Share

วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้
วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้
Author: หลีหลี

บทที่ 1

Author: หลีหลี
ข้าผู้มีสภาพร่างกายแหลกเหลว วิญญาณแทบแตกดับ และบาดเจ็บสาหัสทั่วกาย ทำได้เพียงแหงนมองพี่หญิงที่นั่งเด่นอยู่บนแท่นสูง น้อมรับการคารวะกราบกรานจากมวลวิหค

จนกระทั่งทัณฑ์อัคคีสวรรค์มาถึง นางดึงดันลากข้าไปฝ่าทัณฑ์เคราะห์ด้วยท่าทีลำพองใจ หมายใช้โลหิตของข้าเฉลิมฉลองการนิพพานของนาง

แต่ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง นางกลับกรีดร้องคำหนึ่งแล้วดับสูญไปสิ้น

ส่วนข้าพญาหงส์นิพพาน ฟื้นคืนชีพจากกองเพลิง!

หลังจากระฆังเทพบรรพกาลในตำหนักหลิงสุ่ยแห่งวังสวรรค์ดังกังวานสามครั้ง งานเลี้ยงท้อสวรรค์ที่หมื่นปีจัดขึ้นเพียงหนจึงเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ

เทพเซียนนับพันองค์บนสวรรค์เก้าชั้นฟ้ารวมตัวพร้อมหน้า เพื่อร่วมยินดีในวาระขึ้นศักราชใหม่

งานใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ย่อมเต็มไปด้วยเสียงทักทายปราศรัยไม่ขาดสาย เหล่าเซียนผู้สูงส่งต่างลิ้มรสท้อสวรรค์ที่เพิ่งเด็ดลงมา พลางชมการร่ายรำอันอ่อนช้อยของนางรำสวรรค์ในตำหนัก และเสวนาพาทีกันเป็นระยะ

“ทัณฑ์อัคคีสวรรค์กำลังจะมาถึงในอีกสามเดือนให้หลังแล้ว พวกท่านคิดว่าหนนี้จะมีผู้พรสวรรค์ล้ำเลิศฝ่าด่านเคราะห์ทะยานขึ้นเป็นพญาหงส์หรือไม่?”

“พญาหงส์นิพพานตัวก่อนหน้ายังเป็นถึงองค์มหาเทพเมื่อห้าสิบล้านปีก่อน นับแต่พระองค์ยอมสละชีพเพื่อใต้หล้า เผ่าร้อยปักษาก็ไม่มีใครฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จอีกเลย ยามนี้ภัยพิบัติเกิดบ่อยครั้ง สามภพต่างปั่นป่วนไม่สงบ เผ่ามารยิ่งจ้องตาเป็นมันวางแผนจุดชนวนสงคราม หากยังไม่มีพญาหงส์กำเนิดสู่โลกหล้ามาสยบความวุ่นวาย จะทำอย่างไรดีเล่า!”

“ท่านเซียนซือมิ่ง ทางฝั่งท่านพอจะมีข่าวคราวอันใดบ้างหรือไม่?”

ซือมิ่งลูบหนวดเคราที่ขาวราวหิมะ เงียบงันไม่เอ่ยคำ

ทว่าเทพธิดาบุปผาสองสามองค์ที่อยู่ใกล้เคียง กลับแย่งกันเอ่ยปากขึ้นมาแทน

“เล่ากันว่ายามองค์หญิงจื่ออวิ๋นแห่งเผ่าวิหคหลวนประสูติ บนหน้าผากเคยปรากฏตราประทับหงส์สีชมพู ข้าเห็นว่าหนนี้เผ่าวิหคหลวนพากันมาหมดสิ้น คาดว่าคงมีความเคลื่อนไหวผิดปกติบางอย่างเสียกระมัง?”

“องค์หญิงจื่ออวิ๋นพรสวรรค์ล้ำเลิศจริงแท้ ซ้ำยังได้รับการฟูมฟักสุดกำลังจากเผ่าวิหคหลวน ยิ่งหล่อหลอมให้มีสง่าราศีสูงส่งเพียบพร้อม ข้ามองดูลักษณะนิมิตราศีของนางแล้ว นับเป็นดวงชะตาสูงส่งยิ่งนัก หากทัณฑ์เคราะห์นี้จะมีพญาหงส์นิพพาน ย่อมต้องเป็นนางเพียงผู้เดียว!”

พอคำนี้หลุดออกมาก็แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว สายตาภายในตำหนักต่างจับจ้องไปยังเผ่าวิหคหลวนที่นั่งอยู่เบื้องบนโดยพร้อมเพรียงกัน

ราชาเผ่าวิหคหลวนผู้นั่งบนตำแหน่งประธานมีตบะสูงส่ง เสียงวิจารณ์ในตำหนักย่อมไม่รอดพ้นโสตประสาทของเขา ยามได้ยินฝูงชนยกย่องชมเชยบุตรสาวคนโต ภายในใจเขากระหยิ่มยิ้มย่องยิ่งนัก ทว่าสีหน้ากลับไม่แสดงออกเลย

“จื่ออวิ๋นอายุยังน้อยนัก สหายเซียนทุกท่านอย่าเพิ่งคาดหวังในตัวนางสูงเกินไปนักเลย จะเป็นการทำร้ายนางเสียเปล่า ส่วนเรื่องทัณฑ์อัคคีสวรรค์นั้น ในหุบเขาอินซู่ได้ขุดพบเศียรหยกพญาหงส์ที่มีตราประทับหงส์บนหน้าผากจริง คาดว่าหลังสิ้นสุดทัณฑ์สวรรค์หนนี้ พญาหงส์คงกลับคืนสู่ตำแหน่งเพื่อสยบสี่คาบสมุทร คืนความสงบสุขให้สามภพอีกครั้ง”

เมื่อเหล่าเซียนที่นั่งอยู่ได้ยินว่าเผ่าวิหคหลวนขุดพบร่างหยกพญาหงส์ต่างพากันฮือฮาตื่นเต้น สายตาที่ทุกคนจับจ้องไปยังลั่วจื่ออวิ๋นยิ่งทวีความตื่นเต้นร้อนรน

ยามได้ยินเสียงอวยพรแสดงความยินดีดังมาจากทั่วสารทิศ ลั่วจื่ออวิ๋นยิ่งเหยียดกายตรง นางเชิดใบหน้าอันงดงามหมดจดราวหยกสลัก พลางกวาดสายตามองลงไปยังที่นั่งเบื้องล่าง แววตาเปี่ยมด้วยความทะนงตน

“ทัณฑ์อัคคีสวรรค์กระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ชิงอวิ๋น เจ้าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว?”

คำถามประโยคหนึ่งที่เง็กเซียนฮ่องเต้เอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน ได้ขัดจังหวะความครึกครื้นภายในตำหนักลงเสียแล้ว

ทุกคนต่างเบนสายตาไปยังผู้ที่มีสีหน้าหม่นหมองซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมห้อง…

พระชายาสวรรค์ขององค์รัชทายาทเซียวจวินโม่ และยังเป็นองค์หญิงรองผู้ไร้ความโดดเด่นแห่งเผ่าวิหคหลวน

ลั่วชิงอวิ๋นไม่อยากให้ผู้ใดสนใจตน จึงจงใจเลือกนั่งตรงมุมอับสายตานี้ ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่าจะยังถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ขานชื่อจนได้

นางเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย พลางเอ่ยปากอย่างตะกุกตะกัก “ชะ ช่วงนี้หม่อมฉัน…”

วาจาเพิ่งเอ่ยได้เพียงครึ่ง ก็ถูกมารดาของนางแค่นยิ้มหยันพูดแทรกขึ้นทันที

“ลั่วชิงอวิ๋นโง่เขลาเบาปัญญา ไม่กี่วันก่อนเพิ่งผ่านพ้นวันเกิดครบหมื่นปี แต่กลับไม่อาจหลอมสร้างขนนกทองคำออกมาได้แม้แต่เส้นเดียว”

ภายในตำหนักพลันระเบิดเสียงหัวเราะเยาะขึ้นระงม

เพียงแต่เง็กเซียนฮ่องเต้ยังคงอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ทุกคนก็ไม่กล้ากำเริบเสิบสานเกินไป เหล่าเซียนจึงได้แต่จับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน

“นางเกิดจากครรภ์มารดาเดียวกับลั่วจื่ออวิ๋น เหตุใดจึงได้ไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้ อายุหมื่นปีแล้วยังไร้ขนนกทองคำ เกรงว่าแม้แต่วิหคปีศาจก็ยังเทียบไม่ติดกระมัง?”

“ก็นั่นน่ะสิ! หากมิใช่เพราะเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงเมตตาแต่งตั้งนางให้เป็นพระชายาสวรรค์ขององค์รัชทายาทแล้วล่ะก็ ข้าสงสัยนักว่าด้วยพรสวรรค์ของนาง เกรงว่าคงจะถูกเผ่าวิหคหลวนขับออกจากสาแหรกตระกูลไปแล้ว”

“แล้วก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเง็กเซียนฮ่องเต้ถึงเลือกนาง ทั้งที่ทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า ผู้ที่องค์รัชทายาทรักปักใจชัดเจนว่าเป็นลั่วจื่ออวิ๋น”

ขณะที่ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด ทหารสวรรค์พลันก้าวเข้ามาในตำหนัก

“รายงาน! องค์รัชทายาทสังหารสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์เผ่ามารชนะศึกกลับมา ยามนี้รออยู่ด้านนอกตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เง็กเซียนฮ่องเต้ได้ยินข่าวนี้ ใบหน้าก็เปี่ยมด้วยความยินดี รีบสั่งให้คนเข้าเฝ้าทันที

หัวข้อในตำหนักเปลี่ยนจากเรื่องลั่วชิงอวิ๋นไปเป็นเรื่องศึกสงคราม ทุกคนมองดูเซียวจวินโม่ในอาภรณ์ดำกลางตำหนัก นัยน์ตาล้วนฉายแววชื่นชม

“จวินโม่ หนนี้เจ้าสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง อยากได้รางวัลอันใด?”

บนหน้าผากเซียวจวินโม่ยังมีคราบเลือดสัตว์อสูรกระเซ็นติดอยู่ นัยน์ตาฉายแววเย็นชาแวบหนึ่ง น้ำเสียงที่ตอบกลับเย็นเยียบ

“เสด็จพ่อ รางวัลที่จวินโม่ต้องการตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงสิ่งเดียว”

“กราบทูลเสด็จพ่อโปรดอนุญาตให้ลูกหย่าขาดจากลั่วชิงอวิ๋น เพื่อตบแต่งจื่ออวิ๋นให้เข้าเป็นนายแห่งตำหนักฝูอวิ๋นด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 30

    งานมงคลสมรสของลั่วชิงอวิ๋นและเยี่ยนเจ๋อถูกกำหนดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิเยี่ยนเจ๋อคือองค์ชายสามแห่งทะเลบูรพา ส่วนลั่วชิงอวิ๋นคือมหาเทพผู้ปกครองดินแดนแห่งหนึ่ง ฐานันดรของคนทั้งคู่ต่างก็สูงส่งล้ำเลิศ หากจัดงานแต่งงานขึ้นมา ทั้งสามภพย่อมต้องหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างแน่นอนทว่าลั่วชิงอวิ๋นไม่ต้องการให้เอิกเกริกเกินไปนัก จึงตัดสินใจประกาศให้ทั้งสามภพรับรู้ว่า งานแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่หุบเขาลั่วเสียโดยเน้นความเรียบง่ายในทุกสิ่ง และเหล่าเทพเซียนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องเดินทางมาร่วมอวยพรทั้งสองคนใช้เวลาปรึกษาหารือกันอยู่นาน จึงสามารถตกลงรายละเอียดของงานแต่งงานทีละเรื่องจนเสร็จสรรพเรียบร้อยแต่ลั่วชิงอวิ๋นก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องกลัดกลุ้มอยู่บ้างยามนี้นางคือเทพประมุขหงสา จำต้องพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นการถาวร จึงไม่อาจตามเยี่ยนเจ๋อกลับไปอาศัยอยู่ที่ทะเลบูรพาได้นางกังวลว่าหากเยี่ยนเจ๋อมาพำนักอยู่ที่หุบเขาลั่วเสียเป็นเวลานาน ราชามังกรจะขุ่นเคืองใจเอาได้เพราะเรื่องนี้ ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ขบคิดอยู่นานก็ยังไม่อาจหาวิธีแก้ปัญหาที่บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเยี่ยนเจ๋อที่เฝ้ามอง

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 29

    ลั่วชิงอวิ๋นอาศัยอยู่ในทะเลบูรพาได้หนึ่งปี ในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งเง็กเซียนฮ่องเต้และองค์รัชทายาทต่างสิ้นชีพลงติดต่อกัน ภายในวังสวรรค์จึงเกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นระลอกหนึ่ง สุดท้ายเป็นเซียวถางโอรสองค์เล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์นอกจากทะเลบูรพาที่รอดพ้นจากน้ำมือของเผ่ามารแล้ว ทั้งสามภพต่างได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล ทำให้ตำแหน่งเซียนว่างลงมากมาย ด้วยเหตุนี้ทั้งโลกมนุษย์และภพปีศาจจึงเกิดกระแสความนิยมในการบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุเป็นเซียนหลังจากร่างกายของลั่วชิงอวิ๋นฟื้นฟูดีแล้ว นางก็พาเยี่ยนเจ๋อออกท่องเที่ยวไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทร เพื่อแผ่ซ่านไอทิพย์หงสาลงสู่ขุนเขาและลำน้ำเทือกเขาที่ถูกทหารมารชนจนหักเหยียบจนราบ ลำน้ำที่ถูกไอมารปนเปื้อนจนแห้งขอด ต่างกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความตระหนกในใจของเหล่ามนุษย์ ปีศาจ และสิงสาราสัตว์ที่รอดชีวิตมาได้ค่อยๆ ถูกปัดเป่าเยียวยา แม้แต่ฤดูกาลก็กลับมาหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนดังเดิมการออกท่องเที่ยวในครั้งนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานนับหลายร้อยปี ทั่วทั้งสี่คาบสมุทรแปดดินแดนต่างอาบไล้ด้วยไอทิพย์

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 28

    เงาร่างคุนเผิงโผบินพาลั่วชิงอวิ๋นทะยานออกมาจากใจกลางค่ายกลยามเมื่อเยี่ยนเจ๋อเหลียวมองเงาร่างอันแสนคุ้นเคยสายนั้น ใจที่แหลกสลายไร้ความรู้สึกก็พลันกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้งหนึ่งคุนเผิงแผดเสียงร้องคำรามลั่น มันค่อยๆ วางคนที่อยู่บนหลังลงสู่อ้อมอกของเยี่ยนเจ๋อ จากนั้นจึงขยับปีกทองโบกสะบัดเบาๆ พัดพาร่างของคนทั้งสองให้ร่อนลงมาจากเหนือนภาชั้นเมฆหลังจากหลุดพ้นออกมาจากขอบเขตค่ายกลสยบมาร พลังปราณวิญญาณทั่วร่างของเยี่ยนเจ๋อก็กลับมาโคจรแล่นพล่านได้ดังเดิม เขาโอบกอดลั่วชิงอวิ๋นในอ้อมอกเอาไว้แน่น ก่อนจะทะยานร่างลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงเหนือชั้นเมฆพลันบังเกิดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตาระเบิดออกสายหนึ่ง ตามมาด้วยเปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานฟ้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ย้อมผืนนภาที่เคยสลัวรางให้กลายเป็นสีแดงชาดทหารมารภายในตำหนักหลิงสุ่ยถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว ทวยเทพทั้งหลายต่างแหงนหน้าขึ้นมองความผันผวนบนท้องฟ้า ในยามนั้นมีดาวตกสีดำสนิทดวงหนึ่งลอยพาดผ่านขอบฟ้า ซือมิ่งรีบยกนิ้วขึ้นคำนวณ จิตใจพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก“องค์รัชทายาททรงสละชีพเพื่อใต้หล้ายับยั้งจอมมารแล้ว!”เยี่ยนเจ๋อที่ได้

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 27

    ท่ามกลางแสงสีทองและหมอกทมิฬที่พัวพันกันยุ่งเหยิง เซียวจวินโม่ก็เสาะหาจนพบร่างของลั่วชิงอวิ๋นนางนอนสลบอยู่บนภาพเงาร่างของคุนเผิงตัวหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะหมดสติแน่นิ่งไปแล้วทันใดนั้น เซียวจวินโม่พลันนึกถึงเรื่องราวลึกลับในบันทึกโบราณเล่มหนึ่งขึ้นมาได้มีข่าวเล่าลือสืบต่อกันมาว่า ในยุคบรรพกาล ประมุขเผ่าหงสาเคยหมั้นหมายผูกสัมพันธ์สมรสกับ…คุนเผิงเพียงตัวเดียวที่มีอยู่ในโลกหล้าในเวลาต่อมา เผ่าหงสาได้ยอมสละชีพทั้งเผ่าเพื่อปกป้องสรรพชีวิต ในยามที่ประมุขเผ่ากำลังจะสิ้นใจได้แปรเปลี่ยนร่างเป็นอัคคีสวรรค์ คุนเผิงตัวนั้นจึงกระโดดเข้าสู่กองอัคคีสวรรค์เพื่อตายตกตามกันด้วยความรักอันลึกซึ้งเงาร่างคุนเผิงแผดเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนรันทดใส่เซียวจวินโม่คราหนึ่ง ราวกับกำลังบอกเล่าความในใจบางอย่างอยู่เซียวจวินโม่ได้แต่ฝืนทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส และตั้งใจรับฟังอยู่เงียบๆหลังจากคุนเผิงบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของตนเองแล้ว ก็ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดอย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนหลังจากคุนเผิงกระโดดเข้าสู่อัคคีสวรรค์ ดวงวิญญาณกลับยังมิได้แตกสลายไปจนหมดสิ้น ทว่าได้ทิ้งเศษเสี้ยววิญญาณสายนี้เอาไว

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 26

    ในเผ่าสวรรค์มีวิชาลับต้องห้ามอันถูกปิดผนึกไว้บทหนึ่ง นามว่าวิชาย้ายวายุหากร่ายมหาเวทบทนี้ขึ้นมา จะสามารถสูบกลืนกระแสพลังที่เข้มข้นที่สุดในบริเวณโดยรอบเข้าสู่ร่างกายเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังของตนเองได้ในยามที่เซียวจวินโม่บรรลุนิติภาวะ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้แอบถ่ายทอดวิชาลับนี้ให้แก่เขาเป็นการส่วนตัว ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยใช้มันเลยหากยามนี้เขาเลือกที่จะร่ายวิชาย้ายวายุ ย่อมสามารถกำจัดไอมารให้หมดสิ้นไปได้ ทว่าภายในใจของเซียวจวินโม่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจตัวเขาเป็นฝ่ายเซียน หากสูบกลืนไอมารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายในขณะที่เขากำลังบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่มีทางสลายพลังมารได้แน่ และเมื่อพลังปราณเซียนกับไอมารปะทะหักล้างกันเอง เส้นชีพจรของเขาจะต้องฉีกขาดสะบั้นลงทันที ณ ที่ตรงนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองแสงสีทองที่สาดแสงวับแวมออกมาเป็นระยะ แววตาของเขาฉายประกายความรู้สึกอันสับสนปนเปออกมาแวบหนึ่งมือของเซียวจวินโม่แปรเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อวาดมุทราสร้างอักขระคาถา รอบกายของเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลมพายุหมุนเกลียวสายหนึ่ง ส่งผลให้ไอมารรอบทิศทางพากันพวยพุ่งทะลักเข้าหาตัวเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 25

    ครั้นเมื่อคนทั้งสองเร่งรุดมาถึงประตูสวรรค์ ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำเอาพวกเขาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องพลันเห็นวังสวรรค์ที่ในยามปกติมีเวรยามแน่นหนา ประตูกลับเปิดทิ้งไว้หมด ซากศพของเหล่านายทหารสวรรค์และทหารมารนอนตายเกลื่อนกลาดดาษดื่นไปทั่วทั้งห้องโถง โดยมีเสียงเข้าห้ำหั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังแว่วมาจากส่วนลึกของวังลั่วชิงอวิ๋นกับเยี่ยนเจ๋อหันมาสบสายตากันคราหนึ่ง ใบหน้าของคนทั้งคู่ต่างเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและวิตกกังวลอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่าเข้ามาถึงตำหนักหลิงสุ่ย ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยการตะลุมบอนพัวพันระหว่างเซียนและมารจนสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี โดยมีเง็กเซียนฮ่องเต้กับเซียวจวินโม่กำลังจับมือร่วมรบต้านทานจอมมารอยู่กระบวนท่าโจมตีของจอมมารดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก ในเวลาเพียงไม่นานมันก็ซัดเซียวจวินโม่จนร่วงตกจากชั้นเมฆ ส่วนเง็กเซียนฮ่องเต้กลับถูกมันคว้าตัวจับกุมเอาไว้ได้คามือ!มันพ่นลมหายใจเป็นไอมารสีดำทมิฬคราหนึ่ง บนใบหน้าฉายแววพึงพอใจและเย้ยหยัน พลางก้มศีรษะลงทอดสายตามองลงไปที่ภาพการตะลุมบอนนองเลือดภายในตำหนัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโอหังบ้าคลั่ง“พวกเศษสวะแห่งแดนเซ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 10

    วันรุ่งขึ้นณ แท่นประหารเซียน เมฆมงคลปกคลุมหนาแน่น เหล่าเซียนในสามภพที่ไม่มีหน้าที่การงานต่างพากันแห่มาดูการประหารทารกมารแต่กำเนิดกันอย่างเนืองแน่นผู้คุมการประหารในวันนี้คือเซียวจวินโม่ เขาเหลือบมองตะปูสลายวิญญาณพันเล่มที่เซียนรับใช้ยกขึ้นมา แล้วจึงยกมือขึ้นร่ายอาคมอาภรณ์สีขาวของลั่วชิงอวิ๋นถูก

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 9

    ลั่วจื่ออวิ๋นและคณะเพิ่งมาถึงตำหนักเฉิงเทียน ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า“ในวาระสุดท้าย คุนเผิงส่งเสียงร้องต่อหน้าลั่วชิงอวิ๋น เห็นทีจะเป็นเพราะนางเป็นตัวกาลกิณีจึงทำให้เกิดภัยพิบัติในวันนี้ ควรลงโทษตัวหายนะนี้หรือไม่?”ประมุขเผ่าวิหคหลวนกับลั่วจื่ออวิ๋นสบตากัน แววตาของพ่อลูกต่างเห็นพ้องต้องกันเพียงไม่

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 8

    ลั่วชิงอวิ๋นถูกหามกลับมายังตำหนักฝูอวิ๋น แต่กลับถูกลั่วจื่ออวิ๋นสั่งขับไล่ให้ไปซุกหัวนอนที่เรือนพักของนางกำนัลเซียน มิหนำซ้ำยังตัดเบี้ยหวัดและเครื่องเสวยจนหมดสิ้น บีบคั้นให้นางจนมุมแทบไร้ทางเดินหลังสูญเสียเกราะคุ้มกันหัวใจ ทั้งยังถูกแทงด้วยกระบี่อีกหนึ่งแผล ร่างกายของนางก็ยิ่งอ่อนแอลงทุกทีเมื่อเ

  • วสันต์ร่วงเหนือเก้าหมื่นลี้   บทที่ 7

    ตลอดเส้นทาง ห้วงคำนึงของลั่วชิงอวิ๋นฉายภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาการตัดขาดจากบิดามารดาที่ไม่รักตนย่อมเจ็บปวด ทว่าบนผืนดินแห่งความเจ็บปวดนั้น กลับมีหน่ออ่อนของความหวังผลิบานขึ้นมาที่แท้ความทรงจำของเซียวจวินโม่ถูกบิดเบือนไป มิน่าเล่าเขาถึงได้เปลี่ยนใจไปรักลั่วจื่ออวิ๋นลั่วชิงอวิ๋นหวน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status