เข้าสู่ระบบตอนที่ 8
ชอบคนหน้าอกบึ้ม หลายวันผ่านไป แดดสายส่องลอดต้นไม้ใหญ่เป็นเงาลายบนพื้นหินอ่อน น้ำชานั่งคุยหัวเราะกับเพื่อนสนิททั้งสองคนอยู่หน้าตึก เสียงจอแจของนักศึกษารอบ ๆ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักเหมือนทุกเช้า ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงในชุดช็อปก็เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ไดม่อนล้วงกระเป๋ากางเกงก้าวมานั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนด้านข้างที่ใกล้กันจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ เวย์นั่งลงตามแล้วหันไปมอง สีหน้ากรุ่น ๆ ขำ ๆ “มึงนี่ทำไมหน้าดูไม่สดชื่นเลยวะ…เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ?” ไดม่อนเอนหลัง กอดอกตอบเสียงเรียบ “เล่นเกมทั้งคืนอ่ะดิ” “เล่นเกม? หรือว่าไปซุกกับเด็กที่ไหนมามากกว่า” ปอร์เช่ หันมาถามอย่างออกรส “ได้ข่าวว่าน้องพลอย ดาว TikTok นั่นอ่ะ…กำลังจีบมึงอยู่หนิ ไม่ใช่เหรอ?” เสียงหัวเราะแว่วขึ้นจากรอบโต๊ะ แต่ไดม่อนเพียงเอนหลังพิง กอดอกตอบสั้น ๆ “ไม่ใช่สเปก” “แล้วสเปกมึงล่ะ…แบบไหนวะ” ไดม่อนปรายตามองออกไปเงียบ ๆ แต่หางตาคมกลับเหลือบไปทาง น้ำชาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มบาง “สเปกกูน่ะ…ต้องเรียบร้อย พูดน้อย แล้วที่สำคัญ.....ไฟหน้าต้องบึ้ม” เพื่อนสนิทหัวเราะโห่แซวกันสนั่น แต่เขายังพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่เจือความเย้ยหยัน “ไอ้ประเภทที่ปากเก่งแต่ดันเหมือนไม้กระดาน…แบบนั้นไม่น่าสนใจ” คำพูดของไดม่อนจบลงพร้อมเสียงแซวจากกลุ่มเพื่อน แต่บรรยากาศเงียบวูบเมื่อน้ำชายกคางขึ้นเล็กน้อย หันไปพูดกับเพื่อนสาวของตัวเอง แต่จงใจให้เสียงดังพอให้ใครบางคนได้ยิน “จะว่าไปนะ…พอพูดถึงสเปกฉันก็ยังไงก็ได้แหละ” เธอยิ้มหวาน ริมฝีปากแตะคำพูดกวน ๆ ออกมา “ขอแค่หน้าตาดีหน่อย เป็นสุภาพบุรุษ พูดจาอ่อนหวาน แล้วที่สำคัญ....ต้องอึด ถึก ทนด้วย” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากฝั่งเพื่อน ๆ ของน้ำชา หญิงสาวยักไหล่ต่อ “ไอ้ประเภทที่ยังไม่ถึงนาทีก็เสร็จเนี่ย…ไม่น่าสนใจเลย ถ้าเจอผู้ชายแบบนี้ คงต้องถอยก่อนแหละ” เธอปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะคิกคักกับเพื่อน ๆ อย่างอารมณ์ดี ราวกับไม่รู้เลยว่าคนข้าง ๆ ได้ยินทุกถ้อยคำ ไดม่อนที่นั่งกอดอกอยู่ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที หางตาคมเหลือบมองเธอ ริมฝีปากกระตุกขึ้นเหมือนกำลังกลั้นอารมณ์ไว้ ไม่รู้ว่าเป็นความหงุดหงิดหรือแรงท้าทายที่กำลังลุกโชน เวย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยกศอกสะกิดเพื่อนแล้วหรี่เสียงกระซิบ “เฮ้ย…ไอ้ม่อน น้องเค้าพูดถึงใครวะ” “กูจะไปรู้ไงวะ” ปอร์เช่เอียงหน้าเข้ามาเสริม “นั่นดิ…ว่าแต่มีจริงเหรอวะ คนที่ไม่ถึงนาทีเสร็จ อ่อนหัดเกินไปหรือเปล่า” “มึงอย่าไปฟังยัยนั่นมาก แต่งเรื่องขึ้นมารึเปล่าก็ไม่รู้” ทันใดนั้นน้ำชาก็วางแฟ้มลงดังหันกลับมาตอบทันที น้ำเสียงเรียบแต่แฝงด้วยการเยาะหยันเต็มเปี่ยม “ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละนะ…ยอมรับความจริงไม่ได้” ลีน่ากับแป้งหอมลุกขึ้นทันที คว้าแขนเพื่อนสาวพร้อมพูดเสียงดังให้ได้ยินกันทั้งโต๊ะ “ไปเถอะชา…ขึ้นเรียนกันเถอะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยเจตนาชัด ไดม่อนที่นั่งกอดอกอยู่นิ่ง สีหน้าคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นตึงจัดดวงตาวาวโรจน์กรามขบแน่นจนสังเกตได้ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอยู่ต่อหน้าคนเยอะ ช่วงค่ำ ท้องฟ้าเริ่มมืด เสียงจอแจรอบตึกเงียบลงทีละน้อย น้ำชาเดินเชิดออกมาคนเดียวตั้งใจจะกลับบ้าน แต่ไม่ทันได้ก้าวไปไกลนัก แขนเรียวก็ถูกกระชากแรงจนร่างเซมาหยุดข้างรถคันหรู “นี่....” แผ่นหลังเธอถูกดันแนบกับตัวถังเย็น ๆ ของรถ ร่างสูงใหญ่ของ ไดม่อนยืนคร่อมไว้ สายตาคมกริบกดลึกลงมาจนแทบหายใจไม่ออก “เมื่อเช้า…เธอว่าใคร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน น้ำชากะพริบตา ยกคิ้วขึ้นอย่างไม่กลัว รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้น “ทำไมล่ะ…ไม่ได้ว่าใครสักหน่อย จะร้อนตัวไปทำไม” ดวงตาคมวาวโรจน์ กรามแกร่งขบแน่นจนสังเกตได้ “ก็กูนั่งอยู่ตรงนั้น มึงไม่ว่ากูแล้วจะว่าใคร…ท้าทายแบบนี้ ไม่เข็ดใช่มั้ย” หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อย ยักคิ้วตอบ “ไม่เข็ด? นี่หมายถึงอะไรอ่ะ ไม่มีเรื่องไหนที่ฉันต้องจำเลยนะ” เธอหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง ยกยิ้ม “จะว่าไปนะ…สุดหล่ออย่างคุณ โมโหฉันขนาดนี้…ฉันพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ?” ไดม่อนเปิดประตูรถแล้วดันร่างบางของน้ำชาเข้าไปในเบาะด้านในทันที “ขึ้นไป” คนตัวเล็กที่ถูกยัดลงไปในรถเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “จะพาไปไหน” ไดม่อนเหยียดยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้น “ไปในที่ที่มึงชอบ…ดีไหมล่ะ” หญิงสาวหัวเราะน้อย ๆ ส่ายหน้าเบา ๆ “คุณนี่อารมณ์ร้อนจังเลยนะ แล้วเมื่อเช้าคุณก็ตั้งใจจะว่าฉันไม่ใช่เหรอ…ไหนบอกว่าฉันไม้กระดานไง แล้วติดใจอะไรฉันล่ะ” ไดม่อนก้มลงใกล้กว่าเดิม สายตาคมวาวลึก “กูไม่ได้ว่ามึงสักหน่อย จะร้อนตัวไปทำไม” “ย้อนเก่งนักนะ…” น้ำชาสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเย้ยแตะที่ริมฝีปาก “แล้ว…ไม่ถึงนาทีจริงป่ะ” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากลำคอแกร่งของชายหนุ่มก้องไปทั่วในรถ “อยากรู้จริงเหรอ…” ไดม่อนก้มลงกระซิบใกล้หู น้ำเสียงต่ำจนขนลุก “จะให้ลอง…ตอนนี้เลยไหมล่ะ” น้ำชาหัวเราะเบา ๆ ตอบกลับแบบไม่แพ้กัน “ใจร้อนอะไรขนาดนั้น…” เสียงเครื่องยนต์ยังดังต่อเนื่อง ไดม่อนขับรถสายตาจับจ้องถนน แต่เสียงเข้มแทรกขึ้นมา “ถ้ามึงไม่หยุดพูด…กูจะเอามึงตรงนี้แหละ” น้ำชา หัวเราะน้อย ๆ ก่อนเอนตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นรินรดข้างแก้มเขา เสียงหวานเอ่ยยั่ว ๆ “ก็ไม่ใช่ว่าตรงนี้…ไม่เคยหนิ ลืมไปแล้วเหรอ” เอี๊ยด! เสียงเบรกดัง รถหยุดข้างทางกะทันหัน ไดม่อนหันหน้ามามองเต็ม ๆ สายตาคมเข้มเจือความจริงจัง “น้ำชา” หญิงสาวยักคิ้วขึนอย่างสงสัย “ทำไมเหรอ จอดรถทำไม” เสียงทุ้มกดต่ำ “มึงทำตัวแบบนี้…กับทุกคนหรือเปล่า” น้ำชาขมวดคิ้วเล็กน้อย “แบบไหนล่ะ?” “ก็แบบที่มึงกำลังทำกับกูอยู่นี่ไง” ไดม่อนตอบเสียงเข้ม ดวงตาไม่กะพริบ หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ส่ายหน้า “ไม่นะ” คำตอบนั้นทำให้ไดม่อนเคาะพวงมาลัยหนึ่งที ก่อนเอนตัวพิงเบาะ ถอนหายใจแรง “งั้นก็แล้วไป” น้ำชามองเขาอย่างงง ๆ ก่อนเอียงหน้าเอ่ยเบา ๆ “เป็นอะไรของคุณอีกเนี่ย อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ…” เธอยักคิ้วพร้อมรอยยิ้ม “ว่าแต่…ตอนนี้น่ะ น่าจะลงยากแล้วแหละ” “พูดอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจเลย” ไดม่อนไม่ถามต่อแค่บิดพวงมาลัยเปลี่ยนเลน รถแล่นไปอย่างสม่ำเสมอ เสียงเครื่องยนต์กลบความเงียบที่ก่อตัวขึ้นในห้องโดยสาร น้ำชาหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้สายลมยามค่ำพัดผ่านแก้ม เธอทำเหมือนไม่สนใจแต่รอยยิ้มมุมปากยังไม่หายไปไหน ขณะที่ไดม่อนกำพวงมาลัยนิ่ง ๆ แต่ทุกครั้งที่มีแสงไฟริมถนนส่องผ่าน เงาสายตาคมก็เหลือบมองหญิงสาวข้างกายเป็นระยะตอนที่ 59อยู่อย่างนี้ตลอดไป1 ปีต่อมาค่ำคืนในโรงแรมห้าดาวชื่อดังถูกประดับประดาไปด้วยแชนเดอเลียร์ระย้าและแสงไฟสว่างอบอุ่นเหมือนแสงจากสายตาของคนสองคนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตคู่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงชิงแก้ว และดนตรีจังหวะหวานที่ลอยคลอไปรอบห้องบอลรูมขนาดใหญ่ แขกจำนวนมากเต็มโต๊ะอย่างครึกครื้นบนเวที คู่บ่าวสาวยืนเคียงข้างกัน ไดม่อนด์ในชุดสูทเข้ารูปสีดำ น้ำชาในชุดเจ้าสาวสีขาวฟุ้งสวยราวเจ้าหญิง แสงสปอตไลต์ส่องลงมาบนทั้งคู่จนเหมือนเวลาทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหวอยู่แค่ตรงนั้นพิธีกรยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“เอาล่ะครับ…คำถามที่หลายคนอยากรู้คุณไดม่อนด์กับคุณน้ำชา พบกันได้ยังไงครับ?”เสียงเชียร์เบา ๆ ดังจากแขกโต๊ะข้างหน้า ไดม่อนด์หัวเราะในลำคอหนึ่งที ก่อนจะยกไมค์ขึ้นพูด“เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยครับ…”เขาหันมามองเจ้าสาวที่ยืนเคียงข้าง สายตาอ่อนโยนจนคนในงานกระซิบกันอย่างปลื้มปริ่ม“ตอนนั้นเธอ…เดินเข้ามาหาผมก่อนครับตอนเจอกันครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าคนนี้กวนดี”เสียงเฮฮาเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวน้ำชาหันขวับ รีบสวนแทบจะทันที“คุณต่างหากที่กวนฉันก่อน
ตอนที่ 58คงจะมีเพียงเธอที่ทำให้โลกหยุดหมุนสองปีถัดมา…ไดม่อนในวัยทำงานสวมสูทเข้ารูปสีดำสนิท บุคลิกนิ่ง สุขุม และหล่อคมยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าหลังเรียนจบเขาก็เข้ามาบริหารบริษัทของพ่ออย่างเต็มตัว ท่าทาง การพูด การเดิน ทุกอย่างมีอำนาจและน่าเกรงขามมากขึ้นจนพนักงานแทบจะไม่กล้ามองหน้าโดยตรงแต่พออยู่ต่อหน้าน้ำชา ผู้ชายที่ทั้งบริษัทกลัวกลับกลายเป็นผู้ชายที่ยิ้มง่ายที่สุดวันนี้เขายืนพิงรถหรูคันประจำ รออยู่หน้าตึกบริษัทที่น้ำชามาฝึกงานเป็นวันแรก มือหนึ่งถือช่อดอกไม้สีหวานรออยู่ก่อนหน้าแล้วไม่นานนักน้ำชาก้าวลงมาในชุดทำงานเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะต้องชะงักทันทีเมื่อเห็นดอกไม้ในมือของคนตัวสูงหญิงสาวยิ้มกว้างจนแก้มขึ้นสี“ให้ดอกไม้ทุกวันเลยนะ ผ่านมากี่ปีแล้วก็ยังให้ทุกวัน…คุณนี่เสมอต้นเสมอปลายกับฉันจริง ๆ”ไดม่อนยักคิ้ว“ไม่ชอบเหรอ”“ชอบสิ…”ชายหนามเอื้อมมือเปิดประตูให้เธอ“ขึ้นรถได้แล้ว ยืนอยู่นานเดี๋ยวเมื่อย”น้ำชานั่งลง ปรับกระโปรงนิดหน่อย ก่อนที่ไดม่อนจะถามด้วยรอยยิ้มเหนื่อย ๆ“เป็นไงบ้าง…ฝึกงานวันแรก”“ก็ดีนะ“แล้วมีใครรังแกมึงมั้ย…บอกกูได้นะ”น้ำชาหลุดหัวเราะ“ไม่มีหรอก แต
ตอนที่ 57สิ่งที่สวยที่สุดวันต่อมาที่มหาลัยบรรยากาศหน้าตึกคณะค่อนข้างร่มรื่น แต่ไดม่อนกลับนั่งฟุบแขน หลุบตาลงเหมือนคนหมดอารมณ์จะทำอะไรทั้งสิ้นเวย์เดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมถอนหายใจใส่เพื่อนหนุ่ม“ไอ้ม่อน ไปเล่นบาสป่ะ เดี๋ยวพวกกูจะไปละ”“ไม่ไป ไม่มีอารมณ์” เวย์เลิกคิ้ว “โถ่วะ มึงนี่ทำหน้าอย่างกับคนเบื่อโลก”ไดม่อนไม่ตอบ ทำเอาเวย์ได้แต่ส่ายหัวแต่ทันทีที่เงาของใครบางคนทอดลงมาตรงหน้า ไดม่อนก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นน้ำชาเดินผ่านพอดี ท่าทีเซ็ง ๆ เมื่อครู่ หายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน เขาลุกพรวดขึ้นยืน หน้าตายิ้มจนเพื่อนอึ้ง “เห้ย…เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนโดนทิ้งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”ไดม่อนทำเหมือนไม่ได้ยิน รีบเดินจ้ำไปหาน้ำชาแทบจะทันที“จะไปไหนน่ะ” เขาถามเสียงสดใสจนผิดหูผิดตาน้ำชาหันมายิ้ม “ก็แป้งหอมน่ะสิ ชอบรุ่นพี่อยู่ชมรมกีฬา เลยว่าจะไปสนามบาสกับยัยแป้งสักหน่อย”ไดม่อนรีบตอบทันทีเหมือนกลัวโดนแย่งพูด“พอดีเลย ฉันก็กำลังจะไปอยู่พอดี” “หื้ม? คุณจะไปเล่นบาสเหรอ”“อื้อ เมื่อกี้เพื่อนชวนอยู่พอดี” ไดม่อนพูดหน้าตาเฉยเหมือนเรื่องจริงทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกเพื่อนตรงข้าม จากนั้นเขาก็หัน
ตอนที่ 56ใกล้กันอีกนิด1 เดือนต่อมารถคันหรูแล่นไปตามถนนยาวท่ามกลางลมอุ่นอ่อน ๆ น้ำชานั่งมองวิวด้านนอกอย่างผ่อนคลายก่อนจะหันกลับมาถามคนข้าง ๆ “จะพาไปไหนเหรอ”ไดม่อนไม่ได้ตอบทันที เพียงเลื่อนหางตาเหลือบมองเธอพร้อมยิ้มมุมปากทำหน้าชวนให้สงสัย“แล้วเธออยากไปที่ไหนล่ะ”คนตัวเล็กก้มมองมือตัวเองสักพัก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย“ที่ไหนก็ได้…ถ้าไปกับคุณ”มือหนาที่จับพวงมาลัยชะงักไปเสี้ยววินาที ชายหนุ่มแอบเบือนหน้าออกนอกกระจกเหมือนมองถนน แต่จริง ๆ คือกำลังหลบความเขินของตัวเองและสายตาหวานที่มองมา จากนั้นทั้งคู่ก็ตกอยู่ในด้วยเงียบผสานกันกับความเขินอายภายในรถจนกระทั่งรถหรูแล่นเข้ามาจอดนิ่งในลานจอดรถของ สวนสนุกขนาดใหญ่ เสียงดนตรีสนุก ๆ จากด้านในดังแว่วมาตามลม คนเป็นน้องที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ขมวดคิ้วมองป้ายทางเข้าอย่างงง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองไดม่อนด้วยแววตาอยากรู้“พะ…พามาที่นี่ทำไมคะเนี่ย?”น้ำชาถามเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ไม่มิด ไดม่อนดับเครื่อง ก่อนเอนตัวมาท้าวกับพวงมาลัย มองหน้าเธอแบบไม่บอกอะไรมากนัก“ก็พาเธอมาเปิดหู เปิดตาไง”น้ำชามองรอบข้างสวนสนุกด้วยความตื่
ตอนที่ 55ขอให้เธอมีความสุขเดือนต่อมา เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเบา ๆ ทำให้คนตัวเล็กที่นอยอยู่บนเตียง ค่อย ๆ ลืมตา ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก เธอเหยียดแขนไปข้างเตียงอย่างเคย แต่พื้นที่ที่ควรมีร่างอุ่น ๆ ของไดม่อนกลับว่างเปล่า“ไปไหนแต่เช้านะ”ปกติไม่ว่าจะตื่นกี่โมง ก็จะมีไดม่อนคอยนอนอยู่ข้าง ๆ ตลอดถึงแม้ว่าวันนั้นเขาจะตื่นก่อนแต่ชายหนุ่มก็จะก้มลงมาปลุกเธอทุกครั้งแต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้นหญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาเขาทันทีตู๊ด… ตู๊ด…ปลายสายเงียบงัน ไม่มีใครรับ ไม่มีแม้แต่เสียงตัดสายเหมือนทุกครั้ง“ไปไหนของเขานะ”ตัดภาพมาที่มหาลัยในช่วงสายน้ำชานั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะหน้าตึกเรียน นิ้วมือเธอเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นลงซ้ำ ๆ แม้จะไม่มีข้อความใดตอบกลับแป้งหอมกับลีน่าเดินมาเห็นเข้าก็สบตากันก่อนจะรีบเข้ามานั่งประกบข้าง“ยายชา เป็นอะไรอ่ะ สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ”แป้งหอมถามทันทีน้ำชาชะงักก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ“ก็…ไดม่อนน่ะสิ หายไปตั้งแต่เช้า โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความก็ไม่ตอบเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า”“เอ๊ะ…ทะเลาะกันอีกรึเปล่า”“ไม่ได้ทะเลาะนี่สิ”“ปกติเขาไม่เคยหายไปแบบ
ตอนที่ 54รู้สึกดีขึ้นมั้ยเดือนต่อมาหนึ่งเดือนต่อมา ลมเย็นเฉียบพัดผ่านแผ่วเบา เสียงใบไม้ด้านบนเสียดสีกันดังกรอบแกรบอย่างเงียบงัน ไดม่อนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำยืนสงบอยู่หน้าหลุมศพที่มีชื่อปลายฟ้าสลักอยู่บนป้ายหินอ่อนสีซีดชายหนุ่มก้มลงช้า ๆ วางดอกลิลลี่ขาวลงตรงหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นดอกไม้ช่อใหม่ที่ถูกวางทับอยู่ก่อนหน้าเหมือนกลับว่าเพิ่งมีคนมาไม่นานไดม่อนนิ่งไปครู่หนึ่ง ลมหายใจหนักลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร“ฉันแวะมาเยี่ยมนะ”เสียงทุ้มราบเรียบแต่แฝงบางอย่างที่ค้างคาในใจ“นี่น้ำชา แฟนฉันเอง”เขาเหลือบมองหญิงสาวข้างกายเล็กน้อยก่อนจะย้อนกลับไปมองชื่อบนป้ายหิน“พาเธอมารู้จักด้วย…เธอคงไม่โกรธอะไรฉันแล้วนะ”นิ้วมือไดม่อนแตะป้ายหินเบา ๆ ราวกับกำลังลูบหัวใครสักคน ชายหนุ่มหลับตาชั่วอึดใจ ริมฝีปากคล้ายจะยิ้มแต่ก็จางหายไปทันที“ขอโทษนะ”คำพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่นคล้ายแบกความผิดติดค้างมานานน้ำชาเงียบไม่พูดอะไร เพียงยืนข้างเขาอย่างอ่อนโยนเหมือนเป็นหลักให้เขายืนพักใจร่างสูงย่อตัวนั่งยองอยู่ตรงหน้าสุสานอยู่นาน ลมพัดเส้นผมปลิวเบา ๆ แต่น้ำชาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่สั่นนิด ๆ ราวกับเขากำลั
ตอนที่ 20ไม่ต้องสงสารณ มหาลัยแสงแดดอ่อนช่วงบ่ายส่องลงมากระทบกระจกใสของตึกคณะ น้ำชานั่งเหม่ออยู่บนม้านั่งหน้าตึก มือถือแก้วกาแฟที่ละลายจนเหลือแต่น้ำ สายตาเธอเหม่อมองไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทเรียก“ยัยชา เป็นอะไรหรือเปล่า”เธอสะดุ้งนิด ๆ ก่อนฝืนยิ้ม “เปล่านี่ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”ล
ตอนที่ 17ถือว่ารู้ใจแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านบางเข้ามาในห้อง เงาแสงตกกระทบผิวระยับของเตียงอย่างนุ่มนวล ไดม่อนด์ขยับตัวเล็กน้อย แขนที่โอบรอบหญิงสาวยังไม่คลายออก น้ำชาขยับหนีเล็กน้อยแล้วพูดเสียงงัวเงีย“ตื่นแล้วก็กลับไปได้แล้ว...”“เธอก็ตื่นสิ” “นี่มันห้องฉันนะ” เธอพูดต่อ พลางดันแขนเขาเบา
ตอนที่ 14ขอแค่มีชีวิตอยู่แดดยามสายส่องลงกระทบตัวอาคารไดม่อนยืนพิงรถหรูอยู่หน้าคอนโด มือถือแก้วกาแฟเย็นไว้พลางมองนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าเริ่มหงุดหงิดไม่นานนักประตูลิฟต์ก็เปิดออกน้ำชาเดินออกมาพร้อมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น ผมเผ้ายุ่งยุ่งเหมือนคนเพิ่งตื่นเต็มที“มาทำไม” เธอพูดพลางหาวเบา ๆ“
ตอนที่ 11ถ้าซื้อต้องจ่ายเท่าไหร่รุ่งเช้าแสงแดดอุ่นส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องกว้างร่างบางบนเตียงขยับน้อย ๆ น้ำชาลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก่อนพึมพำเสียงเบา มือเรียวยกขึ้นก่ายหน้าผาก“เมื่อคืน…ฉันทำอะไรลงไปอีกเนี่ย”เธอเหลือบตาไปทางข้างกายพบว่าไดม่อนเองก็นอนอยู่ใกล้ในสภาพที่ทั้งคู่ต่างไม่ได้ปกปิดอะ







