ANMELDEN16 รอมาลซาฮารา
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใด
ร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด
“อีกนานไหม”
เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า
“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”
เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย
“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”
“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”
เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพันปกปิดบางอย่างเพ่งจับจ้องเพียงสันทราย
“ฉันขอย้ำว่า ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ถึงเหตุผล”
“นับจากวินาทีที่คุณยอมตกลงแต่งงาน คุณได้มอบสิทธิ์นั้นให้แก่ว่าที่เจ้าบ่าวไปแล้ว คุณยินยอมมอบตัวเองให้เป็นทรัพย์สมบัติแก่ชีค”
“นี่มันบ้าบอสิ้นดี พวกคุณมองฉันเป็นเพียงสิ่งของ ชีคต้องการสัมปทานจากฉัน ส่วนคุณ... ฉันเดาว่าคงเป็นเพราะสัมปทานเช่นกัน มันเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าในตัวฉัน” เธอพ่นคำออกมาถี่รัว “ใช่ไหม”
เธอหายใจติดขัดเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ เธอยอมเอาตัวเองทดแทนคุณพ่อแม่ แม้ไม่ยินยอมพร้อมใจทว่ายังเป็นสิ่งที่เธอเลือก
แต่เขา... เธอเคยเลือกมอบสิ่งหนึ่งไปแล้วและเก็บความทรงจำนั้นไว้อย่างดี แต่เขากลับเป็นอีกคนหนึ่งที่หลอกลวงและเห็นแต่ผลประโยชน์ในตัวเธอเช่นกัน
ซัลมานเงียบงันไปเพราะทุกคำที่เธอเอ่ยออกมา มันจริงเสียจนทำให้เขากระอักกระอ่วน วางมือกร้านบนลำตัวเธอแล้วรั้งไว้
“มันยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้”
น้ำเสียงกดต่ำข้างหูยิ่งทำให้เธอโมโห สะบัดหน้าไปอีกทางแล้วเบิกตากว้าง
“โอเอซิส” เสียงหวานทอดยาวเจือความดีใจ ผุดรอยยิ้มออกมา “ไม่ใช่ภาพลวงตาใช่ไหม”
“มันไม่ใช่ภาพลวงตา ถึงแล้ว เราจะพักในช่วงกลางวัน เดินทางต่อในยามดึกของคืนนี้”
“หมายความว่ายังไง”
“เดินทางกลางคืนจะช่วยให้ไม่ร้อนจนเกินไป”
ในเวลานี้ขอบฟ้าไม่ได้ฟังเขาพูด ดวงตาเปล่งประกายอ่อนแสง ขอบปากแห้งกรังคลี่กว้าง
เสียงฝีเท้าม้าลงน้ำหนักบนพื้นทราย ส่งเสียงสวบสาบ ร่างเธอโยกเยกอีกสักพักกระทั่งถึงจุดหมาย เขาจึงนำร่างเธอลงจากหลังม้า
“ฉันอาบน้ำได้ไหม” เธอเอ่ยถามทันทีขณะที่เดินไปใกล้แอ่งน้ำ
“ได้” เขาพูดขณะที่กำลังผูกเชือกบังคับม้าเข้ากับต้นอินทผลัมต้นหนึ่ง
“แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าไว้เปลี่ยน” เธอลังเลแต่ขายังพาเธอเดินต่อไปกระทั่งมือคล้ำเข้มฉุดเธอไว้
“ที่นี่ร้อนอ้าว ถอดชุดแล้วลง” เขาพูดขณะที่ยกมือป้องแดดอ่อนยามสาย
“คุณบอกให้ฉัน... แก้ผ้า !” น้ำเสียงเธอตกใจ
“ผมเคยเห็นคุณแก้ผ้ามาแล้ว ฉะนั้นอย่าโยกโย้ และเราจะผูกติดกัน”
ขอบฟ้าเพิ่งสังเกตว่าในมือเขามีเชือกสีดำอยู่หนึ่งเส้นค่อนข้างยาว แต่มันยังยาวไม่มากพอ เธอขมวดคิ้วเอะใจ
“มันสั้นไป”
“ไม่สั้นไป ถ้าเราลงอาบพร้อมกัน”
ร่างระหงชะงักมองเขาผูกม้าเข้ากับลำต้นอินทผลัมแล้วจึงเดินเข้ามาใกล้เธอ
“ใกล้ขนาดไหน และไม่ ฉันอาย” เสียงหวานตะกุกตะกัก
“อาย ? ผมเห็นคุณมาหมดแล้ว และผมจะไม่เสี่ยงให้คุณหนี” เขาเอาเชือกสีดำผูกเข้ากับข้อมือซ้ายพลางจ้องเธอนิ่ง “ถอดเสื้อผ้า หรือไม่อาบ มีให้เลือกเท่านี้”
คำถามจากน้ำเสียงแปร่งปร่าทำเธอชะงักงัน ดวงตาอำพันแปลกตากำลังทอแสงบางอย่าง ดึงดูดดั่งดอกไม้พิษที่หลอกล่อให้สัตว์ตัวน้อยลงเข้าสู่กับดักแล้วกลืนกิน แผงอกเขาขยับไหวคล้ายกำลังกลั้นหายใจ
“แล้วฉันจะถอดเสื้อคลุมออกได้ยังไง” เสียงเธอต่ำลึกไม่รู้ตัว
“ถอดออกแล้วคล้องไว้ในเชือก ผมจะเอาออกเอง”
“มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”
เธอขยับปากพึมพำ หน้าแดงซ่านขึ้นทีละน้อยพร้อมชุดที่เริ่มหลุดออก เธอวางผ้าคลุมหน้าบนโขดหินแล้วทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว เอาเสื้อคล้องเชือกสีดำแล้วเริ่มเดินลงน้ำ
การเปลือยกายต่อหน้าเขา ก็เหมือนกับเธอกำลังเปลือยหัวใจตัวเองอีกครั้ง ร่างเธอสะท้านขึ้นเล็กน้อยเมื่อความลึกของน้ำกลืนเธอเกือบครึ่งตัว
จากนั้นก็เหมือนทุกสิ่งเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงน้ำยามเธอทอดน่องลึกขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนลวกแผ่นหลังทำให้เธอรู้ว่าดวงตาปีศาจสีทองกำลังจับจ้อง
“หยุดตรงนั้น นั่งลง”
เขาไม่อยากพูดคำนี้ แต่มันจำเป็น เสียงน้ำกระเพื่อมอยู่ในหู ยังไม่เท่ากับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า ภาพที่เขาเคยเห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในความฝัน
เขากดเสียงสบถในใจ เป็นความผิดพลาดอย่างที่เธอบอก แต่เขาเองก็ไม่หันหน้าหนี เขาปล่อยให้ทรวงอกอัดแน่นจนแทบระเบิด ข่มกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนแล้วเริ่มถอดเสื้อ
ยิ่งถอดออกทีละชิ้นช้าเท่าไร เขายิ่งรู้สึกเหมือนถูกเธอจับจ้องมากเท่านั้น จึงรีบสะบัดผ้าทิ้งทันที การลงไปแช่น้ำช่วยลดความตึงเครียดระหว่างเรา เขาได้แต่หวังว่าแผ่นน้ำจะไม่สะท้อนดึงอารมณ์อื่นออกมาด้วย
ขอบฟ้ารีบพรวดพราดนั่งทันที เอี้ยวหน้ากลับไปมอง ใจเต้นโครมครามเมื่อเนื้อทองแดงเผยออกทีละน้อย และดวงหน้าแกร่งดั่งภูผาเป็นเงาทะมึนจากลำแสงของดวงตะวัน
เธอมุดลงน้ำจนเหลือเพียงจมูกพ่นลมร้อนออกเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย
เธอไม่ควรมีความรู้สึกเช่นนี้ ?
[1] เสื้อคลุมยาวที่พลิ้วไปตามลม
80 ตอนพิเศษใต้ดวงดาวทั้งมวลบนฟากฟ้า เขาคือแสงนำทางไม่มีสักวันที่ท้องฟ้ายามรัตติกาลของรอมาลซาฮาราจะขาดซึ่งดวงดารา แสงระยับที่พราวอยู่เบื้องบนแต่งแต้มราวเม็ดไข่มุกงามบนพื้นผ้า ทำให้เกิดประกายอยู่ในแววตาของขอบฟ้าเสมอเมื่อได้มาเยือนที่นี่ร่างเธอโยกเยกนานนับชั่วโมงบนหลังอูฐทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ ทว่าพระสวามีคงไม่ยินยอม“คุณถอนหายใจอีกแล้วขอบฟ้า” เสียงทุ้มเอ่ยเย้าจากด้านบนศีรษะ“สามชั่วโมงแล้วเมื่อไรเราจะถึงสักที” ขอบฟ้าบ่นอุบ เอนตัวพิงไปด้านหลังก่อนจะเอี้ยวคอไปมองลูกชายวัยห้าขวบที่บนหลังอูฐอีกตัวกับราชิด“ไหน ลองบอกผมสิว่าอีกนานเท่าไร”เธอพ่นลมออกมาก่อนจะแหงนหาดาวหมีใหญ่ซึ่งไม่ยากอะไรเพราะยังหัวค่ำ เธอชี้มือไปทางด้านหน้าแต่ไม่ยอมเปล่งเสียง“อะไรกัน ทำไมไม่พูด โมฆีรอกำลังรอฟังอยู่นะ จริงไหมลูกชาย”เขาหันไปทางบุตรชายคนโต มองด้วยความภาคภูมิใจ ดวงหน้าของเขาหลอมรวมสองเชื้อชาติ แข็งแกร่งทว่านุ่มนวลผสานกลายเป็นความคมสันที่เมื่อสั
79 ตอนพิเศษ NC 2 โอเอซิสลูอันนูร์เขาเกือบทนไม่ได้ ไม่ว่าเราจะร่วมรักกันมาแล้วกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งราวกับมันเป็นครั้งแรกเสมอ มือกร้านเขาขยำเนื้อนุ่มจนแน่นด้วยความเสียวซ่าน ความร้อนรุ่มพุ่งขึ้นจนถึงใบหน้าเขาคิดว่าตัวเองคงกำลังหน้าแดง ตัวแดง จากแรงเต้นชีพจรที่กระหน่ำอยู่ในขณะนี้ เลือดที่สูบฉีดแรงทั่วร่างคงทำให้อวัยวะทุกส่วนในร่างกายระเรื่อสาดสีโลหิตเขาลืมตาขึ้นมองเธอ หญิงสาวชาวไทยแสนงามที่เขาเคยหลอกลวงเธอเพื่อสิ่งหนึ่ง จนกลายมาเป็นภรรยาอันแสนวิเศษวันนี้ได้บอกรักเธอหรือยังนะ เขาคิดได้แค่นี้เพราะทรวงอกกำลังเริ่มอัดแน่นจากอารมณ์แรงร้อนที่กระจายไปทั่วร่าง“ขอบฟ้า... อ่า” เขาครางอีกแล้ว เขาไม่เคยเบื่อชื่อของเธอเลย ขอบฟ้า ถ้าจะให้เขาครางชื่อเธอไปจนชีวิตเขายินดี ขอแค่ให้มีเธออยู่กับเขาแบบนี้ไปตลอดชีวิต“อ่า ขอบฟ้า”เรือนร่างอ่อนนุ่มที่กำลังโยกไหว ขับขี่เขาอยู่ด้านบน ทำราวกับว่าตัวเขาเป็นม้าอาหรับที่เธอต้องเคี่ยวกรำถ้ำรักเธออุ่นแฉะและร้อนเมื่อเขาฝังตัวเอ
78 ตอนพิเศษ NC 1โอเอซิสลูอันนูร์มีเพียงกลิ่นทราย กลิ่นน้ำ และกลิ่นดอกพิทูเนีย กระจายตัวอวลตลบฟุ้งในโอเอซิสแห่งนี้ ยามที่ขอบฟ้าและซัลมานกลับมาเยือนอีกครั้งร่างสองร่างนอนบนผ้าปูหนาข้างกองไฟที่ยังลุกโชน กอดก่ายซบหาไออุ่นทอดสายตาเบื้องบนไปยังดวงดาวสุดฟากฟ้าเสียงน้ำตกสะท้อนก้องผสานไปกับเสียงลมที่พัดเหนือเนินทราย รวมไปถึงเสียงของหัวใจของเราสองคนที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันเธอรู้สึกถึงข้อนิ้วกร้านที่กำลังม้วนเส้นผมของเธออยู่เป็นระยะ ๆ ลมหายใจร้อนด้านบนระอุสูงขึ้น เธอวางมือเล็กทาบแผ่นอกในขณะที่ใบหูวางแนบได้ยินเสียงหัวใจของเขากำลังเต้นแรงเช่นกัน“เราจะอยู่กันกี่วันนะคะ” ขอบฟ้าเอ่ยถามแผ่วเบา นิ้ววนเสื้อคลุมเล่นราวกับสิ่งนี้จะช่วยขจัดความวูบวาบที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“ตลอดไป...” เสียงทุ้มต่ำลึก ลำแขนโอบเธอยกขึ้นก้มศีรษะลงหอมเส้นผม“ก็ดีนะคะ ฉันจะมอบหน้าที่ให้คุณเป็นคนหาอาหาร ออกไปทำงานหรือล่าสัตว์ และฉันจะเฝ้ารอคุณอยู่ที่นี่ รอเวลาพระอาทิตย์ตก คุณจะกลับมาพร้อ
77 ตอนพิเศษ สามเดือนก่อนหน้า อภิเษก 2หมากและอุบายที่เขาวางไว้เกือบปีกำลังสัมฤทธิ์ผล ไอเย็นในเรือนกายแผ่กระจายทั่งเรือนร่างกระทั่งถึงปลายนิ้ว พาให้ท่านชีคเผยรอยยิ้มอย่างปกติธรรมดาเป็นคราแรกหลังจากเหยียบบ้านหลังนี้นับแต่วันที่เขาลืมตาดูโลก คำว่า ‘หน้าที่’ ถูกสลักลึกลงไปในสายเลือดยิ่งกว่าคำว่า ‘อิสรภาพ’ ถูกสอนให้เข้มแข็ง ให้โหดเหี้ยมในบางครั้ง และที่สำคัญต้องรู้จักให้พระคุณมอบเมตตา ดังนั้นเขาจึงลดเสียงกร้าวลงเป็นแผ่วต่ำ“ถ้าเช่นนั้น เชิญว่าที่พระชายามาเถิด คุณฐากูร”ขอบฟ้าเช็ดฝ่ามือชื้นเหงื่อกับกระโปรง ดวงตาฉายแววหวาดหวั่น เธอได้ยินทั้งหมดนับตั้งแต่ตัวเองลอบยืนอยู่อีกห้องหนึ่ง“พี่ฟ้า...” ดารินทร์จ้องพี่สาวเต็มไปความหวั่นกลัว“ไม่เป็นไร พี่ทำได้ ดาวรอพี่ตรงนี้อย่าออกไปนะ”ขอบฟ้าเน้นย้ำ พาร่างงดงามในชุดเดรสชาแนลตัวยาว ปกปิดมิดชิดตามธรรมเนียมไซฮาตนาเดีย ปล่อยผมดำหยักศกเหยียดยาวสยาย ด้วยความงามสง่าในสายเลือด ทำให้ชีคหนุ่มพึงพอใจไม่น้อยเธอสบตานิลกาฬเข้มข้นอ่อนแสงชั่ววูบ ดวงหน้าคมสันสงบนิ่งราวกับถูกสลักมาจากภูผาทะเล
76 ตอนพิเศษ สามเดือนก่อนหน้า อภิเษก 2เช้าวันต่อมา ณ คฤหาสน์พัชรพาณิชลำแสงแผดกล้าของพระอาทิตย์ยามรุ่งเช้า ลอดผ่านผ้าม่านอ่อนพลิ้วสีหวานเข้าสู่ห้องนอนขนาดใหญ่ตกแต่งธรรมดาเรียบง่ายดั่งเช่นเจ้าของห้องสองสาวพี่น้องยืนนิ่งข้างหน้าต่างห้องนอน แง้มผ้าม่านเพียงเล็กน้อย ลอบมองลงยังเบื้องล่าง ขณะที่ขบวนรถหรูสีดำนับสิบคันเลี้ยววนยังลานน้ำพุใหญ่หน้าบันไดคฤหาสน์“พี่ฟ้า” ดารินทร์เอ่ยเสียงเบาขณะที่เกยคางบนไหล่พี่สาว“พี่ว่า ชีคคนนี้คงไม่ธรรมดา ขนาดมาต่างเมืองขบวนยังจัดเสียใหญ่โต”“นั่นสิคะ ลงมาแล้ว !”ขอบฟ้าหลุบสายตามองร่างสูงใหญ่ผิวเข้ม แต่ไม่มากอย่างที่เธอคาดไว้ ตัวจริงท่านชีคคมคายยิ่งกว่าที่เห็นตามโซเซียล แม้ว่าสวมใส่ชุดธรรมดา กางเกงผ้าสีดำเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทอาร์มานี ทว่าบรรยากาศรอบกายล้วนอัดแน่นด้วยพลังแห่งอำนาจ เปล่งรัศมีน่าเกรงขามดุดัน“พี่ฟ้า น่ากลัวจังเลย” ดารินทร์กระซิบเสียงสั่นข้างหูพี่สาว ดวงตาของสองพี่น้องจับจ้องชีคมูซาไม่ละสายตา“หน้าตาอาจดุดัน แต่ภายในอาจอ่อนแอก็
75 ตอนพิเศษ สามเดือนก่อนหน้า อภิเษก 1สามเดือนก่อนหน้าอภิเษกหลังจากกลับมาจากนิวยอร์ก“แต่งงาน ! พ่อหมายความว่าอย่างไรคะ”เสียงหวานแหลมสูงอย่างที่ขอบฟ้าไม่เคยใช้มาก่อน ใจรัวแรงตกใจทั้งหวาดหวั่น ดวงหน้าเผือดสี ก่อนที่ผิวขาวลออจะขึ้นสีระเรื่อกรุ่นโกรธ“หมายความตามที่พูดทุกคำ !” ฐากูร เน้นเสียงจ้องหน้าลูกสาวคนโตไม่หลบเช่นกัน “พรุ่งนี้ ชีคมูซาจะมาที่บ้านเพื่อดูตัวพร้อมเจรจาสู่ขอ”“หนูรู้แล้วว่าเป็นเขา พ่อเคยบอกหนูแล้วทางโทรศัพท์ แต่หนูแค่อยากฟังคำอธิบาย” เธอขบกรามแน่นดวงตาทอแสง“หมายความว่าแกต้องแต่งงานยังไงล่ะ ขอบฟ้า !”“ใจเย็น ๆ ค่ะคุณ” ภคพรลูบแขนสามีเบา ๆขอบฟ้าเม้มปาก ตอนนี้จมูกโด่งสันเธอชื้นเหงื่อจากอารมณ์ที่พุ่งขึ้น และแม้ว่าจะโกรธปานใดทว่ากิริยาท่าทางยังคงสง่างาม ผมสีดำสนิทยาวหยักศกมัดรวบเรียบร้อย ใช้เพียงนัยน์ตากลมสีน้ำตาลเข้มจ้องผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อ !ดารินทร์ น้องสาวดวงหน้าซีดเผ







