Share

บทที่ 21

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-09-29 19:39:27

"เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง

ทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน

กึก... เคร้ง!

เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝาง

เสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง

สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่ง

มันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่อง

กล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุดของชั้นหนังสือโดยไม่ได้ถูกนำออกมาเช็ดถูเป็นเวลานาน

นี่คือสิ่งของที่ย้อนแย้งกับความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดหมดจดของห้องหนังสือแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง

แรงกระแทกเมื่อครู่ ทำให้ตัวล็อกทองเหลืองที่เสื่อมสภาพหลุดออก ฝากล่องไม้แง้มเปิดขึ้นเล็กน้อย

เสิ่นจือเวยยืนนิ่งอยู่กับที่ นางไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงความลับของเขา ทว่าสายตาของนางกลับไม่อาจละไปจากรอยแยกของฝากล่องได้

สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในกล่องไม้จันทน์แดงเก่าแก่ใบนี้ ไม่ใช่ตั๋วเงิน ไม่ใช่ป้ายหยกประจำตำแหน่ง และไม่ใช่หลักฐานการสืบสวนคดีใดๆ

ทว่ามันคือ... กระดาษสีแดงสด

กระดาษสีแดงที่มีเกล็ดทองคำเปลวผสมอยู่ในเนื้อกระดาษ ขอบกระดาษถูกพับอย่างประณีต แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวเดียว ทว่าสตรีที่เคยผ่านการออกเรือนมาแล้วย่อมจดจำลักษณะของกระดาษชนิดนี้ได้ในทันที

มันคือกระดาษสำหรับเขียน 'ปาจื้อ' หรือใบเทียบดวงชะตาสมรส

หัวใจของเสิ่นจือเวยกระตุกวูบ ใบเทียบดวงชะตาสมรส? เหตุใดกู้ถิงเหิงถึงมีของสิ่งนี้ถูกซ่อนเก็บไว้อย่างมิดชิดและทะนุถนอมมานานหลายปีในห้องทำงานของเขา?

หากเป็นใบเทียบดวงระหว่างเขากับนางเมื่อเจ็ดวันก่อน มันย่อมต้องเป็นกระดาษใหม่เอี่ยมและถูกเก็บไว้ในหีบสินสอดอย่างเปิดเผย ไม่ใช่ถูกซ่อนไว้ในกล่องไม้เก่าคร่ำคร่าที่มีรอยลูบคลำจนสึกหรอเช่นนี้

ความอยากรู้อยากเห็นที่รุนแรงผลักดันให้นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้กล่องไม้ใบนั้น นางต้องการรู้ว่าชื่อของสตรีใดที่ถูกเขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น สตรีใดที่ทำให้บุรุษผู้เย็นชาและไร้หัวใจอย่างพญายม ต้องเก็บซ่อนดวงชะตาของนางไว้ในที่ที่ลึกที่สุดของจวน

เสิ่นจือเวยย่อตัวลง มือที่สั่นสะท้านเล็กน้อยยื่นออกไปหมายจะเปิดฝากล่องให้กว้างขึ้น เพื่ออ่านตัวอักษรที่ซ่อนอยู่ด้านใน

ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะทันได้สัมผัสกับเนื้อไม้จันทน์แดง...

ปัง!

เสียงประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานประตูกระแทกกับผนังดังสนั่น

เสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบชักมือกลับและเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียง

ที่กรอบประตู ร่างสูงใหญ่ของกู้ถิงเหิงยืนตระหง่านอยู่ เขายังคงสวมชุดขุนนางสีแดงเข้มประจำตำแหน่ง ทว่าสภาพของเขาไม่ได้เรียบร้อยสมบูรณ์แบบดุจทุกครา ชายเสื้อคลุมของเขามีรอยยับเล็กน้อย หน้าอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ ราวกับเพิ่งเร่งรีบเดินทางกลับมาอย่างกระชั้นชิด

แต่สิ่งที่ทำให้เสิ่นจือเวยรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก ไม่ใช่การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขา ทว่าคือดวงตาสีหมึกคู่นั้น

ดวงตาที่เคยมืดมิดและสงบนิ่งดุจห้วงน้ำลึก บัดนี้กำลังจับจ้องมองมาที่นาง... ไม่สิ มองข้ามไหล่นางไปยังกล่องไม้ที่ตกอยู่บนพื้น แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวที่ถูกบุกรุกพื้นที่ ทว่ามันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกปกปิดไว้อย่างรวดเร็ว และถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แหลมคมดุจใบมีด

มันคือสายตาของคนที่ถูกล่วงล้ำเข้ามาถึง 'กล่องดวงใจ' ที่ซ่อนเร้นไว้อย่างลึกที่สุด

บรรยากาศในชูฝางที่เคยเงียบสงบ พลันอัดแน่นไปด้วยความกดดันที่หนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก อากาศรอบตัวดูเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น

กู้ถิงเหิงก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาในห้อง เขาไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามตามปกติ ทว่าเป็นการก้าวเดินที่รวดเร็วและคุกคาม ระยะห่างระหว่างประตูกับชั้นหนังสือถูกร่นลงในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

เสิ่นจือเวยรีบผุดลุกขึ้นยืน นางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของนางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้ ไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไป

เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากนางเพียงคืบเดียว ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงสว่างจากหน้าต่างจนหมดสิ้น เงาดำทาบทับลงบนตัวนาง กลิ่นสนเย็นเยียบผสมผสานกับกลิ่นชาเจียนฉาที่เข้มข้น แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับกำแพงที่กักขังนางไว้

กู้ถิงเหิงไม่ได้มองหน้านาง เขาย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ที่มีรอยด้านจากการจับดาบ คว้ากล่องไม้จันทน์แดงบนพื้นขึ้นมา

จังหวะที่เขาคว้ากล่องใบนั้น ข้อต่อข้อนิ้วของเขาขาวซีดเพราะแรงบีบที่รุนแรง เขาใช้นิ้วหัวแม่มือกดฝากล่องให้ปิดสนิทดัง กริ๊ก อย่างเด็ดขาด ก่อนจะเก็บมันซ่อนเข้าไปในแขนเสื้อกว้างอย่างรวดเร็วจนเสิ่นจือเวยมองตามไม่ทัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 25

    ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศกู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปเมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้าที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้นนางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นกู้ถิงเหิงทอดมอ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 24

    ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่พยายามรักษาความเบาบาง เจิ้งอวี่ องครักษ์คนสนิทในชุดสีเข้ม ผลักประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างมิดชิด ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกู้ถิงเหิงไม่ได้ละสายตาจากฎีกาตรงหน้า "มีเรื่องอันใด หากเป็นรายงานจากกรมราชทัณฑ์เรื่องจ้าวผิง ให้วางไว้บนโต๊ะมุมขวา""มิใช่เรื่องของจ้าวผิงขอรับนายท่าน" เจิ้งอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย "เป็นรายงานจากสายข่าวที่จวนสกุลกู้ขอรับ"พู่กันในมือของพญายมแห่งอวี้สื่อไถชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีดำหยดลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรอยด่าง ทว่าเขาไม่ได้สนใจมัน ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมององครักษ์คนสนิททันที"เกิดอะไรขึ้นที่เรือน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย"เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนไปเชิญฮูหยินจากเรือนตะวันออกไปพบที่เจิ้งถังขอรับ" เจิ้งอวี่รายงานอย่างรวดเร็ว "สายข่าวแจ้งว่า มีแม่สื่อจากตระกูลสวี ขุนนางระดับหก นำรูปวาดของคุณหนูสามตระกูลสวีมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะใช้จารีตเรื่องทายาทบีบให้ฮูหยินยอมรับคุณหนูสามเข้ามาเป็นอนุภรรยาของนายท่านขอรับ"อ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 23

    เสิ่นจือเวยก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินหินด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ ลมวสันต์ที่พัดมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของนางลงได้เลยเมื่อนางกลับมาถึงห้องรับรองในเรือนตะวันออก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวงฮวาหลี วางตำรากฎหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกซ้ายของตนเองหัวใจของนางยังคงเต้นรัวแรงผิดจังหวะ ฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบภาพดวงตาสีหมึกที่เต็มไปด้วยความกดดันและหวงแหนของเขายังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความคิด ความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจไม่ออก กลิ่นสนและกลิ่นชาที่โอบล้อมรอบตัวนาง... ทุกอย่างช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของขุนนางผู้เคร่งขรึมและเยือกเย็นที่นางเคยประเมินไว้กู้ถิงเหิงมีมุมที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกดุจหยกสลักอย่างที่แสดงออก กล่องไม้ใบนั้นคือความลับที่สามารถสั่นคลอนความเยือกเย็นของพญายมผู้นี้ได้อย่างรุนแรงใบเทียบดวงชะตาสมรส... เสิ่นจือเวยขบคิดอย่างหนัก ของสตรีใดกัน ที่ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น สตรีที่เขาเคยรักแต่ไม่อาจสมหวังงั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง นางควรจะรู้สึกโล่งใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีคนที่อยู่ในใจอยู่แ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 22

    เมื่อกล่องไม้หายวับไปจากสายตา กู้ถิงเหิงจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขากดต่ำลง จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของสตรีที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาดด่าเสิ่นจือเวยพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความหยิ่งทะนงของเถ้าแก่เนี้ยมาเป็นเกราะกำบังความสั่นไหวในดวงตา "ข้า... ข้าขออภัยใต้เท้า ข้าเพียงเข้ามาหาตำรากฎหมายพาณิชย์ ไม่ทันระวังจึงปัดโดนสิ่งของของท่านหล่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..."คำแก้ตัวของนางขาดหายไปในลำคอ เมื่อกู้ถิงเหิงขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างระหว่างพวกเขาบัดนี้ใกล้ชิดจนเกินควร ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนตาหนาของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง และใกล้จนนางได้กลิ่นชาจางๆ ที่ลอยอวลมาจากลมหายใจของเขามือข้างหนึ่งของกู้ถิงเหิงยกขึ้น วางทาบลงบนขอบชั้นหนังสือในระดับสายตาของนาง ปิดกั้นทางหนีฝั่งขวาอย่างสมบูรณ์ ท่วงท่านี้คล้ายคลึงกับการกักขัง ทว่ากลับไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางแม้แต่ปลายผม"เปิ่นกวนเคยบอกบ่าวไพร่ไว้ชัดเจน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแห

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 21

    "เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในกึก... เคร้ง!เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝางเสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งมันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่องกล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุด

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 20

    "การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ""กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status