ANMELDEN“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในวังนี้…มีแต่คนที่อยากได้สายตาข้าแบบนี้” เขาพูดช้า ๆ “แต่เจ้ากลับทำหน้าราวกับกำลังถูกลากไปเชือด”
“กะ…ก็…” จีน่าพูดไม่ออก
เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอคิดต่อ มือใหญ่ของเขาเลื่อนมาจับท้ายทอยเธอ ดึงให้เข้าใกล้มากขึ้น กลิ่นกายอุ่นและกลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ จากชุดของเขาแผ่ซ่านเข้ามา
หัวใจจีน่าเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมา
“หายใจไม่ออก…” เธอพึมพำเบา ๆ
“หึ” เขาเลิกคิ้ว “แค่ข้าเข้าใกล้ เจ้าก็หอบเสียแล้ว ถ้าข้าลงมือจริง ๆ เจ้าจะไม่ขาดใจตายหรือ?”
ไม่ได้ตายนะ…แต่อาจจะหมดแรงลุกไม่ขึ้นเป็นอาทิตย์…
ความคิดนั้นทำเอาเธอหน้าแดงหูแดง อยากมุดเตียงหนีตัวเองให้ได้เดี๋ยวนั้น
“ฝ่าบาท…” เธอพยายามรวบรวมไหวพริบแบบมนุษย์ออฟฟิศ “ในนิ…เอ่อ…ในตำหนัก ข้าได้ยินมาว่า หากฝ่าบาททรงฝืนผู้ป่วยมากเกินไป เกรงจะเป็นลางไม่ดีต่อโชคชะตาเพคะ”
“ลาง?” เขาเลิกคิ้วอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นนิด ๆ “เจ้าคิดว่าข้าจะถูกลางร้ายทำอะไรได้?”
เออ…ในพล็อตเขาก็แกร่งเกินเหตุจริง ๆ นั่นแหละ แต่จีน่าก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“อย่างน้อย…ก็ลางร้ายต่อเอวข้าเพคะ”
เงียบไปหนึ่งจังหวะ…
แล้วหลงจวิ้นก็หัวเราะออกมาโดยไม่ทันห้าม เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำ ออกจะหายากสำหรับคนที่ทั้งวังกลัว
“เจ้ากล้าพูดแบบนี้กับเรา…” เขาส่ายหน้าเล็กน้อย “อิงอวี้ของวันนี้…แปลกขึ้นทุกวัน”
เขาโน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นพอให้ปลายจมูกแทบจะแตะกัน มืออีกข้างเลื่อนลงมาที่เอวเธอ ดึงให้เข้าไปชิดแผงอกกว้าง ความร้อนจากกายเขาซึมผ่านผ้าเพียงชั้นเดียวทะลุเข้ามาถึงผิว จีน่ารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นลูกกวางในกรงเสือ
“ข้าเคยคิดว่าตัวเจ้ามีแต่ไฟ” เขากระซิบ “แต่วันนี้…ดูเหมือนจะมีอะไรอื่นแฝงอยู่ด้วย”
“อะ…อะไรเพคะ…” เสียงเธอสั่น
“ความกลัว…หรือว่า…” ดวงตาเขากวาดมองริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอ “…ความอยากลองของใหม่กันแน่”
“ฝ่าบาท!” เธอหน้าร้อนผ่าว
“ข้าไม่ได้...”
ริมฝีปากเขาเลื่อนเฉียดแก้มขึ้นมา เหมือนจงใจไม่แตะตรงกลางปาก เพื่อปล่อยให้ความคาดหวังค่อย ๆ สุมไฟในหัวใจเธอ ลมหายใจอุ่น ๆ รดข้างหูจนขนอ่อนลุกชัน
“เจ้าพูดปากแข็งเกินไปแล้ว อิงอวี้”
มือใหญ่ของเขาลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าใต้ชุดนอนบางเบาอย่างชำนาญ เพียงสัมผัสเบา ๆ ร่างของจีน่าก็เกร็งตัวโดยอัตโนมัติ
หัวใจเต้นแรง…
ลมหายใจติดขัด… สมองเริ่มไม่ฟังเหตุผล…ไม่ได้นะ มึงต้องหนี! เธอตะโกนใส่ตัวเองในใจ
“ฝ่าบาท…เจ็บ…” เธอรีบคว้าเอวเขาไว้ “เอ่อ…หนัก…ข้าหายใจไม่ออกจริง ๆ เพคะ”
เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะขยับตัวถอยออกนิดหนึ่งให้เธอได้หายใจโล่งขึ้น
“เจ้าบอบบางขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาบ่นเบา ๆ “ปกติ…เจ้าไม่เคยร้องว่าเจ็บแม้แต่น้อย”
‘ก็เพราะคนเดิมไม่ใช่ข้านี่คะ!’
จีน่าถอนหายใจแรงเหมือนคนรอดจากการจมน้ำ เธอรีบใช้จังหวะนั้นขยับถอยไปให้พ้นจากอกเขาหน่อย แม้จะยังอยู่บนเตียงเดียวกัน
“ข้า…” เธอกัดริมฝีปาก “วันนี้ไม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมาเพคะ”
หลงจวิ้นนิ่งไป เจ้าตัวจ้องหน้าเธอเหมือนจะอ่านทุกอย่างจากแววตา
“…นั่นสิ” เขาพึมพำ “ไม่เหมือนจริง ๆ”
ความดุเถื่อนในดวงตาเริ่มเบาบางลง แทนที่ด้วยแววประหลาดใจปนสนใจ
“ดวงตาเจ้า…คำพูดเจ้า…ทุกอย่างของเจ้าวันนี้ ทำให้ข้าอยากรู้…”
เขาโน้มหน้าเข้ามาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แรงบีบบังคับเหมือนตอนแรก หากเป็นความใคร่รู้ที่ดิบไม่แพ้กัน
“…ว่าเจ้าคืออิงอวี้คนเดิม…หรือเป็นใครกันแน่ที่มาอยู่ในร่างนี้”
คำพูดนั้นทำให้จีน่าชะงัก เขา…เริ่มสงสัยแล้ว
หลงจวิ้นปรายตามองร่างเล็กของเธอที่พยายามเบียดตัวชิดหัวเตียงราวกับอยากละลายหายเข้าไปในหมอน
สุดท้าย เขากลับถอนตัวออกช้า ๆ มือใหญ่ละออกจากเอวเธอ น้ำเสียงยังทุ้มต่ำและอันตราย แต่เย็นลงเล็กน้อย
“วันนี้ข้าจะไม่บังคับเจ้าต่อ…”
จีน่าหันขวับมองเขาทันที ในอกโล่งวาบเหมือนหายใจได้เต็มปอดครั้งแรกในคืนนี้ แต่ยังไม่ทันยิ้ม เขาก็ก้มลงมากระซิบข้างหู
“แต่จำไว้ อิงอวี้...”
ริมฝีปากอุ่นแนบลงบนข้างแก้มเธออย่างหนักแน่น เป็นรอยจูบที่ไม่ปิดบังความเป็นเจ้าของ
“หนีได้คืนนี้…ไม่ได้แปลว่าหนีได้ทุกคืน”
จีน่าขนลุกซู่ เขาลุกจากเตียงอย่างสง่างาม จัดชายเสื้อคลุมให้เรียบร้อย พลางมองเธอด้วยสายตาแบบเสือที่ยอมปล่อยเหยื่อแค่ชั่วคราว
“พักผ่อนเสีย” เขาว่า “เพราะคืนต่อ ๆ ไป…ข้าอาจไม่ใจดีแบบคืนนี้อีกแล้ว”
พูดจบ ฮ่องเต้หลงจวิ้นก็หมุนตัวออกจากห้องไป ปล่อยให้จีน่านั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง ผ้าห่มกอดแนบอกเหมือนเกราะชิ้นสุดท้าย หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ความร้อนที่เขาทิ้งไว้บนแก้มยังไม่จาง
นี่สินะ…คืนแรกกับฮ่องเต้เถื่อน
ดีอย่างเดียว...คืนนี้เธอรอดมาได้แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เสือเถื่อนยังหิว แต่ลูกกวางอย่างเธอก็ยังไม่โดนกินจนหมดตัว
ทว่า…ในความโล่งใจนั้น ยังมีอีกความรู้สึกบางอย่างแทรกอยู่เงียบ ๆ ในอก เมื่อเธอยกมือแตะแก้มตัวเองตรงที่เขาจูบ ใบหน้าก็ร้อนขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ให้ตาย…ไอ้เสือเถื่อนนี่มันอันตรายเกินไปจริง ๆ
เธอคิดถึงคืนที่อิงอวี้คลุ้มคลั่งในฝัน ถึงคำพูดของเหม่ยซินที่ว่า “มัดเขาไว้ด้วยไฟของเจ้า” ถึงการที่ร่างนี้กลายเป็นเป้าหมายของความต้องการ ทั้งที่หัวใจลึก ๆ อาจจะไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นเลย“แล้ว…ตอนนี้ล่ะเพคะ” เธอรวบรวมเสียงถาม “ตอนนี้ในกายข้า…ยังมีสิ่งนั้นอยู่หรือไม่”อวี่เหวินหมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาวางนิ้วกลับลงบนข้อมือเธออีกครั้ง หลับตา ตรวจชีพจรอย่างละเอียด แล้วจึงพูดช้า ๆ“ทุกวันนี้…ไฟนั้นยังมีอยู่ แต่…” เขาลืมตาขึ้น มองเธออย่างจริงจัง “มันเบาลงมาก คล้ายถูก ‘อะไรบางอย่าง’ ขวางไว้”คำว่า “อะไรบางอย่าง” ทำให้จีน่าหัวใจเต้นแรง“อะไร…แบบไหนเพคะ” น้ำเสียงเธอเบากว่าปกติ“เหมือนมีผืนผ้าเปียกคลุมเตาถ่าน” เขาเปรียบเปรย “เตายังมีไฟอยู่ แต่เปลวไม่พุ่งออกมาเหมือนเดิม ยังมีความอุ่น…แต่ไม่ลุกโชนจนไหม้ทุกอย่าง”เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้เลือดในกายจีน่าไหลย้อนกลับ“ในทางแพทย์ล้วน ๆ หม่อมฉันอาจบอกว่า…ร่างกายท่านกำลังฝืนกลับมาสู่สมดุลหลังถูกยารบกวนมานาน” เขาว่า “แต่ในทางพลังลี้ลับ…”ดวงตาเขาล้ำลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มันคล้ายกับ…มี ‘วิญญาณใหม่’ เข้ามายืนขวางหน้ากองไฟนั้นเอาไว้”หัวใจจีน่าเหมื
เช้าวันถัดมา หลังคืนที่ความฝันแปลกประหลาดทำให้หัวใจปวดหนึบทั้งคืน จีน่าตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ปวดเมื่อยหลัง และหนักอกด้วยความจริงที่เพิ่งได้เห็นในความทรงจำของอิงอวี้ร่างเดิมเธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มือแตะหน้าอกตัวเองเบา ๆ ยังรู้สึกถึงเสียงสะอื้นในฝัน ยังเห็นภาพตัวเองหรืออีกคนหนึ่ง…นั่งอยู่ในอ่างน้ำ พึมพำคำว่า “สกปรก” ซ้ำ ๆ ราวกับสาปตัวเอง“อิงอวี้…” เธอพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าโดนไฟเผาแบบนั้นอีกแล้ว”ยังไม่ทันได้ดิ่งลงไปในความคิดนานนัก เสียงเคาะเบา ๆ ก็ดังที่ประตูห้องใน“ก๊อก ๆ”“ท่านเสียนเฟยเพคะ…” เสียงเสี่ยวหลันดังอย่างระมัดระวัง “มีหมอหลวงมาขอเข้าเฝ้าเพคะ”หมอหลวง? ตอนนี้?หัวใจจีน่าสะดุ้งนิด ๆ หรือเมื่อคืน…เธอร้องโอดครวญ “เอ็นหลังฉัน” ดังไปหน่อยจนคนทั้งวังรู้!?“หมอหลวง…มาทำไมหรือ?” จีน่าถามออกไปเสี่ยวหลันเลื่อนประตูเข้ามาเล็กน้อย โผล่ใบหน้ากลม ๆ เข้ามา“หมอหลวงอวี่เหวินหมิงเพคะ” น้ำเสียงเธอแฝงความเกรงใจและเคารพ “ทรงเป็นหมอหลวงผู้ดูแลฝ่าบาทและเหล่าสนมในวังใน…วันนี้บอกว่าอยากมาตรวจชีพจรให้ท่านเสียนเฟยเพคะ”จีน่าขมวดคิ้วอวี่เหวินหมิง…ชื่อคุ้น ๆใช่เลย ในไฟล์พล็อต เขา
ภาพในฝันกลับมาเป็นภาพบนเตียงอีกรอบ ร่างของอิงอวี้ไขว่คว้าหาไออุ่น ไม่ใช่ด้วยหัวใจที่เบิกบาน แต่ด้วยความจำยอมปนสิ้นหวังจีน่ารู้สึกจุกในอก จนต้องยกมือกดอกตัวเอง...ทั้งในฝัน และในร่างจริง……เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมลมหายใจที่กระชั้น แสงเทียนในห้องมอดไปแล้ว เหลือเพียงแสงจันทร์ซีด ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ห้องเงียบ เหมือนทั้งโลกหลับใหลฮ่องเต้หลงจวิ้นยังคงนอนอยู่ข้างหลัง แขนแข็งแรงของเขาพาดรัดเอวเธออย่างหลวม ๆ ลมหายใจสม่ำเสมออุ่น ๆ แผ่วรดต้นคอแต่หัวใจของจีน่า…ไม่สงบอีกต่อไป เธอค่อย ๆ เลื่อนมือจับแขนที่โอบอยู่ แล้วขยับตัวเล็กน้อยให้หันไปด้านข้าง มองใบหน้าด้านข้างของเขาในความมืด“เขา…ไม่รู้เลยสินะ” เธอพึมพำในใจ “ว่าก่อนข้าจะมาอยู่ในร่างนี้…อิงอวี้ต้องผ่านอะไรบ้าง”น้ำตาเอ่อขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ใช่เพราะเจ็บกาย แต่เป็นเพราะภาพอิงอวี้ในอ่างน้ำ ที่นั่งมองเงาตัวเองแล้วพูดคำว่า “สกปรก” เบา ๆจีน่าคิดมาตลอดว่า อิงอวี้คือสนมที่เลือกทางนี้เอง อยากเป็นสนมโปรด อยากยั่วผู้ชาย อยากป่วนวังหลัง แต่ความทรงจำที่หลุดเข้ามาคืนนี้…บอกอีกเรื่องหนึ่งอิงอวี้ไม่ได้ ‘เริ่มต้น’ จากความเลวร้ายเธอเริ่มจากความธรรมดาของหญิง
คืนเดียวกันนั้น หลังจากที่ทุกอย่างบนเตียงมังกรค่อย ๆ สงบลง เสียงลมหายใจของฮ่องเต้หลงจวิ้นเริ่มสม่ำเสมอขึ้นราวคนหลับ ส่วนจีน่า…ดวงตายังลืมโพลงมองเพดานผ้าม่านอย่างเหม่อลอยกล้ามเนื้อทั้งตัวเหมือนถูกใช้งานจนล้า แผ่นหลังที่เธอบ่นว่า “เอ็นหลังฉัน” ตอนต้นคืน ตอนนี้กลายเป็นความปวดหน่วง ๆ เฉพาะจุด แต่แปลก...หัวใจกลับไม่ได้รู้สึกแย่ทั้งหมดอย่างที่คิดเพราะในความดิบเถื่อนของเขา วันนี้มีอะไรบางอย่างที่อ่อนลง มากกว่าคืนก่อน ๆเธอขยับตัวเล็กน้อยให้สบายขึ้น ลมหายใจอุ่นของฮ่องเต้ที่เป่ารดต้นคอจากด้านหลัง เป็นเหมือนผ้าห่มอีกผืนที่ทำให้คนเราหลงลืมความกังวลไปทีละนิดไม่รู้ตัวเลยว่า…มนต์สะกดของความเหนื่อย และไออุ่นของคนข้างหลัง กำลังพาเธอจมดิ่งสู่ห้วงฝันอีกใบ ฝันที่ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของ ‘อิงอวี้คนเดิม’……ในฝันนั้น โลกมืดสนิท มืดจนไม่มีแม้แต่เงา แต่ท่ามกลางความมืด มีเสียงหอบหายใจถี่ ๆ ดังขึ้น หนักและร้อนราวกับคนกำลังไข้สูง จีน่าหมุนตัวหาต้นเสียง แล้วก็เห็น ‘ตัวเอง’หญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมบางเฉียบสีเดียวกับที่เธอสวมอยู่ในตอนนี้ ผมยาวสลวยปรกลงมาข้างแก้ม ผิวขาวผ่องแดงระเรื่อ เหงื่อเกาะเป็นเม็ดเล็ก ๆ ทั่วซ
จีน่ารู้สึก ทั้งร้อน ทั้งเขิน ทั้งปวดหลังปะปนกันไปหมด ความดุเดือดของเขาไม่หายไป แต่กลับมีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น...ความระมัดระวัง และความ ‘สังเกต’ เธอมากขึ้นหลายครั้งที่เธอหลุดคำแปลก ๆ ออกมา เช่น“เดี๋ยว ๆ… ช้า ๆ ก่อนค่ะท่าน!”“โอ้ย พระเจ้า… ลึกเกิน!”“ไม่โอเคแล้ว… ขอพักหายใจแป๊บนึง!”ทุกครั้งเขาจะชะลอจังหวะลงทันที หรี่ตาลงมองหน้าเธอแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากแล้ว… กลับมาแรงกว่าเดิมนี่ใช่อิงอวี้ที่เขารู้จัก หรือใครแอบสิงอยู่กันแน่คืนที่ควรมีแต่เสียงหอบหายใจและเสียงเตียงลั่น กลับมีเสียงโอดครวญตลก ๆ ปนอยู่ด้วย ชั้นหนึ่งของความร้อนแรงจึงถูกเคลือบด้วยความฮาแบบไม่ตั้งใจจนในที่สุด คลื่นใหญ่ของทั้งสองก็พุ่งถึงจุดสูงสุดพร้อมกันหลงจวิ้นกดร่างเธอแนบแน่นกับตัวเอง กระแทกเข้าไปครั้งสุดท้ายลึกสุดใจ แล้วปล่อยทุกอย่างไว้ข้างในเธออย่างเต็มเปี่ยมจีน่าร้องชื่อเขาดังลั่น สั่นระริกไปทั้งตัว น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัวทั้งสองนอนทับซ้อนกันอยู่นาน หอบหายใจหนักแน่น ผ้าห่มหลุดลงพื้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผิวเนื้อแนบชิดกันจนแทบเป็นหนึ่งเดียวหลงจวิ้นค่อย ๆ ถอนตัวออก ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่
ม่านเตียงผ้าไหมถูกดึงปิดสนิท แยกโลกภายนอกออกจากโลกเล็ก ๆ บนเตียงมังกรอย่างเด็ดขาด ภายในมีเพียงแสงเทียนสลัว ๆ จากเชิงเทียนสองสามเล่ม เงาไหวของเปลวไฟวาดลวดลายบนผ้าม่านรอบเตียงคล้ายเปลวไฟที่กำลังเลียช้า ๆ ไปทั่วจีน่านอนนิ่งตัวเกร็งอยู่กลางเตียง มือกำผ้าห่มแน่นจนปลายนิ้วซีด หัวใจเต้นรัวชนิดที่เธอมั่นใจว่า ถ้าใครเอาหูมาแนบอกตอนนี้คงได้ยินชัดยิ่งกว่ากลองรบหลงจวิ้นนั่งอยู่ตรงปลายเตียง มองร่างบางที่พยายามห่อตัวเองกับผ้าห่มอย่างนึกขัน“เจ้าคิดว่าผ้าผืนบาง ๆ นี่จะกันข้าได้จริงหรือ อิงอวี้” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้สันหลังเธอสั่นวาบ“ก็…กันสายตาได้เพคะ” เธอหลุดตอบไปตามความคิด “อย่างน้อยข้าก็ไม่เขิน…จนเกินไป”ดวงตาคมเข้มเลิกคิ้วนิดเดียว“เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยเขินขนาดนี้” เขาพึมพำ “เมื่อก่อน…เจ้าเป็นฝ่ายดึงผ้าห่มออกจากตัวเองเสียด้วยซ้ำ”โอเค…เกินไปนะ ‘อิงอวี้คนเดิม’จีน่ากัดริมฝีปากแน่น ขอแสดงความเสียใจกับตัวเองอีกหนึ่งรอบ ที่ต้องมารับกรรมแทนร่างนี้หลงจวิ้นค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ มือใหญ่ยกผ้าห่มขึ้นเบา ๆ แล้วสอดตัวเข้าไปใต้ผืนผ้านั้นอย่างง่ายดาย กลิ่นกายอุ่น ๆ แบบผู้ชายชัดเจนโอบล้อมทันที จนเธอแทบล







