หน้าหลัก / โรแมนติก / สถานะลุ้นรัก / บทที่ 2/3 รักษาสิทธิ์

แชร์

บทที่ 2/3 รักษาสิทธิ์

ผู้เขียน: คณานางค์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-27 06:05:58

ธารธาราปล่อยให้ลูกสาวนอนต่ออีกนิด อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ออกมาดูดฝุ่นทำความสะอาดบ้าน เก็บของเล่นหนูพริกหวานใส่กล่องเป็นระเบียบเรียบร้อย กดสั่งอาหารผ่านแกร็บ ไม่ได้ทำเอง ทำทีไรพ่อของลูกไม่เคยกิน มีเรื่องนี้ที่เขาพูดไม่ถนอมน้ำใจว่าธารธาราทำอาหารไม่อร่อย เมนูไข่พอได้ แต่ให้กินทุกวัน เขาบอกว่าเขาไม่ไหว กดสั่งผ่านแกร็บให้แม่ค้ามืออาชีพทำให้กินจึงเป็นทางเลือกที่ดี

คุณแม่ยังสาวสอบเสร็จไม่มีหนังสือวิชาการให้อ่าน บนโต๊ะทำงานในห้องรับแขก มีแค่สมุดจดรายรับรายจ่ายสำหรับกิจการขนาดเล็กที่มีพนักงานอยู่ด้วยกันหนึ่งคนถ้วน ทำเองทุกขั้นตอน เขียนออกมาจนเห็นตัวเลขกำไรรวมของสินค้าล็อตล่าสุด ไม่ได้มากมาย แต่ก็ทำให้ธารธารายิ้มได้ ได้กำไรสองสามหมื่นทุกเดือนตลอดไปคงดี

“ยอดขายกับกำไรไม่เลวเลยนะ ถ้าลงทุนเอาของมาลงมากขึ้น เพิ่มช่องทางไลฟ์ขายในติ๊กต๊อกน่าจะได้ขายได้มากกว่านี้”

ภารนัยยังหัวฟูอยู่เลย อ่านสมุดบัญชีไม่เป็นทางการจบไปหนึ่งรอบจึงอ้าปากหาวนอน ตามองกองกล่องพัสดุสูงเป็นภูเขา

“คุณนัยตื่นเร็วจังเลยค่ะ ธารนึกว่าคุณจะตื่นประมาณเที่ยง”

“ตื่นมาไม่เจอธาร เลยออกมาดู อยากไปนอนต่ออยู่เหมือนกัน”

“ไปนอนสิคะ ธารกดสั่งอาหาร มาถึงแล้วจะเข้าไปปลุก”

“นอนในนี้ ปิดแอร์ในห้องแล้ว”

หน้าเขาง่วงมาก ย้ายจากเก้าอี้ไปนอนบนชุดรับแขกที่มีหมอนและผ้าห่มพร้อมนอน ส่งยิ้มให้ธารธาราที่กดรีโมตเปิดแอร์ให้เขาทันทีทั้งที่ตอนอยู่คนเดียวหล่อนไม่เปิด

“ธารกดเรียกรถหรือยัง รถขนส่งจะเข้ามาตอนไหน”

ไม่ติดว่าหล่อนเจ็บขา จะชวนออกไปส่งข้างนอก แล้วถือโอกาสพาลูกสาวเที่ยว นอกจากห้างฯ แถวบ้าน เขาไม่เคยพาพริกหวานไปเที่ยวเลย อยากพาลูกไปสวนสัตว์สักครั้ง ไปด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก

“กดแล้วค่ะ เรียกตอนเช้าน่าจะมาบ่ายมั้งคะ ปกติธารกดช่วงบ่ายจะชอบเข้ามารับตอนค่ำ อ้อ... มีสายจากคุณเจนนะคะ ธารเห็นเธอโทรเข้ามา แต่คุณนัยยังหลับ ธารก็เลยไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปให้”

“คงจะโทรมาบ่นผม เมื่อวานเราไปกินข้าวด้วยกัน ผมตกใจข้อความเสียงพริกหวานเลยรีบออกไปโดยไม่ได้บอกเธอ”

“คุณเจนกลับมาจากอังกฤษแล้วเหรอคะ”

คู่หมั้นเขาไปเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารในประเทศอังกฤษ ปกติแล้วจะเรียนประมาณสองปีถึงสองปีครึ่ง แต่เจนจิราเรียนนานกว่านั้น รวมกับระยะเวลาไปเรียนพิเศษด้านภาษาคร่าวๆ สี่ปี ช่วงที่เจนจิราไม่อยู่ในไทย เป็นเวลาเดียวกับที่ธารธาราเข้ามาในชีวิตเขา

“กลับมาเมื่อวาน เซอร์ไพรส์ผมถึงที่ทำงานจนผมตกใจ”

ตัวจริงกลับมา ตัวสำรองจะไปหลบซ่อนตรงไหน?

“ดีจังเลยนะคะ ได้อยู่ใกล้กันคุณนัยคงจะหายคิดถึงเธอ”

“กลัวน้องเจนจะป่วน จนความลับเรื่องพริกหวานแตกเนี่ยสิ”

“ไม่แตกหรอกค่ะ ธารกับลูกอยู่ด้วยกันเงียบๆ ตรงนี้ คุณนัยไม่อยากให้ความแตก ก็อย่ามาหาพวกเราบ่อยนักสิคะ มาสัปดาห์ละหนึ่งวันก็ได้ ธารจะบอกลูกว่าคุณนัยงานยุ่ง วันหยุดถึงจะมีเวลามาหา”

ภารนัยไม่เห็นด้วย ทำแบบนั้น ก็น่าสงสารลูกแย่เลยสิ

“ธารฝึกงานสามเดือนไม่ถึงสี่เดือนก็เรียนจบแล้วค่ะ ธารเข้าทำงาน พอดีกับพริกหวานเข้าโรงเรียน ก็ไม่ต้องรบกวนคุณนัยมาช่วยดูแลลูก เงินใช้จ่ายในบ้าน ธารก็จะไม่รบกวนคุณ ธารจะทำงานหาเงินเลี้ยงลูกเอง จะดูแลลูกให้ดี ไม่ให้คุณนัยเป็นห่วงพริกหวาน”

“สมมุตินะธาร ถ้าหากว่าน้องเจนบังเอิญรู้เรื่องของเราล่ะ”

“ลูกสองขวบครึ่งแล้วนะคะ คุณนัยปิดบังคู่หมั้นกับครอบครัวของคุณมาได้นานมากขนาดนี้ จะปล่อยให้ผู้หญิงดีๆ อย่างคุณเจนระแคะระคาย หรือรู้เรื่องลูกได้ยังไงคะ ไม่ส่งผลดีต่อคุณเลย คุณดูแลธารกับลูกมานาน ถึงเวลาที่คุณควรจะสร้างครอบครัวของตัวเอง”

“ขอถามต่อนะ ธารเรียนจบแล้ว ผมนอนกับธารอีกได้ไหม”

“ธารไม่ได้เป็นเมียน้อยคุณนัยนะคะ จบ ก็คือจบ”

“ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ถ้าผมจบกับธารแล้วไปหาน้องเจน”

“ธารไม่อยากเป็นเมียน้อยคุณ ไม่อยากทำร้ายผู้หญิงด้วยกัน แล้วธารก็ไม่อยากทำร้ายตัวเอง ถ้าต้องทนอยู่ในมุมมืดตลอดไป”

หากเขาไม่สามารถจับมือหล่อนกับลูกในที่สาธารณะ และบอกใครต่อใครว่าเป็นครอบครัว ธารธาราก็ไม่อยากกุมมือลูกอยู่กับเขาในสถานะนี้นานนัก

รถรับพัสดุเคลื่อนออกจากหน้าบ้านไปได้สักพักใหญ่ รับเอากล่องบรรจุเสื้อผ้าแฟชั่นไปด้วย ภารนัยติดคุยโทรศัพท์เพิ่งจะเข้ามาในห้องโล่งกว้าง ไม่ได้มีกองพัสดุระเกะระกะเหมือนเมื่อเช้า

หนูพริกหวานเล่นสนุก ดูแผลบนหัวเข่าคุณแม่ สวมบทบาทคุณหมอเด็ก พูดงึมงำๆ ว่าจะทำแผล จะทายา แล้วก็จะเอายาให้แม่กิน

ธารธารายกศีรษะขึ้นมองลูกสาวตัวป่วนเล่นคนเดียวไปตามประสาเด็กจินตนาการสูง สบตาพ่อของลูกแวบเดียวเท่านั้นก็เมิน

“พริกหวาน เล่นอะไรเหรอคะลูก ขอคุณพ่อเล่นด้วยได้ไหม”

“พริกหวาน คูมหมอ ฉีดยาให้ แม่แม่”

ดึงมือพ่อมานั่งด้วยกัน เฝ้าคุณแม่ที่นอนบนโซฟา

“พ่อพ่อ ทำแบบนี้นะ” หนูน้อยมีของเล่นชุดอุปกรณ์แพทย์พกพา ลักษณะเป็นกล่องบรรจุเข็มฉีดยา กรรไกร มีด ก็คุณพ่อนั่นแหละที่ซื้อให้ เห็นอะไรผ่านหน้าไม่ได้โกยใส่รถเข็นซื้อให้ลูกทั้งหมด

เขารับเข็มฉีดยาจำลองจากมือเล็ก ให้ลูกสอนวิธีฉีดยา ไม่มีความอ่อนโยนในตัวหนูพริกหวาน จับมือพ่อยกสูงฝังฉีดจี๊ดใส่ขาคุณแม่ ระดับความแรงเปรียบได้ว่าถ้าเป็นเข็มจริง หัวเข็มก็คงหักคาท่อนขา

ภารนัยหัวเราะแข่งกับลูก ถือเข็มฉีดยาของเล่นคนละอัน แย่งกันฉีดใส่ขาคุณแม่จนธารธาราเริ่มจะส่งสายตาขวางมาขอให้เลิกเล่น

“ให้พริกหวานเป็นคนป่วยนะคะ ให้คุณพ่อเป็นคุณหมอ”

เลิกเล่นเข็มฉีดยาก่อนธารธาราจะงอน ค้นหาหูฟังแพทย์มาฟังเสียงหัวใจลูกสาว คนไข้ให้ความร่วมมือดีมากกลิ้งร่างเล็กๆ มานอนหนุนตักคุณพ่อ คุณหมอปลอมเอ็นดูคนไข้ หอมแก้มไปด้วยเล่นไปด้วย

“สายมันจะขาดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอลูก พริกหวานดึงเหรอคะ”

“พริกหวาน มะ... มะได้ดึง” ตาแป๋วๆ คู่นั้นสรรหาคำมาแก้ตัว

“จริงเหรอคะ” คุณแม่ถามย้ำ หนูพริกหวานไม่ยอมรับว่าตัวเองดึงขาดทำเสียงงอแง เข้าไปนั่งตักคุณพ่อ กอดไม่ยอมปล่อย

“โอ๋ ไม่เป็นไรนะคะ ขาดก็ซื้อใหม่ เอาไหมคะ คุณพ่อพาไปซื้อ”

เด็กเจ้าเล่ห์ยิงฟันน้ำนม แทนการตอบรับว่าอยากไปซื้อของเล่นใหม่ รู้ว่าลูกแค่อ้อนไม่อยากโดนแม่ดุ เขาสายสปอยล์ ตามใจลูกไปหมด

“คุณนัยตามใจลูกเกินไปแล้วนะคะ สองขวบพอปล่อยได้ แต่ถ้าสามขวบสี่ขวบวัยเข้าโรงเรียนแล้วยังตามใจ ลูกจะเอาแต่ใจนะคะ”

งานหนักจะมาตกที่ธารธารา ที่ต้องเลี้ยงดูและอยู่กับลูกทุกวัน

“ครับ ให้ลูกโตกว่านี้อีกสักนิด ผมจะตามใจให้น้อยลง”

“ขอบคุณค่ะ” ธารธาราเลิกนอนขี้เกียจลุกขึ้นมาคุยกับเขาดีๆ

“คุณนัยอยู่กินข้าวกับธารไหมคะ ใกล้จะได้เวลาอาหารเที่ยง”

เผื่อว่าเขามีธุระออกไปข้างนอกจะได้ไม่ตั้งโต๊ะอาหารรอเก้อ เขาพยักหน้ารับแค่เล็กน้อย ลับหลังเขา ใบหน้าธารธาราก็มีรอยยิ้ม

นอกจากคืนวันเสาร์ที่ได้นอนกอดเขา มีวันอาทิตย์อีกวันที่ชอบ ถึงจะไม่ได้ไปเที่ยวไหน แต่ก็ได้อยู่กับเขาทั้งวันพร้อมหน้าสามพ่อแม่ลูก

อาหารกลางวันไม่ได้ลำบากปรุงใหม่ แค่นำอาหารที่สั่งจากช่วงเช้าไปอุ่นไมโครเวฟ ตั้งโต๊ะไม่ถึงสิบนาทีก็พร้อมรับประทาน สามคนพ่อแม่ลูกร่วมกันรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย อาหารธรรมดา แต่มันวิเศษมากที่สุด ช่วงบ่าย ภารนัยกล่อมลูกนอนเก่งมาก ปูที่นอนในห้องรับแขกคุยเล่นกับลูกไม่นาน หนูพริกหวานผล็อยหลับตอนกลางวัน เปิดโอกาสให้พ่อกับแม่ของลูกมีโอกาสพูดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ ขณะที่รอลูกตื่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/4 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/3 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/2 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/1 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/4 เด็กเลี้ยง

    “วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/3 เด็กเลี้ยง

    “ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status