เข้าสู่ระบบตอนที่ 7
ขอเรียกแค่บนเตียง เสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับเสียงเชียร์รอบสนามที่เริ่มคึกคัก กลุ่มนักศึกษาทยอยเข้ามานั่งริมสนาม เวย์หันไปพูดขึ้นพลางยืดตัวบิดขี้เกียจ “ได้ข่าวว่าไอ้สายลมมันจะลงแข่งด้วย” ไดม่อนยกมือเสยผม ล้วงกระเป๋ากางเกงเหมือนไม่ใส่ใจ “เรื่องของมันสิ” ปอร์เช่หัวเราะเบา ๆ “เออว่ะ…แต่ไอ้ไดมึงไม่สังเกตเหรอ ช่วงนี้มันโคตรจะวอแวน้องคนนั้นของมึงเลย” เวย์ยักคิ้วเป็นเชิงแซว “ดูก็รู้…คุยกันกระหนุงกระหนิงขนาดนั้น มันมีแผนอะไรรึเปล่าวะ” เสียงรอบสนามยังดังต่อเนื่อง แต่สำหรับไดม่อน โลกกลับเงียบลงเมื่อสายตาคมเหลือบไปเห็นภาพตรงหน้า สายลมกำลังยืนอยู่ข้างรั้วสนามบาส เอียงตัวคุยกับน้ำชาที่ยืนหัวเราะเบา ๆ อย่างผ่อนคลาย บรรยากาศระหว่างทั้งสองดูสนิทสนมจนคนมองจากไกล ๆ ยังสัมผัสได้ เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น การแข่งขันจบลงท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือ นักศึกษาทยอยแยกย้ายออกจากขอบสนาม บรรยากาศคึกคักค่อย ๆ คลายลง ไดม่อน ยืนพิงเสาเหล็กข้างสนาม ชุดช็อปสีเข้มชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือใหญ่กอดอก สายตาคมจับจ้องไปอีกฝั่งโดยไม่พูดอะไร ไม่กี่อึดใจสายลมก็เดินตรงมาทางนั้นเช่นกัน เขาใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อพลางหันมามองตรง สายตาคมวาวเจือรอยยิ้ม “มีอะไรจะคุยกับกูงั้นเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทัก คล้ายจะรู้ทันในสิ่งที่ไดม่อนคิด “กูบอกแล้วงไง ว่าอย่าให้กูเตือนมึงอีกรอบ” “เหอะ...เรื่องอะไร เห็นเตือนกูหลายเรื่องเลย” สายลมยักคิ้วถามอย่างท้าทาย “.........” ไดม่อนไม่พูดอะไรเพียงแค่มองหน้าชายตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา จนสายลมเผลอหลุดหัวเราะออกมาน้อย ๆ “กูก็ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอก แต่น้องคนนั้นของมึงมีอะไรน่าสนใจขนาดนั้นว่ะ มึงถึงได้เป็นหมาบ้าได้ขนาดนี้” “มีอะไรน่าสนใจหรือไม่น่าสนใจมึงไม่ต้องรู้หรอก ผู้หญิงมีเป็นร้อย กูขอคนนี้” “แล้วถ้ากูไม่ให้ล่ะ ทีกูขอมึงยังไม่ให้กูเลย” “ถ้ามึงจะรื้อฟื้นเรื่องปลายฟ้า กูคงไม่มีอะไรจะพูดต่อ” ไดม่อนยืนนิ่ง แต่สายลมกลับก้าวเข้ามาอีกนิด เสียงทุ้มสั่นพร่าราวกับจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “งั้นสิ....น่าตลกจังเลยนะ กูยอมมึงจริง ๆ เลย ชีวิตคนทั้งคนไม่รู้สึกสลดเลยเหรอ” “แล้วมึงจะให้กูทำยังไง” สายลมเม้มปากแน่น ก่อนพูดออกมาราวกับระเบิดอารมณ์ “ทั้ง ๆ ที่เธอคือหัวใจของกู…แต่มึงไม่รักเธอ มึงจะให้ความหวังเธอทำไม!” เสียงเขาสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำ “……” “กูไม่ได้โกรธที่เธอเลือกมึง…แต่กูโกรธเพราะมึงทำร้ายจิตใจเธอ!” กรามแกร่งของไดม่อนขบแน่น ร่างสูงเงยหน้าขึ้นตอบชัดถ้อยชัดคำ “กูไม่เคยให้ความหวังผู้หญิงของมึง…อย่ามาโบ้ยความผิดนั่นใส่กู” สายลม กัดฟันแน่น ก่อนจะยกมือผลักไหล่ไดม่อนแรง ๆ “คนเห็นแก่ตัวแบบมึง…น่าจะตายแทนเธอไปซะ ไม่น่าอยู่ให้รกโลกเลย!” คำพูดกรีดลึกยิ่งกว่าแรงผลัก ร่างสูงของไดม่อนนิ่งค้าง กรามขบแน่น สายตาคมกริบวาวขึ้นด้วยโทสะที่ถูกกดข่ม แต่สายลมไม่รอคำตอบ เขาหันหลังเดินจากไปทันที ร่างสูงไหวเล็กน้อยราวกับกำลังสั่นด้วยความโกรธปนเจ็บปวด เหลือเพียงไดม่อนที่ยืนกอดอกพิงเสาเงียบ ๆ สายตาทอดตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปจนลับมุม คำพูดเมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ในหัว ไดม่อนเดินไหล่ผึ่งในชุดช็อป ก้าวมุ่งตรงไปยังรถที่จอดอยู่ ร่างสูงเต็มไปด้วยรัศมีดุดันจนใคร ๆ ต่างเหลียวมอง แต่ยังไม่ทันจะกดรีโมทเปิดประตู เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังไล่ตามมาติด ๆ “เมื่อกี้…คุณเล่นบาสสุดยอดเลย” น้ำชายืนยิ้มหอบเล็กน้อยเหมือนเพิ่งวิ่งตามเขามาจริง ๆ ไดม่อนชะงักไปครู่หนึ่ง หันกลับมามองด้วยแววตาเรียบนิ่ง ริมฝีปากหยักกระตุกขึ้นน้อย ๆ “มึงดูด้วยเหรอ นึกว่ามองแต่ไอ้สายลมนั่นซะอีก” น้ำชาขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนเชิดคางตอบทันควัน “ฉันก็ดูหมดทุกคนนั่นแหละ” “แล้วไง...วิ่งตามกูมาทำไม” “ขอกลับด้วยสิ” “มึงสนิทกับกูตั้งแต่เมื่อไหร่” น้ำชากะพริบตาปริบ ๆ ไปชั่วครู่ แต่ก็รีบปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มบาง “ก็...ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอโทษแล้วกันที่รบกวน” “หรือว่า....ตั้งใจจะอ่อยฉันกันแน่” “แล้ว...อ่อยติดรึเปล่าล่ะ หื้ม” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ ไดม่อนปรายตามองเธอ แววตาเย็นชา “ไม่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ลังเล ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “กูไม่ใช่ไอ้สายลมนะ ที่จะติดกับอะไรง่าย ๆ” น้ำชานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มเจือจางบนริมฝีปาก “งั้นสิ…งั้นก็ช่างเถอะ” เธอเบือนหน้าออกไปอีกทาง แล้วดวงตาก็สะดุดเข้ากับร่างสูงของสายลมที่ยืนอยู่ไม่ไกล คุยกับเพื่อน ๆ ใต้ต้นไม้ริมลานจอดรถ “อ๊ะ…นั่นพี่สายลมนี่นา...ถ้างั้นขอกลับกับพี่เขาดีกว่า” น้ำชาพึมพำ ยกยิ้มบาง ยังไม่ทันก้าวออกจากตรงนั้น มือใหญ่ของไดม่อนก็คว้าแขนเรียวไว้แน่น แรงดึงทำให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “ขึ้นรถ” รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ ผุดขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย แขนเรียวสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมเบา ๆ แล้วก้าวขึ้นรถไปอย่างไม่รีรอ ทิ้งให้ไดม่อนยืนมองตามอยู่ชั่วขณะ สายตาคมกริบไล่ตามทุกก้าวของเธอ ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ น้ำชาเอนตัวพิงเบาะ มองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความสงสัย “ทำไมคุณกับพี่สายลมถึงไม่ถูกกัน” “ทำไม มึงถึงรู้ว่าไม่ถูกกัน” “ก็ เห็นคุณห้ามไม่ให้ฉันยุ่ง ตามจริงคุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันด้วยนะ เราพึ่งรู้จักกันเอง” “พึ่งรู้จักกันแต่ก็เอากันไปแล้วไง อยู่ห่าง ๆ มันไว้น่ะดีแล้ว” “เหรอ....แต่ฉันว่าพี่เขาก็เป็นคนดีนะ พูดก็เพราะ” “ถุ้ย! มาอวยอะไรมันต่อหน้ากู” “ชิ!” “กลับห้องไป....แล้วทำอะไร” “กูนอนดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย” “อ๋อ” “ถามทำไม จะไปอยู่ด้วยรึไง” น้ำชายิ้มกวน ๆ ไม่ตอบตรงคำถาม รอยยิ้มของเธอเหมือนยั่วให้เขาหงุดหงิดเสียมากกว่า เขาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนพูดแบบท้าทาย “ถ้าไป...จะแค่นอนอย่างเดียวเหรอ” เธอหันขวับมาสบตา ตอบเสียงนิ่งแต่ “มากกว่านั้นก็ได้” “มึงนี่…เป็นคนยังไงกันแน่” น้ำชาหัวเราะเบา ๆ เอียงหน้ามองเขา “ฉันต้องเป็นฝ่ายถามคุณต่างหาก” “ไม่ชอบเลย...” “ไม่ชอบอะไร” “ที่มึงแทนตัวเองว่าฉัน” “ทีคุณยังแทนตัวเองว่ากูเลย อีกอย่างเราไม่สนิทกันขนาดนั้น จะให้แทนว่ายังไง” “ทีไอ้สายลมไม่สนิทมึงยังเรียกมันว่าพี่เลย” “นี่...แสดงว่าคุณอยากให้ฉันเรียกคุณว่าพี่งั้นเหรอ....” เธอทำท่าคิดจริงจัง ยกนิ้วแตะคางเบา ๆ เอียงหน้าเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะลองพูดออกมาดีไหม รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นบนริมฝีปาก “อื้อ....งั้นจะเรียกให้ก็ได้” ไดม่อนเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อย กำลังจะอ้าปากท้วง แต่คำพูดถัดมาของเธอก็ทำเอาบรรยากาศในรถร้อนขึ้นทันที “แต่ว่า....ขอเรียกตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นนะ” สิ้นคำ เธอก็ยักคิ้วใส่แบบรอยยิ้มกวน ๆ ทำให้ไดม่อนหันมามองค้างอยู่เสี้ยววินาที กรามแกร่งขบแน่น เสียงหัวเราะหึในลำคอดังต่ำ “มึงนี่นะ…” บรรยากาศในรถตอนนี้เหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทั้งที่แอร์ยังเย็นยะเยือก แต่ความร้อนแรงจากบทสนทนากลับทำให้ทั้งคู่ใจเต้นแรงโดยไม่มีใครยอมรับออกมาตอนที่ 59อยู่อย่างนี้ตลอดไป1 ปีต่อมาค่ำคืนในโรงแรมห้าดาวชื่อดังถูกประดับประดาไปด้วยแชนเดอเลียร์ระย้าและแสงไฟสว่างอบอุ่นเหมือนแสงจากสายตาของคนสองคนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตคู่บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงชิงแก้ว และดนตรีจังหวะหวานที่ลอยคลอไปรอบห้องบอลรูมขนาดใหญ่ แขกจำนวนมากเต็มโต๊ะอย่างครึกครื้นบนเวที คู่บ่าวสาวยืนเคียงข้างกัน ไดม่อนด์ในชุดสูทเข้ารูปสีดำ น้ำชาในชุดเจ้าสาวสีขาวฟุ้งสวยราวเจ้าหญิง แสงสปอตไลต์ส่องลงมาบนทั้งคู่จนเหมือนเวลาทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหวอยู่แค่ตรงนั้นพิธีกรยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง“เอาล่ะครับ…คำถามที่หลายคนอยากรู้คุณไดม่อนด์กับคุณน้ำชา พบกันได้ยังไงครับ?”เสียงเชียร์เบา ๆ ดังจากแขกโต๊ะข้างหน้า ไดม่อนด์หัวเราะในลำคอหนึ่งที ก่อนจะยกไมค์ขึ้นพูด“เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยครับ…”เขาหันมามองเจ้าสาวที่ยืนเคียงข้าง สายตาอ่อนโยนจนคนในงานกระซิบกันอย่างปลื้มปริ่ม“ตอนนั้นเธอ…เดินเข้ามาหาผมก่อนครับตอนเจอกันครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าคนนี้กวนดี”เสียงเฮฮาเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวน้ำชาหันขวับ รีบสวนแทบจะทันที“คุณต่างหากที่กวนฉันก่อน
ตอนที่ 58คงจะมีเพียงเธอที่ทำให้โลกหยุดหมุนสองปีถัดมา…ไดม่อนในวัยทำงานสวมสูทเข้ารูปสีดำสนิท บุคลิกนิ่ง สุขุม และหล่อคมยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าหลังเรียนจบเขาก็เข้ามาบริหารบริษัทของพ่ออย่างเต็มตัว ท่าทาง การพูด การเดิน ทุกอย่างมีอำนาจและน่าเกรงขามมากขึ้นจนพนักงานแทบจะไม่กล้ามองหน้าโดยตรงแต่พออยู่ต่อหน้าน้ำชา ผู้ชายที่ทั้งบริษัทกลัวกลับกลายเป็นผู้ชายที่ยิ้มง่ายที่สุดวันนี้เขายืนพิงรถหรูคันประจำ รออยู่หน้าตึกบริษัทที่น้ำชามาฝึกงานเป็นวันแรก มือหนึ่งถือช่อดอกไม้สีหวานรออยู่ก่อนหน้าแล้วไม่นานนักน้ำชาก้าวลงมาในชุดทำงานเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะต้องชะงักทันทีเมื่อเห็นดอกไม้ในมือของคนตัวสูงหญิงสาวยิ้มกว้างจนแก้มขึ้นสี“ให้ดอกไม้ทุกวันเลยนะ ผ่านมากี่ปีแล้วก็ยังให้ทุกวัน…คุณนี่เสมอต้นเสมอปลายกับฉันจริง ๆ”ไดม่อนยักคิ้ว“ไม่ชอบเหรอ”“ชอบสิ…”ชายหนามเอื้อมมือเปิดประตูให้เธอ“ขึ้นรถได้แล้ว ยืนอยู่นานเดี๋ยวเมื่อย”น้ำชานั่งลง ปรับกระโปรงนิดหน่อย ก่อนที่ไดม่อนจะถามด้วยรอยยิ้มเหนื่อย ๆ“เป็นไงบ้าง…ฝึกงานวันแรก”“ก็ดีนะ“แล้วมีใครรังแกมึงมั้ย…บอกกูได้นะ”น้ำชาหลุดหัวเราะ“ไม่มีหรอก แต
ตอนที่ 57สิ่งที่สวยที่สุดวันต่อมาที่มหาลัยบรรยากาศหน้าตึกคณะค่อนข้างร่มรื่น แต่ไดม่อนกลับนั่งฟุบแขน หลุบตาลงเหมือนคนหมดอารมณ์จะทำอะไรทั้งสิ้นเวย์เดินมานั่งข้าง ๆ พร้อมถอนหายใจใส่เพื่อนหนุ่ม“ไอ้ม่อน ไปเล่นบาสป่ะ เดี๋ยวพวกกูจะไปละ”“ไม่ไป ไม่มีอารมณ์” เวย์เลิกคิ้ว “โถ่วะ มึงนี่ทำหน้าอย่างกับคนเบื่อโลก”ไดม่อนไม่ตอบ ทำเอาเวย์ได้แต่ส่ายหัวแต่ทันทีที่เงาของใครบางคนทอดลงมาตรงหน้า ไดม่อนก็เงยหน้าขึ้นมอง เห็นน้ำชาเดินผ่านพอดี ท่าทีเซ็ง ๆ เมื่อครู่ หายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน เขาลุกพรวดขึ้นยืน หน้าตายิ้มจนเพื่อนอึ้ง “เห้ย…เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนโดนทิ้งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”ไดม่อนทำเหมือนไม่ได้ยิน รีบเดินจ้ำไปหาน้ำชาแทบจะทันที“จะไปไหนน่ะ” เขาถามเสียงสดใสจนผิดหูผิดตาน้ำชาหันมายิ้ม “ก็แป้งหอมน่ะสิ ชอบรุ่นพี่อยู่ชมรมกีฬา เลยว่าจะไปสนามบาสกับยัยแป้งสักหน่อย”ไดม่อนรีบตอบทันทีเหมือนกลัวโดนแย่งพูด“พอดีเลย ฉันก็กำลังจะไปอยู่พอดี” “หื้ม? คุณจะไปเล่นบาสเหรอ”“อื้อ เมื่อกี้เพื่อนชวนอยู่พอดี” ไดม่อนพูดหน้าตาเฉยเหมือนเรื่องจริงทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกเพื่อนตรงข้าม จากนั้นเขาก็หัน
ตอนที่ 56ใกล้กันอีกนิด1 เดือนต่อมารถคันหรูแล่นไปตามถนนยาวท่ามกลางลมอุ่นอ่อน ๆ น้ำชานั่งมองวิวด้านนอกอย่างผ่อนคลายก่อนจะหันกลับมาถามคนข้าง ๆ “จะพาไปไหนเหรอ”ไดม่อนไม่ได้ตอบทันที เพียงเลื่อนหางตาเหลือบมองเธอพร้อมยิ้มมุมปากทำหน้าชวนให้สงสัย“แล้วเธออยากไปที่ไหนล่ะ”คนตัวเล็กก้มมองมือตัวเองสักพัก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย“ที่ไหนก็ได้…ถ้าไปกับคุณ”มือหนาที่จับพวงมาลัยชะงักไปเสี้ยววินาที ชายหนุ่มแอบเบือนหน้าออกนอกกระจกเหมือนมองถนน แต่จริง ๆ คือกำลังหลบความเขินของตัวเองและสายตาหวานที่มองมา จากนั้นทั้งคู่ก็ตกอยู่ในด้วยเงียบผสานกันกับความเขินอายภายในรถจนกระทั่งรถหรูแล่นเข้ามาจอดนิ่งในลานจอดรถของ สวนสนุกขนาดใหญ่ เสียงดนตรีสนุก ๆ จากด้านในดังแว่วมาตามลม คนเป็นน้องที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ขมวดคิ้วมองป้ายทางเข้าอย่างงง ๆ ก่อนจะหันกลับมามองไดม่อนด้วยแววตาอยากรู้“พะ…พามาที่นี่ทำไมคะเนี่ย?”น้ำชาถามเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ไม่มิด ไดม่อนดับเครื่อง ก่อนเอนตัวมาท้าวกับพวงมาลัย มองหน้าเธอแบบไม่บอกอะไรมากนัก“ก็พาเธอมาเปิดหู เปิดตาไง”น้ำชามองรอบข้างสวนสนุกด้วยความตื่
ตอนที่ 55ขอให้เธอมีความสุขเดือนต่อมา เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเบา ๆ ทำให้คนตัวเล็กที่นอยอยู่บนเตียง ค่อย ๆ ลืมตา ผ้าห่มยังคลุมถึงหน้าอก เธอเหยียดแขนไปข้างเตียงอย่างเคย แต่พื้นที่ที่ควรมีร่างอุ่น ๆ ของไดม่อนกลับว่างเปล่า“ไปไหนแต่เช้านะ”ปกติไม่ว่าจะตื่นกี่โมง ก็จะมีไดม่อนคอยนอนอยู่ข้าง ๆ ตลอดถึงแม้ว่าวันนั้นเขาจะตื่นก่อนแต่ชายหนุ่มก็จะก้มลงมาปลุกเธอทุกครั้งแต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้นหญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาเขาทันทีตู๊ด… ตู๊ด…ปลายสายเงียบงัน ไม่มีใครรับ ไม่มีแม้แต่เสียงตัดสายเหมือนทุกครั้ง“ไปไหนของเขานะ”ตัดภาพมาที่มหาลัยในช่วงสายน้ำชานั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะหน้าตึกเรียน นิ้วมือเธอเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นลงซ้ำ ๆ แม้จะไม่มีข้อความใดตอบกลับแป้งหอมกับลีน่าเดินมาเห็นเข้าก็สบตากันก่อนจะรีบเข้ามานั่งประกบข้าง“ยายชา เป็นอะไรอ่ะ สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ”แป้งหอมถามทันทีน้ำชาชะงักก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ“ก็…ไดม่อนน่ะสิ หายไปตั้งแต่เช้า โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความก็ไม่ตอบเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า”“เอ๊ะ…ทะเลาะกันอีกรึเปล่า”“ไม่ได้ทะเลาะนี่สิ”“ปกติเขาไม่เคยหายไปแบบ
ตอนที่ 54รู้สึกดีขึ้นมั้ยเดือนต่อมาหนึ่งเดือนต่อมา ลมเย็นเฉียบพัดผ่านแผ่วเบา เสียงใบไม้ด้านบนเสียดสีกันดังกรอบแกรบอย่างเงียบงัน ไดม่อนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำยืนสงบอยู่หน้าหลุมศพที่มีชื่อปลายฟ้าสลักอยู่บนป้ายหินอ่อนสีซีดชายหนุ่มก้มลงช้า ๆ วางดอกลิลลี่ขาวลงตรงหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นดอกไม้ช่อใหม่ที่ถูกวางทับอยู่ก่อนหน้าเหมือนกลับว่าเพิ่งมีคนมาไม่นานไดม่อนนิ่งไปครู่หนึ่ง ลมหายใจหนักลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร“ฉันแวะมาเยี่ยมนะ”เสียงทุ้มราบเรียบแต่แฝงบางอย่างที่ค้างคาในใจ“นี่น้ำชา แฟนฉันเอง”เขาเหลือบมองหญิงสาวข้างกายเล็กน้อยก่อนจะย้อนกลับไปมองชื่อบนป้ายหิน“พาเธอมารู้จักด้วย…เธอคงไม่โกรธอะไรฉันแล้วนะ”นิ้วมือไดม่อนแตะป้ายหินเบา ๆ ราวกับกำลังลูบหัวใครสักคน ชายหนุ่มหลับตาชั่วอึดใจ ริมฝีปากคล้ายจะยิ้มแต่ก็จางหายไปทันที“ขอโทษนะ”คำพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่นคล้ายแบกความผิดติดค้างมานานน้ำชาเงียบไม่พูดอะไร เพียงยืนข้างเขาอย่างอ่อนโยนเหมือนเป็นหลักให้เขายืนพักใจร่างสูงย่อตัวนั่งยองอยู่ตรงหน้าสุสานอยู่นาน ลมพัดเส้นผมปลิวเบา ๆ แต่น้ำชาเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่สั่นนิด ๆ ราวกับเขากำลั
ตอนที่ 14ขอแค่มีชีวิตอยู่แดดยามสายส่องลงกระทบตัวอาคารไดม่อนยืนพิงรถหรูอยู่หน้าคอนโด มือถือแก้วกาแฟเย็นไว้พลางมองนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าเริ่มหงุดหงิดไม่นานนักประตูลิฟต์ก็เปิดออกน้ำชาเดินออกมาพร้อมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น ผมเผ้ายุ่งยุ่งเหมือนคนเพิ่งตื่นเต็มที“มาทำไม” เธอพูดพลางหาวเบา ๆ“
ตอนที่ 11ถ้าซื้อต้องจ่ายเท่าไหร่รุ่งเช้าแสงแดดอุ่นส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องกว้างร่างบางบนเตียงขยับน้อย ๆ น้ำชาลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก่อนพึมพำเสียงเบา มือเรียวยกขึ้นก่ายหน้าผาก“เมื่อคืน…ฉันทำอะไรลงไปอีกเนี่ย”เธอเหลือบตาไปทางข้างกายพบว่าไดม่อนเองก็นอนอยู่ใกล้ในสภาพที่ทั้งคู่ต่างไม่ได้ปกปิดอะ
ตอนที่ 22ก่อนไปมหาลัยNCรุ่งเช้าเสียงส้นรองเท้านักศึกษาดังก้องเบา ๆ ไปตามทางเท้า น้ำชาเดินออกมาจากคอนโดในชุดนักศึกษาที่แนบเนื้อเล็กน้อย กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาสวย แสงแดดยามเช้าทำให้เธอดูเด่นจนใครผ่านก็ต้องเหลียวหน้าคอนโดมีชายหนุ่มในชุดช็อปยืนพิงรถอยู่ เขากอดอก มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงค
ตอนที่ 20ไม่ต้องสงสารณ มหาลัยแสงแดดอ่อนช่วงบ่ายส่องลงมากระทบกระจกใสของตึกคณะ น้ำชานั่งเหม่ออยู่บนม้านั่งหน้าตึก มือถือแก้วกาแฟที่ละลายจนเหลือแต่น้ำ สายตาเธอเหม่อมองไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทเรียก“ยัยชา เป็นอะไรหรือเปล่า”เธอสะดุ้งนิด ๆ ก่อนฝืนยิ้ม “เปล่านี่ แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”ล







