หน้าหลัก / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 18 อยากให้เป็นนางบำเรอ

แชร์

บทที่ 18 อยากให้เป็นนางบำเรอ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-14 14:47:16

       

สรุปว่า เรื่องจูบก็คือ..ถูกมองข้ามไปเลย

            และเธอก็ถูกเอาเปรียบฟรี?

            เฮ้อ!

            “ถ้าอย่างนั้นให้สานอนไหนคะ”

            ร่างสูงไม่ตอบในทันที แต่เดินช้าเข้ามาหาเธอ ด้วยสายตาที่นิ่งสงบ มือทั้งคู่ของเขายังคงซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ช ท่าทางนั้นทำให้เท้าเล็กต้องเดินถอยหลังตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเจอทางตันคือตู้ขนาดไม่สูงมากที่วางชิดผนังอีกที และนั่นทำให้เธอสะดุ้งโหยง หันไปมองท่าทางเลิ่กลั่ก

            “คุณ..” ยื่นแขนไปข้างหน้า เพื่อกันเขาไว้ “ดะ เดี๋ยวก่อน”

             เขาเข้ามาใกล้และโน้มตัวลงมาซะจนเธอต้องเอนตัวหนีไปข้างหลัง กะพริบตามองอย่างหวาดระแวง เหล่ตาตามก้านนิ้วแกร่งที่ยื่นเข้ามาไล้แก้มเนียน

            อะไร ยังไง เธอตามไม่ทัน

            “บางทีผมคิดว่า..คุณอาจจะไม่เหมาะกับหน้าที่นางนกต่อแล้วมั้ง”

            หญิงสาวเม้มปากแน่น แม้ใจจะเต้นแรง หากแต่คิ้วขมวดมองเขาอย่างหวาดหวั่น เขาจะมาไม้ไหนอีก

            “ถะ ถ้าอย่างนั้นเหมาะกับอะไร”

            ริมฝีปากยกยิ้ม สายตายังคงทอดมองลงมา ทั้งที่ไม่ได้ครั่นคร้ามน่าเกรงขามเหมือนที่เคยเห็น ทว่าการมองมาแบบนั้นก็ไม่ได้ดีไปจากเดิมนัก มันเหมือนสายตาของคนเจ้าเล่ห์ ต้องการอะไรสักอย่างแบบเปิดเผย

            “เป็นนางบำเรอของผมดีไหม”

            ลลิสาหน้าชาวาบ ขึงตาขยายกว้างลืมความประหม่าไปเสียสนิท ความตกใจปนแปลกใจทำร่างกายของเธอร้อนรุ่ม อ้าปากพะงาบๆ ไปไม่เป็น

            “นางบำเรอ? หมายถึง..”

            “นอนกับผม มีเซ็กซ์กับผม”

            “จะบ้าหรือไง!

            เขาไปโดนตัวไหนมา!!         

            มือหนาอีกข้างถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ทาบกับฝาผนังคร่อมเธอไว้ มองตรงลงมา เผยให้เห็นว่าม่านตาของเขามีใบหน้าของเธออยู่ ใบหน้าที่ขมุกขมัว ไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง

            “ล้อเล่นกันอยู่หรือเปล่า”

            “ผมเปล่า ก็คุณเป็นคนบอกเองว่าแพ้ฝุ่น ไม่ได้แปลว่าอยากย้ายห้องหรอกเหรอ และห้องที่ดีที่สุดมากกว่าที่คุณอยู่นั้นก็คือห้องนี้ ผมไม่มีทางยกห้องให้คุณและตัวเองไปนอนที่อื่นแน่ๆ คุณต่างหากที่จะต้องย้ายมา และการที่คุณมาอยู่ด้วยผมก็ต้องสูญเสียพื้นที่ส่วนตัวไป ในเมื่อ..หลับสบายแล้ว ไม่คิดจะตอบแทนกันหน่อยหรือ”

            อ๋อ อย่างนี้นี่เอง

            ท้องนิ้วใหญ่สาระวนอยู่กับเสี้ยวหน้าด้านข้าง เขาลูบไปลูบมาราวกับหลงใหล พร้อมกับใช้โทนเสียงที่แหบต่ำ ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางติดกับ

            สำหรับเธอผู้ชายตรงหน้าอันตรายมาก ต่อให้หน้าตาดีขนาดไหนก็เถอะ

            “แล้วถ้าสาไม่เอาแล้วล่ะ นอนที่เดิม ไม่เปลี่ยน”

            “แค่ทำหน้าที่นางบำเรอ แรกกับการอยู่อย่างสุขสบาย ไม่ดีตรงไหน”

             นี่เขาใช้คำว่าแค่เหรอ?

            ลลิสากัดฟันกรอด เธอฉุนกึก รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เขาเอาแต่ตักตวงผลประโยชน์จากตัวเอง ทั้งที่สาเหตุตั้งแต่ต้น เรื่องราวของมันไม่ได้เริ่มจากเธอ เขาต่างหากที่ฉุดเธอมา ทั้งที่ปล่อยกันไป ต่อให้เธอบอกตำรวจ ก็ไม่มีหลักฐานใดไปจับเขาอยู่แล้ว

            นี่มันหลอกล่อให้มาเป็นขี้ข้าชัดๆ

            “หึ อยู่อย่างสุขสบาย? แต่มันก็คือการกักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่ดี ไม่เห็นต่างกันตรงไหน สู้สาแพ้ฝุ่นตายจะดีกว่า”

            พูดจบหญิงสาวเชิดหน้าขึ้น ร่างสูงที่ฟังอยู่ในลักษณะโน้มหน้าไม่ได้สะทกสะท้าน ซ้ำยังโน้มหน้าลงมาคลี่ยิ้มอีก 

            “คุณอยากรู้จริงๆเหรอ ว่ามันต่างกันตรงไหน”

             ใช้ก้านนิ้วแกร่งบีบคางมน จนเจ้าของมันขมวดคิ้วนิ่วหน้า

            “จะ เจ็บนะ”

            “ถ้าอย่างนั้น..ผมจะทำให้ดู”

            จากนั้นก็ปล่อยหลุดอย่างแรงจนหน้าเธอสะบัด ก่อนเขาจะถอนมือที่ทาบกับฝาผนังอยู่ออก แล้วถอยห่างไปยืนล้วงกระเป๋าเสื้ออย่างเดิม

            เขามองเธอนิ่ง ใบหน้าปรากฏยิ้มจางๆในตอนนี้ ไม่ได้เป็นมิตรกับเธออีกแล้ว กลับกันมีความเจ้าเล่ห์ระคนเลศนัยเล็กๆซ่อนอยู่ บอกให้รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะร้ายกาจ ไม่ใจดีกับเธออีก 

            ลลิสาสบตาเขา มองภาพนั้นแล้วหวาดหวั่นใจไม่น้อย มือก็ถูปลายคางป้อยๆ ทั้งร่างกายพากันขนลุกซู่

            เขาเงียบนานมาก อึดอัดซะจนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น และเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้ออกมาทั้งที่ไม่กล้าสบตา

            “จะทำอะไรสา จะฆ่ากันเหรอ”

            “ไม่มีเหตุจูงใจ อีกอย่างยังมีประโยชน์อยู่ ผมจะฆ่าคุณทำไมไม่ทราบ”

            “.....”

            อ่า รู้สึกดีจัง

            “หมดธุระของคุณแล้ว ออกไปได้”

            “.........”

            เพราะยังคงมึนงง อารมณ์ของเธอปรับเปลี่ยนตามเขาไม่ทัน ถึงได้ยืนมองเขานิ่ง พลันสะดุ้งสุดตัวก็ตอนถูกเขาตวาด

            “ไปสิ!

            ได้สติจริงๆก็ตอนนั้น ก่อนเร่งกุลีกุจอเดินออกไป ความน่ากลัวที่เปลี่ยนเพียงเข็มวินาทีเดิน จำต้องกลืนน้ำลายเพื่อให้หูหายอื้อ ความหนาวเหน็บไม่ใช่ลมจากหิมะทำให้เธอต้องกอดตัวเอง ความพยศ และปากดีออกไปในตอนนั้นต่างหากที่ทำ ทั้งหมดกำลังเตือนเธอว่าหลังจากนี้เธอจะซวย          

            แต่ช่างมันเถอะ เป็นใครไม่พอใจบ้าง จู่ๆก็จะให้เป็นนางบำเรอ นอนให้เขาเอา เธอสู้นอนให้ฝุ่นเข้าจมูกทำปฏิกิริยากับปอด ฆ่ากันตายด้วยโรคประจำตัวจะดีกว่า

                       

           

            หลังจากกลับมายังห้องแคบๆ ที่มีสหายเป็นสัตว์ต่างๆของเธอ ลลิสาก็เอาแต่นั่งกอดเข่าเหม่อลอย เธอกลับมาสวมหน้ากากอนามัยแล้ว ถึงจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่มันก็ทำให้เธออุ่นใจ ดีกว่าสูดดมละอองฝุ่นเข้าไปจังๆ จนจามไม่หยุด

            สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอสิ้นหวัง ความถนัดต่อการปรับตัวเร็วจากประสบการณ์การเป็นนางแบบกำลังจะหายไป เมื่อรู้แล้วว่าเธออาจจะติดแหง็กอยู่ที่นี่ ในกรงที่เขาสร้างขึ้นไปจนตาย ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำเขาจะขังกันไปทำไม เธอไม่เชื่อหรอกว่าความเป็นความตายของเธอจะมีผลกับเขา เท่าที่สังเกตมานับตั้งแต่เจอ และเดินทางข้ามประเทศ เธอไม่เห็นว่าเขาจะกลัวใครหน้าไหน กับการปล่อยเธอไป แล้วสมมุติว่าเธอให้เบาะแสกับตำรวจอย่างที่เขากังวลจริงคงไม่ได้เป็นชนวนเหตุให้เขาหยุดเดิน ถามหน่อยฆ่าคนอย่างไม่ลังเลและอุกอาจขนาดนั้น ใครมันจะหยุดเขาได้  

            ไร้สาระทั้งเพ!

            การจะให้เธอกลายเป็นนางบำเรอต่างหาก พอจะเข้าท่าหน่อย

            ว่าแล้วหัวใจของเธอก็ถูกบีบ กลางอกของเธอปวดหนึบเหมือนใจจะขาด คิดถึงพ่อแม่เหลือเกิน คิดถึงเพื่อนสนิทอย่างเหนือเมฆ กับอาคีรา ป่านนี้สองคนนั้นจะรู้หรือยังว่าเธอหายไป เพราะหากรู้พวกเขาจะไม่เมินเฉยแน่ จะต้องตามหาต่อให้พลิกแผ่นดินเปลือกของโลก

            ภาวนาให้พวกเขารู้เร็วๆที

            “ตามหาสานะเหนือ อย่าทิ้งสานะคี” 

            เธอพึมพำเสียงแหบ จากนั้นก็เผลอหลับไปหลังร้องไห้หนักจนเหนื่อย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 183 ตอนพิเศษ 5

    เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 182 ตอนพิเศษ 4

    ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 181 ตอนพิเศษ 3

    ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็

  • ล่ามเมีย    บทที่ 180 ตอนพิเศษ 2

    “เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 179 ตอนพิเศษ 1

    บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท

  • ล่ามเมีย    บทที่ 178 สมหวัง

    “มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น

  • ล่ามเมีย    บทที่ 132 ใจคนรอ

    วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื

  • ล่ามเมีย    บทที่ 122 คำสั่ง

    “คราวนี้ไม่เหมือนกัน..” ทั้งที่เธอเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น บ่งบอกถึงความไม่พึงพอใจในการกระทำ เขากลับใช้เสียงแผ่วเบากับเธอ ประหนึ่งคนหมดแรง จากนั้นถึงจะค่อยๆหันกลับมา “ไม่เหมือนกันยังไง..” “ผมทำเพื่อเรา ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองฝ่ายเดียว” ลลิสาถึงกับน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 121 ขังกันอีกแล้วเหรอ

    เธอว่าไม่ใช่เพราะเขาอยากเซอร์ไพรส์ คนอย่างเหมันต์มีหลายอย่างที่หากต้องให้ก็ได้หมด แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อเกาะที่ห่างไกลเมือง และเป็นเกาะบนแผ่นดินที่ทั้งเธอและเขาไม่คุ้นเคย ถ้านี่ไม่ใช่เพราะมีไว้หนีปัญหา งั้นคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีก “สถานที่กบดานเหรอคะ” ค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 117 กำลังมีความรัก

    ในรถ บรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยความเงียบ แต่ไม่ได้บึ้งตึงมากมาย ยังมีส่วนผ่อนคลายอยู่บ้าง เสียงลมหายใจของหญิงสาวเข้าออกไม่สุด เธอไม่รู้ว่าคนขับคิดอะไรอยู่ หากแต่สังเกตจากมือขาวเนียน ไม่เหมือนกับคนเป็นมาเฟียเคยจับปืน กลับหักหมุนควงพวงมาลัยด้วยความอ่อนโยน “โกรธสาไหมคะ”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status