เข้าสู่ระบบทะลุมิติทั้งที ทำไมไม่ไปอยู่ร่างคุณหนูไฮโซ… แต่ดันมาอยู่ในร่าง “สนมเถื่อน” ที่ฮ่องเต้ขึ้นเตียงด้วยทุกคืน! ฉัน...จีน่าคนธรรมดา ต้องมาเอาตัวรอดจากเสือเถื่อนที่จับฉันกอดเหมือนเป็นหมอนข้างส่วนตัว แถมยังต้องสืบว่าร่างนี้โดนใครวางยา และต้องช่วยฮ่องเต้ผนึกปีศาจในกายอีก!? ชีวิตในวังหลังมันโหดมากค่ะ แต่เลี้ยงเสือให้เชื่อง…ยากกว่า!
ดูเพิ่มเติมบรรยากาศในศาลาเปลี่ยนทันที คำว่า “ของขวัญ” ในวังหลัง…หมายถึงหลายอย่าง ทั้งเครื่องประดับ ทั้งคน ทั้งยา สายตาหลายคู่หันกลับไปมองเหม่ยซินโดยอัตโนมัติ เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่า ใครคือคนที่ชอบส่งยาบำรุงไปตำหนักอื่นในคราบคำว่า ‘หวังดี’เหม่ยซินนิ่งไปเสี้ยววินาที แต่ก็ยังรักษารอยยิ้มไว้ได้“อิงอวี้” นางหัวเราะเบา ๆ “เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจเลย”“ไม่เข้าใจก็ดีแล้วเพคะ” จีน่าตอบ “เพราะบางเรื่อง…ถ้าเข้าใจเร็วเกินไป อาจทำให้ต้องนอนหลับไม่สนิทในตำหนักตัวเอง”ทุกคนเงียบ…เงียบแบบที่แม้แต่เสียงลมพัดผ่าน ก็ยังได้ยินชัดในความเงียบนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ จากมุมศาลา เป็นเสียงของสนมลำดับกลาง ๆ คนหนึ่งที่ปกติไม่เคยโผล่ขึ้นมามีบทบาท“ข้าว่า…” นางกล่าวเสียงเบา “ต่อให้มีข่าวลือว่าเสียนเฟยเล่นตัวใส่ฝ่าบาท แต่ทุกคนก็เห็นว่าช่วงนี้ฝ่าบาทยังเสด็จไปตำหนักเสียนเฟยอยู่บ่อย ๆ แสดงว่า…คนที่พระองค์เชื่อ คงไม่ใช่ข่าวลือข้างนอกหรอกเพคะ”คำพูดนั้นเหมือนกำปั้นนิ่ม ๆ ที่ต่อยใส่ข่าวลือของเหม่ยซินไปหนึ่งที หลายคนพยักหน้าคล้อยตาม เพราะความจริง…ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ฮ่องเต้ยังเข้าหาอิงอวี้อย่างเปิดเผยเหม่ยซินสบตา
ตอนบ่าย มีการประชุมเล็ก ๆ ระหว่างสนมจากตำหนักต่าง ๆ ที่ศาลากลางสวน อ้างว่าเป็นงานดื่มชา ชมดอกไม้ แต่ทุกคนรู้ดี...ยิ่งช่วงวังหลังเริ่มวุ่น ‘งานดื่มชา’ ก็คืองานสอดส่องหน้ากันดี ๆ นี่เองจีน่าไปถึงพร้อมเสี่ยวหลัน ถูกนั่งจัดตำแหน่งไว้ด้านหนึ่งของวง ไม่ใกล้เหม่ยซิน แต่ก็ไม่ไกลพอจะไม่เจอดวงตาอีกฝ่ายเหม่ยซินในชุดปักลายหงส์สีอ่อน ยิ้มหวานเหมือนเคย ดวงตาเรียวยาวของนางมีประกายอ่อนโยนแบบคนดี แต่จีน่าตอนนี้…มองออกแล้วว่านั่นแค่ ‘เปลือก’“เสียนเฟยอิงอวี้มาถึงแล้ว” เจ้ากรมวังหญิงกล่าวเสียงดัง แต่ท่าทางสุภาพ “พวกเรากำลังดื่มชากันอยู่เชียว”เหม่ยซินหันมาทางจีน่า รอยยิ้มหวานจัดจนเหมือนน้ำผึ้งจะหยดออกมาจากมุมปาก“อิงอวี้ ข้ามองหาเจ้าอยู่พอดี” นางกล่าว “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเจ้ามาเดินเล่นในสวนเลย หรือว่ามัวแต่เหนื่อย…จนไม่มีแรงออกจากตำหนักแล้ว”ผู้หญิงหลายคนหัวเราะเบา ๆ คำว่า “เหนื่อย” ที่เหม่ยซินใช้…ทุกคนในที่นี้ตีความได้คำเดียว…เหนื่อยจากเตียงมังกรจีน่าแกล้งยิ้ม เดินไปนั่งในตำแหน่งของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน“เหนื่อยก็จริงเพคะ” เธอตอบเสียงเรียบ “แต่โชคดีที่ฝ่าบาททรงเมตตา ทำให้หม่อมฉันยังมีแรงมานั่งดื่มชาก
เสียงลมตอนสายพัดผ่านยอดหลังคากระเบื้องสีคราม คล้ายจะบอกว่าอีกวันหนึ่งในวังหลวงเริ่มต้นขึ้นแล้ว…อีกวันหนึ่งที่จีน่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนคมมีดบาง ๆ ที่พร้อมบาดเท้าได้ทุกเมื่อเช้าวันนี้ เธอนั่งกินโจ๊กข้าวหอมอยู่ในศาลาหน้าตำหนัก เสี่ยวหลันคอยตักกับข้าวให้ ส่วนเสี่ยวไป๋ยืนอยู่ด้านหลังเหมือนปกติ แต่กลิ่นในอากาศ…ไม่เหมือนเดิม“เจ้าได้กลิ่นไหม เสี่ยวหลัน” จีน่าถามพลางคนน้ำแกงไปมา “กลิ่นเหม็นอะไรไม่รู้…ลอยอยู่เต็มวังเลย”เสี่ยวหลันชะงัก “กลิ่น…อะไรหรือเพคะ”จีน่ายิ้มบาง ๆ “กลิ่นนินทาไง”ไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าก็วิ่งมาอย่างลนลาน นางกำนัลตัวเล็กจากห้องครัวรีบคุกเข่าลงหน้าศาลา หอบหายใจ“ท่านเสียนเฟยเพคะ…!” เสียงนางสั่น “ขะ…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ที่ลานซักผ้าเมื่อครู่…มีคนพูดถึงท่าน”เสี่ยวหลันกับเสี่ยวไป๋หันมามองหน้ากันแวบหนึ่ง แววตาแข็งขึ้นทันทีจีน่าโยนช้อนลงถ้วยอย่างเบา ๆ “พูดต่อสิ”นางกำนัลตัวเล็กเม้มปาก “พวกนางบอกว่า…ช่วงนี้ท่านเสียนเฟยทำตัว ‘เล่นตัวใส่ฝ่าบาท’ เพคะ บอกว่าฝ่าบาทเสด็จมาหาบ่อย แต่ท่านกลับป่วยบ้าง เหนื่อยบ้าง แกล้งหลับบ้าง ถึงขั้นว่า…ทำให้ฝ่าบาทต้องกลับตำหนักหลั
“จิตของนางยังไม่หายไปไหน” อาจารย์เสิ่นตอบ “เพียงแต่หลบลงไปลึกมาก เหมือนคนที่กำลังหลับในห้วงน้ำ หากเจ้าเปลี่ยนเส้นทางของชะตานี้ได้ วันหนึ่งนางจะได้หลับอย่างสงบ ไม่ใช่หลับในฐานะคนที่ถูกเรียกว่า ‘สนมราคะจัด’ แต่เป็นหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทำร้าย…แล้วมีคนมาช่วยชดใช้แทน”จีน่ารู้สึกว่าคำว่า “ชดใช้” กลับมาอีกครั้งในคืนนี้เธอหัวเราะในลำคอ “งั้นสรุปคือ…ข้าเป็นทั้ง ตัวเปลี่ยนชะตา ตัวชดใช้กรรม และภรรยาคอยจับหางเสือไม่ให้มันคลั่ง รวมในหนึ่งแพ็กเกจเลยสินะคะ”อาจารย์เสิ่นยกมือไหว้ขมับเล็กน้อย “เจ้าพูดในแบบของเจ้า…ก็ใช่”เธอมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะสูดหายใจยาว ปล่อยลมหายใจออกมาช้า ๆ“ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงเธอหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ในเมื่อข้ามาแล้ว ในเมื่อใช้ร่างนี้แล้ว ในเมื่อหัวใจข้ากำลัง…ผูกกับเสือเถื่อนนั่นทีละนิดอยู่แล้ว ข้าก็จะลองดู”มุมปากเธอยกขึ้นเล็กน้อย “แต่บอกไว้ก่อนนะคะ…ข้าไม่ใช่นางเอกสายเย่อหยิ่ง ที่จะพูดว่า ‘ข้าจะไม่รักเขา!’ แล้วทำหน้าแข็งใส่ ข้ากลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขาคลั่งจนไม่มีหัวใจ…คนแรกที่จะเจ็บ ก็คือข้าเอง”อาจารย์เสิ่นพยักหน้า “การรู้ว่าตัวเองกลัว…ดีกว่าทำตัวไม่กลัวแ
ตอนที่ 5แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เล็ก ๆ เข้ามาในตำหนัก ผสมกับกลิ่นเครื่องหอมอ่อน ๆ ที่ยังคงหลงเหลือจากเมื่อคืน ทำให้บรรยากาศในห้องนอนดูฟุ้ง ๆ อุ่น ๆ จนคนบนเตียงไม่อยากลืมตาถ้าเป็นเมื่อก่อน จีน่าคงนอนกลิ้งต่ออย่างไม่สนโลก แต่ตอนนี้...โลกที่เธออยู่ คือวังหลัง สถานะที่เธอมี คือ สนมของฮ
ตอนที่ 4“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในวังนี้…มีแต่คนที่อยากได้สายตาข้าแบบนี้” เขาพูดช้า ๆ “แต่เจ้ากลับทำหน้าราวกับกำลังถูกลากไปเชือด”“กะ…ก็…” จีน่าพูดไม่ออกเขาไม่เปิดโอกาสให้เธอคิดต่อ มือใหญ่ของเขาเลื่อนมาจับท้ายทอยเธอ ดึงให้เข้าใกล้มากขึ้น กลิ่นกายอุ่นและกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ จากชุดของเขาแผ่ซ่านเข้ามาหัวใจ
“เสี่ยวหลัน” เธอพูดเสียงต่ำจริงจัง “ช่วยข้าหน่อย…คืนนี้ ข้าไม่อยากขึ้นเตียงกับฝ่าบาท”นางกำนัลทำหน้าตกใจประหนึ่งฟ้ามีสองดวง “ท่านเสียนเฟย! ท่านพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกันเพคะ!? ถ้าฝ่าบาททรงทราบว่า...”“ก็เลยต้องทำให้ฝ่าบาท ‘ไม่ทันรู้’ ไงล่ะ!” จีน่าโพล่ง“ช่วยกันคิดสิ จะทำยังไงให้ดูเหมือนข้าป่วย…ป่
เสียงประตูปิดดัง “ปัง” ทิ้งความเงียบว่างเปล่าไว้ในตำหนักจีน่านอนนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนตีกลองรบในอกตัวเอง มือทั้งสองกำผ้าห่มจนยับยู่ยี่ ลมหายใจยังขาด ๆ เกิน ๆ ราวกับเพิ่งวิ่งสี่ร้อยเมตรรอบสนามเมื่อครู่…ผู้ชายคนนั้น…“หลงจวิ้น…ฮ่องเต้ของแผ่นดินนี้”จีน่ากลืนน้ำลาย ฝืนยันตัวลุกขึ้นนั





