Home / โรแมนติก / สถานะลุ้นรัก / บทที่ 3/1 น้ำท่วมปาก

Share

บทที่ 3/1 น้ำท่วมปาก

last update publish date: 2026-02-27 06:06:55

“เก็บดอกกุหลาบไปให้ใครเหรอลูก”

แขกกลับไปนาน เสียงรถก็เงียบหายไปสักพัก รอที่เดิม อยากคุยกับลูกชาย รอนานภารนัยไม่เข้ามาสักทีคุณภาวินีออกมาดู

ไม่ได้ทักตั้งแต่ดอกแรก ลูกนำกรรไกรแต่งกิ่งมาตัดดอกแล้วดอกเล่า ทะนุถนอมถือไม่ให้กลีบช้ำได้หนึ่งกำมือจึงลองถาม

จะว่าให้เจนจิราก็ไม่น่าใช่ ในเมื่อลูกชายวางตัวเหินห่างกับหญิงสาว ข้อสันนิษฐานเดียว ภารนัยน่าจะมีผู้หญิงที่ดูใจกันอยู่แล้ว

“เอาไปใส่แจกันในห้องนอนครับ คุณแม่ไม่หวงใช่ไหมครับ” เขินเลยสิ วีลแชร์ไฟฟ้าเงียบจนภารนัยไม่ได้ยินเสียงว่าถูกท่านเฝ้ามอง

“ไม่หวงหรอกลูก ก็แค่ดอกไม้ อยากจะเอาไปเท่าไหร่ก็เอาไป”

ภารนัยรู้สึกว่าทำตัวน่าอาย นำดอกกุหลาบไปเก็บในรถยนต์ ล้างมือให้สะอาด ก่อนมาเข็นวีลแชร์พามารดาเข้าไปพักผ่อนในบ้าน

“ไม่เก็บเพิ่มแล้วเหรอ หลังบ้านเรามีเยอะเลยนะ แม่ให้เด็กในบ้านช่วยกันปลูก ยามเช้า ยามเย็นไปชมสวนก็เพลินสายตาแม่ดี”

“แจกันในห้องผมมีไม่มาก เก็บไปเท่านั้นก็ล้นแล้วครับ”

“แน่เหรอ ถ้าไม่บอก แม่นึกว่านัยจะเก็บไปให้สาว”

“ช่วงนี้สุขภาพคุณแม่เป็นยังไงครับ” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย

“เหมือนเดิมนั่นแหละลูก นอนทั้งวัน เบื่อจะแย่ มีวันนี้แม่รู้สึกเหนื่อย คงเพราะพูดคุยกับน้องเจนกับคุณจิรัชมากเกินไป”

โรคที่ท่านเป็นเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เหนื่อยขึ้นมาแต่ละทีเหมือนจะตาย หายใจไม่ออก มีเสียงดังในปอด หน้ามืด ในบางวันเวียนหัวจนจะวูบ

“เสียงคุณแม่ฟังดูเหนื่อยจริงๆ ด้วยครับ ผมจะพาไปพักผ่อน”

ลูกชายคนเดียวเข็นวีลแชร์มารดาตามหลังป้าน้อม แม่บ้านเก่าแก่ไปยังห้องนอน มารดาสุขภาพดีในอากาศเย็นมากกว่าอากาศร้อน มีแอร์หลายตัวสลับกันเปิด กำหนดองศาไว้ที่เลขยี่สิบ เย็นฉ่ำทั้งวัน

“นัยน่าจะอยู่ค้างกับแม่สักคืน แม่เหงา อยู่บ้านคนเดียวทุกวัน”

“คนเดียวที่ไหนครับ มีป้าน้อมทั้งคน”

ป้าน้อมยิ้มรับ ทุกคืนป้าจะรับหน้าที่นอนเป็นเพื่อนมารดาภารนัย จนชินกับแอร์หนาวเย็น ลองเปลี่ยนให้ธารธารามานอน น่าจะต้องห่มผ้าสองชั้น รายนั้นขี้หนาวมาก เปิดแอร์ยี่สิบห้าคือเมตตาเขา ความชอบของหล่อนคือยี่สิบแปด

“ป้าน้อมก็ส่วนของป้าน้อมสิลูก แม่คิดถึงนัยนี่นา ตั้งแต่คุณพ่อเสีย นัยย้ายออกไปอยู่คอนโดฯ ไม่ยอมกลับมานอนบ้านเราสักคืน แม่ชักจะอยากให้นัยแต่งงานกับน้องเจนเร็วๆ แล้วสิ นัยจะได้ย้ายกลับมาอยู่บ้าน มีหลานหน้าตาน่ารักให้แม่อุ้ม ชีวิตแม่จะได้มีสีสันกับเขาบ้าง หมั้นหมายเข้าปีที่ห้า สมควรต่อการคุยเรื่องแต่งงานได้แล้วนะลูก”

“ผมยังไม่อยากแต่งงานครับคุณแม่”

ล็อกล้อวีลแชร์ไว้ ถอยกลับมานั่งทับส้นต่อหน้าท่าน

แสบร้อนบนปากอยากเล่าเรื่องหนูพริกหวานให้ฟัง แต่กลัวว่าท่านจะตกใจจนช็อกและผิดหวังในตัวเขา

“นัยอายุไม่ใช่น้อยๆ นะลูก เอากลับไปทบทวนใหม่เถอะนะ แม่อยากให้นัยแต่งงานมีครอบครัว แม่สุขภาพไม่ดี จะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ แม่ไม่อยากห่วงนัย อยากให้มีคนดีๆ เข้ามาดูแลนัย”

“ครับ ผมจะเก็บไปคิดทบทวน คุณแม่เหนื่อยมากแล้ว อาบน้ำแล้วนอนพักผ่อนเถอะนะครับ ไว้ผมจะแวะมาเยี่ยมคุณแม่บ่อยๆ”

“พรุ่งนี้นัยจะมาใช่ไหมลูก แม่รับคำน้องเจนไว้แล้ว”

“สารภาพตามตรง ผมไม่อยากมาครับ ถ้าจำเป็นจริงๆ ผมอาจจะเลิกงานสี่ทุ่ม ห้าทุ่ม หรืออาจจะเที่ยงคืนเลยก็ได้”

“แหม พูดเล่นหรือพูดจริงจ๊ะ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้นะลูก” ถอนลมหายใจ ถ้าถึงขั้นนั้นก็เกินไป

“เอาเถอะ ถ้าไม่อยากมาก็ตามใจ โทรบอกแม่ก่อนแล้วกัน แม่จะช่วยคุยกับน้องเจน”

“ขอบคุณครับ” หอมแก้มท่านชดเชยช่วงเวลาที่มัวแต่บ้างาน ไม่มีเวลาว่างกลับมาดูแลท่าน ให้สมกับที่เป็นลูกชายคนเดียว

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ เอางานกลับมาทำที่คอนโดฯ ยังทำไม่เสร็จ พรุ่งนี้ก็จะวันจันทร์อีกแล้ว วันหยุดของผมผ่านไปเร็วมาก”

“ทำงานจริงหรือเปล่า กลัวเอางานบังหน้า แต่แอบซุกผู้หญิงไว้” คุณภาวินีแกล้งจับผิด ฝ่ายภารนัยหน้าถอดสีเพราะท่านทายถูกเป๊ะ

“ไม่มีหรอกครับ ตราบใดที่เคลียร์เรื่องน้องเจนไม่ลงตัว ผมไม่กล้ามีหรอกครับ ป้าน้อม ผมฝากดูแลคุณแม่ด้วยนะครับ กลับบ้านครั้งหน้าผมจะซื้อของอร่อยๆ กลับมาฝาก”

เขากลัวมารดาจะรับไม่ได้ จึงออกตัวปฏิเสธไปก่อน

“เฮ้อ! ท่าทางว่าฉันคงจะอดอุ้มหลานแล้วแม่น้อม”

เสียงรถลูกชายขับออกไปท่านถอนหายใจ ถ้าขาดี ไม่พิการ ก็อยากไปเยี่ยมลูกชายโดยไม่บอกล่วงหน้า จะได้รู้กันไป ว่าคนที่มาเปิดประตูให้จะเป็นลูกชายท่าน หรือผู้หญิงที่เขาซุกซ่อนไว้

“พริกหวาน ออกมากินข้าวนะคะ มีกุ้งกับไก่ฉีก บรอกโคลีหวานๆ ของโปรดพริกหวานก็มีด้วยนะ คุณแม่ทำมาให้เยอะเลยค่ะ”

พริกหวานได้ยิน แต่ไม่ยอมพูดตอบ ขังตัวเองในบ้านเป่าลมขนาดปานกลาง ในนั้นมีลูกบอลผิวเรียบจำนวนมาก เปิดพื้นที่โล่งให้เด็กนำของเข้าไปเล่น ถ้าผู้ใหญ่จะเข้าไป ต้องก้มตัวลงคลานเข่าเข้าสถานเดียว พริกหวานอยู่ในนั้นนานกว่าครึ่งชั่วโมง คราบน้ำตาแห้งยังเขรอะบนหน้า ก่อนหน้านี้พริกหวานร้องไห้หนัก งอนคุณพ่อขั้นรุนแรง เขารับปากจะพาไปซื้อของเล่นหลังลูกตื่นจากนอนกลางวัน ทว่าเมื่อตื่น กลับพบว่าคุณพ่อไปแล้ว พริกหวานน้อยของคุณแม่แผดเสียงร้องไห้หน้าแดงตาแดงจะเป็นจะตายให้ได้ ธารธาราปลอบอยู่นานจนใบหน้าเลอะคราบน้ำตา เพราะเผลอร้องไห้ตามลูก

มุดตัวเข้าไปหาลูกสาว เด็กตัวน้อยวัยสองขวบหกเดือนนั่งเหยียดขา มือกำลูกบอลโยนเล่นตามลำพัง

แม่แม่ของหนูน้อยเข้ามานั่งพับเพียบข้างๆ แบมือขอรับลูกบอล

“ขอคุณแม่เล่นด้วยได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ” เสียงเล็กร้องบอก

พริกหวานต้องการพ่อมากขึ้นทุกวัน ไม่ได้อยากมีพ่อแค่หนึ่งถึงสองวันต่อสัปดาห์ แต่อยากอยู่กับพ่อทุกวัน

ธารธาราปวดแสบปวดร้อนกลางอก สงสารลูก อยากให้ลูกเติบโตในครอบครัวสมบูรณ์ มีพ่อแม่คอยผลัดกันอุ้ม จูงมือลูกไปทุกที่จนถึงวัยที่ลูกเติบโตดูแลตัวเองได้ แต่จะเป็นไปได้เหรอ ความหนักใจถ่ายเทมาทางคนเป็นแม่ เพราะหากเลือกความสุขของลูก เท่ากับว่าธารธาราต้องตกอยู่ในสถานะเมียลับจนหาทางออกไม่ได้

ธารธาราเข้าใจความเจ็บปวดของลูกสาวมากที่สุด เลือกได้ ลูกต้องอยากมีพ่อแม่พร้อมหน้า อ้างอิงจากประสบการณ์ตรง ที่เติบโตมาโดยมีแม่ทำงานหาเงินหามรุ่งหามค่ำเลี้ยงลูกตามลำพัง นับจากลืมตาดูโลกจนแม่เสียชีวิต แม่ไม่เคยพาไปหาคุณตาคุณยาย ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมแม่ในคอนโดฯ ขนาดเล็กที่เช่าอาศัย

จนแม่เสียชีวิตก็ไม่มีญาติมาร่วมงานศพ ธารธาราสงสัย แม่ไม่มีใครเลยจริงเหรอ ทำไมถึงไม่มี คนเหล่านั้นหายไปไหนหมด น่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน คอยอยู่ข้างๆ ในงานศพแม่ ช่วงเวลาที่ธารธาราแทบบ้า หาทางออกจากความเศร้าหมองไม่ได้

เงินประกันชีวิตแม่หลักแสน ธารธาราทุ่มไปกับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณี ถูกปั่นหัวสารพัดจากทนายความคู่กรณี ทางฝั่งตัวเองก็ใจร้าย เรียกร้องให้จ่ายค่าจ้างหลายครั้งจนเงินไม่เหลือ แต่คดีความก็ยังไม่คืบหน้า อายุแค่สิบแปดย่างสิบเก้า กลับต้องเจอเรื่องราวร้ายแรง เสียแม่เท่ากับเสียเสาหลักในการดำรงชีวิต ซ้ำร้ายมาพลาดท้องพริกหวาน จากชีวิตที่พังเละเทะ กลายเป็นว่าไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ความฝันจะเรียนให้จบระดับปริญญาตรีก็ไม่มีให้ธารธาราฝันถึง

ภารนัย หนุ่มหล่อในฝัน คือผู้ซ้ำเติมและผู้ช่วยชีวิต เขายื่นมือเข้ามาดึงหล่อนที่กำลังจะจมน้ำตายขึ้นมาหายใจบนขอบฝั่ง แทรกซึมเข้ามาในหัวใจหล่อนทีละเล็กทีละน้อยจากการดูแลจนคลอดพริกหวาน ซื้อบ้านดีๆ ให้อาศัย ให้เงิน ให้การศึกษา จ้างแม่บ้านมาช่วยทำงานบ้าน และเลี้ยงลูกเพื่อให้ธารธารามีเวลาว่างกลับไปตั้งใจเรียนปริญญาตรีให้จบ เรื่องคดีก็ได้เขาช่วยเหลือ โดยเขาส่งทนายความคนใหม่มาช่วย จนดำเนินการฟ้องร้องเสร็จสิ้นได้รับเงินก้อนใหญ่ ถึงมันจะแลกกับชีวิตแม่ไม่ได้ แต่สีหน้าคนผิดที่ย่ำแย่เพราะต้องติดคุก ก็ช่วยให้ธารธาราก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาได้ หล่อนอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น เลี้ยงลูก ตั้งใจเรียน ทำตัวดี อยู่ในร่องในรอยไม่ให้ภารนัยผิดหวังที่ชุบเลี้ยง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/4 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/3 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/2 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    “คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 5/1 ความหวังลมๆ แล้งๆ

    ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/4 เด็กเลี้ยง

    “วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 4/3 เด็กเลี้ยง

    “ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status