ หญิงสาวมารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมีเสียงก๊อกแก๊กจากทางนอกบ้านเสียงอะไรอะ หล่อนเปิดม่านดูผ่านกร
แกรนด์เดร์ มองก้นงอนของหล่อนอยู่อย่างนั้น เขารู้สึกว่าเจ้าหล่อนจะไม่ยอมลุกขึ้นจากกายแกร่งของเขาง่ายๆ ชายหนุ่มกระดกหัวเขาแล้วชันแขนลุกขึ้นนั่ง คาร์ริน เหลียวมองแล้วยิ้มแห้ง หล่อนชันตัวเองลุกขึ้นเช่นกัน กำลังจะคลานเข่าลงไปยังปลายเท้าของชายหนุ่ม"อุ้ย อื้อออ พะพี่แกรนด์เดร์" ยังไม่ทันที่หล่อนจะพ้นจากร่างหนานั้น ชายหนุ่มก็จับสะโพกงอนของหล่อนดึงไว้"จะรีบไปไหนหละเมียจ๋า ต่ออีกรอบนะที่รัก" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พรางก้มหน้าลงกับก้นงอนนั้น จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ขนกายสาวของคาร์รินลุกซู่ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มจูบก้นสวยของหล่อนอย่างหนักหน่วง จุ๊บบบะ!!!"อ๊ะ อ๊ะ อ๊า" คาร์รินแหงนหน้าร้องครางด้วยความเสียว เมื่อชายหนุ่มเริ่มลงลิ้นร้อนของเขาบนแก้มก้นของหล่อนทีละนิดๆ เขาลากเรียวลิ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของมัน "อืมมมมมมม" เสียงทุ้มครางออกมาจากลำคอหนา เมื่อเขาสัมผัสแก้มก้นสีขาวสะอาดนั้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ร่องกลางระหว่างกันนั้น เขาหลงใหลร่างบางนี้ทุกส่วนของเรือนร่างหล่อนไม่เว้นแม้แต่สิ่งที่ทุกคนรังเกียจ แต่เขาไม่เคยรังเกียจเลย ชายหนุ่มลงลิ้นเลียวนตรงส่วนนั้น"อ๊ะ อ๊ะ สะเสียวคะ
มาคัส เดินมากับอแมนด้า ชายหนุ่มแอบมองแผ่นหลังเนียนของคนที่ตกลงเป็นแฟนเขาเมื่อสักครู่นี้ เขาก็ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีเปิดแผ่นหลังคว้านจนไปถึงสะโพก มาคัสรู้สึกหวงนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหล่อนนัก เพราะเขารู้ว่ามันเป็นความชอบของหล่อน ชายหนุ่มรีบเดินให้ทันหญิงสาว มือหนาของเขาก็คว้าเอวคอดของหล่อนนั้นทันที"อุ้ย นี่คุณอายเขานะ" อแมนด้าเอียงแก้มสวยหันไปบอกชายหนุ่ม แต่หล่อนก็ไม่หยุดก้าวเท้า"อายอะไรคนเป็นแฟนกัน ใครๆ เขาก็ทำแบบนี้แหละคุณ" เขาพูดชิดแก้มสวยนั้น ทำเอาคนฟังหลุดยิ้มออกมา"ตามใจคุณเลยคะ จะทำมากกว่านี้ก็ได้นะ" หล่อนพูดพร้อมกับหยุดเดิน หล่อนหันหน้ามาหาชายหนุ่ม แขนเรียวโอบรอบคอเขา ส่งดวงตายวนยั่วชายหนุ่มเต็มที่ มาคัสมองซ้ายมองขวา เมื่อเขาเห็นว่าไม่มีคน ชายหนุ่มจึงกดจุมพิตหล่อนจ๊วบใหญ่ทั้งสองแลกลิ้นกันอยู่นานสองนาน กว่าจะพละออกจากกันได้นั้น ต้องรอให้มีคนเดินผ่านมาก่อน ซึ่งทั้งสองหันไปมองหน้ากันแล้วก็อมยิ้ม จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปหาคู่บ่าวสาวทันที"เอ้า สวัสดีครับคุณอแมนด้า " แกรนด์เดร์กล่าวต้อนรับแขก VIP ที่เขาสั่งให้มาคัสเป็นคนดูแลหล่อนนั้น"สวัสดีคะคุณแกรนด์เดร์
มาคัสนอนทอดสายตายาวออกไปนอกหน้าต่างตรงโซฟานั้น โดยมีร่างบางของอแมนด้าอยู่ข้างๆ เขากอดหล่อนเอาไว้แน่น อแมนด้าก็กอดตอบเขาเช่นกัน หล่อนนอนมองแผ่นอกกว้างอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหล่อนซบลงกับไหล่เขาอย่างอบอุ่น ทั้งสองไม่มีใครพูดอะไรออกมา หญิงสาวเหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลา อุ้ยจะทุ่มแล้วหรือ ศีรษะทุยเงยขึ้นอย่างตกใจ "อุ้ย อ๊ะ" หญิงสาวร้องอย่างตกใจ เมื่อชายหนุ่มจับศีรษะหล่อนซบอกกว้างอย่างรวดเร็ว"จะรีบไปไหนงานเริ่มตั้งสองทุ่ม" มาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ"ก็รีบไปแต่งตัวสิคะ เดี๋ยวจะไม่ทันนะ" หล่อนตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือหล่อนพูดเพราะขึ้น"ยังกอดไม่หายคิดถึงเลย" มาคัสพูดออกมาจากใจจริง ทำเอาคนฟังใบหน้าแดงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวบนอกเขาเงียบนิ่ง เขาจึงตะแคงข้างเพื่อมองใบหน้าสวยนั้น"มองอะไร" อแมนด้าถามชายหนุ่มอย่างเขินๆ หล่อนหลบสายตาเขาแล้วเบนมันไปทางอื่น"เรามาคบกันนะอแมนด้า ผมอยากลองคบกับคุณ" มาคัสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมมองใบหน้าหล่อนนิ่ง มือหนาของเขาค่อยๆ เชยคางเรียวที่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้นให้เงยขึ้นมองหน้าเขา"เอ่อๆ ฉัน ๆ " อแมนด้าไม่รู็ว่าจะตอบเขายังไงดี มันเร็







