Masuk‘พ่อของพริกหวานเหรอคะ หล่อจัง เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก’
‘พี่ชายค่ะ’
แฟนคลับหนูพริกหวานฟังคำตอบ แล้วครางอ๋อ แต่สายตาคู่นั้นไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย เพราะพริกหวานเรียกเขาพ่อ
ธารธาราไม่อยากออกไปข้างนอกกับภารนัยก็เพราะแบบนี้ กลัวคนเข้ามาทักทายรู้จักเขา สาวมาถึงไส้ธารธาราว่าเป็นเด็กเลี้ยงของเขา ชีวิตหล่อนค่อนข้างเหงา ดร็อปหนึ่งเทอมมาคลอดลูกทำให้เพื่อนที่เข้าเรียนรุ่นเดียวกันจบไปก่อน ต้องเรียนกับรุ่นน้อง อ่านหนังสือคนเดียว ไปเรียนคนเดียว กลับบ้านมาหาลูก วันๆ ธารธารามีแค่พริกหวานคุยเล่นเป็นเพื่อน ภารนัยงานเยอะ จะมาค้างด้วยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น วันอื่นๆ เขาไปค้างที่ไหน ธารธาราไม่รู้เลย
รายการสั่งซื้อเสื้อผ้าออนไลน์เข้ามาเพิ่มสิบออเดอร์ ธารธาราแพ็คเสร็จเรียบร้อยรอกดเรียกรถเข้ามารับเช้าวันพรุ่งนี้ พร้อมกับอีกกว่าหนึ่งร้อยกล่องที่แพ็คเสร็จไปก่อนหน้า ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงสองพ่อลูกยังไม่ออกจากห้องน้ำ ลากขาข้างที่เจ็บมายืนดูหน้าห้องน้ำ
คว่ำสายตาแสนงอนใส่ลูกสาวตัวป่วนหลายครั้งในรอบวัน งอนลูก ตอนแม่จับอาบน้ำร้องไห้งอแงบีบน้ำตาไม่ยอมอาบ ติดเล่น อยากจะเล่นซนมากกว่า แต่พอเปลี่ยนเป็นคุณพ่อ หนูน้อยไม่งอแงเลยสักแอะลงแช่ในอ่างน้ำสำหรับเด็ก อาบน้ำสระผมไปพร้อมกับเล่นตุ๊กตายางรูปทรงสัตว์ต่างๆ สลับวักน้ำใส่คุณพ่อจนเสื้อผ้าภารนัยเปียก
“พริกหวาน ดึกแล้วนะลูก ขึ้นจากน้ำมาใส่เสื้อผ้า ปล่อยให้ผมเปียกนานๆ จะไม่สบายนะคะ แต่งตัวเสร็จจะได้เข้านอน”
ได้ยินคำว่านอนเด็กซนส่ายหน้า ไม่อยากนอน อยากเล่นกับคุณพ่อนานๆ พ่อก็ตามใจลูกเหลือเกิน ปล่อยให้ลูกแช่น้ำจนตัวซีด พ่อของลูกกับแม่ของลูกสบตากันวินาทีเดียวเท่านั้น ภารนัยรีบหยิบผ้าเช็ดตัวกางปีกออก โยกท่อนแขนเสมือนล่อกระทิง
“ใครเอ่ย อยากใส่ชุดนอนพี่เจ้าหญิง ชูมือขึ้นสูงๆ”
“พริกหวาน” เด็กหญิงตัวกระจิ๋วเดียววางมือแปะบนขอบอ่าง ก้าวขาทีละข้างมายืนหนาวสั่นให้คุณพ่อเอาผ้าห่อตัวอุ้มออกจากห้องน้ำ
ไม่ค่อยจะลำเอียงเลยนะ ว่ารักคุณพ่อมากกว่าคุณแม่
ธารธารายืนนานไม่ไหว ตึงบนแผล รั้งท้ายสองพ่อลูกเข้ามาในมาสเตอร์เบดรูม มีวอคอินโคลเซ็ทในตัว แชร์พื้นที่ใช้สอยสามคนพ่อแม่ลูก เท้าเล็กของหนูพริกหวานเหยียบลงพื้นไม่ทันไร เด็กซนวิ่งหนีคุณพ่อไปรอบห้อง หัวเราะคิกๆ อยากให้คุณพ่อตามมาวิ่งไล่จับ
‘ต้องอย่างนี้ ถึงจะเท่าเทียมกัน คุณนัยจะได้รู้รสชาติการวิ่งไล่จับลูก ว่าเหนื่อยแค่ไหน’
คุณแม่ยังสาวอมยิ้มเล็กๆ หาที่เหมาะนั่งรอชมภาพกีฬามันๆ
ภารนัยก็ภารนัยเถอะ ต้องมีหมดแรงกันบ้าง ธารธาราไม่ช่วยจับลูก แม้ว่าพ่อของลูกจะส่งสายตามาขอความร่วมมือ หล่อนลดสายตาลงที่เข่า ยกแผลมาอ้างให้เขาตามจับลูกสาวจอมซนด้วยตัวเอง
“พริกหวาน ไม่วิ่งหนีคุณพ่อนะลูก”
“พ่อพ่อ! จับ... พริกหวาน”
ไม่ฟังพ่อเลย ภารนัยถอนหายใจยาว เพื่อลูก เขาจะไม่บ่นว่าเหนื่อย ไล่ตามจับลูกมาเช็ดตัว เป่าผมให้แห้ง เผลอไปหยิบแป้งเด็กกับค้นหาชุดนอนแป๊บเดียว พริกหวานวิ่งหนีอีกรอบ ผ่านหน้าคุณแม่ไป
ภารนัยค้อนธารธารา ตามไปอุ้มลูกสาวกลับมาปะแป้งหอมๆ ใส่ชุดนอน ไม่เก็บขวดแป้งให้เสียเวลา จับเด็กซนไว้มั่นอุ้มมาขึ้นเตียงเดียวกับคุณแม่ นอนประกบไม่ให้ตัวแสบออกไปวิ่งเล่นข้างนอก น้ำยังไม่อาบ แต่ดวงตาภารนัยจะปิดด้วยความอ่อนเพลีย พ่อของลูกกับแม่ของลูกเบียดกันนอนขนาบข้างลูกสาวเป็นแซนด์วิชสอดไส้ปูอัด
หนูพริกหวานตาใสแป๋ว ไม่ยอมนอน อ้อนขอลุกขึ้นมาทายาให้คุณแม่ ถูกสั่งห้ามโดยคุณพ่อ ต่อรองขอเอายาให้กิน คุณพ่อไม่อนุญาต ลดลงเหลือขอดูแผลคุณแม่ คุณพ่อก็ไม่ยอม หนูน้อยถอนหายใจใส่คุณพ่อ กิริยาน่าขำ ธารธาราหัวเราะให้ความโตไวของลูก
“Twinkle, twinkle, little star, How I wonder what you are…” ขับกล่อมบทเพลงแสนหวานพาลูกสาวเข้านอน ร้องเพลงเดียวกล่อมหลับได้ทั้งพ่อกับลูก ท่าทางเขาจะเพลียมาก ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้วยังต้องช่วยธารธาราปราบลูกสาวตัวป่วน นำผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาดมาลากเช็ดบนใบหน้าขาวสะอาดลงมาถึงซอกคอ
“ผมเผลอหลับไปเหรอ” ภารนัยตื่นตอนที่รู้สึกได้ถึงความเย็น เขาค่อนข้างเหนื่อย ทำงานหนักจนร่างกายอ่อนเพลียสะสม
“ถอดเสื้อกับกางเกงออก เช็ดตัวสักหน่อยก็นอนได้แล้วค่ะ”
ภารนัยดูแลการอยู่การกินของธารธารากับลูกสาวดีมาก ไม่เคยปล่อยให้หล่อนอดอยาก ธารธาราตอบแทนความดีของเขาดูแลกลับบ้างในวันที่เขาเหน็ดเหนื่อย อยู่ด้วยกันมาหลายปี จะปากแข็งว่าไม่รักไม่ผูกพันกับเขาเท่ากับโกหก เพียงแต่ไม่ใช่ความรักในรูปแบบอยากครอบครองเป็นเจ้าของ หรือเรียกร้องกึ่งบังคับให้เขายกย่องตนเอง
แค่รัก... แค่นั้น... ไม่มีความคิดซับซ้อน ปรารถนาดีกับเขา อยากให้เขาสุขภาพแข็งแรง มีความสุขในทุกวัน ธารธาราไม่เคยก้าวก่ายชีวิตของเขา ยอมรับความจริงเสมอว่าความสัมพันธ์ พัฒนาไปมากกว่าสถานะพ่อแม่ที่ดีของลูก ‘ไม่ได้’ เน้นย้ำคำว่า ‘ไม่ได้’ โดยเด็ดขาด
ภารนัยดีพร้อมทุกอย่าง คู่ควรกับการมีความรักที่ดี กับผู้หญิงสักคนที่เหมาะสมกับเขาอย่างเช่นคุณเจนจิรา ส่วนธารธารายังอายุน้อย หล่อนเชื่อว่าอนาคตข้างหน้าหากแยกทางกับเขา จะมีใครสักคนผ่านเข้ามาในชีวิต ขอแค่รับสถานะแม่เลี้ยงเดี่ยวได้ และรักหล่อนกับลูกสาวด้วยใจจริง ไม่แย่นักหรอก ถ้าจะลองเปิดใจ ใครอีกคนของภารนัยกับธารธาราล้วนแล้วแต่รอคอยอยู่ข้างหน้า
พริกหวานน้อยของคุณแม่จะสับสนหรือเปล่า ขออย่าสับสน และอย่าสงสัยในความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ถึงพ่อแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว แต่ก็รักพริกหวานมากที่สุดในโลกนะลูก
“ผมยังไม่ได้แปรงฟัน”
เขานอนทอดกายให้ธารธาราเทคแคร์ เส้นผมยาวสลวยสีดำอ่อนคลอเคลียบนแก้มใส อายุที่ห่างกันถึงสิบปี ให้ความรู้สึกเหมือนธารธาราเป็นน้องสาวหรือหลานสาวได้เลย ห่างกันมากเกินไป จนภารนัยเคยเก็บไปคิดว่าเขาทำลายอนาคตธารธาราหรือเปล่า ไม่พลาดท้องกับเขา หล่อนอาจมีชีวิตที่สนุกสุดเหวี่ยงไปตามวัย ไม่ต้องจับเจ่าอยู่แต่บ้าน เลี้ยงลูกให้เขาสลับกับถือหนังสือไปเรียน
แต่ถ้าไม่ท้อง ภารนัยก็คงจะไม่มีลูกสาวน่ารักๆ ให้อุ้มในวันนี้ หนูพริกหวานตอนนี้สองขวบครึ่ง มันแปลกๆ ไปหน่อย ที่เขาคิดอยากมีลูกเพิ่มอีกคนมาเล่นเป็นเพื่อนพริกหวาน ลูกสาวให้ชื่อพริกไทย ลูกชายให้ชื่ออะไรดี ขอคิดก่อน ใจภารนัยเอนเอียงไปทางลูกสาวมากกว่า
“ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันสักหน่อยไหมคะ ธารจะเช็ดตัวให้”
“ไม่เป็นไร ผมหายขี้เกียจจะลุกไปอาบน้ำสระผมให้สดชื่น ที่จริงผมไม่น่านอนสภาพนี้ วันนี้ทั้งวันผมไปดูที่ดินที่ชลบุรี เหม็นไปทั้งตัว”
ตบท้ายด้วยการกินปิ้งย่างตัวเหม็นไปกันใหญ่ ที่ผล็อยหลับเพราะเพลีย ลุกขึ้นรวบตัวคุณแม่หนูพริกหวานมาป้อนจูบแสนหวาน ชอนไชปลายลิ้นเชี่ยวชาญในโพรงปากสะอาด คลายรสจูบมาขบเม้นบนกลีบปากนุ่ม
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ
ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า
“วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก
“ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น







