ANMELDENคาร์รินเดินไปเดินมาหน้าห้องผ่าตัดอย่างร้อนใจ ซึ่งหน้าห้องนั้นมีมารดาของหล่อนอยู่เป็นเพื่อน โดยป๋าของหล่อนนั้นไปไหนไม่มีใครรู้ หญิงสาวรอแฟนหนุ่มที่อยู่ในนั้นเป็นชั่วโมงๆ แล้ว ทำไมคุณหมอยังไม่ออกมาอีกนะ นี่เข้าไปก็นานแล้วนะ คาร์รินคิดในใจหล่อนมองดูนาฬิกาสลับกับมองเข้าไปในห้องไอซียูนั้นไปมา ในใจของหล่อนรู้สึกเป็นห่วงเขามากที่สุด เลือดเขาออกมากมายขนาดนั้น อาจจะเสียเลือดจนเสียชีวิตก็ได้ ด้วยความที่ตกใจหล่อนไม่ทันดูด้วยซ้ำว่าเขาถูกป๋าตัวเองยิงถูกตรงไหนบ้าง...
"ใจเย็นๆ ลูกคาร์ริน พี่เขาไม่เป็นอะไรหรอก ถึงมือหมอแล้ว"เสียงมารดาของหล่อนดังเตือนสติหญิงสาวมาจากเก้าอี้หน้าห้อง ซึ่งอยู่ไกล้ๆ กับหล่อน ทำให้หญิงสาวหันไปหามารดาของหล่อน แล้วโผเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ทันที
"คุณแม่ขา พี่เขาจะตายไหมคะ คาร์รินกลัว" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น น้ำตาที่มันแห้งเหือดเมื่อสักครู่บัดนี้มันแอบแก้มของหล่อนอีกแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอกลูก ไกลหัวใจมากนัก" ผู้เป็นแม่พูดปลอบให้หญิงสาวสบายใจ หล่อนดึงบุตรสาวเข้ามากอด แล้วลูบศีรษะมนของหล่อนไปมาอย่างอ่อนโยน
"แต่คุณหมอเข้าไปตั้งนานแล้วนะคะ ยังไม่ออกมาเลย" คาร์รินถามมารดาของหล่อนด้วยความสงสัย และเป็นห่วงร่างชายหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่นั้น
"มันต้องใช้เวลาหนะลูก ใจเย็นๆ นะคะ พี่เขาต้องปลอดภัย" น้ำใสทั้งกอดทั้งปลอบบุตรสาว หล่อนพยายามพูดให้บุตรสาวใจชื้นมากที่สุด เพราะอาการของเจ้าหล่อนตอนนี้ก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน เธอเองเข้าใจความรักของหนุ่มสาวดี เพราะเธอก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาก่อน ในใจนึกโมโหสามีตัวเองที่เล่นบทโหดเกินไป ทำเอาเลือดตกยางออกเลย แล้วนี่ทางด้านริก้ากับคุณอาลัลจะรู้หรือยังนะ เห้อออ...บทจะหวงลูกสาวนี่น่ากล้วจริงๆ
".ใครเป็นญาติคนไข้ครับ " เสียงนั้นทำให้หญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปยังคุณหมออย่างรวดเร็ว หล่อนต้องการฟังจากปากหมอมากที่สุด
"โชคดีนะครับที่กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ เพียงแต่มันฝังในเท่านั้นครับ จึงต้องผ่าตัด ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ"
"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณคุณหมอมากคะ ขอบคุณจริงๆ "
สิ้นเสียงคุณหมอ หญิงสาวก็รีบขอบคุณทันที ในใจหล่อนตอนนี้รู้สึกโล่งอก เขาปลอดภัยแล้ว เขาไม่ตายแล้ว หล่อนดีใจมากที่สุดในชีวิต หญิงสาวรีบเดินเข้าไปดูชายหนุ่มทันทีที่คุณหมออนุญาติให้เข้าเยี่ยมได้ ดวงตาสวยไหวระริก เมื่อมองดูชายหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงคนไข้ ถุงเลือดหยดเป็นสายและเครื่องช่วยหายใจนั้น ทำให้หญิงสาวสลดและสงสารชายหนุ่มจับใจ เขาไม่ยอมร้องขอชีวิตหรือขอความเห็นใจจากคุณป๋า เขายอมให้คุณป๋าลงโทษ เพราะเพียงขอให้พบหน้าหล่อนเท่านั้น หล่อนไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะรักหล่อนมากถึงเพียงนี้ แล้วก็ใจกล้าบุกเข้าหาหล่อนถึงคฤหาสน์ ไม่กลัวตายบ้างเลย
ภาพที่คาร์รินยืนมองชายหนุ่มอย่างเป็นห่วงเป็นใยนั้น ทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกผิดเล็กน้อย เขาก็ใจร้อนเหมือนเคย ทั้งๆ ที่จริง เขาก็ไม่อยากจะทำให้ไอ้หลานชายถึงขนาดต้องนอนหยอดน้ำเข้าต้มหรอก แต่พอเห็นภาพตรงหน้ามันก็ของขึ้นทุกที มีเยี่ยงอย่างบุกเข้าหาลูกสาวของเขาทั้งๆ ที่ความจริงถ้าเข้ามาอย่างปกติ เขาก็จะไม่ว่าอะไรหรอก เขาเข้าใจความรักของหนุ่มสาวดี แล้วเขาก็มั่นใจแล้วว่าหลานชายของเขารักบุตรสาวของเขาจริง และบุตรสาวของเขาก็รักชายหนุ่มเช่นเดียวกัน เควิ่นยืนคิดถึงเรื่องเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้
เควิ่นโทรบอกอาลัลเพื่อนรักของเขาตามตรง ถึงเรื่องที่เขายิงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมัน ทีแรกมันก็ตกใจและเหมือนมันจะโกรธ แต่พอมันฟังเรื่องราวทั้งหมดมันก็ใจเย็นลง และเข้าใจเขาและยังขอโทษเขาแทนลูกชายตัวแสบด้วย แผนตอนแรกแค่จะสั่งสอนเฉยๆ ไม่ถึงขนาดต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม แต่พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้ มันก็เข้าใจ แล้วยอมพูดกับมาดามริก้า ผู้เป็นแม่ ตอนนี้สงสัยกำลังเดินทางมาอยู่แหละ เพราะมันก็อยู่ที่ฮ่องกงนี้พอดี อาจจะรอคุณริก้าแล้วมาพร้อมกัน
"คะ คุณป๋า" คาร์รินเอ่ยเรียกบิดาของหล่อนอย่างตกใจเล็กน้อย เมื่อเจ้าหล่อนออกมาจากห้องของแฟนหนุ่ม
"แกรนด์เดร์เป็นอย่างไรบ้าง" เควิ่นถามบุตรสาวคนเดียวของเขาทั้งๆ ที่เขารู้ว่ากระสุนที่เขายิงนั้นมันไม่ได้ถูกจุดสำคัญ เพราะเขาเพียงแค่จะสั่งสอนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเขาก็เล็งไปที่หัวใจของชายหนุ่มแล้ว
"ปลอดภัยแล้วคะป๋า เสียเลือดนิดหน่อย คุณหมอให้นอนพักคะ" คาร์รินตอบบิดาของหล่อนด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ในใจยังรู้สึกเกรงๆ บิดาของตนเอง เรื่องที่ชายหนุ่มแอบขึ้นห้องของหล่อน แล้วหล่อนก็ปกปิดไว้ด้วย
"ก็ดีแล้ว ให้นอนพักผ่อนเยอะๆ " เควิ่นพูดกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เขายังคงดูปฎิกิริยาของบุตรสาวของเขา
"คุณป๋าคะ อย่าโกรธพี่แกรนด์เดร์เลยนะคะ คาร์รินขอร้อง" หญิงสาวเข้าไปเกาะแขนบิดาของตนเองโดยขอความเห็นใจ ดวงตากลมหวานนั้นเงยหน้ามองบิดาของตนเองอย่างอ้อนวอน
"คาร์รินรักพี่แกรนด์เดร์คะ ป๋าอย่าห้ามลูกเลยนะคะ" เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อยังคงนิ่ง คาร์รินก็ขอความเห็นใจจากผู้เป็นพ่อทันที
"แล้วลูกถอนหมั้นทำไมหละ" เควิ่นหันมาเปิดประเด็นที่เขาอยากรู้มากที่สุดทันที
"เอ่อๆ ก็ตอนนั้นคาร์รินยังไม่แน่ใจนี่คะว่าคาร์รินรักพี่แกรนด์เดร์ แล้วพี่แกรนด์เดร์รักคาร์รินหรือเปล่า" ใบหน้าสวยเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ แล้วออดอ้อนสุดกำลัง
"เอาเถอะๆ ไม่ว่าเหตุผลมันคืออะไรก็ตาม ป๋าจะไม่ห้ามลูกอีก " เควิ่นอดรนทนไม่ได้ เมื่อเห็นน้ำตาของบุตรสาวตัวเองที่มันเอ่อล้นออกมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เขารู้ทุกอย่างแหละว่าอะไรมันเป็นอะไร เพราะเขาก็เคยเป็นแบบนี้กันมาก่อน
หลังจากที่อาลัลและมาดามริก้ากลับไปแล้ว โดยเควิ่นเชิญให้ทั้งสองคนนอนที่คฤหาส์ของเขาเสียเลย เขาอนุญาติให้บุตรสาวของเขามาเฝ้าชายหนุ่มได้ คาร์รินดีใจเป็นที่สุดหล่อนรีบโทรศัพท์ให้สาวใช้ในบ้านเตรียมของใช้มาให้หล่อนที่โรงพยาาลโดยด่วน รอยยิ้มกว้างปรากฎบนใบหน้าสวยอีกครั้ง ดวงตาหวานมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก
หญิงสาวฟลุ๊บลงกับเตียงคนไข้ตอนไหนหล่อนไม่รู้เลย มารู้ตัวอีกที เมื่อเจ้าหล่อนได้ยินเสียงชายหนุ่มร้องเรียกหาน้ำดื่ม ร่างบางของหล่อนรีบขยับตัวลุกขึ้นกุลีกุจอหาน้ำดื่มให้ชายหนุ่มทันที หล่อนมองใบหน้าที่ชีดเชียวของเขาที่มีสีหน้าดีขึ้นจากเมื่อคืนนี้มากก็รู้สึกชื้นใจ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ตัว แต่เขาก็ยังดีที่ไม่ได้หมดสติข้ามวันข้ามคืนจนหล่อนเป็นห่วง หลังจากที่หล่อนนำน้ำให้เขาดื่ม ชายหนุ่มก็หลับลงไปอีก คาร์รินมองนาฬิกา ภายในห้องนี้ นี่มันก็สายแล้วนี่ นึกได้ดังนั้นหล่อนก็เดินเข้าห้องน้ำแล้วจัดการธุระส่วนตัวของหล่อนอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น ชายหนุ่มก็ยังไม่ตื่นเลย คุณอาริก้ากับคุณอาอาลัลมาตั้งสองรอบแล้วก็ยังไม่ยอมตื่นสักที ทำไมพี่แกรนด์เดร์ยังไม่ตื่นอีกนะ หลับไปนานแล้วนะ แล้วนี่คุณหมอก็หยุดให้เลือดแล้วด้วย ถอดเครื่องช่วยหายใจแล้วด้วย เพราะเขาหายใจเองได้แล้ว แล้วคุณหมอยังบอกอีกว่าร่างกายชายหนุ่มแข็งแรงฟื้นตัวเองได้เร็ว แต่นี่อะไร จะทุ่มอยู่แล้วไม่ยอมตื่นมาบ้างเลย ทำเอาหญิงสาวรู้สึกเป็นห่วงอีกครั้ง
หญิงสาวยังคงนั่งเฝ้าไข้ชายหนุ่มอยู่อย่างนั้น ดวงตาหวานก็มองแต่ใบหน้าชายหนุ่ม หล่อนอยากให้เขาตื่นมาสักที หล่อนอยากจะบอกข่าวดีเรื่องของหล่อนกับเขาแย่แล้ว เฮ้อออ+++คาร์รินถอนหายใจเฮือกใหญ่ หญิงสาวจึงถอดใจแล้วก็จะเดินไปนอนที่โซฟา
"หมับ!!! อุ้ย พี่แกรนด์เดร์" ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะหมุนตัวแล้วเดินออกไปจากเตียงคนไข้ ข้อมือเรียวของหล่อนก็ถูกคว้าหมับเข้าให้ หญิงสาวตกใจเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้างมากขึ้น เมื่อหล่อนหันไปพบว่าชายหนุ่มตื่นแล้ว รอยยิ้มกว้างอย่างดีใจจนออกนอกหน้า
"พี่แกรนด์เดร์ฟื้นแล้วหรือคะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า จะทานอะไรไหม" คำถามของหญิงสาวรัวเสียจนชายหนุ่มที่นอนมองนี้อมยิ้ม
"ใจเย็นๆ นะคะน้องคาร์ริน พี่ไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี" แกรนด์เดร์พูดด้วยน้ำเสียงแห้งๆ เหมือนคนเพิ่งจะฟื้นไข้
"อ๋อคะ....ก็คาร์รินดีใจนี่คะ ที่พี่แกรนด์เดร์ตื่นขึ้นมาแล้ว "
"ครับพี่ต้องตื่นขึ้นมาสิครับ เพราะพี่อยากจะเจอหน้าคนแถวนี้มากที่สุดเลย" ชายหนุ่มหยอดหญิงสาว จนร่างบางใบหน้าร้อนผ่าว
"แหมมม...ตื่นขึ้นมาก็หยอดเลยนะคะ" คาร์รินเอ่อยแซวคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนหนุ่มของเธอเอง ในหัวใจหล่อนตอนนี้รู้สึกมีความสุขมากที่สุดเลย
ทั้งสองพูดคุยกันโดยหญิงสาวเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาหมดสติไปจนฟื้นขึ้นมาโดยไม่ลืมแม้เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งทั้งเรื่องที่หล่อนคุยกับป๋าแล้วก็เรื่องที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันด้วย ตอนนี้ภายในห้องพิเศษแห่งนี้ จากที่มันมีแต่ความวิตกกังวล ความห่วงใย ตอนนี้มันเริ่มมีความสุขสมความยินดีเข้ามาแทนที่แล้ว...>>>>>>>>
แกรนด์เดร์กำลังจัดแจงข้าวของและเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล วันนี้เขาได้กำหนดกลับบ้านแล้ว ชายหนุ่มบอกแด็ดกับมาดามริก้า ไม่ไห้มารับ เพราะว่าวันนี้ หวานใจของเขาจะไปส่ง ตอนนี้หญิงสาวน่าจะไปจัดแจงเรื่องค่าใช้จ่าย แกรนด์เดร์ไม่ต้องใส่เครื่องคล้องแขนแล้ว เนื่องจากทุกอย่างมันใช้งานได้แล้ว เหลือแค่แผลนิดหน่อยที่มันต้องทำแผลอยู่เป็นนิจ ปากแผลยังปิดไม่สนิท ชายหนุ่มนั่งรอแฟนสาวอยู่ที่โซฟาในห้องพิเศษนั้น!!!! ก๊อกๆ ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มต้องละสายตาออกจากทีวีมามองยังประตูห้อง รอยยิ้มเริ่มปรากฏขึ้น "เชิญครับ" ชายหนุ่มเอ่ยตามมารยาท ทั้งๆ ที่ปกติหญิงสาวไม่ต้องรอให้เขาอนุญาตก็จะเดินเข้ามาแล้ว"ไฮ้ดาร์ลิ๊ง เป็นไงบ้างคะแกรนด์เดร์ขา ซาร่ารู้ข่าว ว่าแกรนด์เดร์อยู่โรงพยาบาล ซาร่าก็รีบมาเยี่ยมคุณเลยนะคะ" หญิงสาวนางแบบในชุดกระโปรงสั้น เดือนเข้ามาหาเขา ทำเอาชายหนุ่มถึงกับใบหน้าฉงนเล็กน้อย"ซาร่า มาได้ยังไงเนี่ย ใครใช้ให้คุณมาที่นี่" แกรนด์พูดกับหญิงสาวผู้มาเยือน ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าแม่คู่ขาเก่าของเขาจะบุกมาถึงที่นี่เลย"ก็ซาร่ามาเดินแบบที่ฮ่องกงนี่ซิคะ แล้ววงการนางแบบ
หลังจากวันนั้นวันที่แกรนด์เดร์ฟื้น เขาค่อยเริ่มหายดีมากแล้ว โดยมีคาร์ริน เป็นพยาบาลส่วนตัวอยู่ข้าง ๆ พวกเขาทั้งสองได้รับอนุญาตให้คบกันได้ โดยทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงคุยกันแล้ว ทางด้านมาดามริก้า นางรีบหาฤกษ์หางามในการจัดงานแต่งงาน ซึ่งได้ฤกษ์มานี่ขัดใจนางมากเลยทีเดียว ซึ่งกำหนดแต่งงานนั้นมันอีกหกเดือนข้างหน้า ใจจริง มาดามริก้าอยากให้แต่งวันนี้พรุ่งนี้เลย แต่ด้วยความที่หล่อนถูกเลี้ยงมาแบบขนบธรรมเนียมประเพณีไทยจ๋า นางจึงต้องยอมทางด้านเควิ่นกับน้ำใส หล่อนก็ยินดียกบุตรสาวเพียงคนเดียวให้กับพ่อหนุ่มแกรนด์เดร์ แต่พอได้ฤกษ์แต่งงาน เควิ่นก็แอบอมยิ้มที่บุตรสาวของเขาไม่ได้จากอกเขาไปเร็วเกินไป ยังมีเวลาให้ทำใจอีกหลายเดือน ขึ้นชื่อว่าคุณพ่อหวงลูกสาวนี้ก็มีเควิ่นนี่แหละที่ยังไงก็ยังคงความหวง ความโหดไว้คงเดิม โดยเขายอมให้แกรนด์เดร์ไปมาหาสู่กับคาร์รินได้ แต่ห้ามไปค้างอ้างแรมที่ไหนอีก แม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกันอีกไม่ช้านี้แล้ว"คิดอะไรอยู่หรือคะ พี่แกรนด์เดร์" เสียงหวานของหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องพิเศษนั้น หล่อนมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าฉงน คาร์รินเดินนำของที่หล่อนซื้อมาให้ชายหนุ่มไปวางที่โต๊ะ จากนั้นก็เดินเข
คาร์รินเดินไปเดินมาหน้าห้องผ่าตัดอย่างร้อนใจ ซึ่งหน้าห้องนั้นมีมารดาของหล่อนอยู่เป็นเพื่อน โดยป๋าของหล่อนนั้นไปไหนไม่มีใครรู้ หญิงสาวรอแฟนหนุ่มที่อยู่ในนั้นเป็นชั่วโมงๆ แล้ว ทำไมคุณหมอยังไม่ออกมาอีกนะ นี่เข้าไปก็นานแล้วนะ คาร์รินคิดในใจหล่อนมองดูนาฬิกาสลับกับมองเข้าไปในห้องไอซียูนั้นไปมา ในใจของหล่อนรู้สึกเป็นห่วงเขามากที่สุด เลือดเขาออกมากมายขนาดนั้น อาจจะเสียเลือดจนเสียชีวิตก็ได้ ด้วยความที่ตกใจหล่อนไม่ทันดูด้วยซ้ำว่าเขาถูกป๋าตัวเองยิงถูกตรงไหนบ้าง..."ใจเย็นๆ ลูกคาร์ริน พี่เขาไม่เป็นอะไรหรอก ถึงมือหมอแล้ว"เสียงมารดาของหล่อนดังเตือนสติหญิงสาวมาจากเก้าอี้หน้าห้อง ซึ่งอยู่ไกล้ๆ กับหล่อน ทำให้หญิงสาวหันไปหามารดาของหล่อน แล้วโผเข้าไปโอบกอดผู้เป็นแม่ทันที"คุณแม่ขา พี่เขาจะตายไหมคะ คาร์รินกลัว" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น น้ำตาที่มันแห้งเหือดเมื่อสักครู่บัดนี้มันแอบแก้มของหล่อนอีกแล้ว"ไม่เป็นไรหรอกลูก ไกลหัวใจมากนัก" ผู้เป็นแม่พูดปลอบให้หญิงสาวสบายใจ หล่อนดึงบุตรสาวเข้ามากอด แล้วลูบศีรษะมนของหล่อนไปมาอย่างอ่อนโยน"แต่คุณหมอเข้าไปตั้งนานแล้วนะคะ ยังไม่ออกมาเลย" คาร์รินถามมารดาของหล
แกรนด์เดร์กับคาร์ริน นอนนอนตะกองกอดกันหลังจากที่ทั้งคู่เสร็จกิจเป็นรอบที่สามหญิงสาวยังคงเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มซึ่งเขาก็เปลือยเปล่าท่อนบนอยู่เช่นกันดวงตาคู่สวยกับคู่หวานประสานกันหวานซึ้ง ทั้งคู่อมยิ้มให้กันชายหนุ่มกำชับอ้อมกอดแน่น จนหญิงสาวต้องทำตาโตเพราะเขาทำท่าเหมือนอยากกินหล่อนอีกแล้ว"อื้อออ พี่แกรนด์เดร์อย่าคะ" คาร์รินใช้มือเรียวดันอกแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้"ก็เมียน่าฟัดขนาดนี้อยู่ใกล้ทีไรอยากจะขย้ำเหลือเกิน" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าใบหน้าคมก็พรางซุกไซ้ซอกคอขาวนั้นไปมา"ไม่เอาแล้วคะ พอแล้ว ป๋าน่าจะเกือบกลับบ้านแล้วคะ" คาร์รินบอกชายหนุ่มตามตรงโดยสายตาหวานก็เหลือบไปมองนาฬิกาหัวเตียงซึ่งบออกเวลานั้นมันประมาณเกือบห้าทุ่มแล้ว"มาก็มาซิ พี่ยอมคุณอาทุกอย่างแหละ" แกรนด์เดร์พูดตามตรง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด"ไม่ได้คะ ป๋ายังไม่หายโกรธดีเลยนะคะ เรื่องมันจะไปกันใหญ่นะคะ "คาร์รินบอกชายหนุ่มด้วยแววตาที่เป็นกังวลหล่อนหละกลัวป๋าหล่อนโกรธ ขนาดวันนั้นป๋าระงับอารมณ์แล้ว พี่แกรนด์เดร์ยังถูกป๋าชกเลยแล้วนี่หากมาเจอจังๆ แบบนี้หล่อนไม่อยากจะคิดเลย"พี่ยังไม่อยากจะกลับ คิดถึงมากๆ เลย" ชา
แกรนด์เดร์มองร่างบางที่นอนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่หวานเยิ้ม เขาคิดถึงร่างบางนี้เป็นที่สุด แล้วยิ่งมาเจอร่างบางที่อยู่ในสภาพหมิ่นเหม่แบบนี้ด้วย ภายในของเขามันร้อนระอุขึ้นมาทันที อกอวบอัดที่อยู่ใต้ผ้าขนหนูนั้น เนื้อส่วนนั้นมันนูนขึ้นจนเห็นเป็นร่องเชียว เรียวขาขาวยาวที่ล่อตาล่อใจนั้นอีก ชายหนุ่มมองร่างงามนี้จนแทบหยุดหายใจ เขาลอบกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอคาร์รินนอนมองใบหน้าคมแบบดุกรายๆ มือเรียวก็ยันขึ้นไว้บนหน้าอกกว้าง แต่สายตาคู่หวานของหล่อนก็มองตามเรียวปากหนาที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาหล่อนอย่างช้าๆ หัวใจดวงน้อยของหล่อนตอนนี้เริ่มอ่อนไหว เพราะความถวิลหาของหล่อนที่มีต่อเขามันเริ่มเข้ามาแทนที่ หญิงสาวมองเขาเหมือนกับถูกมนต์สะกดนิ่ง"อื้อออ.....อุ๊บบบบ!!! เสียงร่างบางครางประท้วงได้เท่านั้น เรียวปากสีสวยของหล่อนก็ถูกปากหนาของเขาประกบจุมพิตอย่างบางเบา เขาจูบหล่อนอย่างเนิบนาบและเบาอย่างกับปุยนุ่น มันนุ่มนวลมากกว่าทุกครั้งที่เขาจูบหล่อนริมฝีปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา แต่มันแฝงไปด้วยไฟปรารถนาที่ร้อนแรง มือเรียวของหล่อนขึ้นไปคล้องคอหนาของชายหนุ่มแล้ว หล่อนกลัวว่าร่างหนาที่หล่อนอยากเจอนี้จะหนีหายไปไหน ห
** คาร์รินยืนเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียงคฤหาสน์ที่เมืองฮ่องกง วันนี้บิดาหล่อนให้หล่อนออกงานสังคม โดยไปกับเขา ใจจริงหล่อนไม่อยากไปเลย เพราะอารมณ์หล่อนตอนนี้ยังไม่อยากเจอใครแล้วก็ยังไม่อยากเจอผู้คนด้วย หล่อนเป็นแบบนี้อาทิตย์กว่าแล้ว ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องวันนั้น หล่อนก็ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรแล้ว หล่อนเป็นห่วงชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีหล่อนในทางพฤตินัย โดยทั้งสองถูกสั่งห้ามให้เจอกันสักระยะ หล่อนไม่รู้ว่าตอนนี้พี่แกรนด์เดร์จะเป็นอย่างไรบ้างนะ จะคิดถึงหล่อนเหมือนที่หล่อนคิดถึงเขาหรือไม่แกรนด์เดร์ นั่งทำงานไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เขาจดๆ จ้องๆ อยู่กับปากกาบนมือเขาแบบนี้เป็นเวลานานแล้ว ในใจของเขาตอนนี้คิดถึงร่างบางเป็นที่สุด ตอนนี้เขาเข้าหน้าคุณอาเควิ่นยังไม่ติดเลย บิดาของเขาสั่งห้ามไว้ก่อน โดยรอให้อารมณ์ของท่านเย็นลง ใจจริงเขาอยากจะบุกบ้านคุณอาตั้งแต่ที่เขากลับมาจากเมืองไทยแล้ว แต่บิดาของเขาสั่งห้ามไว้ เกรงว่าเรื่องมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ หัวใจของเขาตอนนี้มันร้อนระอุอยู่ตลอดเวลา คิดถึงร่างบางของเขาทุกวินาทีเลย นี่ถ้าไม่เกรงใจบิดาของเขาหละก้อ เขาบุกไปหาหล่อนนานแล้ว เพราะตอนนี้บิดาของเขาก็ให้เขามาดูง







