เข้าสู่ระบบทะลุมิติทั้งที ทำไมไม่ไปอยู่ร่างคุณหนูไฮโซ… แต่ดันมาอยู่ในร่าง “สนมเถื่อน” ที่ฮ่องเต้ขึ้นเตียงด้วยทุกคืน! ฉัน...จีน่าคนธรรมดา ต้องมาเอาตัวรอดจากเสือเถื่อนที่จับฉันกอดเหมือนเป็นหมอนข้างส่วนตัว แถมยังต้องสืบว่าร่างนี้โดนใครวางยา และต้องช่วยฮ่องเต้ผนึกปีศาจในกายอีก!? ชีวิตในวังหลังมันโหดมากค่ะ แต่เลี้ยงเสือให้เชื่อง…ยากกว่า!
ดูเพิ่มเติมเสียงหวีดเบรกของรถไฟฟ้าดังแทรกเข้าฉากวังหลังสุดร้อนแรงที่จีน่ากำลังอ่านอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ขณะที่เธอกำลังจะถึงฉากที่สนมเอกถูกฮ่องเต้ดิบเถื่อนจับกดลงบนเตียงแบบชนิดที่เธอเองยังต้องกลืนน้ำลาย…
“โอ๊ย! ทำไมมันค้างตรงนี้ล่ะวะ!” จีน่าพึมพำ หัวใจตึกตักเหมือนคนรอจุดพีคในชีวิต เธอเป็นสาวออฟฟิศธรรมดา ๆ ที่มีงานล้นหัวทุกวัน แต่เวลาอ่านนิยายวังหลังทีไร ชีวิตมันเหมือนโดนเติมไฟ โดยเฉพาะนิยายแนวสนมเถื่อนดิบ ๆ ที่ฮ่องเต้คลั่งรัก นั่นยิ่งเป็นจุดอ่อนของเธอชนิดถอนตัวไม่ขึ้น
วันนี้เป็นวันศุกร์ คนในรถไฟฟ้าแน่นจนแทบจะกลั้นหายใจ การยืนอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว แต่จีน่าก็ยังง่วนกับนิยายเหมือนโลกนี้มีเธอกับสมาร์ตโฟนเท่านั้น
เธอเลื่อนจอขึ้น...
“ฮ่องเต้โน้มลง… มือใหญ่ของเขาลาก…”
จีน่ากลืนน้ำลาย นี่แหละ ของดี! ถึงฉากฮ่องเต้ตีขอบเตียงดัง ปัง! แล้ว
“กึก!”
มีคนชนจากด้านหลัง ทำให้ร่างเล็ก ๆ ของจีน่าเซไปข้างหน้าอย่างแรง เธอคว้าห่วงจับไม่ทัน มือที่ถือโทรศัพท์หลุดออก...
“ตุ้บ!”
คนตรงหน้าหันคมกลับมาด้วยสายตาหงุดหงิด
“ขะ...ขอโทษค่ะ!” จีน่ายกมือไหว้ เธอเก็บโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วถอนหายใจโล่งที่จอไม่แตก
แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เสียงประกาศก็ดังขึ้น “โปรดจับราวเพื่อความปลอดภัย…”
ทันใดนั้น รถไฟฟ้าส่ายแรงกว่าปกติ ชั่วเสี้ยววินาทีร่างจีน่าหงายหลัง
“เหี้ยเอ้ย!” เธออุทานคำหยาบด้วยความตกใจ แต่ปากไวเร็วกว่าความคิด และก่อนจะคว้าราวทัน…แสงไฟฟ้ากะพริบวูบ สติของเธอก็หายไป เสียงสุดท้ายที่ได้ยินเหมือนเสียงหัวใจตัวเองเต้นดัง ตุบ…ตุบ…ตุบ
…
…
ความมืดกลืนกินทุกอย่าง ไม่มีเสียงรถไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีความรู้สึกเจ็บ มีก็แต่ความว่างเปล่า… และกลิ่นหอมบางอย่างเหมือนดอกไม้โบราณ
จีน่าลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ สิ่งแรกที่เห็น ไม่ใช่เพดานรถไฟฟ้า แต่เป็นเพดานไม้แกะสลักลวดลายมังกรและเมฆสีทองสะท้อนแสงตะเกียงอย่างนุ่มนวล
เธอกะพริบตาปริบ ๆ
“อะไรเนี่ย…โรงละครจีน? หรือกูโดนส่งตัวมาโรงพยาบาลแล้วเขาตกแต่งห้องแบบจีนวังหลัง?”
กลิ่นเครื่องหอมลอยคลุ้ง ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลแน่นอน ผ้าม่านสีแดงอ่อนพัดเบา ๆ ตามลม ทั้งที่ในห้องไม่มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศซักชิ้น
จีน่าขยับตัวเล็กน้อย แล้วรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง...
บาง! ลื่น! เหมือนผ้าแพร!
เธอมองลงไป…
เธออยู่ในชุดนอนผ้าไหมบางเฉียบสีขาวที่แทบจะมองทะลุได้ ไหล่ข้างหนึ่งตกลงมาเผยผิวเนียนออกมากว่าครึ่ง
“เดี๋ยว ๆๆๆๆๆ นี่กูนอนชุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!? หรือว่าพวกหมอถอดชุดกูออกตอนปฐมพยาบาล? แต่ทำไมต้องใส่ชุดแบบ...อ๊ากกก แบบนี้ล่ะ!?”
ยังไม่ทันตั้งสติ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือใหญ่กลับแตะลงบนไหล่ของเธออย่างลื่นไหล แรงพอให้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ จีน่าตาโต หยุดหายใจทันที
มีเสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู เสียงที่ทั้งนุ่ม ทั้งทรงอำนาจ และ…อันตรายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“ตื่นแล้วรึ อิงอวี้”
อิง…อวี้? ใครวะ?
จีน่าหันขวับทันที แล้วสิ่งที่เห็นทำให้เธอเผลอกลั้นลมหายใจอีกครั้ง
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคายอย่างกับรูปปั้นเทพเจ้าโบราณ ดวงตาเข้มขรึมที่มองแล้วเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาล ผมยาวสีดำถูกรวบครึ่งศีรษะแบบเดียวกับฮ่องเต้ในหนัง เสื้อคลุมผ้าไหมสีดำปักมังกรทองที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำด้านใน
ความรู้สึกแรกของจีน่า นี่มันผู้ชายหล่อทะลุจักรวาลชัด ๆ
ความรู้สึกที่สอง เดี๋ยว…นี่มันตัวละครในนิยายที่กูอ่านเมื่อคืนรึเปล่า!?
เธอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ล้มลงนอนแผ่หราบนเตียงเสียก่อน เพราะหลังเธอติดหมอนสูง
ชายหนุ่มจึงโน้มตัวตามลงมาช้า ๆ ใบหน้าเขาเข้าใกล้จนเธอเห็นลมหายใจอุ่น ๆ พ่นรดผิวแก้ม
“จะหนีไปไหน…อิงอวี้” น้ำเสียงเขาทุ้มลึกจนสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ พูดช้า แต่หนักแน่น เป็นเสียงของคนที่เคยชินกับการสั่งและคนทั้งประเทศต้องเชื่อฟัง
จีน่าอ้าปากค้าง “อะ เอ่อ…คือ…ท่านเป็นใครคะ?”
ดวงตาคมกริบเบิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแสยะยิ้มบาง ๆ ที่ทำให้เธอขนลุกซู่
“นี่เจ้ากล้าลืมข้า?” เขากระซิบชิดหู เสียงต่ำจนเหมือนขู่ข้างลำคอ “ข้าหลงจวิ้น…ฮ่องเต้ของแผ่นดินนี้”
แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยยยยยยย!! จีน่าแทบกรี๊ด แต่เสียงติดอยู่ในลำคอ เธอพึมพำในใจ นี่มันนิยายที่กูอ่านเมื่อคืนชัด ๆ! ไอ้ฉากบนเตียงที่ยังอ่านไม่จบ เมื่อกี้…ใช่! นี่มันตอนเดียวกันเลย! ฮ่องเต้เถื่อนไม่รออะไรทั้งนั้น! เขาจะ...โอ๊ยยย กูยังไม่พร้อม!
เธอสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วพูดตะกุกตะกัก “ข้า...ข้าไม่ใช่อิงอวี้ ท่านเข้าใจผิดแล้ว!”
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มยังคงดิบและทรงอำนาจเหมือนเสือเพิ่งเจอเหยื่อนุ่ม ๆ เขาเอื้อมมือมาเชยคางเธอขึ้น
“ร่างนี้…ดวงตานี้…กลิ่นหอมนี้” เขาโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบชนแก้ม “ไม่ใช่อิงอวี้ แล้วจะเป็นใคร?”
จีน่าตะลึง หน้าแดงร้อนฉ่าเหมือนจะละลายเป็นไอ นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! กูทะลุมิติมาเป็นสนมราคะในวังจีน!?
เธอพยายามตั้งสติ พยายามผลักเขาออก แต่แขนของคนตัวใหญ่ตรงหน้าขยับนิดเดียวก็ทำให้ร่างเธอจมลงไปในผ้านวมผืนหนานุ่ม กลิ่นกายอุ่น ๆ ของเขาแผ่เข้ามา แรง และชัดเจนเกินไป
จีน่าคิดในใจ โอ๊ยยย! ถ้ามาแบบนี้อีกนิด กูไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่จะตายเพราะหัวใจหยุดเต้นแน่ ๆ!
เธอรวบรวมสติครั้งสุดท้าย พยายามเอาเหตุผลมาต่อรอง
“ท่านฮ่องเต้! ฉัน...เอ่อ...ข้า…ไม่สบายค่ะ! ปวดหัว! ปวดตัว! ปวด…ไปหมดเลย!”
ชายคิ้วเข้มขมวดมุ่น ราวกับไม่พอใจที่เธอปฏิเสธ แต่เขากลับก้มลงลูบแก้มเธอเบา ๆ เบาแบบที่ทำให้เธอตัวชาวาบยิ่งกว่าโดนไฟลวก
“ป่วย?” เขาพึมพำ “ก็ยิ่งต้องให้ข้าดูแลเจ้า ใกล้ ๆ”
ไม่! ไม่ใกล้! เอาไกลที่สุดเท่าที่ทำได้!
จีน่าเลิ่กลั่ก “ดะ...เดี๋ยวค่ะ! คือ…ข้ายัง…ยังไม่พร้อม...”
เขาโน้มลงจนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาสีเข้มของเขาลึกจนเหมือนหลุมดำของจักรวาล
“ไม่พร้อม?” เขากระซิบอย่างอันตราย “อิงอวี้…ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าเป็นฝ่าย ‘ไม่พร้อม’ กับข้า?”
แม่จ๋า…ร่างเดิมนี่มันตัวป่วนตัวไหนวะ!
จีน่ากัดริมฝีปากตัวเอง เธอรู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เล่น ๆ เขาคือฮ่องเต้ผู้ดิบเถื่อนที่สุดในแผ่นดิน คนที่สามารถทำให้สนมตายเพียงคำพูดเดียว คนที่ในนิยาย ไม่รู้จักคำว่าปฏิเสธบนเตียง แต่เพราะความกลัวลึก ๆ การต่อต้านแบบผิดจังหวะ และคำพูดสมัยใหม่ที่เธอหลุดออกมาไม่หยุด
ฮ่องเต้มองเธอ…เหมือนกำลังงงมากกว่าหงุดหงิด ร่างใหญ่ค้างนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินว่า ‘นี่ใช่คนเดียวกับเมื่อวานจริงหรือ?’
จีน่ารีบใช้จังหวะนั้น…ดันอกเขาเต็มแรง ผลคือ...ไม่ขยับแม้แต่น้อย
“ดันข้าหรือ?” เขาถามเสียงอันตราย แต่เหมือนมีรอยยิ้มซ่อนอยู่ “แรงแค่นี้…จะหนีข้าได้อย่างไร อิงอวี้”
จีน่ากัดฟันแน่น พูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาอีกครั้ง “ก็…ก็คนมันไม่อยากขึ้นเตียงกับท่านนี่คะ!”
เงียบ…ทั้งห้องเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจเธอเอง
ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ แต่คราวนี้…สายตาเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่แรงปรารถนา แต่เป็นความสงสัยปนสนุก เหมือนเขาเจอเหยื่อที่น่าสนใจกว่าเดิมหลายเท่า
“ดี…” เขากระซิบ “งั้นข้าจะทำให้เจ้าพูดประโยคนี้…ไม่ได้อีกเลย”
อ้ากกกกกกกกกกกกกกก!! กูจะหนีไปไหนได้วะเนี่ยยยยยยยย!!
จีน่าแทบจะร้องออกมา แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ยันไว้บนหมอน ร่างใหญ่ของฮ่องเต้คร่อมอยู่เหนือเธอ แรงกดของวงแขนเหมือนกรงขังของเสือสมชื่อ
แต่...ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้น ประตูห้องก็ถูกเคาะ
“ปัง ๆ ๆ!”
เสียงขันทีรีบเร่งดังขึ้น “ฝะ...ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! มีข่าวด่วนจากวังหน้า!”
ฮ่องเต้หยุดขยับราวกับเสือโดนดึงเชือกปลอกคอ หันกลับไปมองประตูด้วยสายตาเย็นเฉียบ...เย็นจนขันทีคนนั้นแทบหายใจไม่ออก
จากนั้นเขามองเธออีกครั้ง “คืนนี้…ค่อยว่ากันใหม่”
ยังไม่ทันให้เธอเถียง เขาโน้มลง...ปลายผมยาวพาดแก้มเธอ ริมฝีปากเขาแตะแก้มเธอเบา ๆ อย่างจงใจ ก่อนผละออกไปด้วยสายตาที่สัญญาว่า คืนนี้…เธอไม่รอดแน่
ประตูปิดลง ห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง จีน่าล้มลงบนเตียงพร้อมร้องกรี๊ดในใจ ‘พระเจ้า…กูตายเพราะฉากในนิยายจริง ๆ ด้วย!!!’
และนี่คือจุดเริ่มต้นของ ชีวิต สนมเถื่อน ที่เธอไม่เคยสมัครใจ…แต่เสือเถื่อนทั้งวัง…ไม่ได้ถามความสมัครใจเลยสักนิด
บรรยากาศในศาลาเปลี่ยนทันที คำว่า “ของขวัญ” ในวังหลัง…หมายถึงหลายอย่าง ทั้งเครื่องประดับ ทั้งคน ทั้งยา สายตาหลายคู่หันกลับไปมองเหม่ยซินโดยอัตโนมัติ เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่า ใครคือคนที่ชอบส่งยาบำรุงไปตำหนักอื่นในคราบคำว่า ‘หวังดี’เหม่ยซินนิ่งไปเสี้ยววินาที แต่ก็ยังรักษารอยยิ้มไว้ได้“อิงอวี้” นางหัวเราะเบา ๆ “เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจเลย”“ไม่เข้าใจก็ดีแล้วเพคะ” จีน่าตอบ “เพราะบางเรื่อง…ถ้าเข้าใจเร็วเกินไป อาจทำให้ต้องนอนหลับไม่สนิทในตำหนักตัวเอง”ทุกคนเงียบ…เงียบแบบที่แม้แต่เสียงลมพัดผ่าน ก็ยังได้ยินชัดในความเงียบนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ จากมุมศาลา เป็นเสียงของสนมลำดับกลาง ๆ คนหนึ่งที่ปกติไม่เคยโผล่ขึ้นมามีบทบาท“ข้าว่า…” นางกล่าวเสียงเบา “ต่อให้มีข่าวลือว่าเสียนเฟยเล่นตัวใส่ฝ่าบาท แต่ทุกคนก็เห็นว่าช่วงนี้ฝ่าบาทยังเสด็จไปตำหนักเสียนเฟยอยู่บ่อย ๆ แสดงว่า…คนที่พระองค์เชื่อ คงไม่ใช่ข่าวลือข้างนอกหรอกเพคะ”คำพูดนั้นเหมือนกำปั้นนิ่ม ๆ ที่ต่อยใส่ข่าวลือของเหม่ยซินไปหนึ่งที หลายคนพยักหน้าคล้อยตาม เพราะความจริง…ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ฮ่องเต้ยังเข้าหาอิงอวี้อย่างเปิดเผยเหม่ยซินสบตา
ตอนบ่าย มีการประชุมเล็ก ๆ ระหว่างสนมจากตำหนักต่าง ๆ ที่ศาลากลางสวน อ้างว่าเป็นงานดื่มชา ชมดอกไม้ แต่ทุกคนรู้ดี...ยิ่งช่วงวังหลังเริ่มวุ่น ‘งานดื่มชา’ ก็คืองานสอดส่องหน้ากันดี ๆ นี่เองจีน่าไปถึงพร้อมเสี่ยวหลัน ถูกนั่งจัดตำแหน่งไว้ด้านหนึ่งของวง ไม่ใกล้เหม่ยซิน แต่ก็ไม่ไกลพอจะไม่เจอดวงตาอีกฝ่ายเหม่ยซินในชุดปักลายหงส์สีอ่อน ยิ้มหวานเหมือนเคย ดวงตาเรียวยาวของนางมีประกายอ่อนโยนแบบคนดี แต่จีน่าตอนนี้…มองออกแล้วว่านั่นแค่ ‘เปลือก’“เสียนเฟยอิงอวี้มาถึงแล้ว” เจ้ากรมวังหญิงกล่าวเสียงดัง แต่ท่าทางสุภาพ “พวกเรากำลังดื่มชากันอยู่เชียว”เหม่ยซินหันมาทางจีน่า รอยยิ้มหวานจัดจนเหมือนน้ำผึ้งจะหยดออกมาจากมุมปาก“อิงอวี้ ข้ามองหาเจ้าอยู่พอดี” นางกล่าว “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเจ้ามาเดินเล่นในสวนเลย หรือว่ามัวแต่เหนื่อย…จนไม่มีแรงออกจากตำหนักแล้ว”ผู้หญิงหลายคนหัวเราะเบา ๆ คำว่า “เหนื่อย” ที่เหม่ยซินใช้…ทุกคนในที่นี้ตีความได้คำเดียว…เหนื่อยจากเตียงมังกรจีน่าแกล้งยิ้ม เดินไปนั่งในตำแหน่งของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน“เหนื่อยก็จริงเพคะ” เธอตอบเสียงเรียบ “แต่โชคดีที่ฝ่าบาททรงเมตตา ทำให้หม่อมฉันยังมีแรงมานั่งดื่มชาก
เสียงลมตอนสายพัดผ่านยอดหลังคากระเบื้องสีคราม คล้ายจะบอกว่าอีกวันหนึ่งในวังหลวงเริ่มต้นขึ้นแล้ว…อีกวันหนึ่งที่จีน่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่บนคมมีดบาง ๆ ที่พร้อมบาดเท้าได้ทุกเมื่อเช้าวันนี้ เธอนั่งกินโจ๊กข้าวหอมอยู่ในศาลาหน้าตำหนัก เสี่ยวหลันคอยตักกับข้าวให้ ส่วนเสี่ยวไป๋ยืนอยู่ด้านหลังเหมือนปกติ แต่กลิ่นในอากาศ…ไม่เหมือนเดิม“เจ้าได้กลิ่นไหม เสี่ยวหลัน” จีน่าถามพลางคนน้ำแกงไปมา “กลิ่นเหม็นอะไรไม่รู้…ลอยอยู่เต็มวังเลย”เสี่ยวหลันชะงัก “กลิ่น…อะไรหรือเพคะ”จีน่ายิ้มบาง ๆ “กลิ่นนินทาไง”ไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าก็วิ่งมาอย่างลนลาน นางกำนัลตัวเล็กจากห้องครัวรีบคุกเข่าลงหน้าศาลา หอบหายใจ“ท่านเสียนเฟยเพคะ…!” เสียงนางสั่น “ขะ…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ที่ลานซักผ้าเมื่อครู่…มีคนพูดถึงท่าน”เสี่ยวหลันกับเสี่ยวไป๋หันมามองหน้ากันแวบหนึ่ง แววตาแข็งขึ้นทันทีจีน่าโยนช้อนลงถ้วยอย่างเบา ๆ “พูดต่อสิ”นางกำนัลตัวเล็กเม้มปาก “พวกนางบอกว่า…ช่วงนี้ท่านเสียนเฟยทำตัว ‘เล่นตัวใส่ฝ่าบาท’ เพคะ บอกว่าฝ่าบาทเสด็จมาหาบ่อย แต่ท่านกลับป่วยบ้าง เหนื่อยบ้าง แกล้งหลับบ้าง ถึงขั้นว่า…ทำให้ฝ่าบาทต้องกลับตำหนักหลั
“จิตของนางยังไม่หายไปไหน” อาจารย์เสิ่นตอบ “เพียงแต่หลบลงไปลึกมาก เหมือนคนที่กำลังหลับในห้วงน้ำ หากเจ้าเปลี่ยนเส้นทางของชะตานี้ได้ วันหนึ่งนางจะได้หลับอย่างสงบ ไม่ใช่หลับในฐานะคนที่ถูกเรียกว่า ‘สนมราคะจัด’ แต่เป็นหญิงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทำร้าย…แล้วมีคนมาช่วยชดใช้แทน”จีน่ารู้สึกว่าคำว่า “ชดใช้” กลับมาอีกครั้งในคืนนี้เธอหัวเราะในลำคอ “งั้นสรุปคือ…ข้าเป็นทั้ง ตัวเปลี่ยนชะตา ตัวชดใช้กรรม และภรรยาคอยจับหางเสือไม่ให้มันคลั่ง รวมในหนึ่งแพ็กเกจเลยสินะคะ”อาจารย์เสิ่นยกมือไหว้ขมับเล็กน้อย “เจ้าพูดในแบบของเจ้า…ก็ใช่”เธอมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะสูดหายใจยาว ปล่อยลมหายใจออกมาช้า ๆ“ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงเธอหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ในเมื่อข้ามาแล้ว ในเมื่อใช้ร่างนี้แล้ว ในเมื่อหัวใจข้ากำลัง…ผูกกับเสือเถื่อนนั่นทีละนิดอยู่แล้ว ข้าก็จะลองดู”มุมปากเธอยกขึ้นเล็กน้อย “แต่บอกไว้ก่อนนะคะ…ข้าไม่ใช่นางเอกสายเย่อหยิ่ง ที่จะพูดว่า ‘ข้าจะไม่รักเขา!’ แล้วทำหน้าแข็งใส่ ข้ากลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเขาคลั่งจนไม่มีหัวใจ…คนแรกที่จะเจ็บ ก็คือข้าเอง”อาจารย์เสิ่นพยักหน้า “การรู้ว่าตัวเองกลัว…ดีกว่าทำตัวไม่กลัวแ
คืนนั้น…แสงจันทร์ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่าง ม่านบางสีอ่อนพัดนิด ๆ ตามลมกลางคืน เทียนในห้องถูกจุดจนสว่างเป็นวงนุ่มล้อมเตียงใหญ่กลางตำหนักจีน่านั่งบนเตียงในชุดนอนผ้าไหมตัวเดิมที่เสี่ยวหลันคอยจัดให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่ผ้าบาง ๆ จะพอทำได้ เธอห่มผ้าจนถึงคอ ผมยาวถูกปล่อยสยาย แต่ใบหน้าถูกแต่งให้ดูซีดบางนิ
ตอนที่ 8“วิธีแรก...” จีน่าเริ่มเสนอ “วิธีคลาสสิกสุด...แกล้งป่วย!”เสี่ยวหลันพยักหน้าแรง “ได้เพคะ! เมื่อวานเราพอทำแล้ว ดูเนียนพอใช้ได้ ท่านทำหน้าเหนื่อย ๆ ซีด ๆ หายใจแผ่ว ๆ …ฝ่าบาทก็ดูเป็นห่วงอยู่เหมือนกันเพคะ”“ใช่” จีน่ายกนิ้ว “แต่ปัญหาคือ…เขาลองจับชีพจรแล้วรู้ทันไง ว่าเราไม่ได้ป่วยจริง”ทั้งคู่เ
กลิ่นซุปสมุนไพรหอมกรุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้องกินข้าวเล็ก ๆ ในตำหนักเสียนเฟย จีน่านั่งอยู่หลังโต๊ะกลมเตี้ย ทำหน้าที่เสวยมื้อกลางวัน แบบที่จริง ๆ แล้วก็คือกินข้าวปกติ แต่ต้องทำท่าทีให้สมเป็นสนมชั้นสูงนิดหนึ่งในชามเป็นโจ๊กข้าวหอมผสมเก๋ากี้และไก่ฉีก เคียงด้วยผักดองนิดหน่อย เธอถือช้อนตักอย่างใจลอย คิดถึงเรื
ตอนที่ 6เธอถอนหายใจเบา ๆ“…แล้วกับคนรับใช้ล่ะ” เธอถาม “ข้าปฏิบัติกับพวกเจ้า…แบบไหน?”สองคนนั้นหยุดนิ่งไปอีกครั้ง เสี่ยวหลันมองเธอผ่านกระจก แววตาลังเล“ท่าน…ก็…ใจดีเพคะ”จีน่าหรี่ตา “พูดความจริง”เสี่ยวหลันเงียบไป แล้วค่อย ๆ เอ่ยเสียงเบา “ท่าน…ไม่เคยลงโทษพวกหม่อมฉันด้วยการเฆี่ยนตีเพคะ แต่บางครั้งอา





