เข้าสู่ระบบ“ธารเล่าให้ผมฟังหรือยัง จะเข้าฝึกงานบริษัทไหน” จำได้แค่ไม่ใช่บริษัทเขา แต่หล่อนเอ่ยชื่อบริษัทนั้นให้ฟังหรือยัง เขาลืมไปแล้ว
“เอาไว้ได้ใบตอบรับกลับมาธารจะเอามาให้คุณนัยดูนะคะ บริษัทใหญ่มาก บางที แค่เห็นชื่อคุณนัยอาจจะรู้จักระดับเจ้าของก็ได้”
“พูดไปยิ้มไปหมายความว่ายังไง อยากฝึกงานที่นั่นมากเหรอ”
“ไม่ใช่แค่อยากฝึกงานนะคะ ธารอยากสมัครทำงานที่นั่น ถ้าหากการฝึกงานผ่านไปด้วยดี ธารอาจจะยื่นใบสมัครจริงๆ ก็ได้”
“ทำไมต้องเจาะจงว่าเป็นบริษัทนั้น ในเมื่อตำแหน่งก็คล้ายกัน จะทำงานที่บริษัทผม ธารก็ทำได้ เผลอๆ ผมให้เงินเดือนได้มากกว่า” โน้มน้าวหลายครั้ง หญิงสาวไม่ยอมคล้อยตาม ใกล้ชิดเขา ไม่ดีเหรอ?
“ธารมีเหตุผลของธารค่ะ แล้วธารก็เคยบอกคุณไปแล้ว ว่าจะไม่ฝึกงานหรือทำงานในบริษัทคุณนัย ความเรื่องคุณนัยมีพริกหวานเป็นลูกแตกขึ้นมา อาจจะไม่คุ้ม ชื่อเสียงของคุณก็จะแย่ลงไปด้วย”
“แค่ผมมีลูก มันแย่ตรงไหน คนรอบข้างควรจะดีใจกับผมสิธาร พริกหวานของผมน่ารักขนาดนี้ ลองมีใครมาว่าลูก ผมไม่มีทางยอม”
“มันแย่ตรงที่คุณนัยมีคู่หมั้นแล้วไงคะ ไม่แฟร์กับฝ่ายหญิงเลย ถ้าหากเธอรู้ทีหลังว่าคุณนัยซุกลูกไว้ตั้งหลายปี โดยไม่ยอมบอกเธอ ครอบครัวของเธอก็จะมองคุณนัยในแง่ร้าย เก็บเงียบไว้ดีแล้วค่ะ”
“ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ คำว่าจบของธาร คืออะไร จบความสัมพันธ์ของเรา หรือให้ผมจบความเป็นพ่อลูกกับพริกหวาน เท่าที่ฟังตอนนี้ เหมือนกับว่าธารไม่อยากให้ผมใกล้ลูกเลยด้วยซ้ำ”
“ใกล้ได้ค่ะ ธารไม่ได้จะพาลูกไปไหน แค่ไม่อยากให้คุณนัยมาคลุกคลีกับเรามาก แอบแวะมาเยี่ยมสัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็พอแล้ว” หลบสายตา ไม่อยากให้พ่อของลูกมองผ่านเข้ามาถึงหัวใจที่มีรัก กลัวเขาจะใช้จุดอ่อนนี้ ผูกมัดหล่อนให้อยู่กับเขาในสถานะเป็นรอง
“พริกหวานเป็นลูกผมนะธาร มาแค่แป๊บเดียวจะไปพอได้ยังไง”
“แต่อีกไม่นาน พอคุณนัยแต่งงาน คุณก็จะมีลูกกับภรรยา ธารแค่อยากให้คุณคิดถึงครอบครัวปัจจุบันของคุณให้มากๆ อย่าให้เธอระแคะระคายจนรู้เรื่องของธารกับลูก ธารไม่ใช่เมียน้อยคุณนะ ไม่ได้อยากถูกระรานโดยภรรยาคุณ เธอจะยอมอยู่เฉยๆ เหรอคะถ้ารู้เรื่องการมีอยู่ของธารกับลูก ไม่มีหรอกค่ะที่เธอจะทนนิ่งเฉยได้ โดยไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกเรา ถ้าคุณนัยยังอยากให้ธารกับลูกอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป ก็ต้องเงียบให้ถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นธารกับลูกอาจต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”
“ผมจะยอมให้ธารพาพริกหวานไปจากผมได้ยังไง ผมเลี้ยงลูกมาตั้งแต่แกเกิด ไม่เคยทอดทิ้งธารกับลูกเลย นี่เหรอ ที่ธารตอบแทนผม!” เขาสูดลม พยายามจะสงบใจ “ขอโทษ ผมไม่ควรขึ้นเสียง เอาเป็นว่าธารสบายใจได้ ผมเข้าใจความหมายของคุณ ถ้าธารกังวลเรื่องน้องเจนมากขนาดนั้น ผมจะไม่แต่งงานกับน้องเจน โอเคไหม และถ้าเคลียร์เรื่องงานจบเมื่อไหร่ ผมจะหาวิธีถอนหมั้นกับฝ่ายนั้นให้รอมชอมมากที่สุด ไม่ให้กระทบมาถึงธุรกิจที่พวกเราทำด้วยกัน แล้วพาพริกหวานไปกราบคุณแม่ ธารจะโอเคกับความคิดผมหรือเปล่า”
แบบนั้นก็ไม่ได้ เขามีเจตนารับแค่ลูก ไม่ได้อยากรับแม่ของลูก
“คุณแม่คุณจะเอ็นดูพริกหวานเหรอคะ ดีไม่ดี ท่านอาจจะ...”
“ลูกของเราน่ารัก คุณแม่ผมจะไม่เอ็นดูได้ยังไง สีหน้าธารดูเครียดๆ ไปนะ ปกติธารไม่เคยชวนผมคุยเรื่องทำนองนี้”
“ขอโทษค่ะ ได้ยินว่าคุณเจนกลับมาแล้ว ธารคิดหนักแทนคุณ”
“ไม่ใช่ว่าผมจะดุธาร แต่ไม่อยากให้ธารเครียด เรื่องน้องเจน ผมเคลียร์เอง ธารคิดถึงแค่เรื่องฝึกงานก็พอแล้ว รอธารฝึกงานเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยมาจับเข่าคุยกันอีกที ว่าเรื่องของเราจะเอายังไงกันต่อ”
“เอายังไงกันต่อ หมายถึงอะไรเหรอคะ”
“ก็เรื่องของเราไง ถ้าธารยังน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย วัดจากความรู้สึกผมตอนนี้ ผมว่าไม่แย่นะ ถ้าเราจะเปิดตัวว่าคบกัน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งขนาดนี้ นิสัยใจคออีกฝ่ายเป็นยังไง ไปด้วยกันได้ไหม ก็พอจะมองกันและกันออก ลูกก็มีด้วยกันแล้วหนึ่งคน แถมยังน่ารักมากอีกด้วย เราจะอยากแยกกันทำไม ทำไมเราไม่อยู่ด้วยกันไปเลย”
“คุณนัย คิดจะจริงจังกับธารเหรอคะ คงไม่ได้แกล้งพูดเพื่อหลอกให้ธารอยู่กับคุณ แล้วผลสุดท้ายคุณก็ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น แค่ถ่วงเวลาหลอกให้ธารรอ ให้ธารอยู่กับคุณ แบบเมียน้อย”
“ผมแย่มากขนาดนั้นเลยเหรอ ธารถึงมองผมในแง่ร้าย”
“ก็เพราะธารไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าคุณนัยจะเลือกธาร”
ธารธาราตอบด้วยน้ำเสียงกล้ำกลืนฝืนทน
“ธารไม่อยากถูกหลอก ศักดิ์ศรีในตัวธารถึงจะน้อย แต่ธารก็ยืนยันว่าจะไม่เป็นบ้านเล็กของคุณ ให้อยู่กับลูกแบบหลบๆ ซ่อนๆ จนลูกโตพอจะรู้ว่าเป็นลูกเมียน้อย มันจะดีเหรอคะ ธารกับลูกจะมีความสุขจากใจจริงงั้นเหรอ ถ้าคุณนัยยืนยันว่าคุณจริงใจกับธาร...”
“ธารจะรอค่ะ รอจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของการฝึกงาน ถ้าคุณเลือกธาร ธารก็จะอยู่กับคุณ แต่ถ้าคุณเลือกคุณเจน คุณก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของธาร ที่จะไม่อนุญาตให้คุณมาค้างในบ้านหลังนี้ หรือพาพริกหวานออกไปข้างนอก พริกหวานเป็นลูกธาร สิทธิ์ของคุณนัยในตัวพริกหวานไม่เคยมี และจะไม่มีตลอดไปค่ะ”
“ตานัย มัวเหม่อไปถึงไหน ไม่สนใจฟังที่แม่พูดบ้างเลย”
“ครับ” ภารนัยเลิกเหม่อ ขานรับคุณภาวินี สตรีวัยห้าสิบเจ็ดปี ผู้มีเค้าโครงใบหน้าเดียวกัน เขาสัญญากับลูกสาวจะพาไปเดินห้างฯ เลือกซื้อของเล่นใหม่ให้ลูก กลับต้องผิดคำพูดเพราะมารดาโทรมาขอร้องกึ่งบังคับให้กลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน
ภารนัยเห็นว่าตนเองไม่ได้กลับบ้านนานตั้งใจจะมากินข้าวกับท่านไม่นานก็กลับไปหาลูกสาว ทว่าเมื่อมาถึง ภารนัยกลับพบคุณจิรัชพาลูกสาวซึ่งก็คือเจนจิรา มากราบมารดาเขา บอกเล่าข่าวให้ท่านทราบว่าเรียนจบตามความตั้งใจและย้ายกลับมาอยู่ที่ไทยเป็นที่เรียบร้อย
ยกความหวังให้มารดาขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ ว่าเร็วๆ นี้จะแต่งงานเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ท่าน
เขาอึดอัด แต่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ กลัวจะเป็นการหักหน้าคุณจิรัช นักธุรกิจฐานะร่ำรวยเจ้าของบริษัทอินฟินิตี้ ผู้นำตลาดด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภครายใหญ่ คุณภควัตบิดาของภารนัย เป็นรุ่นพี่ของคุณจิรัช สองบ้านจึงสนิทสนมกัน
อาหารเช้ากับอาหารกลางวันในบ้านที่อาศัยกับธารธารามีน้อยกว่านี้ แต่เขากินเยอะ เติมข้าวสวยเพิ่มถึงสองครั้ง กินอย่างเอร็ดอร่อย ตัดภาพมามื้อค่ำวันเดียวกัน อาหารมีมากกว่าสิบเมนูแต่เขากลับไม่รู้สึกหิวเลย ใจลอยคิดถึงลูกเมีย ที่ป่านนี้คงจะตั้งตารอให้เขากลับไป
“ยังจะมาครับ ผู้ใหญ่คุยด้วยไม่สนใจคุยตอบ ไม่ดีเลยนะลูก”
“อย่าดุนัยเขาเลยครับ คนหนุ่มไฟแรงในหัวคงจะคิดถึงแค่เรื่องงาน เป็นเสาเรือใหญ่ของบริษัทด้วยแล้วภาระคูณสองคูณสาม”
“ห่วงพี่นัยทำงานหนักสุขภาพจะแย่ คุณพ่อให้น้องเจนไปช่วยงานพี่นัยดีไหมคะ ช่วงแรกน้องเจนอาจทำงานไม่คล่องเพราะไม่เคยมีประการณ์การทำงาน ถ้าได้คนเก่งๆ อย่างพี่นัยช่วยสอนก็คงดี”
“อะแฮ่ม!” คุณจิรัชกระแอมกระไอเบรกลูกสาวจนรถสิบล้อขับมาด้วยความเร็วเกือบคว่ำ
“บริษัทตัวเองก็มี ช่วยงานพ่อก่อนดีไหม”
คุณภาวินีหัวเราะจนจะสำลักน้ำ เอ็นดู ขณะที่เจนจิราหน้างอ
“คุณพ่อจะมีเวลาสอนงานน้องเจนเหรอคะ กลัวจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศเป็นว่าเล่น ให้น้องเจนเรียนรู้งานเอง”
“ลูกสาวพ่อมีคนเดียวต้องขยันสอนอยู่แล้วสิ”
เขี่ยจมูกรั้นๆ แสนงอน
“อีกไม่นานบริษัทของพ่อก็ต้องส่งต่อให้น้องเจน ช่วยพี่นัยบริหารต่อไปตามประสาคนมีลูกชายลูกสาวคนเดียวนะครับคุณภา”
“ค่ะ ให้เด็กๆ ช่วยกันทำงาน คนแก่อย่างเราจะได้หมดห่วง”
“รอเลี้ยงหลานอย่างเดียว” คุณจิรัชพูดเสริม
“ใช่ค่ะ” มารดาภารนัยตอบกลับใบหน้าแสนสุขใจ
“ถ้าน้องเจนกับพี่นัยต้องช่วยกันทำงาน น้องเจนหาเวลาไปเรียนรู้งานในบริษัทพี่นัยก็ดีนะคะ น้องเจนอยากเก่งเท่าพี่นัย เราสองคนจะได้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดในประเทศ ไม่สิ ในโลกเลยดีกว่าค่ะ”
“ฟังพูดเข้า คุณภาอย่าไปฟังเยอะนะครับ จะปวดหูเอาได้”
พ่อหล่อนกับแม่เขายิ้มกันหมด ยกเว้นชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม
“พี่นัยกินเยอะๆ นะคะ อร่อย แล้วก็มีประโยชน์ทั้งนั้น พี่นัยอยู่คอนโดฯ คนเดียว กินแต่อาหารกล่องสารอาหารอาจจะได้ไม่ครบ”
ใช้ช้อนกลางตักอาหารที่ตั้งใจค้นหาโภชนาการ ก่อนสั่งจากร้านอาหารโปรดของบิดานำมาที่นี่ ปรับเปลี่ยนนิสัยให้เอาแต่ใจน้อยลง ไม่ชอบกินข้าวกับอาหารไทย ก็พยายามหัดกินให้มากขึ้นเพื่อเขา
“ขอบคุณครับ” ปากเขาบิดเบี้ยวชอบกล จะยิ้มก็ยิ้มไม่เต็มปาก
“น้องเจนกลับมาแล้วก็ไปดูแลพี่เขาแทนป้าหน่อยสิลูก ป้าออกจากบ้านไม่สะดวก ไม่เคยไปดูแลการอยู่การกินของพี่นัยเลย”
“ไม่เหมาะมั้งครับ น้องเจนเป็นผู้หญิงจะเข้านอกออกในห้องผู้ชายได้ยังไง คุณแม่พูดไปก่อน ไม่ถามคุณอาจิรัชบ้างเลย”
ตอนพิเศษ(3)เครื่องบินลำสีฟ้าสดใสทะยานเหนือน่านฟ้า ลดระดับลงจอดสวยงามในสนามบินบนเกาะสมุย ผู้โดยสารเกือบครึ่งลำมาจากสองบ้าน มีแกนนำหลักเป็นท่านเจ้าสัวนพกับคุณภาวินี ยกโขยงกันมาทั้งเจ้านายและคนงานในบ้าน ท่องเที่ยวด้วยกันครั้งแรกนับจากหนูพริกไทยลืมตาดูโลกหนูพริกไทยในวัยหนึ่งขวบไม่เคยนั่งเครื่องบิน เครื่องขึ้นร้องไห้ เครื่องลงถึงพื้นก็ร้องไห้ พี่พริกหวานนั่งแถวหน้ากับคุณย่าซึ่งมีพื้นที่ว่างให้เหยียดขากว้างที่สุด ยื่นหน้าแทรกระหว่างเบาะมาบ่นน้องสาว “ร้องไห้อีกแล้ว พี่พริกหวานเคยนั่งหลายครั้ง ไม่เห็นจะร้องไห้เลยสักครั้ง”ถูกพี่สาวบ่น น้องสาวที่แสนจะน่ารักหยุดร้อง ตาแดงๆ นั้นมองพี่“แบบนี้สิน่ารัก พอไปถึง... ไปถึงที่พัก พี่พริกหวานจะพาเล่นน้ำ พาเล่นดินทราย ถ้าพริกไทยอยากเล่น ต้องไม่ร้องไห้นะ สัญญาได้ไหม”น้องพริกไทยพยักหน้า ยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับพี่สาวธารธารากับภารนัยหันมามองหน้ากัน พวกเขาอมยิ้ม พอใจที่พริกหวานสามารถช่วยพ่อกับแม่เลี้ยงน้องได้ บนเครื่องบินลำนี้มีท่านเจ้าสัวนพนั่งมาด้วย ท่านเอ็นดูเหลนน้อยมากกว่าใครๆ คอยมองไม่ละสายตา มีเจนจิรามาเป็นเพื่อน และข้างๆ ของเจนจิรามีแฟนหนุ่มนักธุร
ตอนพิเศษ(2)ครรภ์ธารธาราขยายใหญ่เข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย สองครอบครัวนับถอยหลังรอต้อนรับสมาชิกใหม่เพศหญิงที่จะลืมตาดูโลก ท่านเจ้าสัวนพอายุมากแล้วออกจากบ้านไม่บ่อย ไม่สะดวกนั่งรถนานๆ ส่วนธารธาราก็ตั้งครรภ์ไปเยี่ยมท่านไม่ได้ เจนจิราคอยทำหน้าที่เป็นคนกลาง มาเยี่ยมน้องสาวกับหลานสาว เก็บรูปน่ารักๆ ไปฝากคุณตาให้ท่านได้ชื่นใจ มีเรี่ยวแรงดูแลสุขภาพกายให้แข็งแรงรออุ้มเหลนคนที่สองวันนี้เจนจิราไม่ได้มาตัวเปล่า แต่หอบเอาสมบัติของคุณตามาด้วย มีเงินสดในบัญชีธนาคาร ทองคำแท่ง เครื่องเพชร ที่ดินแปลงสวยในกรุงเทพฯ ตึกอาคารสำนักงานให้เช่า ตลอดไปจนถึงหุ้นจำนวน 5% ของบริษัทอินฟินิตี้ มันมากมายจนธารธาราไม่กล้ารับ“คุณตายกทั้งหมดนี้ให้ธารจริงๆ เหรอคะ เจอกันคราวก่อนท่านไม่ได้พูดถึงข้าวของพวกนี้เลยนะคะ แล้วธารก็ไม่เคยบอกว่าอยากได้”“คุณตาอยากให้ น้องธารเป็นหลานของท่าน ท่านยังไม่เคยให้อะไรน้องธารเลย ถือเป็นของขวัญรับขวัญหลานกับเหลนในเวลาเดียวกัน ที่จริงท่านอยากมาด้วยตัวเอง แต่วันก่อนท่านเพิ่งไปเยี่ยมลุงนทีในเรือนจำ ถูกดูดพลังงานไปเยอะ ท่านก็เลยมาเยี่ยมน้องธารไม่ไหว”“สภาพจิตใจท่านดีขึ้นบ้างไหมน้องเจน พี่ไม่ได้ถามข
ตอนพิเศษ(1)รถกระบะรับจ้างขนย้ายข้าวของเข้านอกออกในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดังหลายครั้ง เพื่อลำเลียงย้ายข้าวของเครื่องใช้จากบ้านเดี่ยวไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลพิภพจักรวาล ซึ่งนับต่อจากนี้จะกลายเป็นที่อยู่อาศัยหลักของสมาชิกทุกคนในครอบครัวเล็กๆ ของภารนัยและธารธารา หญิงสาวเคยคิดว่าของใช้ส่วนตัวมีไม่มาก ให้รถรับจ้างพร้อมคนยกเข้ามาขนรอบเดียวก็หมด มาลองเก็บจริงๆ อันนั้นก็สำคัญ อันนี้ก็อยากเอาไปด้วย รถรับจ้างขับวนกลับมายกของสามรอบกว่าจะเอาของไปครบทุกรายการสมบัติของธารธาราส่วนมากจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นรอขาย และอุปกรณ์สำหรับแพ็คสินค้า ของพริกหวานไม่ใช่ธรรมดา เพิ่งจะรู้ว่าเสื้อผ้าลูกเยอะกว่าเสื้อผ้าพ่อกับแม่ก็วันนี้ ของเล่นชิ้นเล็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นชิ้นใหญ่ และ สไลเดอร์เป่าลมของลูกเต็มไปอีกหนึ่งคันรถ จะเอาทิ้งก็ไม่ได้ ตัวเล็กเดินตามหลังต้อยๆ คอยมองว่าเอาขึ้นรถหรือยัง ของเล่นทุกชิ้นไม่ว่าจะเล่นหรือเลิกเล่นแล้ว พริกหวานหวงของทั้งหมด พ่อกับแม่ปาดเหงื่อไปตามๆ กันรถรับจ้างขนย้ายของเที่ยวสุดท้ายเคลื่อนตัวออกไปก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีแดงตัดส้มพาดผ่านเส้นขอบฟ้าแสงสุดท้ายของวัน และอาจจะเป็นครั้งสุ
บทส่งท้ายการตัดสินใจป่าวประกาศบอกสถานะความสัมพันธ์ตาหลาน ระหว่างท่านเจ้าสัวนพ กับธารธาราเจ้าสาวคนสวยของนักธุรกิจหนุ่ม กลางพิธีช่วงเย็น ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในรูปแบบปากต่อปาก รายงานข่าวในรายการโทรทัศน์ ไปจนถึงโพสต์ลงแพลตฟอร์มต่างๆ ในโลกโซเชียลมีเดียธารธารากลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มไม่พอ หล่อนยังได้เป็นถึงหลานสาวคนเล็กของเจ้าสัวแห่งอาณาจักรแสนล้านการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียมีทั้งฝั่งแสดงความยินดี และฝั่งตั้งข้อสงสัยว่ามันอย่างไรกันแน่ ถ้าเจ้าสาวคือหลานสาวเจ้าสัวนพเหมือนกัน แล้วทำไม จึงจับคู่เขาให้หมั้นหมายกับหลานสาวอีกคนที่ชื่อเจนจิราอีกหนึ่งข้อสงสัยสำหรับมิตรรักมิตรร้ายในโลกอินเทอร์เน็ต พวกเขาถามถึงการหายตัวไปของลูกสาวคนที่สามของท่านเจ้าสัว ว่าหายไปไหน หายไปเพราะอะไร เนื่องจากตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีข่าวเป็นที่กระจ่างว่ายังมีชีวิต หรือหากเสียชีวิตไปแล้วก็ไม่มีการจัดงานศพ“เคยเห็นในติ๊กต๊อก พูดหวานมาก ไม่รู้เลยว่าเป็นหลานสาวเศรษฐี” “ยินดีด้วยค่ะ รวยทั้งคู่ เหมาะสมกันมาก”“ผู้หญิงโชคดีจัง ผู้ชายรวยแล้วตายังรวยอีก” “เคยฝึกงานด้วยกัน ผู้หญิงนิส
ทะเบียนสมรสเพื่อแสดงสถานภาพภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย รอนานถึงสามปีครึ่งกว่าธารธาราจะได้มาครองเจ้าสาวสวมชุดไทยแสนสวยยืนข้างเจ้าบ่าวถ่ายรูปคู่ทะเบียนสมรสไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะไปสู่ขั้นตอนถัดไปในพิธีช่วงเช้า แขกเหรื่อมาร่วมงานมากหน้าหลายตา ธารธารารู้จักหลายคนในช่วงที่ภารนัยพาไปตระเวนแจกการ์ดแนะนำตัวหล่อนให้ผู้ใหญ่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามได้ชื่อภรรยาของภารนัย ไม่มีใครดูถูก หรือไม่ให้เกียรติหล่อน ทุกคนเต็มใจร่วมแสดงความยินดีให้กับความรักป้าน้อมเข็นวีลแชร์คุณแม่เข้ามา“แม่ดีใจที่หนูธารเข้ามาในชีวิตลูกชายแม่ มีความสุขอยู่แล้วขอให้มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกนะจ๊ะ”“พริกหวาน อยากทำบ้าง”ตัวเล็กนั่งมากับวีลแชร์ย่าภารดน้ำสังข์ไปแล้ว ต่อไปย่าน้อมย่าจับมือหลานรดไปด้วยกัน“ป้ารักคุณทั้งสองนะคะ ดีใจที่ได้ดูแลคุณธารกับคุณนัย”“แม่แม่ขา พริกหวาน อยากเอาเก้าอี้ตรงนั้น มานั่งด้วยได้ไหมคะ”“งานแต่งพ่อกับแม่จะมานั่งด้วยได้ยังไงคะ” ภารนัยรีบเบรกก่อนลูกสาวจอมยุ่งจะไปลากเก้าอี้มานั่งกับพ่อแม่จริงๆ “ไปกินไอศกรีมกับย่าน้อมนะคะ คุณพ่อสั่งมาจากร้านที่พริกหวานชอบ เอามาให้กินเยอะเลยค่ะ”คุณย่าทั้งสองรวบตัวหลานน้อยออก
ข่าวการตั้งครรภ์ของธารธาราไม่ได้ประกาศลงโซเชียลบอกเฉพาะคนในครอบครัวเพื่อความปลอดภัย ไม่ได้จัดงานเลี้ยงฉลองเป็นการภายในรอจัดรวบยอดทีเดียวในงานแต่งงาน ยกเว้นเจ้าสัวนพที่ทราบข่าวเร็วภายในวันต่อมา เพราะหลานสาวโทรมาบอก ช่วงที่เจ้าสัวนพไปพักฟื้นในบ้านภารนัยเจนจิราไปเยี่ยมท่านค่อนข้างบ่อย ทำให้สนิทกับธารธาราไปโดยปริยายคนสองคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนได้เปิดใจคุยกัน คลิกกันอย่างเหลือเชื่อ นัดออกไปเที่ยว กินข้าว ซื้อของ ได้อย่างสนิทใจ เจนจิราไม่มีความรู้สึกอิจฉาริษยาในตัวธารธาราเหมือนเมื่อก่อน การที่ได้เห็นพี่ชายที่แสนดีอย่างภารนัยมีความสุขกับผู้หญิงเขารัก และธารธาราก็รักและดูแลภารนัยดีมาก ไม่ได้คบเขาเพื่อหวังเงินทอง ก็นับว่าทั้งคู่มีวาสนาต่อกัน คนนอกอย่างเจนจิราทำได้แค่อวยพรให้พวกเขารักกันมากๆ“ท้อง? เด็กคนนั้นตั้งท้องลูกคนที่สองจริงๆ เหรอน้องเจน” “น้องธารเพิ่งไลน์มาบอกน้องเจนเมื่อกี้นี้เองค่ะ พอน้องเจนเล่าให้คุณพ่อฟังเสร็จแล้ว ก็รีบยกโทรศัพท์โทรหาคุณตาทันทีเลยค่ะ กลัวคุณตาจะไม่อยากรู้ แต่ตอนที่คุณตาไปอยู่บ้านพี่นัยเป็นเดือน น้องธารก็ดูแลคุณตาดี น้องเจนก็เลยโทรมาเล่าให้ฟังค่ะ คุณตาก็ดีใจเหมือนกันใ
“พ่อพ่อ... อุ้ม พริกหวาน นะคะ” เด็กน้อยกลับมายิ้มได้ วาดแขนสองข้างไปข้างหน้าอ้อนให้พ่อกอดนัยน์ตาภารนัยสั่นไหว เขาฝืนส่งยิ้มให้ลูกสาว ทั้งที่ภายในใจกำลังร้องไห้ เพราะเห็นตำตาว่าธารธาราร้องไห้ตอนที่แก้ตัวแทน ความมืดภายในอควาเรียมไม่สามารถซ่อนความเจ็บปวดในใจผู้หญิง ที่ขีดสถานะของตัวเองไว้แต่ต้น ว่าคบ
วันธรรมดาไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์คนมาทำบุญค่อนข้างน้อย ธารธาราจูงมือลูกอ้อมมาทางด้านหลังศาลาการเปรียญมายังลานกว้างปูผ้าผืนบางบนพื้นคอนกรีตสอนลูกไหว้ยายทิพย์ธารา มารดาผู้ล่วงลับ ในรูปแม่มีรอยยิ้มใจดี แต่เพราะท่านเสียไปแล้ว พริกหวานมาทีไร เห็นรูปขาวดำของยายแล้วกลัว อ้อนขอนั่งตักให้แม่กอด“สวัสดีคุณยา
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผ
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิ







