Share

บทที่ 25

Author: Wabibi
last update publish date: 2026-09-29 19:41:41

ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศ

กู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไป

เมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้า

ที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้น

นางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น

กู้ถิงเหิงทอดมองภาพนั้นด้วยความหลงใหลที่ซุกซ่อนอยู่ลึกสุดหัวใจ หกปีที่ผ่านมา เขาเคยมายืนแอบมองนางจากระยะไกลเช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง มองนางยิ้มแย้มให้ลูกค้า มองนางเติบโตจากคุณหนูในห้องหอ กลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยผู้เข้มแข็ง ทว่าความแตกต่างระหว่างอดีตกับปัจจุบันคือ บัดนี้นางสวมปิ่นหยกของเขา และมีป้ายชื่อ 'ฮูหยินกู้' แขวนอยู่บนศีรษะ นางเป็นของเขาแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมายและจารีต

เขาเตรียมจะก้าวข้ามถนนเพื่อเข้าไปหานาง ทว่าสายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับบุคคลผู้หนึ่งที่เพิ่งเดินก้าวข้ามธรณีประตูร้านอวี้หลานเข้าไป

บุรุษหนุ่มในชุดผ้าไหมสีฟ้าคราม สวมกวานหยกลวดลายวิจิตร มือหนึ่งถือพัดจันทน์หอมวาดลวดลายกล้วยไม้ ท่วงท่าการเดินกรีดกรายและเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองของลูกผู้ดีมีเงิน

คุณชายรองสกุลหวัง

กู้ถิงเหิงหรี่ตาก้าวถอยกลับเข้ามาในร่มเงาของกันสาด ดวงตาสีหมึกเย็นเยียบลงในพริบตา เขารู้จักบุรุษผู้นี้ดี ตระกูลหวังเป็นคหบดีใหญ่ที่มีเส้นสายกับขุนนางกรมคลัง และที่สำคัญ... คุณชายรองหวังผู้นี้ เคยเป็นหนึ่งในบุรุษที่พยายามตามเกี้ยวพาราสีเสิ่นจือเวยอย่างออกหน้าออกตาก่อนที่นางจะแต่งงานกับตระกูลหลี่ และแม้กระทั่งตอนที่นางเป็นม่าย สายข่าวก็เคยรายงานว่าคุณชายหวังผู้นี้พยายามส่งของขวัญมาสานสัมพันธ์อีกครั้ง

กู้ถิงเหิงยืนนิ่ง มองผ่านหน้าต่างร้านที่เปิดกว้าง ประสาทสัมผัสของเขาคมกริบดุจใบมีด เขามองเห็นการขยับริมฝีปากและท่าทางของคนทั้งสองได้อย่างชัดเจน

ภายในร้าน เสิ่นจือเวยละสายตาจากลูกค้าฮูหยินที่เพิ่งเดินจากไป เมื่อเห็นคุณชายหวังก้าวเข้ามา รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าของนางก็ลดระดับลงเล็กน้อย กลายเป็นความสุภาพที่รักษาระยะห่าง

"เถ้าแก่เนี้ยเสิ่น... อ้อ ไม่สิ บัดนี้ต้องเรียก ฮูหยินกู้ แล้วสินะ" คุณชายหวังเอ่ยทักทายพลางสะบัดพัดในมือเบาๆ เขาจงใจเน้นคำว่า 'ฮูหยินกู้' ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเย้ยหยันและเสียดาย "ไม่ได้พบกันเสียนาน ตั้งแต่ท่านพ้นไว้ทุกข์ ข้าก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนที่เรือนสกุลเสิ่น แต่ใครจะคาดคิดว่า ท่านจะด่วนตัดสินใจแต่งเข้าจวนอวี้สื่อไปเสียก่อน"

เสิ่นจือเวยรักษาระยะห่าง นางยืนอยู่หลังโต๊ะบัญชี ประสานมือคารวะตามมารยาท "คุณชายหวังกล่าวหนักไปแล้ว การแต่งงานเป็นเรื่องของฟ้าลิขิต ข้าเพียงทำตามจารีต วันนี้คุณชายมาเยือนอวี้หลาน ต้องการชมผ้าไหมทอทองคำจากหางโจวหรือไม่เจ้าคะ ทางเราเพิ่งได้สินค้าล็อตใหม่มา"

"เรื่องผ้าไหมเอาไว้ก่อนเถิด" คุณชายหวังเดินเข้ามาใกล้โต๊ะบัญชีมากยิ่งขึ้น เขาเท้าแขนข้างหนึ่งลงบนขอบโต๊ะ จงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้นาง "จือเวย... ข้าพูดจากใจจริงนะ ข้าตกใจยิ่งนักที่ได้ยินข่าว ท่านเป็นสตรีที่งดงามและเก่งกาจถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงต้องไปตกระกำลำบากแต่งกับ 'พญายม' ที่มีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมและยากจนข้นแค้นเช่นนั้นด้วย จวนสกุลกู้หลังคายังซ่อมไม่เสร็จเลยมิใช่หรือ หากท่านยอมเปิดใจให้ข้า ตระกูลหวังของเรา..."

เพล้ง!

เสียงกระเบื้องเคลือบแตกละเอียดดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามของถนน กู้ถิงเหิงบีบถ้วยชาที่เพิ่งรับมาจากเสี่ยวเอ้อร์ของร้านชาจนแหลกคามือ เศษกระเบื้องคมกริบบาดฝ่ามือจนมีหยดเลือดซึม ทว่าเขาไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ เลยเมื่อเทียบกับไฟโทสะที่กำลังลุกโชนอยู่ในอก

'จือเวย' สุนัขหน้าขนตัวนั้นกล้าเรียกชื่อเล่นของภรรยาเขาอย่างสนิทสนม!

ความหึงหวงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของกู้ถิงเหิง ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงและเงียบเชียบ มันไม่ใช่ความโกรธที่ฟูมฟายโวยวาย แต่มันคือสัญชาตญาณของการหวงแหนอาณาเขต สัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่เห็นชายคากำลังยื่นมือเข้ามาแตะต้องสมบัติที่มันใช้เวลาหกปีในการเฝ้ารอและตะครุบมาไว้ในกรงเล็บ

เขาโยนเศษกระเบื้องเปื้อนเลือดลงบนโต๊ะ วางก้อนเงินตำลึงไว้ให้เสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนตัวสั่น ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ข้ามถนนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน

รังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดสีเข้มทะมึนนั้น รุนแรงจนชาวบ้านที่เดินสวนทางมาต้องรีบแหวกทางให้โดยสัญชาตญาณ อากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบลงจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง

ภายในร้าน เสิ่นจือเวยขมวดคิ้ว นางถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อหลบหลีกการคุกคามของคุณชายหวัง "คุณชายหวัง โปรดระวังคำพูดด้วย ใต้เท้ากู้คือสามีของข้า และเป็นขุนนางในราชสำนัก การที่ท่านกล่าววาจาลบหลู่เขาต่อหน้าข้า ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 25

    ย่านการค้าทิศตะวันออกของเมืองเปี้ยนจิงยามบ่ายยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน รถม้าและเกี้ยวของคหบดีและขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นหอมของแป้งชาดจากร้านเครื่องหอมผสมผสานกับกลิ่นชาชั้นดีจากโรงเตี๊ยมลอยอวลอยู่ในอากาศกู้ถิงเหิงไม่ได้ขี่ม้าเข้าไปอย่างเอิกเกริก เขาสั่งให้เจิ้งอวี่นำม้าไปผูกไว้ที่ตรอกด้านหลัง แล้วเลือกเดินเท้าฝ่าฝูงชนตรงไปยังร้านผ้าไหมอวี้หลาน เขาจงใจสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดขุนนางสีแดง เพื่อไม่ให้ดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปเมื่อเดินมาถึงฝั่งตรงข้ามของร้านผ้าไหม กู้ถิงเหิงหยุดฝีเท้าลงใต้ร่มเงาของกันสาดร้านขายชา เขายืนนิ่งดุจรูปสลักหยก สายตาคมกริบกวาดมองข้ามถนนไปยังภายในร้านอวี้หลานที่เปิดประตูโล่งต้อนรับลูกค้าที่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลวดลาย เสิ่นจือเวยยืนอยู่ตรงนั้นนางสวมชุดเป้ยจื่อสีพลัมอ่อนขับผิวให้ดูขาวกระจ่าง ทรงผมเกล้ามวยประดับปิ่นหยกขาวดอกอวี้หลานที่เขามอบให้ ใบหน้างดงามกำลังแย้มยิ้มบางๆ ขณะเจรจาการค้ากับลูกค้าที่เป็นฮูหยินขุนนาง นิ้วมือเรียวยาวของนางคลี่ม้วนผ้าไหมสีปีกแมลงทับทิมออกให้ลูกค้าชม ท่วงท่าของนางพลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นกู้ถิงเหิงทอดมอ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 24

    ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบแต่พยายามรักษาความเบาบาง เจิ้งอวี่ องครักษ์คนสนิทในชุดสีเข้ม ผลักประตูเข้ามาและรีบปิดลงอย่างมิดชิด ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมกู้ถิงเหิงไม่ได้ละสายตาจากฎีกาตรงหน้า "มีเรื่องอันใด หากเป็นรายงานจากกรมราชทัณฑ์เรื่องจ้าวผิง ให้วางไว้บนโต๊ะมุมขวา""มิใช่เรื่องของจ้าวผิงขอรับนายท่าน" เจิ้งอวี่ลดเสียงลงเล็กน้อย "เป็นรายงานจากสายข่าวที่จวนสกุลกู้ขอรับ"พู่กันในมือของพญายมแห่งอวี้สื่อไถชะงักค้างอยู่กลางอากาศ หยดน้ำหมึกสีดำหยดลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรอยด่าง ทว่าเขาไม่ได้สนใจมัน ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมององครักษ์คนสนิททันที"เกิดอะไรขึ้นที่เรือน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงความกดดันที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย"เมื่อราวหนึ่งชั่วยามก่อน ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนไปเชิญฮูหยินจากเรือนตะวันออกไปพบที่เจิ้งถังขอรับ" เจิ้งอวี่รายงานอย่างรวดเร็ว "สายข่าวแจ้งว่า มีแม่สื่อจากตระกูลสวี ขุนนางระดับหก นำรูปวาดของคุณหนูสามตระกูลสวีมาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกดู ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะใช้จารีตเรื่องทายาทบีบให้ฮูหยินยอมรับคุณหนูสามเข้ามาเป็นอนุภรรยาของนายท่านขอรับ"อ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 23

    เสิ่นจือเวยก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินหินด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่าปกติ ลมวสันต์ที่พัดมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนพวงแก้มของนางลงได้เลยเมื่อนางกลับมาถึงห้องรับรองในเรือนตะวันออก นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวงฮวาหลี วางตำรากฎหมายลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกซ้ายของตนเองหัวใจของนางยังคงเต้นรัวแรงผิดจังหวะ ฝ่ามือทั้งสองข้างชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบภาพดวงตาสีหมึกที่เต็มไปด้วยความกดดันและหวงแหนของเขายังคงสลักแน่นอยู่ในห้วงความคิด ความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจไม่ออก กลิ่นสนและกลิ่นชาที่โอบล้อมรอบตัวนาง... ทุกอย่างช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของขุนนางผู้เคร่งขรึมและเยือกเย็นที่นางเคยประเมินไว้กู้ถิงเหิงมีมุมที่ซ่อนเร้น เขาไม่ได้ไร้อารมณ์ความรู้สึกดุจหยกสลักอย่างที่แสดงออก กล่องไม้ใบนั้นคือความลับที่สามารถสั่นคลอนความเยือกเย็นของพญายมผู้นี้ได้อย่างรุนแรงใบเทียบดวงชะตาสมรส... เสิ่นจือเวยขบคิดอย่างหนัก ของสตรีใดกัน ที่ทำให้เขาต้องเก็บซ่อนไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น สตรีที่เขาเคยรักแต่ไม่อาจสมหวังงั้นหรือ?หากเป็นเช่นนั้นจริง นางควรจะรู้สึกโล่งใจ เพราะนั่นหมายความว่าเขามีคนที่อยู่ในใจอยู่แ

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 22

    เมื่อกล่องไม้หายวับไปจากสายตา กู้ถิงเหิงจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมกริบของเขากดต่ำลง จับจ้องมองมาที่ใบหน้าของสตรีที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ความเงียบที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตวาดด่าเสิ่นจือเวยพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความหยิ่งทะนงของเถ้าแก่เนี้ยมาเป็นเกราะกำบังความสั่นไหวในดวงตา "ข้า... ข้าขออภัยใต้เท้า ข้าเพียงเข้ามาหาตำรากฎหมายพาณิชย์ ไม่ทันระวังจึงปัดโดนสิ่งของของท่านหล่น ข้าไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง..."คำแก้ตัวของนางขาดหายไปในลำคอ เมื่อกู้ถิงเหิงขยับตัวเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างระหว่างพวกเขาบัดนี้ใกล้ชิดจนเกินควร ใกล้จนนางสามารถมองเห็นแพขนตาหนาของเขา ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง และใกล้จนนางได้กลิ่นชาจางๆ ที่ลอยอวลมาจากลมหายใจของเขามือข้างหนึ่งของกู้ถิงเหิงยกขึ้น วางทาบลงบนขอบชั้นหนังสือในระดับสายตาของนาง ปิดกั้นทางหนีฝั่งขวาอย่างสมบูรณ์ ท่วงท่านี้คล้ายคลึงกับการกักขัง ทว่ากลับไม่ได้สัมผัสโดนตัวนางแม้แต่ปลายผม"เปิ่นกวนเคยบอกบ่าวไพร่ไว้ชัดเจน" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแห

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 21

    "เจอแล้ว" รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนางทว่าตำราเล่มนั้นถูกอัดแน่นอยู่ระหว่างหนังสือเล่มหนาอีกสองเล่ม เสิ่นจือเวยต้องออกแรงดึงเล็กน้อย นางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อเพิ่มแรง ทว่าจังหวะที่หนังสือหลุดพรวดออกมาจากช่องว่างนั้น ข้อศอกของนางที่สวมทับด้วยแขนเสื้อเป้ยจื่อกว้างๆ กลับไปปัดโดนบางสิ่งบนชั้นหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในกึก... เคร้ง!เสียงวัตถุบางอย่างร่วงหล่นกระแทกพื้นกระดานไม้ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องชูฝางเสิ่นจือเวยสะดุ้งสุดตัว นางรีบก้าวลงจากม้านั่งไม้ หันขวับไปมองที่พื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่ตำรา แต่เป็น 'กล่องไม้' ขนาดเท่าฝ่ามือใบหนึ่งมันคือกล่องไม้ที่ทำจากไม้จันทน์แดงเนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตานางในฐานะแม่ค้าที่คุ้นเคยกับการประเมินคุณภาพสินค้าคือ ร่องรอยบนตัวกล่องกล่องไม้ใบนี้ไม่ใช่ของใหม่ มุมทั้งสี่ด้านของมันมีรอยสึกหรอและมนโค้ง บ่งบอกว่ามันถูกหยิบจับและลูบคลำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวล็อกทองเหลืองด้านหน้ามีคราบสนิมสีเขียวจางๆ เกาะอยู่ และที่สำคัญ... บนฝากล่องมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ บ่งชี้ว่ามันถูกซ่อนเก็บไว้ในซอกลึกสุด

  • วิวาห์ใต้ม่านวสันต์   บทที่ 20

    "การค้าก็คือสงครามที่ไร้หยาดเลือด" เสิ่นจือเวยจิบชาเพียงเล็กน้อย รสชาติฝาดเฝื่อนของชาปลุกให้สติของนางแจ่มใสขึ้น "ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายมาปล้นหยาดเหงื่อของตระกูลเสิ่น ข้าจำได้ว่ากฎหมายพาณิชย์ของต้าซ่งมีหมวดที่ระบุถึงสิทธิ์ของทายาทสตรีในการสืบทอดสัญญาคู่ค้า ทว่าข้าต้องตรวจสอบตัวอักษรให้แน่ชัดทุกบรรทัด ก่อนจะให้จื่อรุ่ยร่างหนังสือตอบโต้กลับไป"นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "เซี่ยจู ในห้องหนังสือที่เรือนของข้า มีตำรากฎหมายการค้าต้าซ่งหรือไม่"สาวใช้ขมวดคิ้วคิดชั่วครู่ก่อนจะส่ายหน้า "ตอนที่เราย้ายสินเดิมมาจากตระกูลหลี่ ตำราส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่นั่นเจ้าค่ะ นายหญิงนำมาเพียงสมุดบัญชีและบันทึกการค้าเท่านั้น หากต้องการตำรากฎหมาย บ่าวจะให้คนไปหาซื้อที่ตลาดหนังสือให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ""กว่าจะหาซื้อและนำกลับมา คงเสียเวลาไปค่อนวัน" เสิ่นจือเวยปฏิเสธ นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบโต๊ะอย่างใช้ความคิด ก่อนที่สายตาของนางจะเบนกลับไปทางชูฝางของเรือนหลักอีกครั้ง "ใต้เท้ากู้เป็นขุนนางสำนักตรวจการ ในห้องหนังสือของเขาย่อมต้องมีตำรากฎหมายทุกหมวดของต้าซ่งอย่างครบถ้วนแน่นอน"เซี่ยจูเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "นายหญิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status