เข้าสู่ระบบ“สวัสดีลูก นี่ถ้าย่าไม่มีธุระจะคุยด้วยก็คงไม่ได้เห็นหน้าคีย์ใช่มั้ยลูก” คุณหญิงค้อนหลานชายอย่างหมั่นไส้ที่ไม่มีเวลาให้พ่อแม่ย่าแต่มีเวลาให้สาวๆ
“โธ่คุณย่าครับ ผมต้องทำงานนะครับอีกเดี๋ยวก็ต้องรีบไปเพราะมีประชุมเช้านี้อีกครับ” คนเป็นหลานโอดครวญกับย่าแต่ไม่ได้งานยุ่งขนาดนั้นเขายังหนุ่มยังแน่นก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างขืนทำแต่งานก็เหี่ยวแห้งหัวโตน่ะสิ
“จ้ะๆ แล้วนี่พ่อแม่เราล่ะไม่มาทานอาหารเช้าด้วยกันหรือไง”
“เดี๋ยวตามมาครับ ว่าแต่ที่พิดโลกมีอะไรดีครับคุณย่าถึงไปตั้งหลายวัน” คนเป็นหลานพูดกระเซ้าย่าที่ไปพิษณุโลกหลายวัน
“มีดีจริงๆนั่นแหละ ว่าแต่ตอนนี้คีย์มีแฟนหรือยังลูก” คุณหญิงตะล่อมถามหลานชายเพื่อจะเข้าเรื่องที่ต้องการ
“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณย่า” คีรีภัทรหรี่ตามองย่าอย่างสงสัยว่าจะมาไม้ไหนและดูท่าว่าจะไม่พ้นหาเมียให้เขาแน่นอน
“คีย์ตอบย่ามาก่อนสิลูก” คนเป็นย่ายังไม่ตอบหลานชาย
“ไม่มีครับ และไม่คิดจะมีแฟนหรือเมียตอนนี้ครับคุณย่า” คนเป็นหลานพูดดักคอย่าก่อนที่ท่านจะพูดเรื่องที่เขาเดา
“ชัดเจนมากเลยเนาะ แต่ว่าย่าอยากมีเหลนแล้วนะลูกถ้าคีย์ยังไม่มีแฟนก็ลองศึกษาหนูเอ๋ยหลานย่ามนก่อนมั้ยลูก” คุณหญิงพูดกับหลานชายทันที
“ว่าแล้วเชียว ตกลงว่าคุณย่าอยากมีเหลนแล้วทำไมไม่บอกพี่เก้ากับยันเก๋ล่ะครับ” คีรีภัทรโบ้ยให้พี่ชายและน้องสาวที่เป็นลูกชายของลุงกานต์กับป้ากรองแก้ว
“อ้าวไอ้คีย์ทำไมพูดแมวๆแบบนี้วะ ทีแกยังไม่อยากแต่งงานเลยแล้วฉันก็ยังไม่อยากมีห่วงตอนนี้เหมือนกันนะ” คีรการเดินเข้ามาในห้องอาหารพอดีกับที่น้องชายโยนเผือกร้อนมาให้เขา
“ก็พี่เก้ามีแฟนแล้วแต่ผมยังไม่มีเลยนี่”
“พอๆเลยไม่ต้องเถียงกัน เดี๋ยวย่าจะให้คีย์ขึ้นไปดูที่ดินบ้านย่ามนและที่เชียงใหม่ว่าจะทำอะไรได้บ้าง ย่ามนเขาอยากให้หนูเอ๋ยทำธุรกิจเล็กสักอย่างน่ะ”
“หนูเอ๋ย ชื่อเพราะซะด้วยนะคีย์” คีรการแซวน้องชายยิ้มๆ
“งั้นผมยกให้พี่เก้าแต่งงานมีเหลนให้คุณย่าเลยครับ” คีรีภัทรพูดกับพี่ชายที่ล้อเขาหากย่าเอาจริงขึ้นมาเขาก็ปฏิเสธท่านไม่ได้และไม่ได้ยินท่านพูดถึงหนูเอ๋ยหลานคุณย่ามนเพื่อนของท่านมานานแล้ว
“ตาเก้ามีแฟนแล้วแต่คีย์ยังไม่มีย่าก็เลยอยากให้ลองคบหากับหนูเอ๋ย และย่าได้พูดทาบทามหนูเอ๋ยให้คีย์นานแล้วหรือว่าคีย์อยากให้ย่าผิดคำพูดล่ะ” คุณหญิงมัดมือชกหลานชาย
“คุณย่าครับ” คีรีภัทรมองย่าอย่างไม่อยากเชื่อว่าท่านจะทำจริงแต่เห็นสายตาและท่าทางของท่านแล้วก็กลืนน้ำลายลงคอ
“คุยอะไรกันอยู่ครับคุณแม่ดูท่าจะสนุกนะครับ” กานต์เดินมาพร้อมกับภรรยาและเห็นหน้าลูกชายยิ้มขำส่วนหลานชายเหมือนกลืนยาขม
“ก็เรื่องที่ดินของน้ามนเขาที่แม่จะซื้อนั่นแหละจ้ะ”
“แล้วทำไมตาคีย์ทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ” คนเป็นลูกยังสงสัยว่าคุยเรื่องที่ดินแล้วทำไมหลานชายถึงสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่และรู้ว่าเรื่องอะไร
“แม่ก็แค่อยากมีเหลนก็เลยทาบทามหลานสาวของน้ามนให้ตาคีย์น่ะลูก” คุณหญิงพูดกับลูกชายคนโตแล้วยิ้มให้หลานชายคนรอง
“ดีใจล่ะเรา หึหึๆๆ..”
“หน้าผมเหมือนคนดีใจงั้นเหรอครับลุงกานต์” คีรีภัทรค้อนลุงถึงเขาปฏิเสธย่าก็คงไม่ยอมและต้องหาข้ออ้างมากล่อมเขาให้ตามใจท่านเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยขัดใจย่าจะมีแต่เรื่องนี้แหละที่เขาต้องขัดใจท่าน
“แกก็ตามใจคุณย่าเถอะน่าคีย์ ได้ทั้งเมียทั้งลูกกำไรทั้งนั้น ฮ่าๆๆ..” คีรการพูดกับน้องชายแล้วหัวเราะขำ
“พอเลยพี่เก้า ถ้าแน่จริงมีเหลนให้คุณย่าสิครับ” คนเป็นน้องพูดท้าทายพี่ชาย
“ไม่เอาอ่ะ พี่ขอเวลาอีกสักสองปีก่อนแล้วค่อยแต่งงาน นะครับคณย่าตอนนี้ผมขอทำโปรเจ็คร่วมที่ลาวให้เสร็จก่อนนะครับ” คีรการพูดกับย่าอย่างมีเหตุผลถึงแม้แฟนสาวอยากแต่งงานแต่เขายังไม่พร้อม
“ข้ออ้างน่ะสิ ที่พี่คบกับแฟนเพราะไม่อยากให้คุณย่าจับคู่หรือเปล่าครับ” คีรีภัทรหรีตามองพี่ชายอย่างรู้ทันแต่เขาไม่อยากทำแบบนี้เพราะมันให้ความหวังผู้หญิงและเขาคบหาเพื่อนผู้หญิงฉันท์เพื่อนและไม่จำกัดความหมายว่าจะเป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวเพื่อนนอนขอแค่เต็มใจและไม่ยึดเขาเป็นของส่วนตัวก็พอ
“พอๆ จะมาเถียงอะไรกัน ย่าได้พูดไปแล้วยังไงคีย์ก็ลองคบหาศึกษาดูใจหนูเอ๋ยดูก่อนก็ได้ลูก” คนเป็นย่าตะล่อมหลานชายที่ไม่เคยขัดใจท่านได้หากเอาจริงขึ้นมา
“แค่คบหาใช่มั้ยครับคุณย่า” คนเป็นหลานถามย่าแค่คบหาเขาจะลองดูก็ได้
“ก็ต้องแต่งงานด้วยสิลูก แต่ศึกษากันก่อนแต่งงานไงล่ะ” คนเป็นย่าดับฝันหลานชาย
“ยังไงคุณย่าก็จะให้ผมก็ต้องแต่งงานให้ได้ว่างั้นเถอะ” คนเป็นหลานพูดอย่างปลงๆเมื่อเห็นท่าทาจริงจังของย่า
“ใช่ลูก ก็ย่าได้พูดไปแล้วนี่จะกลับคำได้ยังไงกันล่ะ หรือคีย์อยากให้ย่ากลายเป็นคนไม่มีสัจจะล่ะลูก” ก็ท่านพูดกับเพื่อนไปแล้วจะกลับคำได้ยังไงและทำหน้าหนักใจ
“ถ้าผมแต่งงานกับหนูเอ๋ยของคุณย่าแล้วผมจะทำอะไรก็ได้ใช่มั้ยครับ” คีรีภัทรพูดกับย่าถึงยังไงเขาก็ต้องแต่งงานจะแต่งวันนี้หรืออีกสองปีก็ต้องแต่งสู้แต่งๆให้จบไปเลยดีกว่าถ้าหนูเอ๋ยของย่าทนเขาไม่ได้ก็ขอหย่าเอง
“ก็แค่มีเหลนให้ย่าสักคนก็พอ” คุณหญิงมองหลานชายอย่างรักใคร่แล้ววันหนึ่งคีรีภัทรจะรู้ว่าท่านหวังดี
“คุณย่าคร้าบ” คีรีภัทรมองย่าแล้วถอนหายใจยังไม่ทันแต่งงานก็จะเอาเหลนแล้วหลานสาวคุณย่ามนจะยอมหรือไงและหน้าตาเป็นยังไงเขาก็จำไม่ได้แล้ว
“ที่ดินหุ้นเงินสดเครื่องเพชรย่ายกให้คีย์เมื่อแต่งงานกับหนูเอ๋ย” คุณหญิงเทหมดหน้าตักให้หลานชายคนรองทำเอาหลานชายคนโตยิ้มขำเขาไม่ได้อิจฉาน้องชายเพราะเขาก็มมีหุ้นมีธุรกิจของตัวเองที่ย่าลงทุนให้ส่วนคีรีภัทรก็มีหุ้นในบริษัทและเป็นผู้บริหารและยังมีธุรกิจของตาที่พังงาเพราะเป็นหลานชายคนเดียวของนายหัวคนดังเมืองพังงารวยกว่าเขาเสียอีก
“เงินซื้อผมไม่ได้หรอกครับคุณย่า ถ้าคุณย่าอยากให้ผมแต่งงานก็ได้แต่จะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหนนั่งอีกเรื่องหนึ่งนะครับ” คนเป็นหลานต่อรองกับย่าเพราะเขาอยู่กับใครได้ไม่นาน
“ถ้าคีย์ได้รู้จักหนูเอ๋ย แล้วคีย์อาจจะชอบและรักหนูเอ๋ยก็ได้ลูก” คุณหญิงฉายฤดีมั่นใจว่าหลานชายจะต้องรักหนูเอ๋ย
“งั้นคุณย่าอยากให้ผมแต่งงานวันไหนก็บอกมาได้เลยครับ” คีรีภัทรตัดสินใจแต่งงานอย่างไม่ลังเลไม่ใช่ว่าเพื่อเงินแต่อยากให้มันจบๆหากหลานคุณย่ามนทนเขาไม่ไหวก็จะต้องขอหย่าแล้วเขาจะได้มีอิสระและเขาไม่ผิดเพราะหนูเอ๋ยของคุณย่าเป็นฝ่ายขอหย่าเองจากนั้นพ่อแม่ของคีรีภัทรก็มาทานอาหารเช้าแล้วคุยกันเรื่องแต่งงานคีรีภัทรกับลิปการ์และทุกคนไม่มีใครรังเกียจหญิงสาวที่เป็นแค่ลูกของคนในบ้านคุณสิรามนที่พ่อแค่เซ็นรับรองบุตรด้วยความจำใจและไม่ให้ใช้นามสกุลเมื่อทานอาหารเช้ากันอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันทำงาน
“ยอมแต่งงานง่ายๆแบบนี้มีแผนอะไรอยู่วะน้องชาย” คีรการเดินออกจากห้องอาหารไปที่รถพร้อมน้องชายเจ้าเล่ห์มากแผนการร้ายอย่างรู้ทัน
“ไม่มีอะไรนี่ คุณย่าอยากให้แต่งงานผมก็แต่เท่านั้นเองใครจะเหมือนพี่เก้าล่ะเอาผู้หญิงมาเป็นแฟนหลอกคุณย่า” คีรีภัทรว่าพี่ชายที่ร้ายกว่าเขา
“แกก็รู้ว่าชีวิตโสดหอมหวานจะ
ตายใครอยากจะแต่งงานกันเล่า แต่ก็ยินดีกับแกด้วยละกันที่เสียสละแต่งงานอยากได้อะไรเป็นของขวัญบอกพี่มาได้เลย” คนเป็นพี่พูดอย่างใจป้ำ
“จริงดิ”
“จริงสิวะ”
“Bugatti Chiron สักคนได้มั้ยล่ะค่อยคุ้มค่าที่ผมเสียสละหน่อย” คีรีภัทรบอกพี่ชายว่าอยากได้ไฮเปอร์คาร์เป็นของขวัญแต่งงาน
“เล่นใหญ่ไปป่ะไอ้น้อง” คนเป็นพี่สะดุ้งเพราะไฮเปอร์คาร์ที่น้องชายพูดถึงมันราคาร้อยยี่สิบล้าน
“ไม่ใจเลยพี่ชาย ไปดีกว่า”
“ยังไงก็พาน้องสะใภ้มาแนะนำให้รู้จักนะ พี่จะได้รับขวัญ หึหึๆๆ..” เสียงห้าวดังไล่หลังน้องชายแล้วส่ายหน้ามันว่าแต่เขาทั้งที่มันเจ้าเล่ห์มากกว่าเขาเยอะก่อนจะไปขึ้นรถแล้วขับตามกันออกไปจากบ้าน
คีรีภัทรขับรถออกไปจากบ้านก็ครุ่นคิดเรื่องที่เขาตกลงแต่งงานตามคำขอของย่าแล้วถอนหายใจและจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจ้าสาวหน้าตาเป็นยังไงหวังว่าหน้าตาพอจะไปวัดไปวาได้นะ ก่อนจะบึ่งรถไปบริษัทให้ทันประชุมในเวลาเก้านาฬิกา
ภายในห้องอาหารก็เหลือสองศรีสะใภ้ที่อยู่บ้านเพราะทั้งสองหยุดทำงานแล้วเป็นแม่บ้านอย่างเดียวตั้งแต่พ่อสามีเสียชีวิตเพื่อช่วยกันดูแลแม่สามีและทั้งสองก็รักใคร่กันดี
“ที่ผ่านมาเก๋ไม่สนใจค่ะ แต่จากนี้ไปถ้ามีเลิกสถานเดียวค่ะ” คีติกามองแฟนหนุ่มแล้วยิ้มในเมื่อเธอเปิดใจให้เขาก็จะเชื่อใจหวังว่าเขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวังที่คบกับเขาส่วนสาวๆเป็นอดีตของเขาก่อนที่จะคบกับเธอเธอไม่เก็บมาคิดให้เสียอารมณ์เพราะตอนนั้นเขาโสด"พี่ยอมเก๋ทุกอย่างครับ""โห่ๆๆๆ.."ทุกคนโห่ใส่วรกันต์จากนั้นก็ดื่มกินและคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องที่เกิดขึ้นที่พังงาแล้วคีรีภัทรก็ถูกเพื่อนหยอกล้อที่หลงเมียเป็นที่สนุกสนาน แม้ทุกคนจะตกอยู่ในสายตาของสาวสวยทั้งหลายแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลุ่มดารานางแบบสาวทั้งหมดก็ไม่มายุ่งกับพวกเขาพวกเธอก็เต้นกันอย่างสนุกสนานมีหนุ่มหนุ่มฝรั่งหลายคนไปชนแก้วด้วย“หมดแก้วนี้กูกลับก่อนนะ” คีรีภัทรมองดูนาฬิกาก่อนจะบอกเพื่อนเพราะเขาอยากพักผ่อนมากกว่าและบอกภรรยาไว้ว่าจะโทรหาเธอ“มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิวะ คืนนี้กูจะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์” ปรินทรพูดกับเพื่อนเขาไม่ได้ไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่“ไวน์หมดขวดก่อนแล้วกลับนะ” บรินัยบอกเพื่อนเพราะไวน์เหลืออีกคนละแก้วก็หมด“เอ้าชนแก้ว” วรกันต์ชูแก้วไวน์ชนกับเพื่อนและแฟนสาวเพราะคืนนี้พวกเขารับประทานอาหารและดื่มกันน
“แล้วไอ้เบ็คล่ะ ไม่มีแฟนแล้วเสือกมาช้าอีก”“มาแล้วเว้ยไอ้คนมีแฟน ได้ทีนี่ว่ากูจัง เอ่อ เมื่อกี้กูเห็นอดีตของมึงมาด้วยวะแต่ไม่รู้ว่าจะไปไหนนะ” บรินัยพูดกับเพื่อนตอนที่เขากำลังเดินเข้ามาในโรงแรมเห็นดาราสาวอดีตคู่ควงของคีรีภัทรและเพื่อนดารานางแบบสี่ห้าคนเพิ่งลงจากรถหน้าโรงแรม“ดูท่างานจะเข้าแล้วมั้งพี่คีย์” คีติกาแซวพี่ชายเพราะตอนยังโสดนี่เพื่อนเยอะเกินไป“งั้นกูกลับดีกว่ามั้ยวะ”“ไม่มีอะไรหรอกน่าเพื่อน พวกกูอยู่ตั้งหลายคนและคนของกูก็อยู่เต็มโรงแรมหากใครจะหิ้วมึงขึ้นห้องก็ต้องมีคนเห็นเดี๋ยวกูสั่งลูกน้องไว้เลยก็ได้” ปรินทรพูดกับเพื่อนขำๆตั้งแต่คีรีภัทรบอกว่าจะแต่งงานก็หยุดทุกอย่างเคลียร์ตัวเองให้ว่าที่เจ้าสาวเห็นว่าเขาไม่มีใครแล้วก็เหมือนเขาตอนนี้ที่เคลียร์ตัวเองให้ทิพรดาเห็นว่าเขาพร้อมจะหยุดที่เธอ“ตกลงจะสั่งอะไรมั้ยกูหิวแล้ว” คีรีภัทรไม่สนใจเพราะเขาเคลียร์ตัวเองเรียบร้อย“สั่งเลยเพื่อน กูขอไวน์นะ” บรินัยบอกเพื่อนแล้วนั่งดูนักเที่ยวสาวๆเผื่อคืนนี้จะได้ไม่นอนเหงาทุกคนก็สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ชอบและคุยกันแล้วสาวสวยกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาในคลับแล้วพนักงานก็พาไปนั่งโต้ะด้านหน้าเวทีที่จองไว
“ครับคุณคีย์ ผมไปทำงานก่อนนะครับ อ้อ ถ้าอยากรู้ก็ถามคุณเก้าเองนะครับ” จิรัชยิ้มให้เจ้านายก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้ให้ไปถามพี่ชายเองแล้วเดินไปที่โต้ะทำงานของเขาคีรีภัทรมองเลขาคนสนิทแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานแล้วลงมือทำงานที่กองบนโต้ะไม่นานก็เที่ยงวันเขาก็ให้จิรัชสั่งอาหารมากินที่ห้องทำงานเพราะมีงานด่วนและช่วงบ่ายเขาต้องเข้าไปดูงานที่โรงงานจึงเร่งงานบนโต้ะให้เสร็จก่อน“ก๊อกกๆๆ..”“ทำไรอยู่วะ” วรกันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อนที่ก้มหน้าทำงานแล้วยิ้มขำ“ทำงานไง แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงมาบริษัทของกูได้ทุกวันเดี๋ยวก็เจ๊งหรอก” คีรีภัทรว่าเพื่อนตั้งแต่มันตกลงคบกับน้องสาวของเขาก็มารับไปทานอาหารกลางวันทุกวัน“ถ้าเจ๊งกูก็มาเกาะมึงกินไง ว่าแต่ไปฮันนีมูมมาเป็นยังไงบ้างวะแต่ดูหน้าตามึงแล้วน้ำทะเลคงจืดแหละเนาะ” วรกันต์พุดเองตอบเอง“อยากรู้มึงก็มีเมียดูสิ”“ก็รอน้องมึงใจอ่อนนี่แหละ” วรกันต์ตอบเพื่อนและไม่รีบร้อนเพราะเขากับคีติกาเพิ่งตกลงคบหากันถึงแม้จะรู้จักกันมานานแต่ยังไม่ได้คุยกันจริงจัง“ยังเร็วไปเพื่อน อีกสักสองปีแค่แต่งนะ”“นานไป กูกับเก๋รู้จักกันมานานและกูให้เวลาเก๋แค่ปีเดียวพอ” วรกันต์บอกเ
“ยังไงก็คุยกันซะ จะเอายังไงก็บอกพี่ละกันพี่กลับก่อนนะ” พิพัฒน์พูดกับน้องสาวแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของหลานชายพร้อมภรรยาทิติพรมองตามหลังพี่ชายแล้วถอนหายใจตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหลบหน้านักข่าวและผู้คนไปจากเมืองไทยสักพักก่อนรอให้ข่าวซาแล้วค่อยกลับมาห่วงแต่ลูกทั้งสองที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายและยังไม่สำนึกยังโทษแม่สามีกับลิปการ์ทำใครอบครัวของเธอที่พิษณุโลกเพื่อนของลิปการ์และคีรีภัทรมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันและดื่มกันนิดหน่อยจนสี่ทุ่มก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนลิปการ์ก็ช่วยยายกับทุกคนเก็บโต้ะและล้างถ้วยจานชามจนเสร็จก่อนจะขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำพักผ่อนพอเข้าไปในห้องนอนก็เห็นสามีนอนเอกนกอยู่บนเตียงใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวอวดแผงอกหนั่นแน่นน่าลูบไล้ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพราะห้องนอนของเธอไม่เหมือนห้องนอนที่บ้านของเขาที่กว้างขวางห้องของเธอมีห้องน้ำในตัวมีเตียงนอนชิดผนังห้องด้านหนึ่งติดหน้าต่างและตู้เสื้อผ้าอยู่ถัดจากประตูห้องและโต้ะกระจกติดประตูห้องน้ำด้านข้างอีกฝั่งมีโต้ะหนังสือริมหน้าต่างบนผนังห้องมีรูปภาพใรวัยเด็กจนถึงวันรับปริญญาและมีนาฬิกาแขวนบนผนังห้องหนึ่งอันคีร
“ดีใจด้วยว่ะเพื่อน” คีรภัทรดีใจกับเพื่อนแล้วอดคิดถึงตัวเองไม่ได้เพราะเขาตั้งใจปั๊มเหลนให้ย่าๆและตายายพ่อแม่ลุงป้าอย่างเต็มที่จนภรรยาสาวแทบไม่ได้พักแต่เขาก็รักและทะนุถนอมภรรยาสาว“ขอบใจเพื่อน ตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังคุยกันได้ฤกษ์ดีเมื่อไหร่ฉันจะบอกนะ”“ได้เลยเพื่อน ฉันจะรอรับขวัญหลาน”แล้วสองหนุ่มก็คุยเรื่องงานที่คืบหน้าไปมากและไม่มีอะไรขัดข้องการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเขาอยากให้เสร็จก่อนจะเข้าหน้าฝน“งั้นฉันจะเร่งมือสร้างบ้านก่อนนะ ส่วนรีสอร์ทก็จะให้ทำทางเดินแล้วทำคลองน้ำตามแผนก่อนละกัน” เจนจบปรับแผนงานใหม่ยังไงก็ต้องรอดินมันเซตตัวก่อนถึงจะสร้างบ้านพักได้เพราะบางจุดก็ถมดินคลองน้ำทำให้ดินทรุดตัวลงเป็นแอ่งทั้งที่เขาเอาหินมาถมแล้วอัดดินลงไปแต่ยังไงก็ต้องตอกเสาเข็มเพื่อให้ฐานแข็งแรง“ขอบใจมากเจน ถ้างานรีสอร์ทล่าช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไรนะ” เขาเป็นคนทำให้งานของเพื่อนล่าช้าจึงผ่อนปรนให้เจนจบ“ขอบใจมากคีย์ แต่ฉันจะทำให้เสร็จตามกำหนดได้แหละ”“เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”“ได้ๆ แต่ว่ามีดื่มด้วยมั้ยวะ พอดีเมียฉันท้องแล้วเหม็นแอลกอฮอล์ฉันเลยแตะไม่ได้เลยว่ะ” เจนจบบอกเพื่อว่าแฟนสาวแพ้ท้องเหม็นแอลกอฮอล์และกล
“แม่ไม่ออกความเห็นนะลูก ชาไม่ใช่เด็กๆที่แม่จะต้องชี้แนะเพราะชาเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองแม่ก็ได้แต่หวังว่าลูกของแม่จะมีความสุขเท่านั้นและไม่ว่าชาจะตัดสินใจยังไงแม่ก็จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอจ้ะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายอย่างเข้าใจ“ขอบคุณครับคุณแม่ที่เข้าใจผม ทั้งที่ผมทำแต่ความลำบากให้คุณแม่มาตลอดแต่คุณแม่ไม่เคยทิ้งผม ต่อไปผมจะทำหน้าที่ลูกดูแลคุณแม่ให้ดีกว่าเดิมจะไม่ละทิ้งคุณแม่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้วครับ” ชาคริตพูดกับแม่แล้วเขาลุกจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าท่านก่อนจะกราบเท้าแม่ขอโทษท่านที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดีมากว่ายี่สิบปีและต่อไปเขาจะดูแลแม่ให้ดีที่สุด“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่แม่เชื่อว่าชาจะทำได้ตามที่ตั้งใจได้ลูก” คุณสิรามนมองลูกชายน้ำตาคลอแล้วลูบศีรษะไปมาด้วยความรัก“ผมรักแม่ครับ” ชาคริตพูดสียงสั่นน้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกเมียและแม่สุดท้ายชีวิตครอบครัวของเขาก็พังลงแต่ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากได้คุยกับแม่และขอโทษท่าน“แม่รู้ลูก แม่รู้” คุณสิรามนกอดลูกชายด้วยความรักและให้กำลังใจเพราะท่านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหนอย่







