ANMELDEN
เสียงหวีดเบรกของรถไฟฟ้าดังแทรกเข้าฉากวังหลังสุดร้อนแรงที่จีน่ากำลังอ่านอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ขณะที่เธอกำลังจะถึงฉากที่สนมเอกถูกฮ่องเต้ดิบเถื่อนจับกดลงบนเตียงแบบชนิดที่เธอเองยังต้องกลืนน้ำลาย…
“โอ๊ย! ทำไมมันค้างตรงนี้ล่ะวะ!” จีน่าพึมพำ หัวใจตึกตักเหมือนคนรอจุดพีคในชีวิต เธอเป็นสาวออฟฟิศธรรมดา ๆ ที่มีงานล้นหัวทุกวัน แต่เวลาอ่านนิยายวังหลังทีไร ชีวิตมันเหมือนโดนเติมไฟ โดยเฉพาะนิยายแนวสนมเถื่อนดิบ ๆ ที่ฮ่องเต้คลั่งรัก นั่นยิ่งเป็นจุดอ่อนของเธอชนิดถอนตัวไม่ขึ้น
วันนี้เป็นวันศุกร์ คนในรถไฟฟ้าแน่นจนแทบจะกลั้นหายใจ การยืนอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว แต่จีน่าก็ยังง่วนกับนิยายเหมือนโลกนี้มีเธอกับสมาร์ตโฟนเท่านั้น
เธอเลื่อนจอขึ้น...
“ฮ่องเต้โน้มลง… มือใหญ่ของเขาลาก…”
จีน่ากลืนน้ำลาย นี่แหละ ของดี! ถึงฉากฮ่องเต้ตีขอบเตียงดัง ปัง! แล้ว
“กึก!”
มีคนชนจากด้านหลัง ทำให้ร่างเล็ก ๆ ของจีน่าเซไปข้างหน้าอย่างแรง เธอคว้าห่วงจับไม่ทัน มือที่ถือโทรศัพท์หลุดออก...
“ตุ้บ!”
คนตรงหน้าหันคมกลับมาด้วยสายตาหงุดหงิด
“ขะ...ขอโทษค่ะ!” จีน่ายกมือไหว้ เธอเก็บโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วถอนหายใจโล่งที่จอไม่แตก
แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เสียงประกาศก็ดังขึ้น “โปรดจับราวเพื่อความปลอดภัย…”
ทันใดนั้น รถไฟฟ้าส่ายแรงกว่าปกติ ชั่วเสี้ยววินาทีร่างจีน่าหงายหลัง
“เหี้ยเอ้ย!” เธออุทานคำหยาบด้วยความตกใจ แต่ปากไวเร็วกว่าความคิด และก่อนจะคว้าราวทัน…แสงไฟฟ้ากะพริบวูบ สติของเธอก็หายไป เสียงสุดท้ายที่ได้ยินเหมือนเสียงหัวใจตัวเองเต้นดัง ตุบ…ตุบ…ตุบ
…
…
ความมืดกลืนกินทุกอย่าง ไม่มีเสียงรถไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีความรู้สึกเจ็บ มีก็แต่ความว่างเปล่า… และกลิ่นหอมบางอย่างเหมือนดอกไม้โบราณ
จีน่าลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ สิ่งแรกที่เห็น ไม่ใช่เพดานรถไฟฟ้า แต่เป็นเพดานไม้แกะสลักลวดลายมังกรและเมฆสีทองสะท้อนแสงตะเกียงอย่างนุ่มนวล
เธอกะพริบตาปริบ ๆ
“อะไรเนี่ย…โรงละครจีน? หรือกูโดนส่งตัวมาโรงพยาบาลแล้วเขาตกแต่งห้องแบบจีนวังหลัง?”
กลิ่นเครื่องหอมลอยคลุ้ง ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลแน่นอน ผ้าม่านสีแดงอ่อนพัดเบา ๆ ตามลม ทั้งที่ในห้องไม่มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศซักชิ้น
จีน่าขยับตัวเล็กน้อย แล้วรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง...
บาง! ลื่น! เหมือนผ้าแพร!
เธอมองลงไป…
เธออยู่ในชุดนอนผ้าไหมบางเฉียบสีขาวที่แทบจะมองทะลุได้ ไหล่ข้างหนึ่งตกลงมาเผยผิวเนียนออกมากว่าครึ่ง
“เดี๋ยว ๆๆๆๆๆ นี่กูนอนชุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!? หรือว่าพวกหมอถอดชุดกูออกตอนปฐมพยาบาล? แต่ทำไมต้องใส่ชุดแบบ...อ๊ากกก แบบนี้ล่ะ!?”
ยังไม่ทันตั้งสติ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือใหญ่กลับแตะลงบนไหล่ของเธออย่างลื่นไหล แรงพอให้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ จีน่าตาโต หยุดหายใจทันที
มีเสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู เสียงที่ทั้งนุ่ม ทั้งทรงอำนาจ และ…อันตรายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“ตื่นแล้วรึ อิงอวี้”
อิง…อวี้? ใครวะ?
จีน่าหันขวับทันที แล้วสิ่งที่เห็นทำให้เธอเผลอกลั้นลมหายใจอีกครั้ง
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคายอย่างกับรูปปั้นเทพเจ้าโบราณ ดวงตาเข้มขรึมที่มองแล้วเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาล ผมยาวสีดำถูกรวบครึ่งศีรษะแบบเดียวกับฮ่องเต้ในหนัง เสื้อคลุมผ้าไหมสีดำปักมังกรทองที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำด้านใน
ความรู้สึกแรกของจีน่า นี่มันผู้ชายหล่อทะลุจักรวาลชัด ๆ
ความรู้สึกที่สอง เดี๋ยว…นี่มันตัวละครในนิยายที่กูอ่านเมื่อคืนรึเปล่า!?
เธอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ล้มลงนอนแผ่หราบนเตียงเสียก่อน เพราะหลังเธอติดหมอนสูง
ชายหนุ่มจึงโน้มตัวตามลงมาช้า ๆ ใบหน้าเขาเข้าใกล้จนเธอเห็นลมหายใจอุ่น ๆ พ่นรดผิวแก้ม
“จะหนีไปไหน…อิงอวี้” น้ำเสียงเขาทุ้มลึกจนสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ พูดช้า แต่หนักแน่น เป็นเสียงของคนที่เคยชินกับการสั่งและคนทั้งประเทศต้องเชื่อฟัง
จีน่าอ้าปากค้าง “อะ เอ่อ…คือ…ท่านเป็นใครคะ?”
ดวงตาคมกริบเบิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้มบาง ๆ ที่ทำให้เธอขนลุกซู่
“นี่เจ้ากล้าลืมข้า?” เขากระซิบชิดหู เสียงต่ำจนเหมือนขู่ข้างลำคอ “ข้าหลงจวิ้น…ฮ่องเต้ของแผ่นดินนี้”
แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยยยยยยย!! จีน่าแทบกรี๊ด แต่เสียงติดอยู่ในลำคอ เธอพึมพำในใจ นี่มันนิยายที่กูอ่านเมื่อคืนชัด ๆ! ไอ้ฉากบนเตียงที่ยังอ่านไม่จบ เมื่อกี้…ใช่! นี่มันตอนเดียวกันเลย! ฮ่องเต้เถื่อนไม่รออะไรทั้งนั้น! เขาจะ...โอ๊ยยย กูยังไม่พร้อม!
เธอสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วพูดตะกุกตะกัก “ข้า...ข้าไม่ใช่อิงอวี้ ท่านเข้าใจผิดแล้ว!”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงดิบและทรงอำนาจเหมือนเสือเพิ่งเจอเหยื่อนุ่ม ๆ เขาเอื้อมมือมาเชยคางเธอขึ้น
“ร่างนี้…ดวงตานี้…กลิ่นหอมนี้” เขาโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบชนแก้ม “ไม่ใช่อิงอวี้ แล้วจะเป็นใคร?”
จีน่าตะลึง หน้าแดงร้อนฉ่าเหมือนจะละลายเป็นไอ นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! กูทะลุมิติมาเป็นสนมราคะในวังจีน!?
เธอพยายามตั้งสติ พยายามผลักเขาออก แต่แขนของคนตัวใหญ่ตรงหน้าขยับนิดเดียวก็ทำให้ร่างเธอจมลงไปในผ้านวมผืนหนานุ่ม กลิ่นกายอุ่น ๆ ของเขาแผ่เข้ามา แรง และชัดเจนเกินไป
จีน่าคิดในใจ โอ๊ยยย! ถ้ามาแบบนี้อีกนิด กูไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่จะตายเพราะหัวใจหยุดเต้นแน่ ๆ!
เธอรวบรวมสติครั้งสุดท้าย พยายามเอาเหตุผลมาต่อรอง
“ท่านฮ่องเต้! ฉัน...เอ่อ...ข้า…ไม่สบายค่ะ! ปวดหัว! ปวดตัว! ปวด…ไปหมดเลย!”
ชายคิ้วเข้มขมวดมุ่น ราวกับไม่พอใจที่เธอปฏิเสธ แต่เขากลับก้มลงลูบแก้มเธอเบา ๆ เบาแบบที่ทำให้เธอตัวชาวาบยิ่งกว่าโดนไฟลวก
“ป่วย?” เขาพึมพำ “ก็ยิ่งต้องให้ข้าดูแลเจ้า ใกล้ ๆ”
ไม่! ไม่ใกล้! เอาไกลที่สุดเท่าที่ทำได้!
จีน่าเลิ่กลั่ก “ดะ...เดี๋ยวค่ะ! คือ…ข้ายัง…ยังไม่พร้อม...”
เขาโน้มลงจนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาสีเข้มของเขาลึกจนเหมือนหลุมดำของจักรวาล
“ไม่พร้อม?” เขากระซิบอย่างอันตราย “อิงอวี้…ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าเป็นฝ่าย ‘ไม่พร้อม’ กับข้า?”
แม่จ๋า…ร่างเดิมนี่มันตัวป่วนตัวไหนวะ!
จีน่ากัดริมฝีปากตัวเอง เธอรู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เล่น ๆ เขาคือฮ่องเต้ผู้ดิบเถื่อนที่สุดในแผ่นดิน คนที่สามารถทำให้สนมตายเพียงคำพูดเดียว คนที่ในนิยาย ไม่รู้จักคำว่าปฏิเสธบนเตียง แต่เพราะความกลัวลึก ๆ การต่อต้านแบบผิดจังหวะ และคำพูดสมัยใหม่ที่เธอหลุดออกมาไม่หยุด
ฮ่องเต้มองเธอ…เหมือนกำลังงงมากกว่าหงุดหงิด ร่างใหญ่ค้างนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินว่า ‘นี่ใช่คนเดียวกับเมื่อวานจริงหรือ?’
จีน่ารีบใช้จังหวะนั้น…ดันอกเขาเต็มแรง ผลคือ...ไม่ขยับแม้แต่น้อย
“ดันข้าหรือ?” เขาถามเสียงอันตราย แต่เหมือนมีรอยยิ้มซ่อนอยู่ “แรงแค่นี้…จะหนีข้าได้อย่างไร อิงอวี้”
จีน่ากัดฟันแน่น พูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาอีกครั้ง “ก็…ก็คนมันไม่อยากขึ้นเตียงกับท่านนี่คะ!”
เงียบ…ทั้งห้องเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจเธอเอง
ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ แต่คราวนี้…สายตาเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่แรงปรารถนา แต่เป็นความสงสัยปนสนุก เหมือนเขาเจอเหยื่อที่น่าสนใจกว่าเดิมหลายเท่า
“ดี…” เขากระซิบ “งั้นข้าจะทำให้เจ้าพูดประโยคนี้…ไม่ได้อีกเลย”
อ้ากกกกกกกกกกกกกกก!! กูจะหนีไปไหนได้วะเนี่ยยยยยยยย!!
จีน่าแทบจะร้องออกมา แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ยันไว้บนหมอน ร่างใหญ่ของฮ่องเต้คร่อมอยู่เหนือเธอ แรงกดของวงแขนเหมือนกรงขังของเสือสมชื่อ
แต่...ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้น ประตูห้องก็ถูกเคาะ
“ปัง ๆ ๆ!”
เสียงขันทีรีบเร่งดังขึ้น “ฝะ...ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! มีข่าวด่วนจากวังหน้า!”
ฮ่องเต้หยุดขยับราวกับเสือโดนดึงเชือกปลอกคอ หันกลับไปมองประตูด้วยสายตาเย็นเฉียบ...เย็นจนขันทีคนนั้นแทบหายใจไม่ออก
จากนั้นเขามองเธออีกครั้ง “คืนนี้…ค่อยว่ากันใหม่”
ยังไม่ทันให้เธอเถียง เขาโน้มลง...ปลายผมยาวพาดแก้มเธอ ริมฝีปากเขาแตะแก้มเธอเบา ๆ อย่างจงใจ ก่อนผละออกไปด้วยสายตาที่สัญญาว่า คืนนี้…เธอไม่รอดแน่
ประตูปิดลง ห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง จีน่าล้มลงบนเตียงพร้อมร้องกรี๊ดในใจ ‘พระเจ้า…กูตายเพราะฉากในนิยายจริง ๆ ด้วย!!!’
และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ชีวิต สนมเถื่อน ที่เธอไม่เคยสมัครใจ…แต่เสือเถื่อนทั้งวัง…ไม่ได้ถามความสมัครใจเลยสักนิด
เธอคิดถึงคืนที่อิงอวี้คลุ้มคลั่งในฝัน ถึงคำพูดของเหม่ยซินที่ว่า “มัดเขาไว้ด้วยไฟของเจ้า” ถึงการที่ร่างนี้กลายเป็นเป้าหมายของความต้องการ ทั้งที่หัวใจลึก ๆ อาจจะไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นเลย“แล้ว…ตอนนี้ล่ะเพคะ” เธอรวบรวมเสียงถาม “ตอนนี้ในกายข้า…ยังมีสิ่งนั้นอยู่หรือไม่”อวี่เหวินหมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาวางนิ้วกลับลงบนข้อมือเธออีกครั้ง หลับตา ตรวจชีพจรอย่างละเอียด แล้วจึงพูดช้า ๆ“ทุกวันนี้…ไฟนั้นยังมีอยู่ แต่…” เขาลืมตาขึ้น มองเธออย่างจริงจัง “มันเบาลงมาก คล้ายถูก ‘อะไรบางอย่าง’ ขวางไว้”คำว่า “อะไรบางอย่าง” ทำให้จีน่าหัวใจเต้นแรง“อะไร…แบบไหนเพคะ” น้ำเสียงเธอเบากว่าปกติ“เหมือนมีผืนผ้าเปียกคลุมเตาถ่าน” เขาเปรียบเปรย “เตายังมีไฟอยู่ แต่เปลวไม่พุ่งออกมาเหมือนเดิม ยังมีความอุ่น…แต่ไม่ลุกโชนจนไหม้ทุกอย่าง”เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้เลือดในกายจีน่าไหลย้อนกลับ“ในทางแพทย์ล้วน ๆ หม่อมฉันอาจบอกว่า…ร่างกายท่านกำลังฝืนกลับมาสู่สมดุลหลังถูกยารบกวนมานาน” เขาว่า “แต่ในทางพลังลี้ลับ…”ดวงตาเขาล้ำลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มันคล้ายกับ…มี ‘วิญญาณใหม่’ เข้ามายืนขวางหน้ากองไฟนั้นเอาไว้”หัวใจจีน่าเหมื
เช้าวันถัดมา หลังคืนที่ความฝันแปลกประหลาดทำให้หัวใจปวดหนึบทั้งคืน จีน่าตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ปวดเมื่อยหลัง และหนักอกด้วยความจริงที่เพิ่งได้เห็นในความทรงจำของอิงอวี้ร่างเดิมเธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มือแตะหน้าอกตัวเองเบา ๆ ยังรู้สึกถึงเสียงสะอื้นในฝัน ยังเห็นภาพตัวเองหรืออีกคนหนึ่ง…นั่งอยู่ในอ่างน้ำ พึมพำคำว่า “สกปรก” ซ้ำ ๆ ราวกับสาปตัวเอง“อิงอวี้…” เธอพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าโดนไฟเผาแบบนั้นอีกแล้ว”ยังไม่ทันได้ดิ่งลงไปในความคิดนานนัก เสียงเคาะเบา ๆ ก็ดังที่ประตูห้องใน“ก๊อก ๆ”“ท่านเสียนเฟยเพคะ…” เสียงเสี่ยวหลันดังอย่างระมัดระวัง “มีหมอหลวงมาขอเข้าเฝ้าเพคะ”หมอหลวง? ตอนนี้?หัวใจจีน่าสะดุ้งนิด ๆ หรือเมื่อคืน…เธอร้องโอดครวญ “เอ็นหลังฉัน” ดังไปหน่อยจนคนทั้งวังรู้!?“หมอหลวง…มาทำไมหรือ?” จีน่าถามออกไปเสี่ยวหลันเลื่อนประตูเข้ามาเล็กน้อย โผล่ใบหน้ากลม ๆ เข้ามา“หมอหลวงอวี่เหวินหมิงเพคะ” น้ำเสียงเธอแฝงความเกรงใจและเคารพ “ทรงเป็นหมอหลวงผู้ดูแลฝ่าบาทและเหล่าสนมในวังใน…วันนี้บอกว่าอยากมาตรวจชีพจรให้ท่านเสียนเฟยเพคะ”จีน่าขมวดคิ้วอวี่เหวินหมิง…ชื่อคุ้น ๆใช่เลย ในไฟล์พล็อต เขา
ภาพในฝันกลับมาเป็นภาพบนเตียงอีกรอบ ร่างของอิงอวี้ไขว่คว้าหาไออุ่น ไม่ใช่ด้วยหัวใจที่เบิกบาน แต่ด้วยความจำยอมปนสิ้นหวังจีน่ารู้สึกจุกในอก จนต้องยกมือกดอกตัวเอง...ทั้งในฝัน และในร่างจริง……เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมลมหายใจที่กระชั้น แสงเทียนในห้องมอดไปแล้ว เหลือเพียงแสงจันทร์ซีด ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ห้องเงียบ เหมือนทั้งโลกหลับใหลฮ่องเต้หลงจวิ้นยังคงนอนอยู่ข้างหลัง แขนแข็งแรงของเขาพาดรัดเอวเธออย่างหลวม ๆ ลมหายใจสม่ำเสมออุ่น ๆ แผ่วรดต้นคอแต่หัวใจของจีน่า…ไม่สงบอีกต่อไป เธอค่อย ๆ เลื่อนมือจับแขนที่โอบอยู่ แล้วขยับตัวเล็กน้อยให้หันไปด้านข้าง มองใบหน้าด้านข้างของเขาในความมืด“เขา…ไม่รู้เลยสินะ” เธอพึมพำในใจ “ว่าก่อนข้าจะมาอยู่ในร่างนี้…อิงอวี้ต้องผ่านอะไรบ้าง”น้ำตาเอ่อขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ใช่เพราะเจ็บกาย แต่เป็นเพราะภาพอิงอวี้ในอ่างน้ำ ที่นั่งมองเงาตัวเองแล้วพูดคำว่า “สกปรก” เบา ๆจีน่าคิดมาตลอดว่า อิงอวี้คือสนมที่เลือกทางนี้เอง อยากเป็นสนมโปรด อยากยั่วผู้ชาย อยากป่วนวังหลัง แต่ความทรงจำที่หลุดเข้ามาคืนนี้…บอกอีกเรื่องหนึ่งอิงอวี้ไม่ได้ ‘เริ่มต้น’ จากความเลวร้ายเธอเริ่มจากความธรรมดาของหญิง
คืนเดียวกันนั้น หลังจากที่ทุกอย่างบนเตียงมังกรค่อย ๆ สงบลง เสียงลมหายใจของฮ่องเต้หลงจวิ้นเริ่มสม่ำเสมอขึ้นราวคนหลับ ส่วนจีน่า…ดวงตายังลืมโพลงมองเพดานผ้าม่านอย่างเหม่อลอยกล้ามเนื้อทั้งตัวเหมือนถูกใช้งานจนล้า แผ่นหลังที่เธอบ่นว่า “เอ็นหลังฉัน” ตอนต้นคืน ตอนนี้กลายเป็นความปวดหน่วง ๆ เฉพาะจุด แต่แปลก...หัวใจกลับไม่ได้รู้สึกแย่ทั้งหมดอย่างที่คิดเพราะในความดิบเถื่อนของเขา วันนี้มีอะไรบางอย่างที่อ่อนลง มากกว่าคืนก่อน ๆเธอขยับตัวเล็กน้อยให้สบายขึ้น ลมหายใจอุ่นของฮ่องเต้ที่เป่ารดต้นคอจากด้านหลัง เป็นเหมือนผ้าห่มอีกผืนที่ทำให้คนเราหลงลืมความกังวลไปทีละนิดไม่รู้ตัวเลยว่า…มนต์สะกดของความเหนื่อย และไออุ่นของคนข้างหลัง กำลังพาเธอจมดิ่งสู่ห้วงฝันอีกใบ ฝันที่ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของ ‘อิงอวี้คนเดิม’……ในฝันนั้น โลกมืดสนิท มืดจนไม่มีแม้แต่เงา แต่ท่ามกลางความมืด มีเสียงหอบหายใจถี่ ๆ ดังขึ้น หนักและร้อนราวกับคนกำลังไข้สูง จีน่าหมุนตัวหาต้นเสียง แล้วก็เห็น ‘ตัวเอง’หญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมบางเฉียบสีเดียวกับที่เธอสวมอยู่ในตอนนี้ ผมยาวสลวยปรกลงมาข้างแก้ม ผิวขาวผ่องแดงระเรื่อ เหงื่อเกาะเป็นเม็ดเล็ก ๆ ทั่วซ
จีน่ารู้สึก ทั้งร้อน ทั้งเขิน ทั้งปวดหลังปะปนกันไปหมด ความดุเดือดของเขาไม่หายไป แต่กลับมีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น...ความระมัดระวัง และความ ‘สังเกต’ เธอมากขึ้นหลายครั้งที่เธอหลุดคำแปลก ๆ ออกมา เช่น“เดี๋ยว ๆ… ช้า ๆ ก่อนค่ะท่าน!”“โอ้ย พระเจ้า… ลึกเกิน!”“ไม่โอเคแล้ว… ขอพักหายใจแป๊บนึง!”ทุกครั้งเขาจะชะลอจังหวะลงทันที หรี่ตาลงมองหน้าเธอแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากแล้ว… กลับมาแรงกว่าเดิมนี่ใช่อิงอวี้ที่เขารู้จัก หรือใครแอบสิงอยู่กันแน่คืนที่ควรมีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงเตียงลั่น กลับมีเสียงโอดครวญตลก ๆ ปนอยู่ด้วย ชั้นหนึ่งของความร้อนแรงจึงถูกเคลือบด้วยความฮาแบบไม่ตั้งใจจนในที่สุด คลื่นใหญ่ของทั้งสองก็พุ่งถึงจุดสูงสุดพร้อมกันหลงจวิ้นกดร่างเธอแนบแน่นกับตัวเอง กระแทกเข้าไปครั้งสุดท้ายลึกสุดใจ แล้วปล่อยทุกอย่างไว้ข้างในเธออย่างเต็มเปี่ยมจีน่าร้องชื่อเขาดังลั่น สั่นระริกไปทั้งตัว น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัวทั้งสองนอนทับซ้อนกันอยู่นาน หอบหายใจหนักแน่น ผ้าห่มหลุดลงพื้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผิวเนื้อแนบชิดกันจนแทบเป็นหนึ่งเดียวหลงจวิ้นค่อย ๆ ถอนตัวออก ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่
ม่านเตียงผ้าไหมถูกดึงปิดสนิท แยกโลกภายนอกออกจากโลกเล็ก ๆ บนเตียงมังกรอย่างเด็ดขาด ภายในมีเพียงแสงเทียนสลัว ๆ จากเชิงเทียนสองสามเล่ม เงาไหวของเปลวไฟวาดลวดลายบนผ้าม่านรอบเตียงคล้ายเปลวไฟที่กำลังเลียช้า ๆ ไปทั่วจีน่านอนนิ่งตัวเกร็งอยู่กลางเตียง มือกำผ้าห่มแน่นจนปลายนิ้วซีด หัวใจเต้นรัวชนิดที่เธอมั่นใจว่า ถ้าใครเอาหูมาแนบอกตอนนี้คงได้ยินชัดยิ่งกว่ากลองรบหลงจวิ้นนั่งอยู่ตรงปลายเตียง มองร่างบางที่พยายามห่อตัวเองกับผ้าห่มอย่างนึกขัน“เจ้าคิดว่าผ้าผืนบาง ๆ นี่จะกันข้าได้จริงหรือ อิงอวี้” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้สันหลังเธอสั่นวาบ“ก็…กันสายตาได้เพคะ” เธอหลุดตอบไปตามความคิด “อย่างน้อยข้าก็ไม่เขิน…จนเกินไป”ดวงตาคมเข้มเลิกคิ้วนิดเดียว“เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเขินขนาดนี้” เขาพึมพำ “เมื่อก่อน…เจ้าเป็นฝ่ายดึงผ้าห่มออกจากตัวเองเสียด้วยซ้ำ”โอเค…เกินไปนะ ‘อิงอวี้คนเดิม’จีน่ากัดริมฝีปากแน่น ขอแสดงความเสียใจกับตัวเองอีกหนึ่งรอบ ที่ต้องมารับกรรมแทนร่างนี้หลงจวิ้นค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ มือใหญ่ยกผ้าห่มขึ้นเบา ๆ แล้วสอดตัวเข้าไปใต้ผืนผ้านั้นอย่างง่ายดาย กลิ่นกายอุ่น ๆ แบบผู้ชายชัดเจนโอบล้อมทันที จนเธอแทบล







