วัตถุโบราณตระกูลหลี่

วัตถุโบราณตระกูลหลี่

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-02-28
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
152Bab
9.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

หลี่เหม่ยถิง เกิดอุบัติเหตุหลับไหลไป 1 เดือนแต่ดวงจิตกลับข้ามมิติติดตามดูจุดจบไม่สวยนักของตัวเธอในต่างโลกนานนับ 10 ปี ฟื้นกลับมาอีกครั้งเธอจะไม่เชื่อฟังทั้งแม่ไม่แท้และนังน้องดอกบัวขาวอย่างโง่งมอีก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ ท่องฝันนานนับ 10 ปี ก็แค่ตื่นหนึ่ง

ปี 1997

ณ โรงพยาบาลเอกชน ฝูต้า

“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่!! แกไม่ใช่ลูกของฉัน!!”

“แกมันก็แค่มารหัวขน ลูกชู้ที่พ่อแกอุ้มกลับมาให้ฉันเลี้ยงดู”

“จุ๊ ๆ คุณแม่ดูสิคะ สารรูปนังเหม่ยถิงดูไม่ได้เลย นี่คงใกล้จะตายเต็มทีทางแพทย์เจ้าของไข้ถึงโทรไปตามให้เรามาดูใจมันนะคะ”

“ดูสิเสื้อผ้าหน้าผมสารรูปผีไม่ใช่คนไม่เชิงนี่ก็ผลงานชิ้นเอกของฉันทั้งนั้น”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ถ้อยคำเสียดแทง เสียงหัวเราะเย้ยหยันสะใจดังก้องสะท้อนไปมาภายในจิตใต้สำนึกที่หลับไหลของผู้ป่วยอาการโคม่า มีหยาดน้ำสีใสก่อตัวที่หางตา ร่างผอมบางขาวซีดที่นอนแน่นิ่งมากว่า 1 เดือนเกร็งกระตุก

“คนไข้วิกฤติ เตียง 1 มีการตอบสนอง โทรตามอาจารย์เย่เร็วเข้า!!!”

เสียงพูดรัวเร็วเป็นจังหวะทะลุผ่านโสตประสาทของร่างขาวบอบบางที่กำลังอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น สติและความรับรู้ภายนอกยังไม่กลับมาสมบูรณ์ เพียงรู้สึกได้ลาง ๆ เหมือนเปลือกตาถูกแยกออก มีแสงสว่างจ้าส่องตรงเข้านัยน์ตาดอกท้อจนต้องพยายามกะพริบกั้นแสง ไม่นานสติสัมปชัญญะก็ดับวูบลงอีกครั้ง

3 วันผ่านไป

“รุ่นพี่คะ คนไข้ห้องพิเศษ 3 ไม่มีคนทางบ้านมาเฝ้าไข้เลยเหรอคะ?“

“จุ๊ ๆ อย่าเอ็ดไปนะอาจือ นั่นคุณหนูหลี่ลูกสาวคนโตของท่านประธานหลี่”

“ห๊า! เรื่องจริงเหรอเนี่ย ไม่ใช่ว่าประธานหลี่มีลูกสาวคนเดียวเหรอคะ เท่าที่ฉันเคยเห็นมีแค่คุณหนูหลี่เหม่ยหลินมากับคุณนายหลี่เท่านั้น แล้วคุณนายไม่มาเฝ้าลูกสาวคนโตเลยเหรอ เธอนอนโคม่าเกือบเดือนเลยนะคะพี่”

“นี่…อย่าพูดไปล่ะ ฉันเห็นคุณนายกับคุณหนูรองเข้าไปเยี่ยมท่านประธานที่ห้องพิเศษ 1 ทุกวัน แต่ไม่แวะมาห้องนี้เลยน่ะสิ”

“เฮ้อ…น่าสงสาร…ตลอดเดือนมานี้มีเพียงหญิงและชายสูงวัยมาเยี่ยม ฉันยังนึกเลยว่าเป็นปู่ย่าของคนไข้เสียอีกนะคะ”

“ปู่ย่าอะไรกันล่ะ นั่นแม่นมของเธอกับพ่อบ้านของตระกูลหลี่ เธอเพิ่งมาทำงานที่นี่อาจจะไม่รู้จัก แต่คนในโรงพยาบาลนี้คุ้นหน้าคุ้นตา 2 คนนั้นดี”

เสียงกระซิบกระซาบด้านนอกบานประตูห้อง ทำให้หลี่เหม่ยถิงที่กำลังนอนรวบรวมสติอยู่บนเตียงแคบของห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลของครอบครัวตัวเองถึงกับชะงักงัน

‘ครอบครัว’ เธอยังมีสิทธิใช้คำนี้เรียกขานคุณแม่ผู้แสนเข้มงวดและน้องสาวผู้อ่อนหวานอยู่อีกหรือ บุคคลที่เธอคิดมาตลอดช่วงอายุ 17 ปีว่าทั้งสองคือคนในครอบครัวจึงทุ่มเทความรัก พยายามเอาอกเอาใจ ปล่อยผ่านความเมินเฉย ยินยอมให้ทุกอย่างตามที่น้องสาวร้องขอ

“ลูกเป็นพี่ ต้องรักน้องให้มากมีอะไรก็ต้องคิดถึงน้อง เสียสละให้น้อง”

นี่คือคำพูดติดปากของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่ของเธอ คุณแม่มักพูดกรอกหูย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงเข้มงวดเรียบเฉย

“ลูกเป็นลูกสาวคนโตของตระกูล แม่ถึงต้องเข้มงวดกับลูก ถ้าเข้าใจแล้วก็เก็บข้าวของเตรียมไปเรียนโรงเรียนประจำที่ไท่หยวนเสีย”

เหตุผลที่เด็กหญิงในวัย 7 ขวบได้รับจาก ‘คุณแม่’ หลังจากเดินร้องไห้น้ำตาอาบหน้าไปขอร้องไม่ให้ส่งเธอไปเรียนโรงเรียนประจำอันห่างไกล

“ลูกเป็นลูกสาวตระกูลหลี่ ต้องรักษาภาพลักษณ์หน้าตาของตระกูลไม่ให้คนนอกมาดูถูกว่าแต่งตัวไม่เหมาะสมเอาได้ แม่ถึงต้องเลือกเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อยมิดชิดให้กับลูก”

เธอไล่ทบทวนความทรงจำและคำพูดของคุณแม่ที่ผ่านมา หลังจากตัดความรักใคร่เทิดทูนที่มีต่อผู้เป็นบุพการีออกไป มองสิ่งเหล่านั้นจากมุมมองของคนนอก รอยยิ้มติดเศร้าให้ความรู้สึกกึ่งสมเพชกึ่งเย้ยหยันตัวเองขยับขยายกระจายบนใบหน้า

จำได้ว่าครั้งนั้นคุณพ่อเพิ่งกลับมาจากงานสัมมนาที่ต่างประเทศ ประกอบกับลูกสาวคนโตปิดเทอมภาคฤดูร้อนกลับมาอยู่บ้าน 3 เดือน คุณพ่อที่งานยุ่งตลอดทั้งปีพอมีเวลาว่างเล็กน้อยจึงคิดพาครอบครัวออกไปเที่ยวเล่น

ครอบครัวเราพากันมาที่ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมือง น้องสาววัย 6 ขวบค่อนข้างดื้อรั้นและซุกซนคุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยจับจูงไม่ให้พลัดหลง ส่วนตัวเธอมีคนงานคนหนึ่งของบ้านคอยจูงมือเดินตามมาทางด้านหลัง ได้แต่เฝ้ามองมือของพ่อแม่ตัวเองทางด้านหน้าด้วยสีหน้าแววตาเหงาหงอยและโหยหา

มองคุณแม่ที่กำลังเลือกซื้อชุดกระโปรงพองฟูสีหวานสวยให้น้องสาว เลือกแล้วเลือกอีกอยู่นานจึงตัดสินใจซื้อมาทั้งหมด ส่วนในมือของตัวเองมีชุดสีเทาเข้มแบบแขนยาวเรียบร้อยที่คุณแม่ใช้เวลาหยิบจับไม่ถึง 3 นาทีก็ยื่นส่งให้อย่างไม่ใส่ใจนักอยู่ 1 ชุด

“คุณแม่คะ หนูขอซื้อชุดนี้ด้วยอีกชุดได้ไหมคะ” เสียงเล็กเบาแกมประหม่าเปล่งถามออกไป ดวงตาจดจ้องเว้าวอน

คิก คิก ฮ่า ฮ่า

เสียงหัวเราะขมขื่นหลุดรอดจากลำคอแห้งผาก ยังต้องคิดทบทวนอะไรอีก ภายในบ้านหลังนั้นหากเป็นสิ่งที่เธอร้องขอบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่ไม่เคยตอบตกลงแม้สักครั้ง มักจะมีเหตุผลกล่าวอ้างร้อยแปดเพื่อปฏิเสธ

“โง่งม หลี่เหม่ยถิงหนอหลี่เหม่ยถิง เธอมันตัวตลกที่ถูกจับหมุนเล่นอยู่บนฝ่ามือของคนอื่น”

“ฉันไม่ได้ว่าพี่นะคะ ฉันพูดถึงตัวเองนี่ล่ะ” เสียงหวานราบเรียบพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง แต่สายตากลับปรายจับไปยังเงาร่างโปร่งใสทางขวาของเตียง

ร่างนั้นเป็นหญิงสาววัยสามสิบท่วงท่าหม่นเศร้า วงหน้ารูปไข่หวานสีเหลืองซีดมีเค้าความงามเป็นเอก หากแต่มีริ้วรอยแห่งการผ่านการใช้ชีวิตที่ไม่ราบรื่นให้เห็นประปราย ถ้าคนภายนอกสามารถมองเห็นคงได้ออกอุทานตื่นตกใจถึงความเหมือนกันของร่างบอบบางบนเตียงคนไข้กับหญิงวัยกลางคนคนนี้

เงานั้นขยับส่ายหัวเพียงเล็กน้อยพร้อมทั้งแย้มปากยิ้มบาง ขยับริมฝีปากพูดบางอย่างออกมา แม้ไร้เสียงหลี่เหม่ยถิงยังสามารถอ่านริมฝีปากเป็นคำได้ว่า ‘ใช้ชีวิตให้ดี พี่ต้องไปแล้ว’

อ่านได้ใจความแล้วทำให้จิตใจที่คิดว่าด้านชาไร้ระลอกคลื่นกลับวูบโหวง ความรู้สึกสูญเสียจุกแน่นอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก มือบางผอมแห้งสั่นเทากดขย้ำบนอกซ้าย อ้าปากกอบโกยลมหายใจเข้าปอด

“พี่เหม่ยถิง… ตะ… ต้องไปแล้วเหรอคะ” เสียงสั่นเครือแหบแห้งกว่าจะเค้นคำพูดจนจบประโยคก็เล่นเอาร่างเล็กของสาวน้อยวัย 17 สั่นไหวทั้งตัว

ดวงตาดอกท้อดำขลับคลอขังด้วยหยาดน้ำสีใส ดวงหน้าหวานรูปไข่มองเหม่ออย่างไร้จุดหมายหวนนึกถึง ‘ความฝัน’ ไม่สิจะเรียกความฝันก็ไม่ถูกนัก เพราะพี่เหม่ยถิงมีตัวตนอยู่ตรงหน้านี่แล้ว

ความฝันนั้นคือประสบการณ์ชีวิตตลอด 10 ปีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ‘หลี่เหม่ยถิง’

ไม่ใช่คนชื่อเหมือน แต่เป็นตัวตนของพวกเธอทั้งสองในต่างห้วงเวลาต่างมิติ พี่เหม่ยถิงจับจูงมือของเธอยามดวงจิตตกอยู่ในภวังค์ว่างเปล่าหลังอุบัติเหตุรถชนที่เกือบคร่าชีวิตของเธอเมื่อหนึ่งเดือนก่อน

การมาถึงของดวงจิตที่แตกดับไปแล้วจากอีกห้วงมิติเวลา ผ่านพลังงานฟ้าดินของหยกจักพรรดิสีเลือด พี่เหม่ยถิงมาเพื่อแสดงให้เห็นชะตาชีวิตและจุดจบของพวกเราที่ในแต่ละมิติคงจะไม่แตกต่างกันมาก หากยังไม่ตาสว่างและหลงเชื่อไปกับคำลวงของบุคคลที่เธอเชื่อหมดใจว่าเป็นคนในครอบครัว

การเดินทางนี้ใช้เวลาร่วม 10 ปี ดวงจิตของเธอได้แต่ติดตามเฝ้ามอง ‘หลี่เหม่ยถิง’ อีกคนใช้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปตามคำสั่งและคำแนะนำอันเข้มงวดของผู้เป็นแม่ ชีวิตถูกตีกรอบทั้งเรื่องการวางตัว เสื้อผ้า การทำงาน หรือแม้แต่การแต่งงานยังไม่มีสิทธิเลือก

ชีวิตทั้งชีวิตเหมือนจะราบรื่น ‘หลี่เหม่ยถิง’ เกิดมาเป็นทายาทรุ่นสองของตระกูลหลี่ที่มีเครือกิจการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในเฉิงตู คุณพ่อเป็นศัลยแพทย์สมองชื่อดังระดับประเทศ มีคุณแม่ที่ได้ชื่อเรื่องคุณธรรม ทำงานด้านสาธารณกุศลมากมาย น้องสาวผู้งดงามอ่อนหวานโด่งดังในวงสังคมชั้นสูง

แท้จริงสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงภาพมายาในฟองสบู่ หลี่เหมยถิงหลังเรียนจบบริหารเข้ามาบริหารงานกิจการโรงพยาบาลฝูต้า เฝ้าต่อสู้กับพวกตาแก่หัวโบราณในโลกธุรกิจที่เชิดชูผู้ชายเป็นใหญ่กดข่มผู้หญิง

ผ่านชีวิตการทำงานได้ 5 ปี ก็ต้องแต่งงานกับ ‘จ้าวอิงสง’ ตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ สามีคนนี้คือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวในชีวิตและประตูสู่ความตายของ ‘หลี่เหม่ยถิง’

จ้าวอิงสง เป็นทายาทคนเล็กของตระกูลจ้าว ตระกูลนี้มีธุรกิจโรงแรมขนาดกลางหลายสิบแห่งครอบคลุมทั่วมณฑล เสฉวน เรียกได้ว่าเป็นการจับคู่ที่ดีหากดูเพียงฐานะทางสังคม

‘รู้ตัวซะบ้าง เธอมันจืดชืดไร้สเน่ห์ ใครมันจะอยากนอนกอดท่อนไม้’ จ้าวอิงสงโยนคำพูดมักง่ายใส่ภรรยาอย่างหลี่เหม่ยถิง

‘แต่งงานมา 3 ปี เธอยังไม่ท้องเลย แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้แบบเธอจะรอให้อิงสงของฉันไร้ทายาทหรือยังไง พอเด็กคลอดก็รับมาเลี้ยงในชื่อเธอก็ได้ เธอกับอิงสงจะได้มีทายาทมีคนคอยเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า’ แม่สามีที่ดูใจดีพูดออกมาเรียบง่าย ไม่มีการกล่าวโทษคนทำผิดอย่างลูกชายตัวเอง

‘คุณนายเล็กเป็นหมันหรือเปล่า แต่งเข้าตั้งหลายปีไม่ยักกะท้อง คุณชายเล็กเหลวไหลนิดเดียว ดูสิเสี่ยวซาน ข้างนอกจะคลอดแล้ว’ เสียงพูดแผ่วเบาดังมาจากโถงรับแขกของบ้านตระกูลจ้าว

คนพูดไม่ตั้งใจ แต่ทำเอาหลี่เหม่ยถิงสะอึกอึ้ง กำเอกสารทางการแพทย์ในมือจนยับยู่ เอกสารการตรวจร่างกายที่แสดงว่าเธอมีภาวะมีบุตรยาก ดวงหน้าซีดสีผิวค่อนไปทางเหลืองมีรอยยิ้มปลดปลงหมุนตัวเดินออกไป ตั้งใจกลับบ้านตระกูลหลี่

“ตายจริง…ลูกเป็นหมัน อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วอย่าเพิ่งหย่าเลยมันจะมีผลกระทบกับชื่อเสียงของโรงพยาบาลของเราได้ เชื่อแม่ แม่คิดเผื่อลูกเสมอ”

“แต่แม่คะ…หนู หนูทนอยู่บ้านหลังนั้นไม่ไหว”

“วันนี้ลูกก็นอนที่บ้านสักคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับไป ลูกจะยอมให้ผู้หญิงหยำฉ่ามาทำให้พ่ายแพ้ไม่ได้ ลูกมีทะเบียนสมรสนะ เอาตามที่แม่ว่า ตอนนี้ขึ้นห้องของลูกไปก่อน”

แต่เช้าวันรุ่งขึ้นกลับมีข่าวลือกระจายไปทั่วว่าทายาทคนโตของตระกูลหลี่เป็นหมัน

“นี่เธอกล้าหลอกลวงตระกูลจ้าวของเรางั้นเหรอ นังแม่ไก่ไข่ไม่ออก นังตัวกาลกิณี คอยดูฉันจะฟ้องแก ไม่ต้องกลับมาเหยียบบ้านของฉันอีกนะ”

โครม

ตรู๊ด…

‘หลี่เหม่ยถิง’ ยกโทรศัพท์แนบหูค้างไว้อย่างมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอไม่เข้าใจว่าเรื่องแดงออกไปได้ยังไงเพราะคนที่รู้เรื่องนี้มีเพียงเธอและ ‘คุณแม่’ เท่านั้น

ไม่นานหมายศาลก็ถูกส่งตรงมายังบ้านตระกูลหลี่ เธอถูกฟ้องหย่าเหตุผลเพราะหลอกหลวงให้แต่งงานโดยไม่ยอมบอกว่าเป็นหมัน แทนที่เหยื่ออย่างเธอที่ถูกสามีนอกใจจะยื่นฟ้องกลับกลายเป็นจำเลยสังคมเสียเอง

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของดวงจิตของหลี่เหม่ยถิงและพี่เหม่ยถิง เธอติดตามชีวิตของหลี่เหม่ยถิงคนนี้จากสาวน้อยสู่วัยสาว จนตอนนี้เธอมายืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลฝูต้า มองดูใบหน้าซูบตอบ ผิวพรรณและนัยน์ตาเหลือง ใต้ตาดำคล้ำจากการนอนไม่หลับเพราะความทรมาน

หลี่เหม่ยถิงคนนี้ เหมือนตะเกียงขาดน้ำมันที่เปลวไฟกำลังจะมอดดับ ลมหายใจผ่านออกมาแต่ละครั้งด้วยความยากลำบาก ‘มะเร็งตับ’ กำลังกัดกินชีวิตของเธอมันถูกส่งผ่านมาจากสามีที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบชนิดบี

ครืด!

‘คุณ…แม่ หลินหลิน มาเยี่ยมหนูกันเหรอคะ’ เสียงแหบแห้งแต่บ่งบอกความยินดีเต็มเปี่ยมดังแแผ่วเบาจากร่างผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

กริ๊ก!

มือขาวของหญิงสาวผู้มาใหม่ปิดประตูห้องทันที แล้วค่อย ๆ ก้าวเดินไม่รีบไม่ร้อนไปยังเตียงอีกด้าน

“จุ๊ ๆ คุณแม่ดูสิคะ สารรูปนังเหม่ยถิงดูไม่ได้เลย นี่คงใกล้จะตายเต็มทีทางแพทย์เจ้าของไข้ถึงโทรไปตามให้เรามาดูใจมันนะคะ”

เรียวปากสีชมพูยิ้มอ่อนหวาน แต่คำพูดที่พ่นออกมากลับเสียดแทง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกลียดชังขยะแขยง

“หลินหลิน! น้องพูดอะไร แค่ก ๆ” หลี่เหม่ยถิงไอหอบอย่างหนัก ร่างกระตุกเกร็งเพราะความเจ็บปวด ตกตะลึงจากคำพูดที่คาดไม่ถึงของน้องสาวที่เธอรักนักหนา

“คุณแม่ พูด แค่ก แค่ก อะ…ไรหน่อยสิคะ” หลี่เหม่ยถิงหันกลับมาพูดกับมารดาด้วยแววตาสับสน แต่สิ่งที่เห็นบนใบหน้าที่ตกแต่งมาอย่างดีของคนเป็นแม่กลับเป็นรอยยิ้มยินดีกว้างขวางจนดวงตาเปล่งประกายความสุข ออร่ารอบตัวแทบจะดูสว่างจนตาพร่ามัว

ไร้วี่แววของความเป็นห่วงของคนในครอบครัวบนใบหน้านั้น

“คุณแม่...”

“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่!! แกไม่ใช่ลูกของฉัน!!” เสียงกระซิบเกรี้ยวกราดเยาะหยันกรอกเน้นทีละคำอยู่ข้างหมอน

ดวงตาดอกท้อเบิกโต ร่างกายเกร็งกระตุก ปากอ้าค้างแบบคนตกใจสุดขีด ในดวงตามีแต่ความสับสนเศร้าโศก ความไม่เข้าใจฉายชัด ขอบตาและหางตาแดงระเรื่อ น้ำตารินรดลงบนแก้มตอบ

“แกมันก็แค่มารหัวขน ลูกชู้ที่พ่อแกอุ้มกลับมาให้ฉันเลี้ยงดู”

“มะ มะ ไม่ ไม่ ไม่จริง แม่รักหนู แม่เลี้ยงหนูอย่างดีมาตลอด”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่คะ ดูนังโง่นี่สิ มันยังพยายามหลอกตัวเอง มีผู้หญิงคนไหนจะรักลูกชู้บ้างฮะ!!! นังหน้าโง่ หนูไปนั่งรอที่โซฟานะคะเสียเวลาเสวนากับมันทำไมก็ไม่รู้”

‘ติงหรูอี้’ หรือคุณนายหลี่ที่คนในสังคมเรียกขาน ลดสายตาลงมองลูกเลี้ยงที่เลี้ยงดูมานานถึง 30 ปีด้วยสายตากดข่ม กวาดมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า รอยยิ้มยินดีประกายสุขสมใจไม่อาจปิดบังไว้ได้อีกต่อไป

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

“ในที่สุด ฮ่า ฮ่า ในที่สุด ดี ดี ดี เหลือเกิน ผ่านมา 30 ปีวันที่ฉันรอคอยก็มาถึงจนได้” เสียงหัวเราะสะใจกึกก้องห้องพักผู้ป่วย หากคนผ่านมาได้ยินคงคิดว่าห้องนี้กำลังมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น

“แกรู้หรือเปล่า ว่าฉันต้องลงมือลงแรงสมองไปกับแกขนาดไหน?” เสียงพึมพำพูดกับตัวเองอย่างไม่หวังคำตอบ

“ต้องคอยสอนให้แกรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่เผยอหน้ามาเทียบชั้นลูกสาวที่แท้จริงของฉันได้ ดูสิเสื้อผ้าหน้าผมสารรูปผีไม่ใช่คนไม่เชิงนี่ก็ผลงานชิ้นเอกของฉันทั้งนั้น”

“ฮึก… คุณแม่ หมายความว่าไงคะ” เสียงครางปนสะอื้นเอ่ยถาม

“แกคิดว่าทั้งเสื้อผ้าไร้รสนิยมยังกับคนแก่ หน้าผมเฉิ่มเชย บุคลิกมืดมนของแกนี่มันเรื่องบังเอิญหรือไง หึ...แกมันโง่ว่าง่ายดีจริง จุ๊ จุ๊ จุ๊ ชั้นพูดอะไรก็เชื่อบอกอะไรก็ทำตาม มันสนุกมากเชียวล่ะ”

“มันว่าง่าย เลี้ยงเชื่องยิ่งกว่าหมาบ้านเพื่อนหนูอีกค่ะแม่ คิกคิก”

“จริงจ้ะ หลินหลิน ลูกรัก”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

สองแม่ลูกในห้องหัวเราะออกมาไม่สนความรู้สึกคนบนเตียงที่เคยเรียกขานกันเป็นพี่หรือลูกแม้แต่น้อย หัวใจทั้งดวงของหลี่เหม่ยถิงแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี เจ็บปวดซ้ำซากจากการเฝ้ารอและร้องขอความรักจากแม่

พรวด! แค่ก แค่ก

เลือดสีแดงสดพ่นออกมาจากริมฝีปากแห้งแตก ส่วนหนึ่งล่วงผ่านลำคอจนสำลักกระอักกระไอ

“อ้ออออ ไหน ๆ แกก็ใกล้จะตายแล้ว ฉันจะบอกความจริงให้แกได้รับรู้ไว้ก่อนไปปรโลก เผื่อโลกหน้าจะได้ฉลาดขึ้นมาเสียบ้าง เรื่องที่แกเป็นหมันนั่นก็เพราะสมุนไพรบำรุงที่ฉันให้แกกินตลอด 5 ปีหลังเรียนจบ ส่วนจ้าวอิงสงนั่นฉันก็รู้ว่าเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี แต่ไม่คิดว่าแกจะโชคดีขนาดป่วยเป็นมะเร็งทั้งที่โอกาสเป็นก็ไม่ได้มาก ทุกอย่างมันเข้าทางฉันไปเสียหมด”

“กลับกันเถอะลูกหลินหลิน ที่นี่ไม่มีค่าอะไรให้นึกถึงแล้ว ก็แค่ชีวิตของนังเด็กไร้ค่าไร้ราคากำลังจะตาย เรากลับไปใช้เงินที่มันขยันหามาให้เราถลุงตลอด 7-8 ปีนี่กันดีกว่า”

“ไปค่ะแม่ หนูเบื่อจะแย่แล้วเราไปชอปปิ้งกันดีกว่า กระเป๋าที่หนูสั่งไว้เข้ามาพอดี ต้องขอบคุณความสามารถของนังสวะนี่ ถึงมันจะโง่แต่มันก็หาเงินเก่งจริง ๆ” หลี่เหม่ยหลินเดินมาเกาะแขนผู้เป็นแม่แล้วพากันเดินออกไปไม่แม้จะเหลียวหลังมามองอีก

ปัง!

เสียงประตูปิดลงพร้อมความสิ้นหวังกัดกินสติรับรู้ของหลี่เหม่ยถิง ม่านตาแตกสลายโลกทั้งใบพังทลาย แขนขาไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับเขยื้อน

ผ่านไปเนิ่นนาน ตกดึกภายในห้องเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงสิ่งมีชีวิตใด ๆ มีเพียงเสียงสัญญาณต่าง ๆ ของอุปกรณ์การแพทย์ในห้อง

“คุณสองคนมองดูอยู่ตรงนั้นตลอดเลยหรือ” เสียงแผ่วเบาตัดผ่านความเงียบ หลี่เหม่ยถิงจดจ้องไปที่ปลายเท้าซึ่งมีเงาโปร่งแสงสองร่างยืนอยู่

!!!

หลี่เหม่ยถิงและพี่เหม่ยถิงไม่คาดคิดว่า หลี่เหม่ยถิงของมิตินี้จะรู้สึกถึงตัวตนของพวกเธอ ไม่เคยมีสัญญาณบอกมาก่อน

“แปลกใจหรือ? เมื่อก่อนเห็นเป็นเพียงกลุ่มพลังงานเบาบางที่คอยตามมา แต่มาวันนี้ไม่รู้ทำไมเห็นรูปร่างหน้าตาชัดเจน พวกเราเหมือนกันเหลือเกิน”

ภายในห้องยังคงสงัดเงียบ แม้เงาทั้งสองพยายามขยับปากแต่ไร้ผล เด็กสาวที่ดูอายุน้อยกว่าเหมือนนึกอะไรได้ ชี้นิ้วที่คอเกี่ยวสายสร้อยทองคำขาวห้อยด้วยหยกสีแดงใสมีรอยแตกภายในเนื้อหยกขึ้นมา

“เป็นเพราะหยกนี้ พวกเธอถึงมาที่นี่ได้?” หยกชิ้นนี้พ่อให้เธอใส่ไว้ไม่ให้ถอดออกตั้งแต่ตอน 5 ขวบ และเพราะเนื้อหยกมีรอยร้าวน้องสาวถึงไม่ได้สนใจจะขอไปเหมือนของอื่น ๆ ที่พ่อมอบมันให้เธอ

มือสั่นเทารวบรวมแรงทั้งหมดยกเกี่ยวสายสร้อยออกจากเสื้อคนป่วยสีฟ้า หยกแบบเดียวกัน 3 ชิ้นปรากฏสู่ครรลองสายตาของ 1 คนกับอีก 2 ดวงจิต ราวกับมีพลังงานดึงดูดหยกทั้งสามขยับเข้าหากันหลอมรวมเป็นหนึ่ง กระแสพลังงานพุ่งเข้าสู่ร่างของดวงจิตที่ดูอายุน้อยที่สุดด้วยแรงแห่งการอธิษฐานจากจิตใจอันมุ่งมั่น

‘ขอให้พลังและความสามารถที่มีถ่ายทอดไปสู่บุคคลที่สมควรได้รับ’

‘พลังนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่พี่สามารถมอบให้ถิงเออร์ได้’

เสียง 2 เสียงที่เหมือนกันดังกึกก้องในห้วงสำนึกสุดท้าย เป็นการสิ้นสุดการเฝ้ามองอย่างยาวนานนับ 10 ปี พร้อมชีวิตและลมหายใจของผู้ถูกเฝ้ามองได้จบสิ้นลง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Soji Eddie
Soji Eddie
สนุก พล้อตเรื่องแหวกแนว อารมณ์ขันมากมาย แต่ทำไมตั้งแต่ตอนที่ 42 ไป ลงตอนละสองครั้ง รับทรัพย์ซ้ำซ้อนไปเลย จอให้แห้ไขด้วยค่ะ รู้สึกเหมือนถูกโกงเอาดื้อๆไปเลย
2025-06-19 03:15:46
2
1
Saipeer
Saipeer
สนุกค่ะ แนะนำให้ติดตาม สนุก ปนตลก ไม่เคลียด
2025-04-08 21:30:51
1
0
152 Bab
บทนำ ท่องฝันนานนับ 10 ปี ก็แค่ตื่นหนึ่ง
ปี 1997ณ โรงพยาบาลเอกชน ฝูต้า“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่!! แกไม่ใช่ลูกของฉัน!!”“แกมันก็แค่มารหัวขน ลูกชู้ที่พ่อแกอุ้มกลับมาให้ฉันเลี้ยงดู”“จุ๊ ๆ คุณแม่ดูสิคะ สารรูปนังเหม่ยถิงดูไม่ได้เลย นี่คงใกล้จะตายเต็มทีทางแพทย์เจ้าของไข้ถึงโทรไปตามให้เรามาดูใจมันนะคะ” “ดูสิเสื้อผ้าหน้าผมสารรูปผีไม่ใช่คนไม่เชิงนี่ก็ผลงานชิ้นเอกของฉันทั้งนั้น”ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าถ้อยคำเสียดแทง เสียงหัวเราะเย้ยหยันสะใจดังก้องสะท้อนไปมาภายในจิตใต้สำนึกที่หลับไหลของผู้ป่วยอาการโคม่า มีหยาดน้ำสีใสก่อตัวที่หางตา ร่างผอมบางขาวซีดที่นอนแน่นิ่งมากว่า 1 เดือนเกร็งกระตุก“คนไข้วิกฤติ เตียง 1 มีการตอบสนอง โทรตามอาจารย์เย่เร็วเข้า!!!”เสียงพูดรัวเร็วเป็นจังหวะทะลุผ่านโสตประสาทของร่างขาวบอบบางที่กำลังอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น สติและความรับรู้ภายนอกยังไม่กลับมาสมบูรณ์ เพียงรู้สึกได้ลาง ๆ เหมือนเปลือกตาถูกแยกออก มีแสงสว่างจ้าส่องตรงเข้านัยน์ตาดอกท้อจนต้องพยายามกะพริบกั้นแสง ไม่นานสติสัมปชัญญะก็ดับวูบลงอีกครั้ง3 วันผ่านไป“รุ่นพี่คะ คนไข้ห้องพิเศษ 3 ไม่มีคนทางบ้านมาเฝ้าไข้เลยเหรอคะ?““จุ๊ ๆ อย่าเอ็ดไปนะอาจือ นั่นคุณหนูหล
Baca selengkapnya
ตอนที่ 1 พลังพิเศษเพิ่มพูน
1 เดือนต่อมา ณ โรงพยาบาลเอกชน ฝูต้า “คุณหนูใหญ่ ไม่ลองทบทวนเรื่องกลับไปพักที่บ้านสักอาทิตย์อีกรอบหรือครับ” คำเรียกขานพาให้มือที่กำลังสาละวนเปิดดูข้อความในโทรศัพท์มือถือชะงักไปชั่ววินาที “ลุงหย่งอันคะ อีก 2 อาทิตย์ก็ถึงวันเปิดเทอมแล้ว หนูยังไม่ได้ทำรายงานกับการบ้านเลยค่ะ ไปพักที่โรงเรียนน่าจะทำงานได้สะดวกกว่า” ฝูหย่งอัน มองคุณหนูน้อยที่ตนกับภรรยาช่วยกันดูแลมาตั้งแต่ยังเป็นทารกตัวแดงด้วยสายตาอึดอัดและสงสารเห็นใจ คนในบ้านหลี่มีใครไม่รู้บ้างว่าคุณหนูใหญ่รักครอบครัวขนาดไหน ปิดเทอมแต่ละครั้งก็ตั้งตารอที่จะได้กลับบ้าน ครืด! ประตูทางด้านหลังเปิดออก เสียงทรงพลังของหญิงวัยกลางคนดังมาก่อนเจ้าตัว “ตาแก่ ยืนนิ่งอยู่ทำไมไม่ช่วยคุณหนูเก็บของฮ๊า หลบไปไม่ต้องแล้วเดี๋ยวฉันทำเอง” ร่างท้วมกระฉับกระเฉงของหงหนิวอี หันไปขึงตาใส่พ่อบ้านตระกูลหลี่สามีของตนอย่างไม่พอใจ “คุณหนูเหม่ยถิง เดี๋ยวป้าเก็บให้เองค่ะ ไปไป นั่งพักก่อน ลุกขึ้นมาทำไมคะเนี่ย วันนี้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วก็จริง แต่ร่างกายยังผ่ายผอมขนาดนี้เดี๋ยวเกิดเป็นลมขึ้นมาจะทำยังไงคะ” เสียงอ่อนโยนแตกต่างกับเสียงคำรามก่อนหน้าเป็นคนละคน ไล
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 ความบังเอิญตัวเป็น ๆ (1)
“คุณหนูใหญ่ครับถึงสนามบินแล้ว” เสียงลุงหย่งอันเรียกหลังจากลงไปเปิดประตูรถให้ หลี่เหม่ยถิงที่กำลังเช็กข้อความในโทรศัพท์ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ก้มดูนาฬิกาข้อมือ คำนวณระยะเวลาเช็กอินคิดว่าจะเดินไปซื้อชาร้อนดื่มสักแก้ว“ลุงหย่งอันกับอาฉีกลับกันได้เลยนะคะ” “เรียบร้อยแล้วครับคุณหนูใหญ่” เสียงเข้มตอบมาจากทางด้านหลังของพ่อบ้านของตระกูล ร่างสูงอุดมไปด้วยมัดกล้ามที่แทบจะปริออกมาจากชุดสูทสากลสีดำเดินมายืนข้างลุงหย่งอันฉีฟ่านเป็นบอดี้การ์ดของคุณพ่อมานานหลายปี ชายร่างใหญ่หน้าเหลี่ยม คิ้วและปากหนา ตาคมปีกจมูกบานออก หูด้านขวามีรอยแหว่งจากรอยแผลสมัยที่ยังคงอยู่ในกองทัพ โดยรวมภาพลักษณ์ดูดุดันแตกต่างชัดเจนกับคนเป็นพ่อบ้านชนิดคนละขั้วลุงหย่งอันผอมเพรียว ยืนเหยียดหลังตรงในชุดสูท 5 ชิ้นดูน่าอึดอัดท่ามกลางอากาศอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน แก้มตอบเข้าทำให้โหนกแก้มดูสูง หางตาตกแต่มีประกายฉลาดเฉลียว สองคนนี้คนหนึ่งดูเป็นคนใช้เรี่ยวแรงในการทำงาน อีกคนดูทรงภูมิท่วงท่าคล้ายบัณฑิตไม่มีแม้แรงจะมัดไก่ทำให้คิดถึงรูปร่างอวบท้วมใบหน้ากลมมน หน้าผากกว้างแต่เรียวปากบางของป้าหนิวอี หากจับทั้งสามยืนรวมกันคงเกิดเป็นทัศนียภา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 ความบังเอิญตัวเป็น ๆ (2)
ตึกหัวใจเต้นผิดจังหวะกับคำชมแสนสั้นแต่น้ำเสียงหนักแน่นหลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงย่ำเท้ากับเสียงหายใจที่ดังชัดเจนในยามค่ำคืน“คุณ…นั่งหลบตรงนี้ก่อน เดี๋ยวฉันขอไปดูลาดเลาตรงทางเข้าก่อน”เสียงกระซิบแผ่วเบาไม่ทันจะพูดจบก็มีเสียงตะโกนแทรกขึ้นมาเสียก่อน“ใครอยู่ตรงนั้น? ออกมาเดี๋ยวนี้!”เฮ้ย!! จู่ ๆ หลี่เหม่ยถิงก็ยื่นหน้าถลำออกไปจากหลังต้นไม้ ทำเอาเจ้าของเสียงขึงขังตกใจจนแทบจะหงายหลังหน้าขาวซีดในป่าตอนกลางคืน มันสยองน้อยเสียเมื่อไหร่“ประธานนักเรียนหลี่นี่เอง ลุงตกใจหมด”‘ถงกวงต๋า’ พนักงานรักษาความปลอดภัยกะดึกของโรงเรียนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับประธานนักเรียน เพราะเด็กสาวมักจะออกตรวจตรารอบบริเวณทางออกด้านหลังเป็นประจำทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ขึ้นแท่นเป็นประธานนักเรียนเมื่อ 2 ปีก่อน“ฉันเองค่ะลุงถง ขออภัยที่ทำให้ตกใจนะคะ พอดีทำของตกกำลังมองหาน่ะค่ะ“หลี่เหม่ยถิงแก้ตัวออกไปด้วยมาดนิ่งขรึมทรงภูมิ ดูน่าเชื่อถือเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด เธอเป็นนักเรียนที่ได้ชื่อเป็นสารานุกรมกฎระเบียบเคลื่อนที่ ไม่เคยแหกกฎ เที่ยงตรง ทรงธรรมมากที่สุด สำหรับทำให้คนภายนอกดูน่ะนะ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 กู่เฟิงหลี่ (1)
โรงเรียนไท่หรงฮุ่ยเหวิน เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วนที่เปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย หลี่เหม่ยถิงนับว่าเป็นนักเรียนเก่าแก่คนหนึ่ง เธอถูกส่งเข้ามาเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อยู่มา 10 ปีแทบจะหลับตาเดินได้ทั่วแคมปัส ถนนหนทาง ตรอกเล็ก ทางลัด ซอกซอยถูกจดจำได้อย่างแม่นยำกว่าบ้านตระกูลหลี่เสียอีก การพาคนบาดเจ็บแอบเข้าไปซ่อนจึงถือว่าเป็นเรื่องง่าย‘ฉันก็ทำเท่าที่จะช่วยได้แล้ว หวังว่าคุณคงผ่านพ้นคืนนี้ไปได้นะ’ เธอมีความเสียใจปนเสียดายเล็กน้อย เราทั้งคู่ไม่มีการแนะนำตัวไม่มีการเรียกขานชื่อ เหมือนคนแปลกหน้าที่แค่เดินสวนทาง ใช้เวลาร่วมกันเพียงเสี้ยวนาทีหนึ่งจึงไม่ควรเก็บมาจดจำ“มาแล้ว ๆ ปิดไฟด่วน”“กรี๊ด! กู่เฟิงหลี่มาแล้ว”“เก็บของซ่อนใต้ผ้าห่มเร็ว”ขณะที่จมอยู่กับความคิดตัวเอง รู้ตัวอีกทีก็กำลังก้าวขึ้นบันไดหอพักนักเรียนตึกหนึ่ง มีเสียงโหวกเหวกวุ่นวายแบบไก่บินสุนัขกระโดด “เจ้าพวกนี้ นี่ก็ปีที่ 3 แล้วยังไม่จำเป็นบทเรียนกันอีกหรือไง” “ประธานหลี่ ถ้าจำกันได้คงไม่มีใครถูกลงโทษแล้วล่ะค่ะ วันนี้ใช้รูปแบบไหนดีคะ” จ้าวลี่จู เลขาสภานักเรียน อันเหิงเย่
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 กู่เฟิงหลี่ (2)
พรึ่บ!หลี่เหม่ยถิงยกมือเป็นสัญญาณเงียบเสียง ในโรงเรียนนี้ยังมีใครกล้าไม่เชื่อฟังบ้าง? คำตอบคือไม่มี สถานที่นี้เป็นเหมือนแหล่งพักพิงระบายความกดดันจากที่บ้าน เธอเปรียบเสมือนจักรพรรดินีในโลกของเด็กวัยรุ่น“ไหนดูสิ เหอจูอิ๋ง เหอจูอิ๋ง ห้อง 304 เกิดที่ซานตง พ่อแม่ อืม…ข้ามไปก่อน อันนี้น่าสนใจเป็นตกขาวเพราะล้างทำความสะอาดน้องสาวไม่ดี” หนังสือในมือลดต่ำ เหลือบตามองทางเบื้องล่าง จุปากส่ายหน้าไปมา“กรี๊ดดดดด อ๊ายยยย อย่าไปฟังมันนะ มันโกหก อีบ้าแกอย่ามาใส่ร้ายฉัน” เหอจูอิ๋งตกใจจนแทบจะฉี่ราด แม้แต่เรื่องแบบนี้มันรู้ได้ยังไง เธอไม่ได้เป็นตกขาวเพราะว่าทำความสะอาดไม่ดีแต่เธอเป็นเพราะเกิดจากสาเหตุอื่นต่างหากปึก!“เซี่ยวเฉ่า ” เสียงเอ่ยพร้อมแสยะยิ้ม บ่งบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ว่าหลี่เหม่ยถิงไม่รู้สาเหตุแต่แค่ยังไม่ได้พูดออกมาเหอจูอิ๋ง แข้งขาอ่อนแรงไถลลงไปนั่งแหมะกับพื้นหมดมาดดอกไม้งามประจำโรงเรียน เด็กสาวรีบกระถดตัวยื่นมือไปข้างหน้า“ประธานหลี่ พี่ใหญ่หลี่ ไม่ใช่สิ ย่าหลี่!!!… ต่อไปฉันไม่กล้าอีกแล้ว ท่านผู้ยิ่งใหญ่ปล่อยฉันไปสักครั้งเถอะนะ”โฮฮฮฮเหอจู่อิ๋งตกใจจนไม่เหลือสติจริง ๆ แล้ว ใช่สาเหตุ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ข้อแลกเปลี่ยน (1)
ทางฝั่งชายปริศนา หลังจากเด็กสาวที่ช่วยเขาไว้เดินจากไป เขาสังหรณ์ใจว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันอย่างแน่นอนติ๊ด ติ๊ดนิ้วยาวเรียวมีความสากระคายกดปุ่มบนมือถืออีกเครื่องที่ปิดเครื่องไว้ป้องกันแบตหมดตอนเกิดเรื่อง แต่ตอนนี้ซิมที่ใส่เป็นอันที่สาวน้อยให้มา“เจ้านายครับ”“ประธานครับ” หลังส่งข้อความไปไม่ถึง 15 นาที คนของเขาก็มาถึง ชายหนุ่มเดินออกมาจากที่ซ่อนพยักหน้าให้ผู้ช่วยแและเลขาส่วนตัวทำตัวตามสบาย สองคนนี้แทบจะลงไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ตามหาตัวเขาได้ล่าช้าจนเขาต้องติดต่อไปด้วยตนเอง“กลับกันคืนนี้เลย ทางนี้รอให้โครงการที่เซี่ยงไฮ้เรียบร้อยค่อยกลับมาจัดการ”“ท่านประธาน! แต่บาดแผล…” “หมิงเจี่ย ทำตามที่ฉันสั่ง”“ครับ”เสียงเย็นชาไร้อารมณ์เอ่ยสั้น แต่ความหมายในตัวคือห้ามขัดขืน มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น คำสั่งเจ้านายถือเป็นคำขาดโจวหมิงเจี่ย ค้อมตัวเตรียมเดินจากไปสั่งการทีมบอดี้การ์ดที่รออยู่นอกรั้วโรงเรียน ท่านประธานบาดเจ็บจนใบหน้าขาวซีดแทบจะไม่มีสีเลือด แต่ดวงตาขาวกลับแดงก่ำจากการฝืนร่างกาย ดีไม่ดีระหว่างเดินทางกลับอาจจะมีไข้ เขาได้แต่ทอดถอนใจกับการปล่อยประละเลยไม่ดูแลตัวเองขอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ข้อแลกเปลี่ยน (2)
เซี่ยงไฮ้ ตึกเทียนอวิ๋น ชั้น 88ก๊อก ก๊อก“ท่านประธานเป็นยังไงบ้างเหล่าลั่ว” เสียงของโจวหมิงเจี่ยถามบุคคลที่นั่งอยู่โซนรับแขกของเพนต์เฮาส์ลั่วเว่ยฉี หมอหนุ่มจากหยวนเซี่ยงฉางเซ็ง โรงพยาบาลเอกชนที่ร่วมลงทุนกับรัฐบาล ใบหน้าขาวซีดตาดำคล้ำ นิ้วที่คีบบุหรี่เตรียมส่งเข้าปากชะงักเหลือบสายตามองคนถาม“ทำแผลเสร็จ ให้เลือดให้น้ำเกลือ ฉีดยาเรียบร้อยบาดแผลไม่ถูกจุดสำคัญ สักพักใหญ่คงฟื้น”โจวหมิงเจี่ยกดคางลงเป็นเชิงรับรู้ ยื่นมือไปรับบุหรี่ที่เหล่าลั่วยื่นส่งให้มาจุดสูบอย่างเคย เพนต์เฮาส์ของท่านประธานไม่เคยหวงห้ามลูกน้องให้สูบบุหรี่ได้ เพราะตัวท่านประธานนับได้ว่าสูบจัดมากคนหนึ่ง เพียงแต่จำกัดให้สูบเฉพาะในห้องนี้และห้องทำงานเท่านั้น“แล้วเรื่องตรวจร่างกาย?” “ถ้าท่านประธานไม่เปลี่ยนใจ เดี๋ยวฉันแจ้งทางเซี่ยเซ็งให้เตรียมสถานที่ให้ทำ Full Body เช็กอัปเป็นการส่วนตัว รับรองเก็บเงียบไม่มีใครกล้าปากมาก”“นายจะกลับก่อนหรือรอท่านประธานตื่น นอนห้องพักแขกชั้นล่างก็ได้ สภาพนายไม่น่าจะไหว” โจวหมิงเจี่ยแนะนำหมอหนุ่มรุ่นน้อง ดูจากหน้าตาถ้าให้ขับรถกลับเองคงได้ยินข่าวร้ายแน่“ยังมีหน้ามาพูดนะเหล่าโจว ก็ใครล
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 เทียบจบ (1)
“ประธานนักเรียนหลี่ เข้าพบผู้อำนวยการที่ห้องผู้อำนวยการตึก A ด้วยค่ะ”เสียงประกาศเรียกตัวมาทางวิทยุกระจายเสียงของโรงเรียน ทำให้หลี่เหม่ยถิงต้องปิดหนังสือที่กำลังนั่งอ่านในห้องสมุดของโรงเรียนลง “สารานุกรมสมุนไพร” เล่มหนาปึกถูกหยิบขึ้นมาเพื่อเดินไปลงชื่อยืมที่ผู้ช่วยบรรณารักษ์“ประธานหลี่ ยืมเล่มนี้เหรอคะเดี๋ยวฉันเขียนบันทึกรายการให้ค่ะ” นักเรียนผู้ช่วยปีสองรีบยื่นมาออกมารับหนังสือทันทีที่เห็นหน้าคนเดินมา“ขอฝากไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวกลับจากห้องผู้อำนวยการแล้วจะแวะมารับ”“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”“ขอบคุณค่ะ”การมีสิทธิมีเสียงมีอำนาจในมือ มันทำให้ได้รับความสะดวกสบายในหลายด้าน ดูเธอเป็นตัวอย่างสิ ตอนเป็นนักเรียนธรรมดากับตอนเป็นประธานนักเรียนผู้คนปฏิบัติตัวต่างกันลิบลับ“ขออนุญาตค่ะผู้อำนวยการ”“อ้าว ประธานหลี่มาแล้วเหรอ ดี ดี นั่งก่อนสิ”หลี่เหม่ยถิงนั่งลงตรงหน้าโต๊ะทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างคุ้นเคย รอหัวข้อสนทนาจากอาจารย์สูงวัยตรงหน้า ซึ่งไม่รู้ว่าเรียกเธอมาตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมทำไม“อาจารย์ได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่านักเรียนประสบอุบัติเหตุ หายดีแล้วหรือยัง”“หายดีแล้วค่ะ ขอบคุณอา
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 เทียบจบ (2)
พูดจบก็เอื้อมมือปิดปุ่มกระจายเสียง สวมฮู้ดคลุมหัวแล้วเดินมุ่งหน้าออกไปทางประตูหน้าของโรงเรียน ไม่สนใจเสียงร่ำไห้ โหยหวน ก่นด่าตามหลัง“เริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ อุบัติเหตุผ่านมา 3 เดือน เกรงว่าร่องรอยให้ตามต่อน่าจะยากเต็มที”3 เดือนที่แล้ว หลี่เหม่ยถิงประสบอุบัติเหตุรถชนขณะกำลังนั่งรถแท็กซี่เพื่อไปยังสนามบินไท่หยวน เหตุเกิดบนถนนใกล้กับทะเลสาบจินหยวนคนขับรถแท็กซี่บาดเจ็บพอประมาณ ขาหัก กระดูกแขนร้าว ส่วนตัวเธอที่นั่งอยู่เบาะหลังบาดเจ็บไม่ได้สตินอนโคม่าเกือบเดือน คนขับรถมาชนพวกเธอมอบตัวในที่เกิดเหตุ สาเหตุคือรถมีปัญหาเบรคแตกควบคุมรถไม่ได้ ตอนนี้เขาติดคุกอยู่ในเรือนจำรับโทษนาน 5 ปี คดีถึงชั้นศาล ตัดสินอย่างรวดเร็ว และปิดคดีอย่างง่ายดาย “ชีวิตของเธอมันราคาถูกเสียจริง ทุกสิ่งถูกติงหรูอี้จัดการให้ผ่านไปง่าย ๆ” แค่นเสียงพูดใส่ตัวเอง จดบัญชีที่ต้องชำระความไว้ในเซลล์สมองตอนนี้เธอเป็นเพียงผู้เยาว์มือเธอไม่สามารถยื่นยาวไปได้ไกล ไร้เส้นสายไร้อำนาจ แต่จะให้ปล่อยผ่านเธอกลับไม่ยินยอม“หลี่เหม่ยถิง เธอมันเก่งได้แค่ในรั้วโรงเรียนเล็ก ๆ โลกความเป็นจริงนี้ เธอทำสิ่งใดได้บ้าง ตอนนี้เงินและทรัพย์สิน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status