ANMELDENเสียงประตูปิดดัง “ปัง” ทิ้งความเงียบว่างเปล่าไว้ในตำหนัก
จีน่านอนนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนตีกลองรบในอกตัวเอง มือทั้งสองกำผ้าห่มจนยับยู่ยี่ ลมหายใจยังขาด ๆ เกิน ๆ ราวกับเพิ่งวิ่งสี่ร้อยเมตรรอบสนาม
เมื่อครู่…ผู้ชายคนนั้น…
“หลงจวิ้น…ฮ่องเต้ของแผ่นดินนี้”
จีน่ากลืนน้ำลาย ฝืนยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างคนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก สมองมันประมวลภาพซ้ำไปมา...ใบหน้าคม เงาจมูกสวย ดวงตาลึกเหมือนหลุมดำ เสียงทุ้มที่กระซิบข้างหู
ไม่ผิดแน่…นี่มันพระเอกนิยายเรื่องที่เธออ่านเมื่อคืน!
ห้องนี้…ชุดนอนบางเบา…เตียงผ้าไหมสีแดง…แม้แต่ประโยคที่เขาพูดก็คล้ายกับในฉากเปิดเรื่องของนิยายฉาก NC ที่เธอยังอ่านไม่จบ เพราะดันตายก่อน!
“เชี่ยเอ๊ย…” เธอสบถเบา ๆ กับตัวเอง “กูนี่มัน…ทะลุมิติมาเป็นสนมจริง ๆ เหรอเนี่ย”
กลิ่นเครื่องหอมยังอบอวลอยู่ในอากาศ ข้างเตียงมีเชิงเทียนทองวางเรียงกัน เปลวไฟสั่นไหวราวกับกำลังหัวเราะเยาะความซวยของเธอ
จีน่าค่อย ๆ หย่อนขาลงจากเตียง รู้สึกถึงพื้นไม้เย็น ๆ ใต้ฝ่าเท้า ทุกอย่างดูสมจริงเกินกว่าจะเป็นฝัน
สัมผัส ความเย็น เสียงผ้าม่านเสียดสีกันเบา ๆ
เธอเดินโซเซไปยังฉากกั้นไม้ที่มีบานกระจกทองเหลืองฝังอยู่ด้านใน พอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในนั้นก็ถึงกับหยุดหายใจ
คนในกระจก…ไม่ใช่จีน่าที่เธอคุ้นเคย
สาวในกระจกมีใบหน้ารูปไข่ ขาวเนียน ดวงตาเรียวยาวหวานแต่แฝงประกายดื้อด้าน ปากอิ่มสีระเรื่อจาง ๆ ผมดำยาวถูกรวบอย่างลวก ๆ ปล่อยปอยผมลงมาข้างแก้ม ทำให้ดูทั้งเซ็กซี่ทั้งน่าจับตีไปพร้อมกัน
คอระหงส์ ไหล่บางขาวลื่นที่โผล่พ้นชุดนอนบางเฉียบออกมาหนึ่งข้าง แค่ขยับทีเดียว เนื้อผ้าก็แทบจะไหลร่วงลงไปอีก
“โอ้มายก๊อด…” จีน่าอ้าปากค้าง “นี่ร่างสนมเถื่อนจริง ๆ สินะ…ทำไมมันแซ่บแบบนี้วะ”
เธอเผลอยกมือขึ้นจับหน้าอกตัวเองเบา ๆ “ของปลอมรึของจริงเนี่ย…โอ้ยยย เจ็บ แปลว่าของจริงสินะ…”
ยังไม่ทันได้สำรวจต่อ เสียงฝีเท้าก็วิ่งเข้ามาใกล้จากด้านนอก
“ท่านเสียนเฟย! ท่านเสียนเฟย!”
ประตูเลื่อนเปิดพรืด นางกำนัลสาวร่างเล็กหน้าตากลมใสในชุดผ้าแพรสีจางวิ่งพรวดเข้ามาอย่างลนลาน
“ท่านเสียนเฟย! ฝ่าบาทเสด็จออกจากตำหนักแล้วเพคะ! หม่อมฉันใจจะขาด นึกว่าท่านจะ…ถูกเขกหัวจนล้มไปเสียก่อน”
จีน่ากะพริบตาปริบ ๆ มองนางกำนัลคนนั้นก่อนเอ่ยออกไปอย่างไม่มั่นใจ “เอ่อ…เจ้าคือ…?”
นางกำนัลชะงักไป ก่อนค้อมตัวลง “หม่อมฉันเสี่ยวหลันเพคะ รับใช้ท่านเสียนเฟยมาตั้งแต่เข้าวังใหม่ ๆ แล้วเพคะ”
อ้อ…นี่คือนางกำนัลคู่หูในไฟล์พล็อตที่เธออ่านไว้ คนที่คอยช่วยสนมเถื่อนหนีเตียงฮ่องเต้ ดี…อย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่ต้องเผชิญกับเสือเถื่อนตัวนั้น
“เอ่อ…เสี่ยวหลัน” จีน่าหันกลับไปนั่งริมเตียง พยายามรักษาฟอร์ม “เมื่อครู่นี้…ฝ่าบาทมาที่นี่ทุกคืนแบบนี้เลยหรือ?”
“เพคะ” เสี่ยวหลันตอบอย่างไม่ต้องคิด “ตำหนักอื่นแทบไม่ได้รับพระเมตตาเลยด้วยซ้ำ ทั้งวังรู้กันว่าฝ่าบาทโปรดท่านเสียนเฟยที่สุด”
จีน่ารู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองหล่นไปกองอยู่ที่พื้น
โปรดที่สุด = มาบ่อยที่สุด = เตียงนี้ไม่เคยว่าง…
“แล้ว…” เธอกลืนน้ำลาย “ปกติ ‘อิงอวี้’ …เอ่อ…ข้า ทำตัวแบบไหนเวลาฝ่าบาทมา?”
เสี่ยวหลันหน้าแดงขึ้นมานิด ๆ “ก็…ก็…ท่านก็จะทรง…เอ่อ…ยั่วฝ่าบาทนิดหน่อย แล้วก็มักจะ…ไม่มีเสียงเงียบเลยทั้งคืนเพคะ”
จีน่าเงียบไปสามวินาที ก่อนตะโกนในใจ
โว้ยยยยยย!! สภาพคนเดิมมันคืออาวุธลับของวังหลังชัด ๆ แล้วมึงให้อะไรมาอยู่ในร่างนี้ล่ะทาสออฟฟิศสายอ่านนิยายแต่ไม่มีประสบการณ์จริงสักนิด!!
“แล้วคืนนี้…ฝ่าบาทจะกลับมาอีกไหม?” เสียงเธอสั่นอย่างห้ามไม่ได้
“คงกลับมาแน่เพคะ” เสี่ยวหลันตอบอย่างจริงจัง “ทุกครั้งที่ถูกขัดจังหวะ ฝ่าบาทจะหงุดหงิด และมักเสด็จกลับมาต่อให้จบเสมอเพคะ”
จบ…อะไร? จบฉากเร่าร้อนบนเตียงนั่นน่ะสิ!
จีน่าหน้าซีดเผือดทันที “ไม่ ๆ ๆๆ ไม่ได้ ๆๆ คืนนี้ข้าต้องรอด!”
เสี่ยวหลันผงะ “เพคะ?”
จีน่าหลับตาสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติ ตอนนี้เธออยู่ในร่างสนมเถื่อนที่ฮ่องเต้ติดใจ โลกนี้มีกฎของมันเอง ที่เธอยังไม่รู้ แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอรู้แน่...
ถ้าปล่อยให้ฉากคืนนี้เดินตามต้นฉบับนิยาย เธอคงไม่มีแรงแม้แต่จะลุกจากเตียงพรุ่งนี้แน่ ๆ
เธอคิดถึงคืนที่อิงอวี้คลุ้มคลั่งในฝัน ถึงคำพูดของเหม่ยซินที่ว่า “มัดเขาไว้ด้วยไฟของเจ้า” ถึงการที่ร่างนี้กลายเป็นเป้าหมายของความต้องการ ทั้งที่หัวใจลึก ๆ อาจจะไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นเลย“แล้ว…ตอนนี้ล่ะเพคะ” เธอรวบรวมเสียงถาม “ตอนนี้ในกายข้า…ยังมีสิ่งนั้นอยู่หรือไม่”อวี่เหวินหมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาวางนิ้วกลับลงบนข้อมือเธออีกครั้ง หลับตา ตรวจชีพจรอย่างละเอียด แล้วจึงพูดช้า ๆ“ทุกวันนี้…ไฟนั้นยังมีอยู่ แต่…” เขาลืมตาขึ้น มองเธออย่างจริงจัง “มันเบาลงมาก คล้ายถูก ‘อะไรบางอย่าง’ ขวางไว้”คำว่า “อะไรบางอย่าง” ทำให้จีน่าหัวใจเต้นแรง“อะไร…แบบไหนเพคะ” น้ำเสียงเธอเบากว่าปกติ“เหมือนมีผืนผ้าเปียกคลุมเตาถ่าน” เขาเปรียบเปรย “เตายังมีไฟอยู่ แต่เปลวไม่พุ่งออกมาเหมือนเดิม ยังมีความอุ่น…แต่ไม่ลุกโชนจนไหม้ทุกอย่าง”เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้เลือดในกายจีน่าไหลย้อนกลับ“ในทางแพทย์ล้วน ๆ หม่อมฉันอาจบอกว่า…ร่างกายท่านกำลังฝืนกลับมาสู่สมดุลหลังถูกยารบกวนมานาน” เขาว่า “แต่ในทางพลังลี้ลับ…”ดวงตาเขาล้ำลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มันคล้ายกับ…มี ‘วิญญาณใหม่’ เข้ามายืนขวางหน้ากองไฟนั้นเอาไว้”หัวใจจีน่าเหมื
เช้าวันถัดมา หลังคืนที่ความฝันแปลกประหลาดทำให้หัวใจปวดหนึบทั้งคืน จีน่าตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ปวดเมื่อยหลัง และหนักอกด้วยความจริงที่เพิ่งได้เห็นในความทรงจำของอิงอวี้ร่างเดิมเธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มือแตะหน้าอกตัวเองเบา ๆ ยังรู้สึกถึงเสียงสะอื้นในฝัน ยังเห็นภาพตัวเองหรืออีกคนหนึ่ง…นั่งอยู่ในอ่างน้ำ พึมพำคำว่า “สกปรก” ซ้ำ ๆ ราวกับสาปตัวเอง“อิงอวี้…” เธอพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าโดนไฟเผาแบบนั้นอีกแล้ว”ยังไม่ทันได้ดิ่งลงไปในความคิดนานนัก เสียงเคาะเบา ๆ ก็ดังที่ประตูห้องใน“ก๊อก ๆ”“ท่านเสียนเฟยเพคะ…” เสียงเสี่ยวหลันดังอย่างระมัดระวัง “มีหมอหลวงมาขอเข้าเฝ้าเพคะ”หมอหลวง? ตอนนี้?หัวใจจีน่าสะดุ้งนิด ๆ หรือเมื่อคืน…เธอร้องโอดครวญ “เอ็นหลังฉัน” ดังไปหน่อยจนคนทั้งวังรู้!?“หมอหลวง…มาทำไมหรือ?” จีน่าถามออกไปเสี่ยวหลันเลื่อนประตูเข้ามาเล็กน้อย โผล่ใบหน้ากลม ๆ เข้ามา“หมอหลวงอวี่เหวินหมิงเพคะ” น้ำเสียงเธอแฝงความเกรงใจและเคารพ “ทรงเป็นหมอหลวงผู้ดูแลฝ่าบาทและเหล่าสนมในวังใน…วันนี้บอกว่าอยากมาตรวจชีพจรให้ท่านเสียนเฟยเพคะ”จีน่าขมวดคิ้วอวี่เหวินหมิง…ชื่อคุ้น ๆใช่เลย ในไฟล์พล็อต เขา
ภาพในฝันกลับมาเป็นภาพบนเตียงอีกรอบ ร่างของอิงอวี้ไขว่คว้าหาไออุ่น ไม่ใช่ด้วยหัวใจที่เบิกบาน แต่ด้วยความจำยอมปนสิ้นหวังจีน่ารู้สึกจุกในอก จนต้องยกมือกดอกตัวเอง...ทั้งในฝัน และในร่างจริง……เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมลมหายใจที่กระชั้น แสงเทียนในห้องมอดไปแล้ว เหลือเพียงแสงจันทร์ซีด ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ห้องเงียบ เหมือนทั้งโลกหลับใหลฮ่องเต้หลงจวิ้นยังคงนอนอยู่ข้างหลัง แขนแข็งแรงของเขาพาดรัดเอวเธออย่างหลวม ๆ ลมหายใจสม่ำเสมออุ่น ๆ แผ่วรดต้นคอแต่หัวใจของจีน่า…ไม่สงบอีกต่อไป เธอค่อย ๆ เลื่อนมือจับแขนที่โอบอยู่ แล้วขยับตัวเล็กน้อยให้หันไปด้านข้าง มองใบหน้าด้านข้างของเขาในความมืด“เขา…ไม่รู้เลยสินะ” เธอพึมพำในใจ “ว่าก่อนข้าจะมาอยู่ในร่างนี้…อิงอวี้ต้องผ่านอะไรบ้าง”น้ำตาเอ่อขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ใช่เพราะเจ็บกาย แต่เป็นเพราะภาพอิงอวี้ในอ่างน้ำ ที่นั่งมองเงาตัวเองแล้วพูดคำว่า “สกปรก” เบา ๆจีน่าคิดมาตลอดว่า อิงอวี้คือสนมที่เลือกทางนี้เอง อยากเป็นสนมโปรด อยากยั่วผู้ชาย อยากป่วนวังหลัง แต่ความทรงจำที่หลุดเข้ามาคืนนี้…บอกอีกเรื่องหนึ่งอิงอวี้ไม่ได้ ‘เริ่มต้น’ จากความเลวร้ายเธอเริ่มจากความธรรมดาของหญิง
คืนเดียวกันนั้น หลังจากที่ทุกอย่างบนเตียงมังกรค่อย ๆ สงบลง เสียงลมหายใจของฮ่องเต้หลงจวิ้นเริ่มสม่ำเสมอขึ้นราวคนหลับ ส่วนจีน่า…ดวงตายังลืมโพลงมองเพดานผ้าม่านอย่างเหม่อลอยกล้ามเนื้อทั้งตัวเหมือนถูกใช้งานจนล้า แผ่นหลังที่เธอบ่นว่า “เอ็นหลังฉัน” ตอนต้นคืน ตอนนี้กลายเป็นความปวดหน่วง ๆ เฉพาะจุด แต่แปลก...หัวใจกลับไม่ได้รู้สึกแย่ทั้งหมดอย่างที่คิดเพราะในความดิบเถื่อนของเขา วันนี้มีอะไรบางอย่างที่อ่อนลง มากกว่าคืนก่อน ๆเธอขยับตัวเล็กน้อยให้สบายขึ้น ลมหายใจอุ่นของฮ่องเต้ที่เป่ารดต้นคอจากด้านหลัง เป็นเหมือนผ้าห่มอีกผืนที่ทำให้คนเราหลงลืมความกังวลไปทีละนิดไม่รู้ตัวเลยว่า…มนต์สะกดของความเหนื่อย และไออุ่นของคนข้างหลัง กำลังพาเธอจมดิ่งสู่ห้วงฝันอีกใบ ฝันที่ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของ ‘อิงอวี้คนเดิม’……ในฝันนั้น โลกมืดสนิท มืดจนไม่มีแม้แต่เงา แต่ท่ามกลางความมืด มีเสียงหอบหายใจถี่ ๆ ดังขึ้น หนักและร้อนราวกับคนกำลังไข้สูง จีน่าหมุนตัวหาต้นเสียง แล้วก็เห็น ‘ตัวเอง’หญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมบางเฉียบสีเดียวกับที่เธอสวมอยู่ในตอนนี้ ผมยาวสลวยปรกลงมาข้างแก้ม ผิวขาวผ่องแดงระเรื่อ เหงื่อเกาะเป็นเม็ดเล็ก ๆ ทั่วซ
จีน่ารู้สึก ทั้งร้อน ทั้งเขิน ทั้งปวดหลังปะปนกันไปหมด ความดุเดือดของเขาไม่หายไป แต่กลับมีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น...ความระมัดระวัง และความ ‘สังเกต’ เธอมากขึ้นหลายครั้งที่เธอหลุดคำแปลก ๆ ออกมา เช่น“เดี๋ยว ๆ… ช้า ๆ ก่อนค่ะท่าน!”“โอ้ย พระเจ้า… ลึกเกิน!”“ไม่โอเคแล้ว… ขอพักหายใจแป๊บนึง!”ทุกครั้งเขาจะชะลอจังหวะลงทันที หรี่ตาลงมองหน้าเธอแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากแล้ว… กลับมาแรงกว่าเดิมนี่ใช่อิงอวี้ที่เขารู้จัก หรือใครแอบสิงอยู่กันแน่คืนที่ควรมีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงเตียงลั่น กลับมีเสียงโอดครวญตลก ๆ ปนอยู่ด้วย ชั้นหนึ่งของความร้อนแรงจึงถูกเคลือบด้วยความฮาแบบไม่ตั้งใจจนในที่สุด คลื่นใหญ่ของทั้งสองก็พุ่งถึงจุดสูงสุดพร้อมกันหลงจวิ้นกดร่างเธอแนบแน่นกับตัวเอง กระแทกเข้าไปครั้งสุดท้ายลึกสุดใจ แล้วปล่อยทุกอย่างไว้ข้างในเธออย่างเต็มเปี่ยมจีน่าร้องชื่อเขาดังลั่น สั่นระริกไปทั้งตัว น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัวทั้งสองนอนทับซ้อนกันอยู่นาน หอบหายใจหนักแน่น ผ้าห่มหลุดลงพื้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผิวเนื้อแนบชิดกันจนแทบเป็นหนึ่งเดียวหลงจวิ้นค่อย ๆ ถอนตัวออก ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่
ม่านเตียงผ้าไหมถูกดึงปิดสนิท แยกโลกภายนอกออกจากโลกเล็ก ๆ บนเตียงมังกรอย่างเด็ดขาด ภายในมีเพียงแสงเทียนสลัว ๆ จากเชิงเทียนสองสามเล่ม เงาไหวของเปลวไฟวาดลวดลายบนผ้าม่านรอบเตียงคล้ายเปลวไฟที่กำลังเลียช้า ๆ ไปทั่วจีน่านอนนิ่งตัวเกร็งอยู่กลางเตียง มือกำผ้าห่มแน่นจนปลายนิ้วซีด หัวใจเต้นรัวชนิดที่เธอมั่นใจว่า ถ้าใครเอาหูมาแนบอกตอนนี้คงได้ยินชัดยิ่งกว่ากลองรบหลงจวิ้นนั่งอยู่ตรงปลายเตียง มองร่างบางที่พยายามห่อตัวเองกับผ้าห่มอย่างนึกขัน“เจ้าคิดว่าผ้าผืนบาง ๆ นี่จะกันข้าได้จริงหรือ อิงอวี้” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้สันหลังเธอสั่นวาบ“ก็…กันสายตาได้เพคะ” เธอหลุดตอบไปตามความคิด “อย่างน้อยข้าก็ไม่เขิน…จนเกินไป”ดวงตาคมเข้มเลิกคิ้วนิดเดียว“เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเขินขนาดนี้” เขาพึมพำ “เมื่อก่อน…เจ้าเป็นฝ่ายดึงผ้าห่มออกจากตัวเองเสียด้วยซ้ำ”โอเค…เกินไปนะ ‘อิงอวี้คนเดิม’จีน่ากัดริมฝีปากแน่น ขอแสดงความเสียใจกับตัวเองอีกหนึ่งรอบ ที่ต้องมารับกรรมแทนร่างนี้หลงจวิ้นค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ มือใหญ่ยกผ้าห่มขึ้นเบา ๆ แล้วสอดตัวเข้าไปใต้ผืนผ้านั้นอย่างง่ายดาย กลิ่นกายอุ่น ๆ แบบผู้ชายชัดเจนโอบล้อมทันที จนเธอแทบล







