Home / รักโบราณ / สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น / บทที่ 2 ข้อแลกเปลี่ยนอำมหิต 1/2

Share

บทที่ 2 ข้อแลกเปลี่ยนอำมหิต 1/2

last update publish date: 2026-06-10 20:32:55

ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาประหนึ่งศีรษะถูกบีบรัดด้วยปลอกเหล็กเอาไว้ทรมานนักโทษ ร่างกายบอบช้ำราวกับถูกม้าบดขยี้ ทว่าสัมผัสแรกที่ปลุกให้สติสัมปชัญญะของเจินชิงหลีในร่างของ ‘จวงเยว่หลัน’ ตื่นขึ้นจากความมืดมิด คือความอบอุ่นจากฝ่ามือเล็ก ๆ ที่เกาะกุมมือของนางเอาไว้แน่น พร้อมกับหยดน้ำอุ่นร้อนที่หยดแหมะลงบนหลังมือ

นางค่อย ๆ ปรือตาขึ้น แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบม่านกระโจมสีทึบ กลิ่นยาสมานแผลและสมุนไพรลอยแตะจมูก สิ่งแรกที่สะท้อนเข้ามาในดวงตาคือใบหน้ามอมแมมของ ‘จวงอี้เฉิน’ ที่กำลังเบะปากสะอื้นไห้จนตัวโยน

“พี่ใหญ่! ฮือ... ท่านฟื้นแล้ว ท่านฟื้นขึ้นมาสักที!”

เด็กน้อยวัยห้าขวบร้องไห้จ้า โผเข้ากอดพี่สาวราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้เอาไว้ได้ เยว่หลันขยับริมฝีปากที่แห้งผากหมายจะเอ่ยคำปลอบโยน ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้สูดลมหายใจตั้งสติ เสียงทุ้มต่ำเจือด้วยความเย็นชาดุจหุบเขาเมืองหานโจวดังแหวกอากาศขึ้นมาจากมุมมืดของกระโจม

“ฟื้นก็ดีแล้ว... หากเจ้ายังไม่ฟื้น ข้ากำลังคิดจะจับน้องชายของเจ้าหั่นแขนหั่นขา เอาเนื้อไปต้มน้ำแกงกินพอดี”

เฮือก!

จวงอี้เฉินสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าเล็กจ้อยซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตา เขารีบปล่อยมือพี่สาวแล้วพุ่งพรวดเข้าไปมุดซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาของเยว่หลันจนมิดหัว ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ ก่อนจะโผล่พ้นผ้าห่มออกมาเพียงแค่ดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดผวา

“พะ... พี่ใหญ่” เด็กน้อยกระซิบฟ้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปานจะขาดใจ “ชายผู้นั้น... เจิ้นเป่ยอ๋องผู้นั้นเขาเหมือนคนบ้า! ตอนที่ท่านสลบไป เขาขู่ข้าสารพัดเลย!”

เยว่หลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขณะที่มือนางยังคงลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นงันงกของน้องชาย

“เขาบอกว่าหากท่านตาย... เขาจะควักตับข้ามากินดิบ ๆ บ้างล่ะ จะจับข้าไปมัดก้อนหินถ่วงน้ำในแม่น้ำบ้างล่ะ บางทีก็นั่งเช็ดกระบี่แล้วบอกว่าจะเอาคอข้าไปเป็นหินลับมีด! ฮือ... เขาขู่จนข้าร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว จนท่านลุงผู้หนึ่งต้องแอบมาปลอบข้าว่าท่านอ๋องแค่ล้อเล่น...” อี้เฉินฟ้องไปสะอื้นไป มือเล็กกำชายเสื้อพี่สาวแน่น

“พี่ใหญ่... เขาใจร้ายกับข้ามาก ข้ากลัวจะตายอยู่แล้ว โชคดีนักที่ท่านฟื้น!”

เยว่หลันได้ยินคำฟ้องของน้องชายก็อดไม่ได้ที่จะปรายตามองไปยังต้นเสียงกับคนที่ชอบแกล้งเด็ก จนอยากรู้นักว่าหากเขามีบุตรชายของตนเองบ้างจะกล้ากลั่นแกล้งเช่นนี้หรือไม่

ที่เก้าอี้ไม้บุนวมมุมกระโจม ร่างสูงใหญ่สง่างามของเจิ้นเป่ยอ๋อง ‘เซียวจิ้งเหยียน’ นั่งตระหง่านอยู่ เขาสวมเพียงชุดลำลองสีดำสนิทที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อแน่น ทว่ารังสีสังหารและกลิ่นอายคุกคามกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย

“ท่านอ๋อง... รังแกเด็กสนุกมากหรือเพคะ?” เยว่หลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าแววตากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

เทียนล่างกลับเป็นฝ่ายที่เผลอกัดริมฝีปาก เพราะไม่มีผู้ใดกล้าตำหนิเจิ้นเป่ยอ๋องมาก่อน เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เพราะกลัวว่าท่านอ๋องจะสังหารดรุณีน้อยไม่กลัวตายผู้นี้เสียก่อน

“เด็กที่ร้องไห้หนวกหู หากไม่ขู่ให้กลัวจนหุบปาก ข้าคงต้องตัดลิ้นเขาทิ้งจริง ๆ” เซียวจิ้งเหยียนตอบกลับด้วยสีหน้าราบเรียบ ทว่าดวงตาคมกริบกลับจับจ้องมาที่ใบหน้าซีดเซียวของสตรีน้อยอย่างประเมินอยู่ในที

เยว่หลันคร้านจะต่อปากต่อคำเรื่องวิธีการปลอบเด็กของพยัคฆ์ร้าย นางลูบศีรษะอี้เฉินเบา ๆ ก่อนจะหันไปเอ่ยถามเทียนล่างที่ยืนเฝ้าอยู่หน้ากระโจม “ข้าสลบไปนานเท่าใดแล้ว... ตอนนี้คือวันและเวลาใด?”

“เจ้านอนเป็นผักไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ” เทียนล่างตอบด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ตอนนี้คือวันที่แปดเดือนแปด ยามโหย่วสามเค่อ (ประมาณ 18.45 น.)"

เยว่หลันหลุบตาลงทันที วิญญาณของอดีตพระชายาเริ่มคำนวณเวลาและสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

วันที่แปดเดือนแปด... ห่างจากวันที่ตระกูลเจินถูกกวาดล้างเพียงไม่นาน จวงห้าวอวี่และองค์ชายรองย่อมกำลังสาละวนอยู่กับการจัดการศพและสร้างหลักฐานเท็จเพื่อทูลเกล้าถวายฮ่องเต้เจี้ยนอู่ในท้องพระโรง นางเหลือเวลาไม่มากนัก หากปล่อยให้พวกมันตั้งตัวติดและจัดการเรื่องแผนที่เกล็ดปลาฉบับจริงไปซุกซ่อนไว้ที่อื่นได้สำเร็จ ทุกอย่างจะจบเห่! สามร้อยชีวิตตระกูลเจินล้วนตายเปล่า

เพราะมีเรื่องภาษีมาเกี่ยวข้อง เหล่าขุนนางที่ใช้ชื่อราษฎรสวมสิทธิ์และยึดครองที่ดิน ย่อมต้องรีบจัดการ นางเชื่อว่าด้วยเหตุนี้ที่บิดานางทูลเสนอจัดการตรวจสอบแผนที่เกล็ดปลาและชื่อโฉนดให้ตรงกันน่าจะนำความตายมาสู่ครอบครัวของคนตระกูลเจินทั้งหมด แต่ข้อสงสัยนางคือไม่ใช่ฮ่องเต้ทรงมีความเมตตาต่อราษฎรและสั่งให้จัดการหรอกหรือ และเรื่องเช่นนี้ไม่ควรเกิดกับตระกูลของนาง

น่าเสียดายนักคนดีมักอายุสั้น

ขณะที่เยว่หลันกำลังจมจ่อมอยู่ในความคิด เซียวจิ้งเหยียนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ ก็มองเห็นประกายความอำมหิตและทะเยอทะยานที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้น มันช่างขัดกับใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราและร่างกายที่บอบบางราวกับกิ่งหลิวของนางเสียจริง

มุมปากของพยัคฆ์แดนเหนือ... พลันกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา

เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนโยน ทว่าเต็มไปด้วยความพึงพอใจราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจ!

ภาพนั้นทำเอาเทียนล่างที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับตาเบิกกว้างแทบถลนออกมานอกเบ้า เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก...

‘สวรรค์เถอะ! ตั้งแต่ทำศึกนองเลือดที่แดนเหนือปราบโจรป่าและพวกที่ลักลอบเข้าเมืองเพื่อปล้นชาวบ้านมาเป็นปี ๆ เขาไม่เคยเห็นท่านอ๋องยิ้มเลยสักครั้ง! รอยยิ้มนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่? สตรีผู้นี้กำลังจะรอดตาย หรือกำลังจะถูกจับฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ กันแน่?    

ทว่ารอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้นเพียงชั่วอึกใจ ก่อนที่บรรยากาศในกระโจมจะพลิกกลับมาตึงเครียดและกดดันจนแทบหายใจไม่ออกอีกครั้ง

เซียวจิ้งเหยียนผุดลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงนอน เขาก้มหน้าลงมองเด็กสาวที่ขยับนั่งพิงหมอนอยู่ด้วยสายตากดดัน มือแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการจับดาบยื่นมาเชยคางของเยว่หลันขึ้น บังคับให้นางสบตากับดวงตาพยัคฆ์โดยตรง

“เอาล่ะ... เลิกเล่นละครโอ๋เด็กถ่วงเวลาได้แล้ว”

น้ำเสียงของเขากดต่ำและเต็มไปด้วยอันตรายจนเยว่หลันต้องระแวดระวัง

“เจ้าทำให้ข้าต้องเสียเวลาหยุดพักการเดินทาง และเสียยาสมานแผลชั้นเลิศไปไม่น้อย...ตอนนี้ถึงเวลาจ่ายค่าตอบแทนแล้ว จวงเยว่หลัน” นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยเบา ๆ บนปลายคางของนาง ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่พร้อมจะหักคอสวย ๆ ให้แหลกคามือ “ไหนล่ะของขวัญที่เจ้าบอกว่าจะทำให้ศีรษะขององค์ชายรอง... กับบิดาของเจ้าหลุดจากบ่า?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น   ตอนพิเศษ 2 พาก้อนแป้งป่วนซูโจว 2/2

    “ท่านอ๋อง... ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ได้เพคะ ลูกกลัวหมดแล้ว”เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับเยว่หลันที่เดินถือจานขนมเข้ามา นางมองภาพสามีผู้ยิ่งใหญ่กำลังยืนทำตาเขียวใส่เด็กแปดขวบและเด็กสองขวบแล้วก็ให้ขบขันนัก เขาก็เอาแต่ใจเช่นนี้ ชอบให้ลูกรักเขาคนเดียว แม้แต่นางมองบุรุษแปลกหน้าแค่แวบเดียวยังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ไม่ให้นางออกจากห้องแรมเดือน สามปีที่ผ่านมาความงดงามของนางยิ่งทวีคูณ บารมีพระชายาแผ่ซ่านดุจนางพญา ผู้คนทั้งแคว้นต่างชื่นชม และหลายคนต่างอิจฉาที่เจิ้นเป่ยอ๋องไม่รับชายาเพิ่ม ทั้งไม่สนใจสตรีอื่น ทำตัวดุจพระที่บวชละทางโลก แต่ยามที่อยู่พระชายาราวกับบุรุษหิวกระหาย“เยว่หลัน ดูลูกสาวเจ้า ยามนี้ข้าดุคำเดียวก็วิ่งโร่ไปหาอี้เฉิน ข้าวของบนโต๊ะทำงานข้าก็ถูกนางรื้อจนพังพินาศ บัญชีเมืองหลวงที่ข้าต้องตรวจส่งคืนฮ่องเต้ ยามนี้กลายเป็นสมุดวาดภาพของนางไปเสียแล้ว!” เจิ้นเป่ยอ๋องเดินเข้าไปฟ้องภรรยาพลางนวดขมับตัวเองเยว่หลันหัวเราะคิก วางจานขนมลงแล้วเอื้อมมือไปลูบแผงอกแกร่งเบา ๆ เป็นการปลอบใจพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังน้อยใจลูกสาว“หนิงเอ๋อร์ยังเด็กนี่เพคะ ท่านก็อย่าไปถือสานางเลย ยามอยู่แดนเหนือนางก็กวนท่

  • สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น   ตอนพิเศษ 2 พาก้อนแป้งป่วนซูโจว 1/2

    เวลาผันผ่านไปราวกับติดปีกบิน เพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาสามปีเต็ม...ดินแดนซูโจวอันขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสายน้ำและสะพานหินที่มีทิวทัศน์สวยงาม ยามนี้เต็มไปด้วยความร่มรื่นในฤดูใบไม้ผลิ ทว่าภายในคฤหาสน์ตงฉินของตระกูลกู้ บรรยากาศที่เคยสงบเงียบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตึกตักพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสดใสของเด็กน้อย“ท่านหญิง! วิ่งช้า ๆ หน่อยเจ้าค่ะ บ่าวตามไม่ทันแล้ว!”เสียงสาวใช้ร้องท้วงมาแต่ไกล หลังจากรับหน้าที่ต่อจากพ่อบ้านหลี่ให้ตามท่านหญิงน้อยมาโดยเร็ว เพราะเกรงจะหกล้ม ร่างกลมป้อมของเด็กหญิงวัยสองขวบเศษในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูกลีบบัวดูคล้ายซาลาเปาก้อนนิ่มกำลังวิ่งเตาะแตะอย่างคล่องแคล่ว ตากลมโตสุกใสถอดแบบมาจากผู้เป็นมารดาไม่มีผิดเพี้ยน แก้มยุ้ยสองข้างแดงระเรื่อขณะที่ในอ้อมแขนเล็ก ๆ กำลังกอด ‘ตำราพิชัยสงคราม’ เล่มหนาเตอะของบิดาเอาไว้แน่นจากการขโมยคิดว่าเป็นหนังสือเรื่องราวประหลาดในเมืองซูโจว“ท่านยะทวก! ช่วยด้วยยย!” เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วพยายามจะเรียก ‘ท่านยายทวด’ แต่ด้วยความที่เพิ่งหัดพูดจึงออกเสียงเพี้ยนไปหมด‘เซียวหนิง’ คือท่านหญิงตัวน้อยแห่งจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง แ

  • สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น   ตอนพิเศษ 1 ใครจะรอไหว 2/2

    “พร้อมแล้วใช่หรือไม่... คนดีของข้า”เซียวจิ้งเหยียนกระซิบเสียงพร่า แววตาดุดันเต็มไปด้วยความต้องการอันลึกล้ำ ชายหนุ่มคว้าเอวคอดกิ่วของนางไว้มั่น รูดรั้งกางเกงของตนเองลง เผยให้เห็นแก่นกายบุรุษที่ขยายตัวจนตึงแน่น ร้อนระอุและทรงพลังประดุจเหล็กกล้าที่ผ่านการเผาไฟเยว่หลันเหลือบไปเห็นขนาดอันเขื่องของมันก็ให้หวาดหวั่นใจจนแทบสิ้นสติ “ทะ... ท่านอ๋อง... มันใหญ่เกินไป”“ข้าจะเบามือ... สัญญา” ทว่าคำสัญญาของพยัคฆ์ร้ายนั้นหาเชื่อถือได้ไม่ เซียวจิ้งเหยียนจับสะโพกมนให้ยกขึ้นรับกับท่าทางที่จะสร้างความสุข จากนั้นจึงกดกระแทกแก่นกายร้อนระอุบุกทะลวงฝ่าความคับแน่น ล่วงล้ำเข้าสู่ใจกลางความบริสุทธิ์ของนางในคราเดียวจนสุดความยาว!ปึก!“กรี๊ดดด! อื้อออ!...”เยว่หลันเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วสลับกับความจุกเสียดจนน้ำตาไหลพราก นางหวีดร้องออกมาคำหนึ่งแต่กลับถูกริมฝีปากหนาประกบจูบปิดปากกลืนกินเสียงร้องนั้นไปจนสิ้น รสจูบดุดันรุนแรงเพื่อเบี่ยงเบนความเจ็บปวด ขณะที่เบื้องล่างของนางกำลังขยายตัวโอบรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างคับแน่นจนชายหนุ่มต้องครางฮึ่มในลำคอด้วยความเสียวซ่านใจแทบขาด“แน่นเหลือเกิน...หลันเอ๋อร์ของข

  • สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น   ตอนพิเศษ 1 ใครจะรอไหว 1/2

    แรงสั่นสะเทือนของรถม้าคันใหญ่ที่เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางหลวงมุ่งสู่แดนเหนือ ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในห้องโดยสารลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ม่านไหมเนื้อหนาที่ถูกดึงปิดทึบทุกบานกลับช่วยกักเก็บกลิ่นอายอุ่นซ่านและความปรารถนาอันเข้มข้นของบุรุษเพศเอาไว้จนอึดอัดเยว่หลันรู้สึกเหมือนตนเองเป็นกวางตัวน้อยที่หลงเข้ามาในรังของสัตว์ร้าย แผ่นหลังบางแนบสนิทกับเบาะขนจิ้งจอกหนานุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่กำยำของเจิ้นเป่ยอ๋องเซียวจิ้งเหยียนทาบทับอยู่เบื้องบน นัยน์ตาสีนิลคู่คมของเขาในยามนี้วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงราคะที่ปิดไม่มิด มันทั้งหิวโหย ดุดัน และพร้อมจะขย้ำนางให้แหลกคามือ“ท่านอ๋อง... อย่าเพคะ... ด้านนอกยังมีทหารและองครักษ์เงาเดินขนาบข้างอยู่นะเพคะ...” นางประท้วงเสียงสั่น ข้อมือทั้งสองข้างถูกมือหนารวบไว้เหนือศีรษะด้วยพันธนาการที่แน่นหนาดุจปลอกเหล็ก“พวกเขาอยู่ด้านนอก... ย่อมไม่ได้ยินสิ่งใด หากเจ้าไม่ ‘ส่งเสียง’ ดังจนเกินไป... หลันเอ๋อร์”เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะกดจุมพิตหนัก ๆ ลงบนซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มจนร่างบางสะท้านเฮือก เยว่หลันพยายามกักเก็บเสียงครางซ่านเสียวเอาไ

  • สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น   บทที่ 21 บทส่งท้าย 2/2

    ทว่าเมื่อฮ่องเต้หนุ่มเพียงแค่ปรายตามองไปทางเจ้าสาวด้วยความชื่นชม...ขวับ!เจิ้นเป่ยอ๋องตวัดสายตาพิฆาตใส่คนที่มีฐานะเป็นหลานชายทันที พร้อมกับขยับวรกายสูงใหญ่บังร่างของเยว่หลันไว้มิดชิด แผ่รังสีหึงหวงออกมาอย่างโจ่งแจ้งไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น! เขาเพิ่งรู้ไม่กี่วันนี้ว่านางไปเดินซื้อของในตลาดกับพ่อบ้านเหล่าบุรุษมองจนเหลียวหลัง จากนั้นเขาก็สั่งห้ามนางออกไปไหนทันที ทำให้ต้องทะเลาะกันอยู่หลายวันสตรีของข้าใครก็ห้ามมองทั้งนั้น!“ฝ่าบาท... สายตาของท่าน มองไปทางอื่นเถิด นี่คือพระชายาของข้า!”วาจาหวงก้างที่หลุดออกมาทำเอาทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องกระแอมไอแล้วเบือนหน้าหนี ทุกคนต่างรู้ซึ้งแล้วว่า พยัคฆ์แดนเหนือผู้นี้ขี้หวงหลังจากพิธีวิวาห์พระราชทานอันยิ่งใหญ่และเหน็ดเหนื่อยผ่านพ้นไป ขบวนเสด็จอันทอดยาวของเจิ้นเป่ยอ๋องและพระชายาก็เคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ดินแดนเหนืออันหนาวเหน็บทว่าอบอุ่นที่สุดในหัวใจแม้หานโจวจะเต็มไปด้วยหิมะ แต่หลิงโจวนั้นจะมีพื้นที่เขียวขจีและแม่น้ำไหลผ่าน ดังนั้นนอกจากเป็นเมืองทหารจะเป็นเส้นทางการค้าที่เอาสินค้าแดนเหนือลงมายังเมืองชิงเหอที่เป็น

  • สตรีที่พยัคฆ์อยากซ่อนเร้น   บทที่ 21 บทส่งท้าย 1/2

    ในคุกหลวงกลิ่นอับชื้นและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วคุกหลวงใต้ดินอันมืดมิด เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนชวนให้บรรยากาศยิ่งดูวังเวงน่าขนลุก ทว่า... ร่างระหงในชุดกระโปรงหรูหรากลับก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นคง เสียงรองเท้าปักลายมงคลกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังมาเยือนเยว่หลันหยุดยืนอยู่หน้าห้องขังชั้นในสุด นัยน์ตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้ทอประกายเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ทอดมองลอดลูกกรงเหล็กเข้าไปยังร่างที่คุดคู้สั่นเทาอยู่มุมห้องร่างที่เคยสวมชุดมังกรสี่เล็บสีทองบัดนี้เหลือเพียงอาภรณ์สีขาวหม่นหมองเปรอะเปื้อนคราบโคลนและสิ่งปฏิกูล องค์ชายรองผู้เคยหยิ่งยโสและหลงระเริงในอำนาจ บัดนี้สภาพอเนจอนาถไม่ต่างจากสุนัขจรจัดที่ตรอมตรมและรอวันตายเยว่หลันได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากท่านอ๋องแล้วใจหนึ่งก็ยังแค้น ใจหนึ่งก็คิดว่าคนโง่เช่นเขาก็สมควรได้รับกรรมเช่นกัน ถูกหลอกใช้สังหารบ้านเดิมนางก็ส่วนหนึ่ง แต่ทำให้ลูกของนางต้องตายอย่างทรมานก็ส่วนหนึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า องค์ชายรองเงยหน้าขึ้นอย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่หลังลูกกรงคือสตรีที่กุมหัวใจของเจิ้นเป่ยอ๋อง ดวงตาที่ลึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status