แชร์

16 รอมาลซาฮารา

ผู้เขียน: พริมริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-26 20:00:42

16 รอมาลซาฮารา

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารา

กลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใด

ร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด

“อีกนานไหม”

เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า

“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”

เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย

“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”

“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”

เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพันปกปิดบางอย่างเพ่งจับจ้องเพียงสันทราย

“ฉันขอย้ำว่า ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ถึงเหตุผล”

“นับจากวินาทีที่คุณยอมตกลงแต่งงาน คุณได้มอบสิทธิ์นั้นให้แก่ว่าที่เจ้าบ่าวไปแล้ว คุณยินยอมมอบตัวเองให้เป็นทรัพย์สมบัติแก่ชีค”

“นี่มันบ้าบอสิ้นดี พวกคุณมองฉันเป็นเพียงสิ่งของ ชีคต้องการสัมปทานจากฉัน ส่วนคุณ... ฉันเดาว่าคงเป็นเพราะสัมปทานเช่นกัน มันเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าในตัวฉัน” เธอพ่นคำออกมาถี่รัว “ใช่ไหม”

เธอหายใจติดขัดเมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ เธอยอมเอาตัวเองทดแทนคุณพ่อแม่ แม้ไม่ยินยอมพร้อมใจทว่ายังเป็นสิ่งที่เธอเลือก

แต่เขา... เธอเคยเลือกมอบสิ่งหนึ่งไปแล้วและเก็บความทรงจำนั้นไว้อย่างดี แต่เขากลับเป็นอีกคนหนึ่งที่หลอกลวงและเห็นแต่ผลประโยชน์ในตัวเธอเช่นกัน

ซัลมานเงียบงันไปเพราะทุกคำที่เธอเอ่ยออกมา มันจริงเสียจนทำให้เขากระอักกระอ่วน วางมือกร้านบนลำตัวเธอแล้วรั้งไว้

“มันยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้”

น้ำเสียงกดต่ำข้างหูยิ่งทำให้เธอโมโห สะบัดหน้าไปอีกทางแล้วเบิกตากว้าง

“โอเอซิส” เสียงหวานทอดยาวเจือความดีใจ ผุดรอยยิ้มออกมา “ไม่ใช่ภาพลวงตาใช่ไหม”

“มันไม่ใช่ภาพลวงตา ถึงแล้ว เราจะพักในช่วงกลางวัน เดินทางต่อในยามดึกของคืนนี้”

“หมายความว่ายังไง”

“เดินทางกลางคืนจะช่วยให้ไม่ร้อนจนเกินไป”

ในเวลานี้ขอบฟ้าไม่ได้ฟังเขาพูด ดวงตาเปล่งประกายอ่อนแสง ขอบปากแห้งกรังคลี่กว้าง

เสียงฝีเท้าม้าลงน้ำหนักบนพื้นทราย ส่งเสียงสวบสาบ ร่างเธอโยกเยกอีกสักพักกระทั่งถึงจุดหมาย เขาจึงนำร่างเธอลงจากหลังม้า

“ฉันอาบน้ำได้ไหม” เธอเอ่ยถามทันทีขณะที่เดินไปใกล้แอ่งน้ำ

“ได้” เขาพูดขณะที่กำลังผูกเชือกบังคับม้าเข้ากับต้นอินทผลัมต้นหนึ่ง

“แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าไว้เปลี่ยน” เธอลังเลแต่ขายังพาเธอเดินต่อไปกระทั่งมือคล้ำเข้มฉุดเธอไว้

“ที่นี่ร้อนอ้าว ถอดชุดแล้วลง” เขาพูดขณะที่ยกมือป้องแดดอ่อนยามสาย

“คุณบอกให้ฉัน... แก้ผ้า !” น้ำเสียงเธอตกใจ

“ผมเคยเห็นคุณแก้ผ้ามาแล้ว ฉะนั้นอย่าโยกโย้ และเราจะผูกติดกัน”

ขอบฟ้าเพิ่งสังเกตว่าในมือเขามีเชือกสีดำอยู่หนึ่งเส้นค่อนข้างยาว แต่มันยังยาวไม่มากพอ เธอขมวดคิ้วเอะใจ

“มันสั้นไป”

“ไม่สั้นไป ถ้าเราลงอาบพร้อมกัน”

ร่างระหงชะงักมองเขาผูกม้าเข้ากับลำต้นอินทผลัมแล้วจึงเดินเข้ามาใกล้เธอ

“ใกล้ขนาดไหน และไม่ ฉันอาย” เสียงหวานตะกุกตะกัก

“อาย ? ผมเห็นคุณมาหมดแล้ว และผมจะไม่เสี่ยงให้คุณหนี”  เขาเอาเชือกสีดำผูกเข้ากับข้อมือซ้ายพลางจ้องเธอนิ่ง  “ถอดเสื้อผ้า หรือไม่อาบ มีให้เลือกเท่านี้”

คำถามจากน้ำเสียงแปร่งปร่าทำเธอชะงักงัน ดวงตาอำพันแปลกตากำลังทอแสงบางอย่าง ดึงดูดดั่งดอกไม้พิษที่หลอกล่อให้สัตว์ตัวน้อยลงเข้าสู่กับดักแล้วกลืนกิน แผงอกเขาขยับไหวคล้ายกำลังกลั้นหายใจ

“แล้วฉันจะถอดเสื้อคลุมออกได้ยังไง” เสียงเธอต่ำลึกไม่รู้ตัว

“ถอดออกแล้วคล้องไว้ในเชือก ผมจะเอาออกเอง”

“มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”

เธอขยับปากพึมพำ หน้าแดงซ่านขึ้นทีละน้อยพร้อมชุดที่เริ่มหลุดออก เธอวางผ้าคลุมหน้าบนโขดหินแล้วทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว  เอาเสื้อคล้องเชือกสีดำแล้วเริ่มเดินลงน้ำ

การเปลือยกายต่อหน้าเขา ก็เหมือนกับเธอกำลังเปลือยหัวใจตัวเองอีกครั้ง ร่างเธอสะท้านขึ้นเล็กน้อยเมื่อความลึกของน้ำกลืนเธอเกือบครึ่งตัว

จากนั้นก็เหมือนทุกสิ่งเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงน้ำยามเธอทอดน่องลึกขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนลวกแผ่นหลังทำให้เธอรู้ว่าดวงตาปีศาจสีทองกำลังจับจ้อง

“หยุดตรงนั้น นั่งลง”

เขาไม่อยากพูดคำนี้ แต่มันจำเป็น เสียงน้ำกระเพื่อมอยู่ในหู ยังไม่เท่ากับภาพที่เขาเห็นตรงหน้า ภาพที่เขาเคยเห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในความฝัน

เขากดเสียงสบถในใจ เป็นความผิดพลาดอย่างที่เธอบอก แต่เขาเองก็ไม่หันหน้าหนี เขาปล่อยให้ทรวงอกอัดแน่นจนแทบระเบิด ข่มกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนแล้วเริ่มถอดเสื้อ

ยิ่งถอดออกทีละชิ้นช้าเท่าไร เขายิ่งรู้สึกเหมือนถูกเธอจับจ้องมากเท่านั้น จึงรีบสะบัดผ้าทิ้งทันที การลงไปแช่น้ำช่วยลดความตึงเครียดระหว่างเรา เขาได้แต่หวังว่าแผ่นน้ำจะไม่สะท้อนดึงอารมณ์อื่นออกมาด้วย

ขอบฟ้ารีบพรวดพราดนั่งทันที เอี้ยวหน้ากลับไปมอง ใจเต้นโครมครามเมื่อเนื้อทองแดงเผยออกทีละน้อย และดวงหน้าแกร่งดั่งภูผาเป็นเงาทะมึนจากลำแสงของดวงตะวัน

เธอมุดลงน้ำจนเหลือเพียงจมูกพ่นลมร้อนออกเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย

เธอไม่ควรมีความรู้สึกเช่นนี้ ?

[1] เสื้อคลุมยาวที่พลิ้วไปตามลม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ารักใต้เงาทราย   17 จุดหมายเดียวกัน

    17 จุดหมายเดียวกันแต่เธอจะหลงลืมผิวสีน้ำผึ้งเนียนทั้งตัวของเขาได้อย่างไรกัน เธอละสายตาออกไม่ได้เลย กล้ามเนื้อทุกลูกล้วนหนั่นแน่นโดยเฉพาะแผ่นท้องราวกับภาพแกะสลัก แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยพละกำลังทว่ากลับดูนุ่มนวลในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นกล้ามเนื้อเป็นริ้วยาวลับหายในขอบกางเกงอะไรกัน !ขอบฟ้าตกใจกับความคิดของตัวเองมุดตัวลงน้ำให้ความเย็นบรรเทาอาการร้อนรุ่มกะทันหันก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วพบว่า เนื้อทองแดงอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนผ่าว“ยังไม่ถึงเวลานั้น ขอบฟ้า”เธอช้อนตาขึ้นแล้วรีบหลบ เปลวเพลิงปรารถนาจดจ้องเธอเช่นกันและมันทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงเสียจนหูอื้อไปหมด“ถึงเวลาอะไรกัน สำหรับฉันคืนเดียวก็พอแล้ว”“ฮึ แน่ใจหรือ” เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ แสงอาทิตย์สะท้อนสีทองแวววาว “สำหรับเราไม่มีวันพอหรอกขอบฟ้า”“คุณไม่จำเป็นต้องแสดงอีกซัลมาน”เธอพ่นลมออกเรี่ยน้ำ เธอพบว่าน้ำเย็นไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซ้ำร้ายพอเขายืดกายขึ้นกวักน้ำราดตัว หัวใจเธอยิ

  • ล่ารักใต้เงาทราย   16 รอมาลซาฮารา

    16 รอมาลซาฮาราเช้าวันรุ่งขึ้น ณ กลางทะเลทรายรอมาลซาฮารากลางแสงแดดจ้าแผดเผาอันร้อนระอุ กระไออ้าวแผ่ขึ้นจากพื้นทราย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ขาวโพลนเวิ้งว้างจนมิอาจแยกได้ว่าเส้นจรดขอบฟ้าอยู่ที่ใดร่างระหงนั่งโยกเยกอยู่บนหลังม้ามานานหลายชั่วโมง ด้านหลังเธอคือซัลมานที่ยอมให้เธอพิงมาตลอดทั้งคืน ผิวกายอาบชุ่มเหงื่อภายในชุดเสื้อคลุมอะบายา[1] สีดำปกปิดมิดชิด“อีกนานไหม”เสียงหวานนุ่มอ่อนระโหยทั้งแหบพร่า นัยน์ตาน้ำตาลเจิดจ้ามองภาพตรงหน้าพร่าเลือนจากแสงยามสายที่เพิ่งพ้นคุ้งฟ้า“จิบเสียหน่อย จิบเดียวนะ”เขายกกระติกน้ำขนาดใหญ่คล้ายทหารจ่อปากกระจับที่เผยอรอด้วยความกระหาย“มีโอเอซิสเล็ก อีกไม่ไกล อดทนหน่อย”“คุณจะไม่บอกอะไรสักหน่อยหรือ ว่าทำไมถึงลักพาตัวฉันมา”เธอยังถามคำเดิมอย่างดื้อดึงด้วยเสียงนุ่มแผ่วเบาแข่งกับเสียงลมอู้หอบเม็ดทราย ความนิ่งเงียบคือคำตอบ เขายังนั่งเป็นหินผาทั้งที่ภายในร้อนรุ่ม นัยน์ตาอำพัน

  • ล่ารักใต้เงาทราย   15 ยากจะประสาน

    15 ยากจะประสาน“ท่านรักลูกไม่เท่ากัน ท่านทรงเห็นซัลมานดีกว่าลูกเสมอ ตั้งแต่เด็ก เพราะอะไรกัน ?” น้ำเสียงมูซาสั่นเล็กน้อย“คงเพราะซัลมานเป็นลูกของพระชายาคนโปรดใช่หรือไม่ ? บานีริยาฮ์ผู้รักอิสระเสรี ทำสิ่งใดก็ได้ตามแต่ใจตน”“ลูกพูดอะไร ! หากพ่อเห็นซัลมานดีกว่า ยเจ้าคงไม่ได้เป็นมกุฎราชกุมาร”ยิ่งพูดเขายิ่งเจ็บ ชีคหนุ่มยิ้มหยันมุมปากขณะที่หัวเราะในลำคอ เปล่งคำถากถาง“กฎมณเฑียรบาลทำให้ลูกได้เป็นมกุฎราชกุมารต่างหาก”ครืด...เขาเลื่อนเก้าอี้อีกครั้งลากยาว แล้วหย่อนร่างลงตวัดท่อนขาแกร่งไขว่ห้างขยับปลายเท้ากระดิกเบา ๆ“ท่านพ่อคิดไว้หรือยังว่า เห็นควรลงโทษความซุกซนของน้องชายเช่นไร”“พ่อไม่มีความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะลูก อย่าคิดว่าพ่อแก่แล้วโง่เขลาจนไม่รู้ว่าน้ำมันรั่วลงอ่าวได้อย่างไร เจ้าวางแผนกับสุฟยาน ชีคชั่วข่มขู่ครอบครัวชาวไทย เขากลัวจนต้องยอมตกลงให้ลูกสาวพร้อมสัมปทาน นี่มัน... เป็นสิ่งที่ผิด ทั้งต่อมนุษยธรรม ทั้งต่อองค์อัลลอฮ์ !”ชีคอิบรอฮีมเริ่มเสียงแข็งหลังจากที่อดทนต่อกิริยาหยาบกระด้างของบุตรชาย เขาพยายามมองหาสายตายามวัยเด็กของมูซา ทว่ากลับไม่มี สายตาที่เคยมองบิ

  • ล่ารักใต้เงาทราย   14 เพชรฆาตในคราบชีค

    14 เพชรฆาตในคราบชีคช่วงหัวค่ำ วันเดียวกับเจ้าสาวโดนลักพาตัว ณ พระราชวังไซฮาตนาเดียชีคมูซาย่ำฝีเท้าหนักแน่นตามแรงอารมณ์ปะทุเดือดบนพื้นทางเดินหินอ่อนเย็นเยียบสีงาช้างร่างสูงใหญ่ในชุดกันดูร่า[1] ตัวยาวสีขาวสวมทับด้วยเสื้อคลุมบิชต์[2] สีดำสาบเสื้อแถบใหญ่ขลิบทอง ชุดพระราชพิธีสวมใส่เฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น เช่นวันนี้กลิ่นกำยานงานพิธียังลอยคว้างอ่อนจางตลอดทาง ยิ่งพาให้ช่องท้องเต็มไปด้วยไฟโทสะเขาพ่นลมหายใจหนักในทุกก้าว แสงสีนวลบนผนังโถงทอแสงงามจับตา ทว่านัยน์ตาสีนิลบัดนี้มืดหม่นจนไม่อาจสัมผัสได้ถึงความวิจิตรของพระราชวังส่วนหน้าดวงหน้าคมสันดั่งเทพบุตรกร้าวกระด้าง เนตรนิลกาฬจับจ้องยังจุดหมายคือห้องเอนกประสงค์สำหรับกษัตริย์เท่านั้น“ขอพระราชทานอภัย พระองค์ทรงเสวยกระยาหารอยู่พ่ะย่ะค่ะ”สายตาดั่งเสือสาดซัดใส่ข้ารับใช้คนสนิทองค์กษัตริย์หน้าห้อง วาดท่อนแขนกวาดมือผลักออกพ้นทาง โดยมีองครักษ์ด้านหลังล็อกตัวไว้ทันที“พระองค์ !”ผ่าง !!เสียงประตูบานใหญ่ถูกผลักด้วยแรงโทสะอย่างลูกขัตติยะ พาให้ชีคอิบรอฮีมเงยหน้าขึ้นจากมื้ออาหาร จ้องบุตรชายย่ำฝีเท้าหนักลงพรมเปอร์เซีย“มูซา พ่อไม่รู้ว่าลูกอยากจะมารับปร

  • ล่ารักใต้เงาทราย   13 วันพระราชพิธี

    13 วันพระราชพิธีเช้าวันต่อมา ในงานอภิเษกสมรส ณ โถงพิธีการ พระราชวังไซฮาตนาเดีย เสียงดนตรีอาหรับขับขานบทเพลงไพเราะในวันอภิเษกสมรส ท่วงทำนองอ่อนหวานพาให้เคลิ้มฝัน กลิ่นเครื่องหอมพระราชวังอบอวลทุกอณูฮาเร็มวังหลังแห่งนี้ชุดเจ้าสาวแสนหนักอึ้งดั่งดวงใจของดารินทร์ที่แบกรับอยู่ในตอนนี้เธอสวมชุดแต่งงานของพี่สาวตัวเอง หลังจากตกลงกับชายคนหนึ่ง คนที่เธอเคยเห็นพี่สาวและเขาลุกหายไปด้วยกันในนิวยอร์ก และพี่ของเธอกลับมาอีกครั้งในตอนเช้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขการแต่งงานจอมปลอมนี้ คือสิ่งที่พ่อกับแม่ต้องการให้พี่ขอบฟ้าเข้าพิธีกับชีคมหาอำนาจแลกกับเงินและความปลอดภัยดารินทร์รู้ว่าทำไมถึงไม่เป็นเธอ ดวงตาเหม่อมองไปทางกระจกเงาฝั่งตรงข้าม มองใบหน้างดงามอันน่าหลงใหล เชื้อสายโปรตุเกสที่ตกทอดลงมาสู่เธอมากเสียจนความสวยนี้กลายเป็นดาบสองคมภาพใบหน้าของย่าบนรูปถ่ายในห้องทำงานสะท้อนอยู่ในตัวเธอ พ่อรักเธอมากเกินไปจนเขาไม่เคยเจียดความรักอย่างที่พึงกระทำให้พี่สาวการมอบลูกตัวเองเพื่อแลกกับเงินก็คล้ายกับการขายลูกกินเธอตามเพื่อนของซัลมานไปในคืนนั้นที่นิวยอร์ก จนรู้ว่าแท้จริงมันคือแผนแต่เธอไม่ลังเลเลยถ้าพี่ขอบฟ้าจะมีควา

  • ล่ารักใต้เงาทราย   12 สันเนินทรายนูนสูง

    12 สันเนินทรายนูนสูงทะเลทรายยามค่ำคืนอันตรายอย่างที่เขาบอก ดังนั้นเธอจึงจะตามใจเขาไปก่อน รอจังหวะแล้วค่อยคิดหนีอีกครั้ง โดยหวังว่าทุกอย่างคงไม่สายเกินไปผิดไปจากซัลมาน แผงอกเขากระเพื่อมลอบสูดความหอมเข้านาสิก ทรวงอกหน่วงด้วยความต้องการครอบครองของต้องห้ามมักหวานล้ำ... หญิงงามกล้าหาญฉลาดเฉลียว ซัลมานยกยิ้มยามนึกถึงใบหน้าคมสันของชีคดำคล้ำด้วยไฟโทสะท่วมท้นแล้วหลังจากนั้นไม่นานนัก ขอบฟ้าก็ถูกยกขึ้นนั่งบนหลังม้าตัวเดิม โดยมีร่างใหญ่โตโหนตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ซัลมานอ้อมลำแขนรั้งสายบังเหียนม้ามาด้านหน้าร่างระหงโยกเยกบนหลังม้าคล้ายเปลไกว ความหนาวเย็นของทะเลทรายทำให้เธอเบียดแผ่นหลังชิดอกร้อน เสาะหาไออุ่นทำไมฉันถึงไม่เกลียดเขาได้เต็มหัวใจ... ทำไมยังรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาอยู่ใกล้ขอบฟ้าทอดถอนใจพิงตัวเองบนอกแกร่ง ในเมื่อเวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้ นอกจากเพ่งมองความมืดมิดที่มีเพียงดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับกระจายทั่วผืนฟ้า เธอก็ขอเก็บแรงเอาไว้ก่อนและใช้อกเขาเป็นหมอนแล้วกันพวกเราเดินทางผ่านเนินสูงลูกแล้วลูกเล่าลดหลั่นกันไปสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด เสียงฝีเท้าม้าบนพื้นทรายราวเสียงดนต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status