Masukทะลุมิติทั้งที ทำไมไม่ไปอยู่ร่างคุณหนูไฮโซ… แต่ดันมาอยู่ในร่าง “สนมเถื่อน” ที่ฮ่องเต้ขึ้นเตียงด้วยทุกคืน! ฉัน...จีน่าคนธรรมดา ต้องมาเอาตัวรอดจากเสือเถื่อนที่จับฉันกอดเหมือนเป็นหมอนข้างส่วนตัว แถมยังต้องสืบว่าร่างนี้โดนใครวางยา และต้องช่วยฮ่องเต้ผนึกปีศาจในกายอีก!? ชีวิตในวังหลังมันโหดมากค่ะ แต่เลี้ยงเสือให้เชื่อง…ยากกว่า!
Lihat lebih banyak「彼と結婚してからもう二十年が経つのね……」
暁(あかつき)家の令嬢であり、今は神宮司夫人である瀬奈(せな)は広い部屋でポツリと呟いた。
彼女は今日もある人物を待ち続けている。来るはずがないとわかっていながらも、瀬奈は二十年間ずっと彼の来訪を心待ちにしているのだ。
「一体どこから私は間違えてしまったのかしら……」
ベッドサイドに腰かけた瀬奈は、彼と初めて出会ったときのことを思い浮かべた。
「初めまして、神宮司湊斗です」
「……」
神宮司湊斗(じんぐうじみなと)と名乗った彼に、強く心惹かれたのを瀬奈は今でも覚えている。一目惚れだったのかもしれない。
サラサラの黒い髪、高い鼻梁、切れ長の美しい瞳、幼いながらに整った顔立ち。瀬奈は一瞬にして彼に心を奪われてしまった。
暁グループの令嬢だった瀬奈と、神宮司財閥の御曹司だった湊斗。
二人は許嫁だった。そのことを父親から聞かされたとき、瀬奈はとても喜んだ。彼女にとって初恋の相手であり、愛する湊斗と結婚できるのだと。
しかし、彼のほうはそうではなかった。
湊斗は瀬奈との婚約中、多くの女性と浮名を流した。学校の同級生、年上の社会人、父親が経営する会社の社員にまで。彼は相手の身分関係なく手を出した。
瀬奈は自分には指一本触れないにもかかわらず、他の女性と関係を持ち続ける湊斗に不満がないわけではなかった。しかし、彼に嫌われるのを恐れていた瀬奈は何も言うことができなかった。
「結婚前に遊びたいだけだろう。神宮司家の正妻になれるのだから、それくらいは目を瞑りなさい」
父親は湊斗が遊んでいることを知っていたが、瀬奈に我慢しろと言った。
両親からも味方してもらえなかった瀬奈は、必死で自分に言い聞かせた。
彼女たちはただの遊びであり、自分は神宮家の夫人となる女だ。だから結婚すればきっと自分だけを見てくれる、とそう信じていた。
しかし、現実は残酷だった。
湊斗は結婚してもなお、瀬奈の元には訪れることなく、愛人の元で夜を過ごした。そのことを責めた瀬奈に、彼は言い放った。
「お前を愛することはできない、これからは俺の行動に口を出さないでくれ」
彼の目は初めて出会った頃とは別人のように冷たかった。
それから湊斗は瀬奈に指一本触れることなく、多くの愛人を囲い、彼女たちとの間に五人もの子供をもうけた。そのうちの誰かに会社を継がせるつもりのようだ。
「奥様ったら、今日も一人ぼっちでいるわ」
瀬奈は湊斗の帰ってこない邸宅に一人取り残された。彼は今日もきっと愛人たちの住む家へ帰っているのだろう。
しかし、湊斗を愛している彼女は毎日のように彼を待ち続けた。自分の元へ来るわけがないとわかっていながらも。
そんなことを続けているうちに、二十年という歳月が経過していた。瀬奈と湊斗はお互いに三十八歳となった。
彼女は既に子を望めるような年齢ではなくなり、湊斗のほうも新しく愛人となった若く美しい女に夢中になっていると聞いている。
瀬奈の中で、何かが音を立てて崩れ落ちて行くようだった。
二十年という年月はあまりにも長すぎた。彼女の心は既に限界を迎えていた。
翌朝、心配そうに彼女に声をかけたのは湊斗の秘書だった。
「奥様……」
普段別邸で暮らしている湊斗の私物を取りに来る彼は、たびたび瀬奈とも顔を合わせていた。神宮司家で彼女を気にかけてくれていた数少ない人だ。
「今日も湊斗は愛人のところにいるんでしょう?」
「そ、それは……」
彼の秘書・中田一馬(なかたかずま)が言いづらそうに視線を逸らした。
知ったところで今さら驚きもしない。湊斗が瀬奈の元を訪れることなど、この二十年間数えるほどしかなかったのだから。
それでも彼女は彼のことを信じて待っていたが。
「いいのよ、わかっているから」
「……」
彼はうつむいた。瀬奈が辛い思いをしていることを知っておきながら、何もしてあげられないことに罪の意識を抱いていた。
しかし、今日の瀬奈の表情はいつもと違うと、彼は思った。これまでは湊斗に対する希望を見せていたにもかかわらず、今はどこか諦念に似たものを彼は感じた。
「中田さん、私最後に行きたい場所があるの。よかったら付き添ってくれない?」
「は、はい!奥様!」
”最後”という言葉に疑問を感じながらも、中田は彼女について行った。
บรรยากาศในศาลาเปลี่ยนทันที คำว่า “ของขวัญ” ในวังหลัง…หมายถึงหลายอย่าง ทั้งเครื่องประดับ ทั้งคน ทั้งยา สายตาหลายคู่หันกลับไปมองเหม่ยซินโดยอัตโนมัติ เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่า ใครคือคนที่ชอบส่งยาบำรุงไปตำหนักอื่นในคราบคำว่า ‘หวังดี’เหม่ยซินนิ่งไปเสี้ยววินาที แต่ก็ยังรักษารอยยิ้มไว้ได้“อิงอวี้” นางหัวเราะเบา ๆ “เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจเลย”“ไม่เข้าใจก็ดีแล้วเพคะ” จีน่าตอบ “เพราะบางเรื่อง…ถ้าเข้าใจเร็วเกินไป อาจทำให้ต้องนอนหลับไม่สนิทในตำหนักตัวเอง”ทุกคนเงียบ…เงียบแบบที่แม้แต่เสียงลมพัดผ่าน ก็ยังได้ยินชัดในความเงียบนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ จากมุมศาลา เป็นเสียงของสนมลำดับกลาง ๆ คนหนึ่งที่ปกติไม่เคยโผล่ขึ้นมามีบทบาท“ข้าว่า…” นางกล่าวเสียงเบา “ต่อให้มีข่าวลือว่าเสียนเฟยเล่นตัวใส่ฝ่าบาท แต่ทุกคนก็เห็นว่าช่วงนี้ฝ่าบาทยังเสด็จไปตำหนักเสียนเฟยอยู่บ่อย ๆ แสดงว่า…คนที่พระองค์เชื่อ คงไม่ใช่ข่าวลือข้างนอกหรอกเพคะ”คำพูดนั้นเหมือนกำปั้นนิ่ม ๆ ที่ต่อยใส่ข่าวลือของเหม่ยซินไปหนึ่งที หลายคนพยักหน้าคล้อยตาม เพราะความจริง…ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ฮ่องเต้ยังเข้าหาอิงอวี้อย่างเปิดเผยเหม่ยซินสบตา
ตอนบ่าย มีการประชุมเล็ก ๆ ระหว่างสนมจากตำหนักต่าง ๆ ที่ศาลากลางสวน อ้างว่าเป็นงานดื่มชา ชมดอกไม้ แต่ทุกคนรู้ดี...ยิ่งช่วงวังหลังเริ่มวุ่น ‘งานดื่มชา’ ก็คืองานสอดส่องหน้ากันดี ๆ นี่เองจีน่าไปถึงพร้อมเสี่ยวหลัน ถูกนั่งจัดตำแหน่งไว้ด้านหนึ่งของวง ไม่ใกล้เหม่ยซิน แต่ก็ไม่ไกลพอจะไม่เจอดวงตาอีกฝ่ายเหม่ยซินในชุดปักลายหงส์สีอ่อน ยิ้มหวานเหมือนเคย ดวงตาเรียวยาวของนางมีประกายอ่อนโยนแบบคนดี แต่จีน่าตอนนี้…มองออกแล้วว่านั่นแค่ ‘เปลือก’“เสียนเฟยอิงอวี้มาถึงแล้ว” เจ้ากรมวังหญิงกล่าวเสียงดัง แต่ท่าทางสุภาพ “พวกเรากำลังดื่มชากันอยู่เชียว”เหม่ยซินหันมาทางจีน่า รอยยิ้มหวานจัดจนเหมือนน้ำผึ้งจะหยดออกมาจากมุมปาก“อิงอวี้ ข้ามองหาเจ้าอยู่พอดี” นางกล่าว “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเจ้ามาเดินเล่นในสวนเลย หรือว่ามัวแต่เหนื่อย…จนไม่มีแรงออกจากตำหนักแล้ว”ผู้หญิงหลายคนหัวเราะเบา ๆ คำว่า “เหนื่อย” ที่เหม่ยซินใช้…ทุกคนในที่นี้ตีความได้คำเดียว…เหนื่อยจากเตียงมังกรจีน่าแกล้งยิ้ม เดินไปนั่งในตำแหน่งของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน“เหนื่อยก็จริงเพคะ” เธอตอบเสียงเรียบ “แต่โชคดีที่ฝ่าบาททรงเมตตา ทำให้หม่อมฉันยังมีแรงมานั่งดื่มชาก
เสียงลมตอนสายพัดผ่านยอดหลังคากระเบื้องสีคราม คล้ายจะบอกว่าอีกวันหนึ่งในวังหลวงเริ่มต้นขึ้นแล้ว…อีกวันหนึ่งที่จีน่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนคมมีดบาง ๆ ที่พร้อมบาดเท้าได้ทุกเมื่อเช้าวันนี้ เธอนั่งกินโจ๊กข้าวหอมอยู่ในศาลาหน้าตำหนัก เสี่ยวหลันคอยตักกับข้าวให้ ส่วนเสี่ยวไป๋ยืนอยู่ด้านหลังเหมือนปกติ แต่กลิ่นในอากาศ…ไม่เหมือนเดิม“เจ้าได้กลิ่นไหม เสี่ยวหลัน” จีน่าถามพลางคนน้ำแกงไปมา “กลิ่นเหม็นอะไรไม่รู้…ลอยอยู่เต็มวังเลย”เสี่ยวหลันชะงัก “กลิ่น…อะไรหรือเพคะ”จีน่ายิ้มบาง ๆ “กลิ่นนินทาไง”ไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าก็วิ่งมาอย่างลนลาน นางกำนัลตัวเล็กจากห้องครัวรีบคุกเข่าลงหน้าศาลา หอบหายใจ“ท่านเสียนเฟยเพคะ…!” เสียงนางสั่น “ขะ…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ที่ลานซักผ้าเมื่อครู่…มีคนพูดถึงท่าน”เสี่ยวหลันกับเสี่ยวไป๋หันมามองหน้ากันแวบหนึ่ง แววตาแข็งขึ้นทันทีจีน่าโยนช้อนลงถ้วยอย่างเบา ๆ “พูดต่อสิ”นางกำนัลตัวเล็กเม้มปาก “พวกนางบอกว่า…ช่วงนี้ท่านเสียนเฟยทำตัว ‘เล่นตัวใส่ฝ่าบาท’ เพคะ บอกว่าฝ่าบาทเสด็จมาหาบ่อย แต่ท่านกลับป่วยบ้าง เหนื่อยบ้าง แกล้งหลับบ้าง ถึงขั้นว่า…ทำให้ฝ่าบาทต้องกลับตำหนักหลั
“จิตของนางยังไม่หายไปไหน” อาจารย์เสิ่นตอบ “เพียงแต่หลบลงไปลึกมาก เหมือนคนที่กำลังหลับในห้วงน้ำ หากเจ้าเปลี่ยนเส้นทางของชะตานี้ได้ วันหนึ่งนางจะได้หลับอย่างสงบ ไม่ใช่หลับในฐานะคนที่ถูกเรียกว่า ‘สนมราคะจัด’ แต่เป็นหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทำร้าย…แล้วมีคนมาช่วยชดใช้แทน”จีน่ารู้สึกว่าคำว่า “ชดใช้” กลับมาอีกครั้งในคืนนี้เธอหัวเราะในลำคอ “งั้นสรุปคือ…ข้าเป็นทั้ง ตัวเปลี่ยนชะตา ตัวชดใช้กรรม และภรรยาคอยจับหางเสือไม่ให้มันคลั่ง รวมในหนึ่งแพ็กเกจเลยสินะคะ”อาจารย์เสิ่นยกมือไหว้ขมับเล็กน้อย “เจ้าพูดในแบบของเจ้า…ก็ใช่”เธอมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะสูดหายใจยาว ปล่อยลมหายใจออกมาช้า ๆ“ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงเธอหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ในเมื่อข้ามาแล้ว ในเมื่อใช้ร่างนี้แล้ว ในเมื่อหัวใจข้ากำลัง…ผูกกับเสือเถื่อนนั่นทีละนิดอยู่แล้ว ข้าก็จะลองดู”มุมปากเธอยกขึ้นเล็กน้อย “แต่บอกไว้ก่อนนะคะ…ข้าไม่ใช่นางเอกสายเย่อหยิ่ง ที่จะพูดว่า ‘ข้าจะไม่รักเขา!’ แล้วทำหน้าแข็งใส่ ข้ากลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขาคลั่งจนไม่มีหัวใจ…คนแรกที่จะเจ็บ ก็คือข้าเอง”อาจารย์เสิ่นพยักหน้า “การรู้ว่าตัวเองกลัว…ดีกว่าทำตัวไม่กลัวแ
ตอนที่ 5แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เล็ก ๆ เข้ามาในตำหนัก ผสมกับกลิ่นเครื่องหอมอ่อน ๆ ที่ยังคงหลงเหลือจากเมื่อคืน ทำให้บรรยากาศในห้องนอนดูฟุ้ง ๆ อุ่น ๆ จนคนบนเตียงไม่อยากลืมตาถ้าเป็นเมื่อก่อน จีน่าคงนอนกลิ้งต่ออย่างไม่สนโลก แต่ตอนนี้...โลกที่เธออยู่ คือวังหลัง สถานะที่เธอมี คือ สนมของฮ
ตอนที่ 4“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในวังนี้…มีแต่คนที่อยากได้สายตาข้าแบบนี้” เขาพูดช้า ๆ “แต่เจ้ากลับทำหน้าราวกับกำลังถูกลากไปเชือด”“กะ…ก็…” จีน่าพูดไม่ออกเขาไม่เปิดโอกาสให้เธอคิดต่อ มือใหญ่ของเขาเลื่อนมาจับท้ายทอยเธอ ดึงให้เข้าใกล้มากขึ้น กลิ่นกายอุ่นและกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ จากชุดของเขาแผ่ซ่านเข้ามาหัวใจ
“เสี่ยวหลัน” เธอพูดเสียงต่ำจริงจัง “ช่วยข้าหน่อย…คืนนี้ ข้าไม่อยากขึ้นเตียงกับฝ่าบาท”นางกำนัลทำหน้าตกใจประหนึ่งฟ้ามีสองดวง “ท่านเสียนเฟย! ท่านพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกันเพคะ!? ถ้าฝ่าบาททรงทราบว่า...”“ก็เลยต้องทำให้ฝ่าบาท ‘ไม่ทันรู้’ ไงล่ะ!” จีน่าโพล่ง“ช่วยกันคิดสิ จะทำยังไงให้ดูเหมือนข้าป่วย…ป่
เสียงประตูปิดดัง “ปัง” ทิ้งความเงียบว่างเปล่าไว้ในตำหนักจีน่านอนนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนตีกลองรบในอกตัวเอง มือทั้งสองกำผ้าห่มจนยับยู่ยี่ ลมหายใจยังขาด ๆ เกิน ๆ ราวกับเพิ่งวิ่งสี่ร้อยเมตรรอบสนามเมื่อครู่…ผู้ชายคนนั้น…“หลงจวิ้น…ฮ่องเต้ของแผ่นดินนี้”จีน่ากลืนน้ำลาย ฝืนยันตัวลุกขึ้นนั

















