หน้าหลัก / โรแมนติก / สถานะลุ้นรัก / บทที่ 2/4 รักษาสิทธิ์

แชร์

บทที่ 2/4 รักษาสิทธิ์

ผู้เขียน: คณานางค์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-27 06:06:18

“ธารเล่าให้ผมฟังหรือยัง จะเข้าฝึกงานบริษัทไหน” จำได้แค่ไม่ใช่บริษัทเขา แต่หล่อนเอ่ยชื่อบริษัทนั้นให้ฟังหรือยัง เขาลืมไปแล้ว

“เอาไว้ได้ใบตอบรับกลับมาธารจะเอามาให้คุณนัยดูนะคะ บริษัทใหญ่มาก บางที แค่เห็นชื่อคุณนัยอาจจะรู้จักระดับเจ้าของก็ได้”

“พูดไปยิ้มไปหมายความว่ายังไง อยากฝึกงานที่นั่นมากเหรอ”

“ไม่ใช่แค่อยากฝึกงานนะคะ ธารอยากสมัครทำงานที่นั่น ถ้าหากการฝึกงานผ่านไปด้วยดี ธารอาจจะยื่นใบสมัครจริงๆ ก็ได้”

“ทำไมต้องเจาะจงว่าเป็นบริษัทนั้น ในเมื่อตำแหน่งก็คล้ายกัน จะทำงานที่บริษัทผม ธารก็ทำได้ เผลอๆ ผมให้เงินเดือนได้มากกว่า” โน้มน้าวหลายครั้ง หญิงสาวไม่ยอมคล้อยตาม ใกล้ชิดเขา ไม่ดีเหรอ?

“ธารมีเหตุผลของธารค่ะ แล้วธารก็เคยบอกคุณไปแล้ว ว่าจะไม่ฝึกงานหรือทำงานในบริษัทคุณนัย ความเรื่องคุณนัยมีพริกหวานเป็นลูกแตกขึ้นมา อาจจะไม่คุ้ม ชื่อเสียงของคุณก็จะแย่ลงไปด้วย”

“แค่ผมมีลูก มันแย่ตรงไหน คนรอบข้างควรจะดีใจกับผมสิธาร พริกหวานของผมน่ารักขนาดนี้ ลองมีใครมาว่าลูก ผมไม่มีทางยอม”

“มันแย่ตรงที่คุณนัยมีคู่หมั้นแล้วไงคะ ไม่แฟร์กับฝ่ายหญิงเลย ถ้าหากเธอรู้ทีหลังว่าคุณนัยซุกลูกไว้ตั้งหลายปี โดยไม่ยอมบอกเธอ ครอบครัวของเธอก็จะมองคุณนัยในแง่ร้าย เก็บเงียบไว้ดีแล้วค่ะ”

“ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิ คำว่าจบของธาร คืออะไร จบความสัมพันธ์ของเรา หรือให้ผมจบความเป็นพ่อลูกกับพริกหวาน เท่าที่ฟังตอนนี้ เหมือนกับว่าธารไม่อยากให้ผมใกล้ลูกเลยด้วยซ้ำ”

“ใกล้ได้ค่ะ ธารไม่ได้จะพาลูกไปไหน แค่ไม่อยากให้คุณนัยมาคลุกคลีกับเรามาก แอบแวะมาเยี่ยมสัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็พอแล้ว” หลบสายตา ไม่อยากให้พ่อของลูกมองผ่านเข้ามาถึงหัวใจที่มีรัก กลัวเขาจะใช้จุดอ่อนนี้ ผูกมัดหล่อนให้อยู่กับเขาในสถานะเป็นรอง

“พริกหวานเป็นลูกผมนะธาร มาแค่แป๊บเดียวจะไปพอได้ยังไง”

“แต่อีกไม่นาน พอคุณนัยแต่งงาน คุณก็จะมีลูกกับภรรยา ธารแค่อยากให้คุณคิดถึงครอบครัวปัจจุบันของคุณให้มากๆ อย่าให้เธอระแคะระคายจนรู้เรื่องของธารกับลูก ธารไม่ใช่เมียน้อยคุณนะ ไม่ได้อยากถูกระรานโดยภรรยาคุณ เธอจะยอมอยู่เฉยๆ เหรอคะถ้ารู้เรื่องการมีอยู่ของธารกับลูก ไม่มีหรอกค่ะที่เธอจะทนนิ่งเฉยได้ โดยไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวกเรา ถ้าคุณนัยยังอยากให้ธารกับลูกอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป ก็ต้องเงียบให้ถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นธารกับลูกอาจต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น”

“ผมจะยอมให้ธารพาพริกหวานไปจากผมได้ยังไง ผมเลี้ยงลูกมาตั้งแต่แกเกิด ไม่เคยทอดทิ้งธารกับลูกเลย นี่เหรอ ที่ธารตอบแทนผม!” เขาสูดลม พยายามจะสงบใจ “ขอโทษ ผมไม่ควรขึ้นเสียง เอาเป็นว่าธารสบายใจได้ ผมเข้าใจความหมายของคุณ ถ้าธารกังวลเรื่องน้องเจนมากขนาดนั้น ผมจะไม่แต่งงานกับน้องเจน โอเคไหม และถ้าเคลียร์เรื่องงานจบเมื่อไหร่ ผมจะหาวิธีถอนหมั้นกับฝ่ายนั้นให้รอมชอมมากที่สุด ไม่ให้กระทบมาถึงธุรกิจที่พวกเราทำด้วยกัน แล้วพาพริกหวานไปกราบคุณแม่ ธารจะโอเคกับความคิดผมหรือเปล่า”

แบบนั้นก็ไม่ได้ เขามีเจตนารับแค่ลูก ไม่ได้อยากรับแม่ของลูก

“คุณแม่คุณจะเอ็นดูพริกหวานเหรอคะ ดีไม่ดี ท่านอาจจะ...”

“ลูกของเราน่ารัก คุณแม่ผมจะไม่เอ็นดูได้ยังไง สีหน้าธารดูเครียดๆ ไปนะ ปกติธารไม่เคยชวนผมคุยเรื่องทำนองนี้”

“ขอโทษค่ะ ได้ยินว่าคุณเจนกลับมาแล้ว ธารคิดหนักแทนคุณ”

“ไม่ใช่ว่าผมจะดุธาร แต่ไม่อยากให้ธารเครียด เรื่องน้องเจน ผมเคลียร์เอง ธารคิดถึงแค่เรื่องฝึกงานก็พอแล้ว รอธารฝึกงานเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยมาจับเข่าคุยกันอีกที ว่าเรื่องของเราจะเอายังไงกันต่อ”

“เอายังไงกันต่อ หมายถึงอะไรเหรอคะ”

“ก็เรื่องของเราไง ถ้าธารยังน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย วัดจากความรู้สึกผมตอนนี้ ผมว่าไม่แย่นะ ถ้าเราจะเปิดตัวว่าคบกัน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งขนาดนี้ นิสัยใจคออีกฝ่ายเป็นยังไง ไปด้วยกันได้ไหม ก็พอจะมองกันและกันออก ลูกก็มีด้วยกันแล้วหนึ่งคน แถมยังน่ารักมากอีกด้วย เราจะอยากแยกกันทำไม ทำไมเราไม่อยู่ด้วยกันไปเลย”

“คุณนัย คิดจะจริงจังกับธารเหรอคะ คงไม่ได้แกล้งพูดเพื่อหลอกให้ธารอยู่กับคุณ แล้วผลสุดท้ายคุณก็ไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น แค่ถ่วงเวลาหลอกให้ธารรอ ให้ธารอยู่กับคุณ แบบเมียน้อย”

“ผมแย่มากขนาดนั้นเลยเหรอ ธารถึงมองผมในแง่ร้าย”

“ก็เพราะธารไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าคุณนัยจะเลือกธาร”

ธารธาราตอบด้วยน้ำเสียงกล้ำกลืนฝืนทน

“ธารไม่อยากถูกหลอก ศักดิ์ศรีในตัวธารถึงจะน้อย แต่ธารก็ยืนยันว่าจะไม่เป็นบ้านเล็กของคุณ ให้อยู่กับลูกแบบหลบๆ ซ่อนๆ จนลูกโตพอจะรู้ว่าเป็นลูกเมียน้อย มันจะดีเหรอคะ ธารกับลูกจะมีความสุขจากใจจริงงั้นเหรอ ถ้าคุณนัยยืนยันว่าคุณจริงใจกับธาร...”

“ธารจะรอค่ะ รอจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของการฝึกงาน ถ้าคุณเลือกธาร ธารก็จะอยู่กับคุณ แต่ถ้าคุณเลือกคุณเจน คุณก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของธาร ที่จะไม่อนุญาตให้คุณมาค้างในบ้านหลังนี้ หรือพาพริกหวานออกไปข้างนอก พริกหวานเป็นลูกธาร สิทธิ์ของคุณนัยในตัวพริกหวานไม่เคยมี และจะไม่มีตลอดไปค่ะ”

“ตานัย มัวเหม่อไปถึงไหน ไม่สนใจฟังที่แม่พูดบ้างเลย”

“ครับ” ภารนัยเลิกเหม่อ ขานรับคุณภาวินี สตรีวัยห้าสิบเจ็ดปี ผู้มีเค้าโครงใบหน้าเดียวกัน เขาสัญญากับลูกสาวจะพาไปเดินห้างฯ เลือกซื้อของเล่นใหม่ให้ลูก กลับต้องผิดคำพูดเพราะมารดาโทรมาขอร้องกึ่งบังคับให้กลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน

ภารนัยเห็นว่าตนเองไม่ได้กลับบ้านนานตั้งใจจะมากินข้าวกับท่านไม่นานก็กลับไปหาลูกสาว ทว่าเมื่อมาถึง ภารนัยกลับพบคุณจิรัชพาลูกสาวซึ่งก็คือเจนจิรา มากราบมารดาเขา บอกเล่าข่าวให้ท่านทราบว่าเรียนจบตามความตั้งใจและย้ายกลับมาอยู่ที่ไทยเป็นที่เรียบร้อย

ยกความหวังให้มารดาขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ ว่าเร็วๆ นี้จะแต่งงานเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ท่าน

เขาอึดอัด แต่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ กลัวจะเป็นการหักหน้าคุณจิรัช นักธุรกิจฐานะร่ำรวยเจ้าของบริษัทอินฟินิตี้ ผู้นำตลาดด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภครายใหญ่ คุณภควัตบิดาของภารนัย เป็นรุ่นพี่ของคุณจิรัช สองบ้านจึงสนิทสนมกัน

อาหารเช้ากับอาหารกลางวันในบ้านที่อาศัยกับธารธารามีน้อยกว่านี้ แต่เขากินเยอะ เติมข้าวสวยเพิ่มถึงสองครั้ง กินอย่างเอร็ดอร่อย ตัดภาพมามื้อค่ำวันเดียวกัน อาหารมีมากกว่าสิบเมนูแต่เขากลับไม่รู้สึกหิวเลย ใจลอยคิดถึงลูกเมีย ที่ป่านนี้คงจะตั้งตารอให้เขากลับไป

“ยังจะมาครับ ผู้ใหญ่คุยด้วยไม่สนใจคุยตอบ ไม่ดีเลยนะลูก”

“อย่าดุนัยเขาเลยครับ คนหนุ่มไฟแรงในหัวคงจะคิดถึงแค่เรื่องงาน เป็นเสาเรือใหญ่ของบริษัทด้วยแล้วภาระคูณสองคูณสาม”

“ห่วงพี่นัยทำงานหนักสุขภาพจะแย่ คุณพ่อให้น้องเจนไปช่วยงานพี่นัยดีไหมคะ ช่วงแรกน้องเจนอาจทำงานไม่คล่องเพราะไม่เคยมีประการณ์การทำงาน ถ้าได้คนเก่งๆ อย่างพี่นัยช่วยสอนก็คงดี”

“อะแฮ่ม!” คุณจิรัชกระแอมกระไอเบรกลูกสาวจนรถสิบล้อขับมาด้วยความเร็วเกือบคว่ำ

“บริษัทตัวเองก็มี ช่วยงานพ่อก่อนดีไหม”

คุณภาวินีหัวเราะจนจะสำลักน้ำ เอ็นดู ขณะที่เจนจิราหน้างอ

“คุณพ่อจะมีเวลาสอนงานน้องเจนเหรอคะ กลัวจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศเป็นว่าเล่น ให้น้องเจนเรียนรู้งานเอง”

“ลูกสาวพ่อมีคนเดียวต้องขยันสอนอยู่แล้วสิ”

เขี่ยจมูกรั้นๆ แสนงอน

“อีกไม่นานบริษัทของพ่อก็ต้องส่งต่อให้น้องเจน ช่วยพี่นัยบริหารต่อไปตามประสาคนมีลูกชายลูกสาวคนเดียวนะครับคุณภา”

“ค่ะ ให้เด็กๆ ช่วยกันทำงาน คนแก่อย่างเราจะได้หมดห่วง”

“รอเลี้ยงหลานอย่างเดียว” คุณจิรัชพูดเสริม

“ใช่ค่ะ” มารดาภารนัยตอบกลับใบหน้าแสนสุขใจ

“ถ้าน้องเจนกับพี่นัยต้องช่วยกันทำงาน น้องเจนหาเวลาไปเรียนรู้งานในบริษัทพี่นัยก็ดีนะคะ น้องเจนอยากเก่งเท่าพี่นัย เราสองคนจะได้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดในประเทศ ไม่สิ ในโลกเลยดีกว่าค่ะ”

“ฟังพูดเข้า คุณภาอย่าไปฟังเยอะนะครับ จะปวดหูเอาได้”

พ่อหล่อนกับแม่เขายิ้มกันหมด ยกเว้นชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“พี่นัยกินเยอะๆ นะคะ อร่อย แล้วก็มีประโยชน์ทั้งนั้น พี่นัยอยู่คอนโดฯ คนเดียว กินแต่อาหารกล่องสารอาหารอาจจะได้ไม่ครบ”

ใช้ช้อนกลางตักอาหารที่ตั้งใจค้นหาโภชนาการ ก่อนสั่งจากร้านอาหารโปรดของบิดานำมาที่นี่ ปรับเปลี่ยนนิสัยให้เอาแต่ใจน้อยลง ไม่ชอบกินข้าวกับอาหารไทย ก็พยายามหัดกินให้มากขึ้นเพื่อเขา

“ขอบคุณครับ” ปากเขาบิดเบี้ยวชอบกล จะยิ้มก็ยิ้มไม่เต็มปาก

“น้องเจนกลับมาแล้วก็ไปดูแลพี่เขาแทนป้าหน่อยสิลูก ป้าออกจากบ้านไม่สะดวก ไม่เคยไปดูแลการอยู่การกินของพี่นัยเลย”

“ไม่เหมาะมั้งครับ น้องเจนเป็นผู้หญิงจะเข้านอกออกในห้องผู้ชายได้ยังไง คุณแม่พูดไปก่อน ไม่ถามคุณอาจิรัชบ้างเลย”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/4 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/3 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/2 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/1 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/4 เด็กเลี้ยง

    “วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/3 เด็กเลี้ยง

    “ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status