Share

บทที่ 20

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-09-29 19:38:57

"การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"

นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"

สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ"

"กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"

เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิงจะเข้าไปในชูฝางของใต้เท้าหรือเจ้าคะ แต่... ใต้เท้าเคยสั่งบ่าวไพร่ไว้ว่าห้ามผู้ใดเหยียบย่างเข้าไปในเขตหวงห้ามนั้นเด็ดขาด หากไม่มีคำสั่งของเขา แม้แต่ลุงฟู่ที่เป็นพ่อบ้านมาสิบปีก็ยังทำได้เพียงกวาดพื้นอยู่หน้าประตูเท่านั้นนะเจ้าคะ"

"ข้าไม่ใช่บ่าวไพร่ ข้าคือฮูหยินของเขา" เสิ่นจือเวยตอบเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบหวั่นกับกฎเกณฑ์ของบุรุษผู้นั้น ทว่าความต้องการที่จะพึ่งพาตนเองในการแก้ปัญหา กลับมีน้ำหนักมากกว่าความเกรงกลัว "อีกอย่าง ยามนี้เป็นช่วงสาย ใต้เท้ากู้เพิ่งออกไปว่าราชการที่อวี้สื่อไถ กว่าจะกลับก็คงเป็นยามพลบค่ำ ข้าเพียงเข้าไปค้นหาตำรากฎหมาย คัดลอกข้อความที่ต้องการเพียงครู่เดียว แล้วจะนำไปวางคืนที่เดิม ทุกอย่างจะไม่เคลื่อนที่แม้แต่ชุ่นเดียว เขาไม่มีทางรู้หรอก"

นางไม่ต้องการรอให้เขากลับมาแล้วเอ่ยปากขอยืม เพราะนางกลัว... กลัวว่าหากนางเล่าปัญหาเรื่องพ่อค้าหางโจวให้เขาฟัง เขาจะใช้ข้ออ้างของสามี ยื่นมือเข้ามาใช้อำนาจอวี้สื่อระงับข้อพิพาทให้อีก

นางต้องพิสูจน์ให้ตนเองเห็นว่า นางยังคงเป็นเสิ่นจือเวยคนเดิม ที่สามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ด้วยสติปัญญาของตนเอง

เสิ่นจือเวยไม่รอให้เซี่ยจูได้ทัดทานอีก นางก้าวเดินออกจากเรือนตะวันออก มุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่ฝั่งซ้ายของเรือนหลัก อันเป็นสถานที่ตั้งของ 'ชูฝาง'

เมื่อก้าวเข้าสู่เขตของห้องหนังสือ บรรยากาศรอบด้านก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ความร่มรื่นของต้นเหมยและไม้ประดับในสวนถูกแทนที่ด้วยลานหินสีเทาที่กวาดจนสะอาดเอี่ยม ต้นสนภูเขาหลายต้นยืนต้นตระหง่านอยู่ริมกำแพง แผ่กลิ่นอายความเคร่งขรึมและโดดเดี่ยวออกมา

ไม่มีสาวใช้หรือบ่าวชายเดินเตร็ดเตร่ในบริเวณนี้ มีเพียงความเงียบสงัดที่ทำให้เสียงส้นรองเท้าของนางที่กระทบกับพื้นหินดังชัดเจนยิ่งขึ้น

เสิ่นจือเวยหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้แกะสลักลวดลายก้อนเมฆ นางสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเป้ยจื่อบีบเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะยื่นมือออกไปผลักบานประตู

เสียงบานพับไม้ดัง เอี๊ยด เบาๆ ประตูชูฝางเปิดออก ต้อนรับนางเข้าสู่อาณาเขตส่วนตัวของกู้ถิงเหิงอย่างแท้จริง

สิ่งแรกที่ปะทะประสาทสัมผัสคือกลิ่น กลิ่นหอมของหมึกหินชั้นดีที่ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นสนเย็นเยียบ มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ลอยอวลอยู่รอบกายของบุรุษผู้นั้นเสมอ ทว่าเมื่ออยู่ในห้องปิดทึบเช่นนี้ กลิ่นนั้นกลับเข้มข้นและทรงพลัง ราวกับโอบล้อมตัวนางไว้จากทุกทิศทาง

เสิ่นจือเวยก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปข้างใน นางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์

ห้องหนังสือของอวี้สื่อขั้นสี่ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าอย่างที่ชาวบ้านจินตนาการ ไม่มีแจกันหยกแกะสลัก ไม่มีภาพวาดทิวทัศน์ของปรมาจารย์ชื่อดังแขวนประดับผนัง ไม่มีแม้แต่ฉากกั้นไม้ฝังมุก ทุกอย่างในห้องนี้เน้นประโยชน์ใช้สอยและสะท้อนความเคร่งครัดของเจ้าของอย่างถึงที่สุด

โต๊ะทำงานตัวใหญ่ทำจากไม้จันทน์ดำตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีเพียงแท่นฝนหมึก พู่กันหลายขนาดที่แขวนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และกองฎีกาที่ถูกจัดวางไว้มุมหนึ่งอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ

ด้านหลังโต๊ะทำงาน คือชั้นหนังสือไม้ขนาดใหญ่ที่สูงจรดเพดาน เรียงรายไปด้วยม้วนไม้ไผ่ ตำราขงจื๊อ บันทึกประวัติศาสตร์ และกฎหมายต่างๆ อัดแน่นอยู่เต็มทุกชั้น

"ตำรากฎหมายต้าซ่ง..." นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเดินตรงไปยังชั้นหนังสือที่อยู่ลึกสุดของห้อง

เสิ่นจือเวยไล่สายตาอ่านป้ายไม้เล็กๆ ที่ห้อยระบุหมวดหมู่ของตำราแต่ละชั้น ดวงตาของนางกวาดผ่านหมวดกฎหมายอาญา หมวดกฎหมายที่ดิน จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับป้ายคำว่า 'พาณิชย์และภาษี' ซึ่งอยู่บนชั้นรองสุดท้าย เกือบจรดเพดานห้อง

นางถอนหายใจเบาๆ ความสูงของนางไม่เพียงพอที่จะเอื้อมถึงชั้นนั้นได้ นางจึงหันไปมองรอบห้อง และพบกับม้านั่งไม้ตัวเล็กที่วางอยู่มุมหนึ่ง

หญิงสาวลากม้านั่งไม้นั้นมาวางชิดกับชั้นหนังสือ นางจัดการรวบชายกระโปรงสีพลัมอ่อนของตนให้ทะมัดทะแมง ก่อนจะก้าวขึ้นไปยืนบนม้านั่งอย่างระมัดระวัง

กลิ่นฝุ่นจางๆ จากตำราเก่าแตะจมูกเมื่อนางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ชั้นหนังสือ นิ้วเรียวของนางไล่ไปตามสันหนังสือแต่ละเล่ม

กฎหมายการค้าทางน้ำ... บันทึกภาษีเกลือ... กฎหมายโรงรับจำนำ...

ในที่สุด ปลายนิ้วของนางก็สัมผัสเข้ากับสันหนังสือปกแข็งสีน้ำเงินเข้มที่มีตัวอักษรสีทองเลือนรางเขียนว่า 'ประมวลกฎหมายพาณิชย์ต้าซ่ง'

"เจอแล้ว"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 25

    ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศกู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปเมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้าที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้นนางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นกู้ถิงเหิงทอดมอ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 24

    ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่พยายามรักษาความเบาบาง เจิ้งอวี่ องครักษ์คนสนิทในชุดสีเข้ม ผลักประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างมิดชิด ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกู้ถิงเหิงไม่ได้ละสายตาจากฎีกาตรงหน้า "มีเรื่องอันใด หากเป็นรายงานจากกรมราชทัณฑ์เรื่องจ้าวผิง ให้วางไว้บนโต๊ะมุมขวา""มิใช่เรื่องของจ้าวผิงขอรับนายท่าน" เจิ้งอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย "เป็นรายงานจากสายข่าวที่จวนสกุลกู้ขอรับ"พู่กันในมือของพญายมแห่งอวี้สื่อไถชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีดำหยดลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรอยด่าง ทว่าเขาไม่ได้สนใจมัน ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมององครักษ์คนสนิททันที"เกิดอะไรขึ้นที่เรือน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย"เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนไปเชิญฮูหยินจากเรือนตะวันออกไปพบที่เจิ้งถังขอรับ" เจิ้งอวี่รายงานอย่างรวดเร็ว "สายข่าวแจ้งว่า มีแม่สื่อจากตระกูลสวี ขุนนางระดับหก นำรูปวาดของคุณหนูสามตระกูลสวีมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะใช้จารีตเรื่องทายาทบีบให้ฮูหยินยอมรับคุณหนูสามเข้ามาเป็นอนุภรรยาของนายท่านขอรับ"อ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 23

    เสิ่นจือเวยก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินหินด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ ลมวสันต์ที่พัดมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของนางลงได้เลยเมื่อนางกลับมาถึงห้องรับรองในเรือนตะวันออก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวงฮวาหลี วางตำรากฎหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกซ้ายของตนเองหัวใจของนางยังคงเต้นรัวแรงผิดจังหวะ ฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบภาพดวงตาสีหมึกที่เต็มไปด้วยความกดดันและหวงแหนของเขายังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความคิด ความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจไม่ออก กลิ่นสนและกลิ่นชาที่โอบล้อมรอบตัวนาง... ทุกอย่างช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของขุนนางผู้เคร่งขรึมและเยือกเย็นที่นางเคยประเมินไว้กู้ถิงเหิงมีมุมที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกดุจหยกสลักอย่างที่แสดงออก กล่องไม้ใบนั้นคือความลับที่สามารถสั่นคลอนความเยือกเย็นของพญายมผู้นี้ได้อย่างรุนแรงใบเทียบดวงชะตาสมรส... เสิ่นจือเวยขบคิดอย่างหนัก ของสตรีใดกัน ที่ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น สตรีที่เขาเคยรักแต่ไม่อาจสมหวังงั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง นางควรจะรู้สึกโล่งใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีคนที่อยู่ในใจอยู่แ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 22

    เมื่อกล่องไม้หายวับไปจากสายตา กู้ถิงเหิงจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขากดต่ำลง จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของสตรีที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาดด่าเสิ่นจือเวยพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความหยิ่งทะนงของเถ้าแก่เนี้ยมาเป็นเกราะกำบังความสั่นไหวในดวงตา "ข้า... ข้าขออภัยใต้เท้า ข้าเพียงเข้ามาหาตำรากฎหมายพาณิชย์ ไม่ทันระวังจึงปัดโดนสิ่งของของท่านหล่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..."คำแก้ตัวของนางขาดหายไปในลำคอ เมื่อกู้ถิงเหิงขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างระหว่างพวกเขาบัดนี้ใกล้ชิดจนเกินควร ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนตาหนาของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง และใกล้จนนางได้กลิ่นชาจางๆ ที่ลอยอวลมาจากลมหายใจของเขามือข้างหนึ่งของกู้ถิงเหิงยกขึ้น วางทาบลงบนขอบชั้นหนังสือในระดับสายตาของนาง ปิดกั้นทางหนีฝั่งขวาอย่างสมบูรณ์ ท่วงท่านี้คล้ายคลึงกับการกักขัง ทว่ากลับไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางแม้แต่ปลายผม"เปิ่นกวนเคยบอกบ่าวไพร่ไว้ชัดเจน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแห

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 21

    "เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในกึก... เคร้ง!เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝางเสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งมันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่องกล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุด

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 20

    "การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ""กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status