Beranda / รักโบราณ / สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า / บทที่ 2 สวีหลงเยียนเสียตัว

Share

บทที่ 2 สวีหลงเยียนเสียตัว

last update Terakhir Diperbarui: 2025-04-23 15:07:21

รุ่งเช้าวันต่อมา ราชโองการสั่งกักบริเวณเฟิ่งฟางเซียนให้อยู่ในตำหนักเย็นก็ส่งมาถึง เนื้อความมีดังนี้ 

เฟิ่งผินกระทำการต่ำช้า หวังทำลายพระวรกายฝ่าบาท มีโทษประหารชีวิต แต่เพราะความเมตตาจากฮ่องเต้ จึงสั่งกักบริเวณนางไม่มีกำหนด จบราชโองการ

เฟิ่งฟางเซียนเบ้ปากด้วยความดูแคลน นางยื่นมือไปรับราชโองการฉบับนั้นมาเก็บเอาไว้ หึ!!! ไล่ปากเปล่าก็เข้าใจแล้ว จะประกาศทำไมกัน อยากให้นางขายหน้าหรือไร? 

"เฟิ่งผิน โทษอมของสูง มีโทษถึงประหารชีวิตนะพ่ะย่ะค่ะ อย่าคิดทำอีก"

เฟิ่งฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองขันทีด้วยสายตาที่งุนงง 

"อมของสูง โทษอะไรข้าไม่เคยได้ยิน"

"กระหม่อมก็มิทราบ ฝ่าบาททรงฝากกระหม่อมให้มาเตือนพระองค์เพียงเท่านี้พ่ะย่ะค่ะ เชิญเสด็จที่ตำหนักเย็นเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

เฟิ่งฟางเซียนคร้านที่จะใส่ใจมากนัก นางรีบเก็บข้าวของและไปที่ตำหนักเย็นทันที มีนางกำนัลสูงวัยนามว่าหลิวหลง ที่เรียกกันติดปากว่าหลิวหมัวหมัว นางเป็นนางกำนัลข้างกายของเฟิ่งฟางเซียนที่ถูกส่งมาดูแล และจะคอยติดตามรับใช้เฟิ่งฟางเซียนที่ตำหนักเย็นด้วย

เพราะร่างนี้คือจินตนาการที่นางเป็นคนสร้างขึ้นมา จึงไม่มีความหลังฝังใจหรือสิ่งใดที่อยากแก้แค้นในความคิดเดิมของเฟิ่งฟางเซียน มีเพียงความรู้สึกที่หวาดกลัวและหดหู่จากการถูกทำร้ายจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

นางจำได้ว่าสวีหลงเยียนเคยกดศีรษะของนางลงไปในสระน้ำ จนนางแทบจะขาดใจตาย เขาทรมานนางทั้งทางร่างกายและจิตใจ 

ชั่วช้าจริง ๆ!!! ทำไมถึงเลวกว่าต้นฉบับที่วางเอาไว้!!!

เฟิ่งฟางเซียนเป็นบุตรสาวของภรรยารองอยู่ในเรือน แม้จะเป็นคุณหนูรอง แต่ความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของนางนั้นค่อนข้างลำบากเป็นอย่างยิ่ง นางถูกเฟิ่งชิงฮวากดขี่ข่มเหง และต้องกลายมาเป็นแพะรับบาปในโทษทัณฑ์ที่นางไม่ได้เป็นคนก่อ 

ตำหนักเย็น

เฟิ่งฟางเซียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อได้มาพบกับตำหนักเย็นที่แสนจะทรุดโทรม หน้าต่างบานหนึ่งหลุดออกมา ประตูก็ชำรุด ด้านข้างมีแปลงผักโกโรโกโสอยู่สองสามแปลงที่มีหญ้าขึ้นรกทึบ สร้างความอนาถใจแก่นางไม่น้อย 

นิยายยังเขียนไม่จบ นางเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนต่อไปนางจะต้องพบเจอกับอะไร? 

"เฟิ่งผินเพคะ บ่าวจะไปก่อฟืนต้มน้ำให้พระองค์ได้ทรงชำระพระวรกาย อีกเดี๋ยวบ่าวจะจัดการซ่อมหน้าต่างและประตูนะเพคะ"

เฟิ่งฟางเซียนหันไปมองหลิวหมัวหมัวชราก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย 

"ช่วยกันทำเถิด หลิวหมัวหมัวอายุขนาดนี้แล้วยังต้องมาลำบากกับข้าอีก"

"ไม่ลำบากเลยเพคะ หม่อมฉันยินดีรับใช้พระสนมด้วยชีวิต"

หลิวหมัวหมัวมองเฟิ่งฟางเซียนด้วยสายตารักใคร่ นางเอ็นดูสนมน้อยนางนี้ยิ่งนัก เพราะความชั่วช้าของคนอื่น ทำให้นางต้องมารับโทษที่แสนทรมานเช่นนี้ ทุก ๆ คืนนางจะได้ยินเสียงของเฟิ่งฟางเซียนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ครั้งแล้วครั้งเล่า ช่างน่าสงสารจับใจ นางเองก็จนปัญญาที่จะช่วยเหลือด้วยเป็นเพียงนางกำนัลผู้ต่ำต้อย 

ตำหนักมังกร

"ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ"

"อืม ลุกขึ้นเถิดไม่ต้องมากพิธี หลินกุ้ยเฟย"

สวีหลงเยียนเอ่ยโดยที่ไม่ได้เงยหน้าไปมองนางแม้แต่น้อย หลินกุ้ยเฟย หรือ หลินหลานฮวา เป็นบุตรสาวของท่านเสนาบดีกรมพระคลัง ด้วยความดีความชอบของบิดา ทำให้นางได้เข้าวังมาเป็นกุ้ยเฟย ต่างกับเฟิ่งฟางเซียนที่เป็นถึงบุตรสาวของกรมขุนนาง บิดามีอำนาจมากมาย สามารถสั่งย้ายหรือปลดขุนนางได้ แต่เป็นเพราะเฟิ่งชิงฮวาทำงามหน้าเอาไว้ แทนที่จะได้ขึ้นเป็นฮองเฮากลับทำให้เฟิ่งฟางเซียนเข้าวังมาในตำแหน่งผินเพียงเท่านั้น ทำให้ตอนนี้ดูเหมือนตระกูลหลินจะมีอำนาจมากกว่าตระกูลเฟิ่งเสียอีก

หลินกุ้ยเฟยชำเลืองมองสวีหลงเยียนด้วยแววตารักใคร่ ฝ่าบาทช่างรูปงามและทรงเสน่ห์เหลือล้น เป็นที่หมายปองของสตรีในใต้หล้า 

สวีหลงเยียนนั้นเพิ่งจะได้ขึ้นครองราชย์เป็นปีแรกหลังจากที่พระบิดาและพระมารดาสิ้นพระชนม์ไปเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาเองยังไม่คิดแต่งตั้งฮองเฮา และวังหลังก็ไม่มีไทเฮาคอยกำกับดูแล ทำให้ค่อนข้างไร้ระเบียบกฎเกณฑ์ไม่น้อย

หลินกุ้ยเฟยค่อย ๆ เดินเข้าไปบีบนวดที่หัวไหล่ให้สวีหลงเยียน เขารู้สึกดีไม่น้อย จึงเคลิบเคลิ้มตามการบีบนวดของนางไปด้วย

 "ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันได้ยินท่านพ่อเล่าให้ฟังว่า เหล่าขุนนางกดดันพระองค์ให้ทรงแต่งตั้งฮองเฮา...โอ๊ย!!! ฝ่าบาท!!!"

สวีหลงเยียนยื่นมือไปบีบที่ข้อมือของหลินกุ้ยเฟยอย่างแรง แววตาของเขาฉายแววอำมหิต จ้องมองหลินกุ้ยเฟยอย่างไม่ลดละ 

เขาเห็นความโสมมในวังหลวงมามากมายเหลือเกิน  สตรีที่เคยเรียบร้อยอ่อนหวานงดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม พอได้เหยียบย่างเข้ามาในวังหลวงก็กลับกลายเป็นนางงูพิษ คิดหวังแต่จะเสพสุขกับอำนาจของเขา 

"ฝะ ฝ่าบาท!!!"

"ท่านพ่อของเจ้าสั่งให้เจ้ามาหว่านล้อมข้าหรือ?"

"ไม่ใช่นะเพคะ!!! ท่านพ่อเพียงแค่มาเล่าให้หม่อมฉันฟัง"

"เล่าให้เจ้าฟัง เพื่อจะให้เจ้ามายั่วยวนข้า และมอบตำแหน่งฮองเฮาให้แก่เจ้า?"

"ไม่ใช่นะเพคะ"

หลินกุ้ยเฟยใบหน้าซีดเผือด ในบรรดาสนมของฝ่าบาท นางนับว่าได้ใกล้ชิดและสนิทสนมกับฝ่าบาทมากกว่าสนมนางอื่น 

"หุบปากของเจ้าเสีย หากข้าได้ยินเจ้าพูดเรื่องแต่งตั้งฮองเฮาอีก ข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้ง"

"เพคะ!!!"

"ไสหัวไป!!!"

หลินกุ้ยเฟยรีบลนลานออกไปจากตำหนักของสวีหลงเยียนทันที 

ขันทีคนสนิท ส่ายหน้าไปมาอย่างช้า ๆ  เหตุใดนางสนมเหล่านี้จึงชอบสร้างความขุ่นเคืองพระทัยให้แก่ฝ่าบาท 

"ฝ่าบาท"

สวีหลงเยียนหันไปมองเล็กน้อย คิ้วที่ขมวดเป็นปมคลายออกจากกันทันที 

"มีอะไร?"

"คืนนี้ต้องทรงเปิดป้ายนะพ่ะย่ะค่ะ เพื่อให้พระสนมได้เข้ามาปรนนิบัติรับใช้ พระองค์ไม่ได้ทรงเปิดป้ายนานแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ"

สวีหลงเยียนปรายตามองขันทีคนสนิทด้วยความเบื่อหน่าย 

"ข้าไม่เลือก ข้าไม่มีอารมณ์ หากข้าอยากทำข้าจะไปหาพวกนางเอง ป้ายพวกนี้ไม่จำเป็น อีกอย่างวันนี้ข้าเหนื่อยไม่อยากทำสิ่งใดทั้งสิ้น"

"ฝ่าบาท"

"เจ้าไม่เชื่อหรือ ข้าจะให้ดู"

สวีหลงเยียนถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เผยให้เห็นท่อนเอ็นลำมังกรที่เหี่ยวแห้ง ขันทีคนสนิท ถอนหายใจอย่างนึกปลง 

"เหี่ยวเช่นนี้ทรงบรรทมเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

สวีหลงเยียนหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ ในหัวของเขานึกถึงใครบางคน ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ 

เฟิ่งฟางเซียน!!!

ด้านเฟิ่งฟางเซียนนั้น ตอนนี้นางซ่อมบานหน้าต่างและประตูเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันค่อนข้างจะแน่นหนาใช้ได้ ตอนที่ยังอยู่ในร่างปัจจุบันเวลาที่ของในบ้านพังหรือชำรุดนางก็ซ่อมเองเช่นนี้ 

"พระสนม เสวยชาดับกระหายก่อนเพคะ"

"ขอบใจมากนะหลิวหมัวหมัว"

เฟิ่งฟางเซียนยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มจนหมด วันนี้นางเหนื่อยเหลือเกิน ซ่อมตำหนักเรียบร้อยก็ควรพัก พรุ่งนี้ค่อยช่วยหลิวหมัวหมัวถางหญ้าที่สวนผักจะได้ปลูกผักกินได้ 

หลิวหมัวหมัวไปเตรียมอาหารให้นางที่ด้านนอกตำหนัก ส่วนนางเองก็กำลังนั่งแช่น้ำอุ่นอยู่ในอ่างน้ำ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าลงไปได้มาก 

เฟิ่งฟางเซียนหลับตานอนแช่น้ำไปได้เพียงครู่เดียว นางก็ได้ยินคล้ายกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาหานาง

​​​​         ยังไม่ทันที่นางจะได้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ สวีหลงเยียนก็เปิดม่านและเดินเข้ามาหานางอย่างถือวิสาสะ 

"ว้าย!!! ฝ่าบาท"

"ตกใจหรือ? สนมรักของข้า"

เฟิ่งฟางเซียนลอบสบถด่าทอเขาในใจ เขาเห็นนางร่างกายเปลือยเปล่าแล้วยังกล้าเดินเข้ามาอีก น่าเกลียดที่สุด!!!

สวีหลงเยียนหยิบเสื้อผ้าของนางที่วางอยู่บนโต๊ะ โยนทิ้งออกไปที่นอกหน้าต่าง เฟิ่งฟางเซียนถลึงตามองเขาด้วยความโกรธไม่น้อย 

"ฝ่าบาท โยนเสื้อผ้าหม่อมฉันทิ้งทำไมเพคะ?"

"หึ ทำไมหรือ? เจ้าจะถอดหรือจะใส่ ก็ไม่สำคัญกับข้า ข้าไม่มีวันหลงใหลเรือนร่างสกปรกของเจ้าหรอก"

เฟิ่งฟางเซียนหันไปมองโดยรอบเพื่อจะหาผ้าคลุมหรืออะไรสักอย่างที่สามารถปกปิดเรือนร่างของนางได้ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า 

คนผีทะเล!!! นิสัยไม่ดี!!!

"วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี จึงอยากจะมาหาเจ้าเพื่อระบายอารมณ์เสียหน่อย"

"หม่อมฉันอาบน้ำอยู่เพคะ"

"ลุกขึ้นมา!!!"

"อะไรนะเพคะ?"

"ลุกขึ้นมา!!!"

"หม่อมฉันไม่ได้.."

"ข้าดูก็ไม่รู้สึกอันใดกับเจ้า!!! อย่าหลงตนเองให้มันมากนัก!!! ลุกขึ้นมา"

"ไม่เพคะ"

"ฟางเซียน!!! "

"โอ๊ะ!!! ฝ่าบาท!!!"

สวีหลงเยียนดึงร่างของนางให้ลุกขึ้นมาจากอ่างน้ำอุ่น เขามองพิจารณาเรือนร่างของนางด้วยสายตาที่ล้ำลึก 

หน้าอกอวบอิ่มใหญ่โต เอวบางระหง เนินสวาทที่ไร้ขน

เขาชอบมาก!!!

ไม่สิ!!! ไม่ชอบ!!!

เฟิ่งฟางเซียนอับอายเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยต้องมาอับอายเช่นนี้ ตอนยังอยู่ในโลกปัจจุบันแม้นางจะเคยผ่านการมีแฟน ผ่านการร่วมหลับนอนด้วยกัน แต่ก็ไม่เคยมีใครมาทำกับนางเช่นนี้!!! 

"หึ เรือนร่างอุบาทว์ยิ่งนัก"

"อุบาทว์แล้วมองทำไมเพคะ?"

"ใครมองเจ้า!!! หึ เอาเถอะ วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ!!!"

สวีหลงเยียนปลดเปลื้องชุดมังกรสีทองที่สวมใส่เอาไว้ออกจนหมด แล้วจึงใช้ฝ่ามือใหญ่กอบกุมลำแท่งไผ่ใหญ่ยาวเอาไว้ สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองเฟิ่งฟางเซียนด้วยความสาแก่ใจ 

ใหญ่จัง!!!

เฟิ่งฟางเซียนลอบแลบลิ้นเลียปากตนเอง นางจ้องมองสวีหลงเยียนที่เดินใกล้นางเข้ามาเรื่อย ๆ จนนางต้องถอยหลังหนี 

"อย่าเข้ามานะเพคะ"

"เจ้ากลัวหรือ ยิ่งกลัว ข้ายิ่งมีอารมณ์!!!"

โรคจิตที่สุด!!!

"ซี้ดดด!!! อ่าส์!!!"

ยิ่งเฟิ่งฟางเซียนเดินหนี สวีหลงเยียนก็ยิ่งต้อนนางให้จนมุม เขาชักรูดลำแท่งเอ็นร้อนขึ้นลงอย่างถี่เร่า ปากก็พร่ำครวญครางด้วยความเสียวกระสัน 

เฟิ่งฟางเซียนหมดคำจะด่าเขาแล้ว สนมมีตั้งมากมายเหตุใดต้องมาทำให้นางดูเช่นนี้ด้วย 

"ดู!!! ดูให้เต็มตา!!! กลัวหรือไม่?"

"ไม่กลัวเพคะ!!!"

สวีหลงเยียนชะงักมือค้างกลางอากาศ ก่อนจะผละมือออกมาจากลำแท่งเอ็นใหญ่ยาว และมาลูบไล้ที่ใบหน้าของนางแทน 

เฟิ่งฟางเซียนบิดเบ้ใบหน้าด้วยความรังเกียจ 

จับตรงนั้นแล้วยังจะเอามาจับหน้าสวย ๆ ของนางอีก!!!

"หน้าด้านขึ้นมาแล้วสินะ!!!"

"ปล่อยเพคะ"

"ไม่!!! เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!!! สตรีตระกูลเฟิ่งหน้าด้านหน้าทนเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง"

"ปล่อยเพคะ ก่อนที่หม่อมฉันจะหมดความอดทน!!!"

"เจ้ากล้าหรือ!!!"

"เพคะ โอ๊ะ!!!"

เพราะยื้อแย่งฉุดกระชากกันไปมา ทำให้ร่างบางระหงของเฟิ่งฟางเซียนล้มลงไปทับร่างหนาใหญ่ของสวีหลงเยียนที่พื้นห้อง เขาพยายามผลักนางออก แต่ในจังหวะที่นางกำลังจะลุกขึ้นมานั่งนั้น สวีหลงเยียนกลับลุกตามมาด้วย ทำให้นางไม่ทันระวังล้มลงไปนั่งบนท่อนขาแกร่งของเขา ลำแท่งเอ็นร้อนขนาดใหญ่บดเบียดเข้าไปในรูสวาทของนางจนมิดด้าม 

เฟิ่งฟางเซียนซู้ดปากด้วยความจุกแน่น มันทั้งเจ็บทั้งคับและเสียวเหลือเกิน

"อูยยย ฝ่าบาทเพคะ!!!"

สวีหลงเยียนก็ยังอยู่ในอาการตกตะลึง เขาไม่เคยมีอะไรกับสตรีมาก่อน แม้ภายนอกจะเล่าลือว่าได้ยินเสียงนางสนมร้องครวญครางปานจะขาดใจ แต่แท้จริงแล้วนั้น ทุกครั้งที่ไปตำหนักนางสนม เขาจะช่วยตัวเองให้พวกนางดู และให้พวกนางแหกปากร้องเพื่อเพิ่มอารมณ์ให้แก่เขา และขยับเตียงไปด้วยเพื่อความสมจริง เขาไม่เคยแตะต้องพวกนางเลยแม้แต่น้อย 

แต่วันนี้สตรีตระกูลเฟิ่งที่แสนต่ำช้า กลับกล้ารุกล้ำอาณาจักรพรหมจรรย์ที่แสนล้ำค่าของเขา!!!

"ซี้ดดด!!! ออกไป สตรีแพศยา!!!"

"ฝ่าบาทเพคะ อื้อ!!!"

"ออกไป!!! โอ้วว"

"ออกไม่ได้แล้วเพคะ ถ้าฝ่าบาทไม่ทำหม่อมฉันทำเองเพคะ!!!"

สวีหลงเยียนดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองเฟิ่งฟางเซียนที่ร่อนสะโพกงอนงามขยับขึ้นลงอยู่บนร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วและถี่เร่า

จากอาการต่อต้านในคราแรกเริ่มกลับกลายเป็นความเสียวซ่านที่แทบจะทนไม่ไหว 

"โอ้วว ฟางเซียน!!! สตรีชั่ว!!! "

"ชั่วแล้วเสียวหรือไม่เพคะ อ๊าส์!!!"

"ไม่!!! เสียว!!! มาก!!! ซี้ดดด"

เฟิ่งฟางเซียนใกล้จะถึงแดนสวรรค์แล้ว นางเร่งจังหวะขยับบั้นท้ายขึ้นลงที่ลำแท่งแก่นกายขนาดใหญ่ยักษ์ของเขาอย่างเพลิดเพลิน สวีหลงเยียนไม่เคยผ่านมือสตรีใดมาก่อน เขาจึงทำได้เพียงนอนราบไปกับพื้นรองรับแรงกระแทกกระทั้นจากนาง เฟิ่งฟางเซียนคว้าฝ่ามือหนาใหญ่ทั้งสองข้างของเขาให้มากอบกุมบีบเคล้นคลึงที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มเต่งตึงทั้งสองข้างของนาง สวีหลงเยียนค่อนข้างตกใจไม่น้อย แต่เมื่อได้ลองสัมผัสมันกลับนุ่มนิ่มเด้งขึ้นลงราวกับเต้าหู้ ยิ่งบีบขยำก็ยิ่งสนุกมือไม่เบา

"อ่าส์!!! ข้าจะไม่ไหวแล้ว!!!"

"หม่อมฉันก็ไม่ไหวเพคะ อื้ออ!!!"

น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งเข้าในร่องหลืบสีหวานของนางจนฉ่ำแฉะ เฟิ่งฟางเซียนทิ้งร่างลงไปนอนบนพื้นด้วยความเหนื่อยหอบ นานแล้วที่นางไม่ได้สุขสมในอารมณ์เช่นนี้ 

สวีหลงเยียนหันไปมองนางอย่างช้า ๆ บัดนี้นางได้นอนหลับไปเสียแล้ว เขาเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไร จึงถอดเสื้อคลุมมาคลุมให้นาง ก่อนจะเดินกลับตำหนักไปด้วยท่าทีร้อนรน 

คืนนั้นทั้งคืนสวีหลงเยียนพยายามข่มตาให้หลับเช่นไรก็หลับไม่ลงแม้แต่น้อย เวลาที่หลับเขามักจะเห็นภาพของเฟิ่งฟางเซียนที่ขยับเคลื่อนไหวอยู่บนตัวเขาอย่างเพลิดเพลิน 

นี่เขาตกเป็นของนางแล้วเช่นนั้นหรือ?

ไม่จริง!!!

​​​​

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า   ตอนพิเศษ จนแก่เฒ่า

    เฟิ่งฟางเซียนให้กำเนิดพระโอรสอีกองค์ในเวลาต่อมา สวีหลงเยียนรู้สึกปลื้มใจไม่น้อย เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะมีอีกสักห้าคนในเร็ววันนี้ สถานการณ์บ้านเมืองเริ่มกลับมาปกติสุขมากยิ่งขึ้น ราษฎรอยู่กันอย่างร่มเย็น ไร้สงคราม ไร้กบฏ ทุกคนต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เว่ยอ๋องเดินทางมาเยี่ยมสวีหลงเยียนที่เมืองหลวงเสียนหยาง พร้อมกับนำสาวงามมากมายมามอบเป็นเครื่องบรรณาการให้แก่เขา สวีหลงเยียนปรายตามองเว่ยอ๋องด้วยความหงุดหงิด เห็นเขาเป็นคนบ้ากามเช่นนั้นหรือ!!!"ฝ่าบาทนี่เป็นสาวงามที่ขึ้นชื่อจากแคว้นเว่ย มิทราบว่าฝ่าบาททรงถูกใจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"ถูกใจกับผีน่ะสิ!!! นี่หาเรื่องให้เขาทะเลาะกับเมียใช่หรือไม่?"ส่งนางไปเป็นนางกำนัลของฮองเฮา ไม่ต้องมาเสนอหน้าอยู่ใกล้ข้า ข้ารำคาญ""ฝ่าบาทนี่เป็นสาวงามขึ้นชื่อเชียวนะพ่ะย่ะค่ะ""เจ้าอยากขึ้นชื่อว่าตายเพราะโดนข้าถีบยอดหน้าหรือไม่เล่า!!!"เว่ยอ๋องรีบหุบปากทันที แต่ไหนแต่ไรมาฮ่องเต้พระองค์นี้เคยพูดจาไว้หน้าใครเสียที่ไหนกัน แม้แต่คนหัวหงอกเช่นเขายังโดนถอนจนแทบจะกลายเป็นหัวล้านอยู่แล้ว "เว่ยอ๋อง ข้าได้ยินมาว่าท่านเชี่ยวชาญด้านการแต่งบทกลอนบทกวีบอกรัก ใช่หรือไม่?""โอววว ฝ

  • สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า   บทที่ 19 ชะตาชีวิตของสวีเหมยหลิง

    เมื่อสวีหลงเยียนขึ้นไปยืนมองดูสถานการณ์บนกำแพงเมือง เขาก็พบว่ายามนี้หวางต้าเฟิ่งและฉู่อ๋องกำลังมุ่งหน้ามาทางประตูเมืองเสียนหยางดั่งเช่นที่สวีมู่หรงเอ่ยไว้ไม่มีผิด เหล่าทหารนักรบเรือนห้าแสนนายต่างถือดาบมุ่งตรงมาทางพวกเขา หวางต้าเฟิ่งยกยิ้มเจ้าเล่ห์จ้องมองสวีหลงเยียนราวกับผู้ชนะ สายตาหยาดเยิ้มของเขาหันมาจ้องมองเฟิ่งฟางเซียนด้วยความหลงใหล อีกไม่นานเสียหรอก ทั้งแผ่นดิน บัลลังก์ และสตรีโฉมงามจะต้องตกเป็นของข้าทั้งหมด ยามนี้ป้ายสั่งการทหารอยู่ในมือของเขาแล้ว สวีหลงเยียนย่อมต้องตกตายในเงื้อมมือของเขาในไม่ช้านี้เป็นแน่"สวีหลงเยียน วันนี้เป็นวันตายของเจ้าแล้ว ข้าสัญญาว่าจะให้เจ้าค่อย ๆ ตายอย่างช้า ๆ ได้มองดูความยิ่งใหญ่ของข้าก่อนตาย ฮ่า ๆๆๆ ช่างสาแก่ใจข้ายิ่งนัก ดูเอาเถิด!!! แม้แต่พี่สาวของเจ้ายังหักหลังเจ้าเลย ช่างน่าสมเพชสิ้นดี"สวีหลงเยียนส่งเสียงเฮอะในลำคอ เขาจ้องมองสวีเหมยหลิงที่นั่งอยู่บนม้าตัวเดียวกับหวางต้าเฟิ่งด้วยสายตาที่สั่นไหว สวีเหมยหลิงส่งยิ้มให้เขา แต่มันช่างเป็นรอยยิ้มที่โศกเศร้าที่สุดตั้งแต่เขาได้พบเจอมาหากเขานำป้ายสั่งการทหารออกมา เขาย่อมเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ แต่ทว่าพ

  • สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า   บทที่ 18 ป้ายสั่งการของจริง

    สวีหลงเยียนมององค์ชายน้อยที่นอนหลับตาพริ้มด้วยสายตารักใคร่ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก เจ้าเกิดมาในช่วงที่สงครามก่อตัวขึ้นและแผ่นดินกำลังจะลุกเป็นไฟ เฟิ่งฟางเซียนในยามนี้นางแข็งแรงขึ้นมากแล้ว แต่ยังคงต้องพักรักษาร่างกายเพิ่มอีกสักหน่อยยามนี้เยี่ยนอ๋องและฉู่อ๋องสามารถยึดครองชายแดนทางทิศเหนือของเขาเอาไว้ได้แล้ว สวีมู่หรงจำต้องรีบนำทหารที่เหลือรอดหนีตายกลับมายังเสียนหยาง รวมถึงนำราษฎรที่เหลือรอดชีวิตมุ่งหน้ากลับมากับเขาด้วย เยี่ยนอ๋องและฉู่อ๋องกระทำการโหดเหี้ยมไร้ความเป็นมนุษย์ พวกมันปล้นฆ่าชาวบ้านอย่างเลือดเย็น ใครที่คิดต่อต้านพวกมันจะลงมือเข่นฆ่าราวกับผักปลา สวีหลงเยียนนั่งมองสวีมู่หรงที่บาดเจ็บกลับมาด้วยสายเย็นเยียบ เห็นทีสงครามในครั้งนี้เขาคงจะต้องออกไปต่อสู้ด้วยตนเองเสียแล้ว เป้าหมายของพวกมันก็คือตัวเขา หากเขาตายไปเสีย หวางต้าเฟิ่งต้องตั้งตนเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ บ้านเมืองจะต้องลุกเป็นไฟ ราษฎรคงต้องอกสั่นขวัญผวาเป็นแน่ "เจ้าไปพักรักษาตัวก่อนเถิด ข้าจะออกไปต้านทัพของเยี่ยนอ๋องด้วยตัวข้าเอง""เสด็จพี่ กองทัพของพวกมันแข็งแกร่งไม่น้อยนะพ่ะย่ะค่ะ""ข้ารู้ แต่ข้าไม่มีทางขี้ขลาดหวาดกลัวให้พวกมันม

  • สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า   บทที่ 17 ประสูติพระโอรส

    ใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว ยามนี้เฟิ่งฟางเซียนก็ท้องใหญ่ขึ้นไม่น้อย นางใกล้จะคลอดอีกไม่นานนี้แล้ว สวีหลงเยียนจึงแต่งตั้งนางขึ้นเป็นกุ้ยเฟย เดิมทีเขาคิดจะแต่งตั้งนางให้เป็นฮองเฮา แต่ด้วยเพราะสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ทำให้เขาต้องเลื่อนเรื่องนี้ออกไปเสียก่อน สวีมู่หรงส่งข่าวมาแจ้งแก่เขาว่าฉู่อ๋องสมคบกับเยี่ยนอ๋องเพื่อก่อกบฏ และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือ พี่หญิงได้มอบป้ายสั่งการทหารให้แก่หวางต้าเฟิ่ง เขาพอจะคาดเดาสถานการณ์ในตอนนี้ได้ทันทีว่าอีกไม่นานสงครามระหว่างแคว้นต้องก่อเกิดขึ้นมาเป็นแน่ แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่หญิงทำลงไป แต่เขาก็ไม่คิดจะโกรธเกลียดนางเลยแม้แต่น้อย นางคงมีเหตุผลของนาง แต่ทว่าเหตุผลนั้นก็คือการที่นางคิดร่วมมือกับหวางต้าเฟิ่งเพื่อกำจัดเขาซึ่งเป็นน้องชายร่วมสายเลือดเดียวกันกับนางความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องร่วมสายเลือดนั้น ท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการแย่งชิงแผ่นดินและอำนาจของกันและกัน "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!!!"ขันทีชราเร่งรุดวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีตระหนกปนความเหนื่อยหอบ สวีหลงเยียนจ้องมองเขาเล็กน้อยด้วยความสงสัย "มีเรื่องใดกัน?""เฟิ่งกุ้ยเฟยจะมีประสูติกาลแล้วพ่ะย่ะค่ะ

  • สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า   บทที่ 16 หลินกุ้ยเฟยตกตาย

    นางกำนัลห้องเครื่องถูกนำตัวเข้ามาในตำหนักใหญ่อย่างลับ ๆ นางนั่งตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่คาดคิดว่าฝ่าบาทจะล่วงรู้ว่านางเป็นคนใส่ยาพิษลงไปได้รวดเร็วเช่นนี้ "ฝะ ฝ่าบาท!!!""ใครบงการเจ้าให้วางยาพิษพระสนมของข้า?"นางกำนัลยังคงนั่งก้มหน้าเงียบไม่ยอมปริปาก นางไม่อาจเอ่ยปากบอกแก่ฝ่าบาทได้ว่าเป็นฝีมือของหลินกุ้ยเฟย หากนางถูกฆ่าปิดปากนางจะทำเช่นไรกันเล่า แล้วนางเอ่ยวาจาปากเปล่าโดยที่ไร้หลักฐานเช่นนี้ มิเท่ากับโยนตนเองลงไปบนกองไฟหรอกหรือ!!!แต่การที่ถูกฝ่าบาทจับได้เช่นนี้ก็เหมือนกับการนั่งรอความตายไปแล้วกึ่งหนึ่งอยู่ดี สวีหลงเยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาพยายามข่มอารมณ์มิให้ความโกรธครอบงำจนเสียแผน คราแรกเขาคิดว่าเป็นฝีมือของเยี่ยนอ๋อง แต่จะว่าไปแล้วเยี่ยนอ๋องคงมิกล้าทำการอุกอาจเช่นนี้ยามอยู่ในอาณาเขตการปกครองของเขาแน่นอน หวางต้าเฟิ่งเป็นพวกหมาลอบกัดจากที่ลับ ยามอยู่ในพื้นที่ของเขามันไม่กล้าเสนอหน้าลงมือเป็นแน่ สวีหลงเยียนยื่นมือขึ้นไปเชยคางของนางกำนัลน้อยผู้นั้นให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา สวีหลงเยียนพิจารณาใบหน้าของนางด้วยแววตาที่ล้ำลึก ใบหน้างดงามได้รูป ดวงตาคู่สวยที่ดูเย้ายวนจิตใจ นางช่างเป

  • สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า   บทที่ 15 วางยาพิษ

    สวีเหมยหลิงปรายตามองหวางต้าเฟิ่งด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ สิ่งใดที่เขาคิดมีหรือที่นางจะไม่รู้ แม้แต่สตรีมีครรภ์เขาก็ยังหมายตา เหตุใดเขาจึงชั่วช้าได้ถึงเพียงนี้ งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แต่ทว่าสายตาของสวีหลงเยียนกลับหันไปพบเข้ากับหวางต้าเฟิ่งที่มองมายังเฟิ่งฟางเซียนด้วยแววตาเป็นประกายแววตาของสวีหลงเยียนเย็นเยียบขึ้นมาทันใด เขาหันไปมองเฟิ่งฟางเซียนแต่กลับพบว่านางกำลังสนใจเพียงอาหารตรงหน้าไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่าถูกหวางต้าเฟิ่งแอบจ้องมองอยู่ ไม่ใช่แอบมองสิ! เรียกว่ามองแบบโจ่งแจ้งเลยต่างหากเล่า บังอาจนัก!!! กล้ามามองสนมของข้าต่อหน้าต่อตาข้าเชียวหรือ!!!หวางต้าเฟิ่งราวกับจะรับรู้ได้ว่าถูกสวีหลงเยียนจ้องมองมาอย่างคาดโทษ เขาจึงเบี่ยงเบนความสนใจจากเฟิ่งฟางเซียนและหันไปส่งยิ้มให้สวีหลงเยียนแทน สวีหลงเยียนส่งเสียงเฮอะในลำคออย่างดูแคลน ยิ้มเช่นนี้อยากโดนถีบหรือไร?หลังจากที่งานเลี้ยงจบสิ้นลง สวีหลงเยียนก็สั่งให้ทุกคนแยกย้าย หลินกุ้ยเฟยยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนจะแยกตัวกลับไปยังตำหนักของตนเอง สวีหลงเยียนยื่นมือไปจับแขนของเฟิ่งฟางเซียนเอาไว้ ทำให้นางต้องหันกลับมามองเขาด้วยแววตาสงสัย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status