LOGINภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดของเพียงฟ้า กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นแป้งเด็กที่เจ้าของห้องชอบใช้ บนโต๊ะเตี้ยกลางห้องมีทั้งสำลี น้ำเกลือ เบตาดีน พลาสเตอร์ และถุงน้ำแข็งวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
เพียงฟ้าถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน ขณะปรายตามองชายหนุ่มร่างยักษ์ทั้งสี่ ที่กำลังนั่งเรียงแถวหน้ากระดานราวกับนักเรียนที่รอทัณฑ์บนจากอาจารย์
เหนือฟ้า วายุ ฟง เฟย ชื่อของสมาชิกแก๊งระดับGodที่ใคร ๆ ต่างเกรงกลัว ทว่ายามนี้กลับไม่กล้ามองหน้าหญิงสาวตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียว ไม่มีใครกล้าพูด แม้แต่ฟงที่ปกติปากดีไม่หยุด วันนี้ยังนั่งกอดหมอนอิงเงียบ ๆ พลางเหลือบมองเจ้าของห้องเป็นระยะ
ภาพเบื้องหน้านั้นทำให้เพียงฟ้าอดจะใจอ่อนไม่ได้ หญิงสาวคุกเข่าพลางยกมือเล็กชุบสำลีลงบนขวดยาฆ่าเชื้อ ก่อนหันมามองเหนือฟ้าที่คิ้วแตกเป็นคนแรก
“เจ็บหน่อยนะ”
“อือ”
คนตัวโตตอบเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าให้เธอทำแผลอย่างว่าง่าย ต่างจากตอนต่อยคนเมื่อชั่วโมงก่อนลิบลับ
บรรยากาศทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศดังคลอกับเสียงถอนหายใจของหญิงสาวที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
“สรุปมีใครจะอธิบายให้เค้าฟังได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น”
แน่นอนว่าคำถามของเพียงฟ้าไม่มีใครกล้าตอบรับ มีเพียงท่าทีเลิ่กลั่กของชายหนุ่มทั้งสี่ จนกระทั่งความอดทนของเธอหมดลงเลยตัดสินใจจี้ถามเรียงตัว
“เหนือ” เสียงหวานเอ่ยดุเล็กน้อย จนเจ้าของชื่อยกมือเกาท้ายทอยอย่างประหม่า
“ก็อย่างที่มึงเห็น”
“ใช่ เค้าเห็น เค้าเลยอยากถามเหตุผลไง ว่าทำไมพวกนายต้องเอาแต่หาเรื่องเจ็บตัว” เพียงฟ้าถอนหายใจ
“กู...” เหนือฟ้าเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อถูกกดดัน
“เหนือฟ้า”
ใบหน้าหล่อเหลาชะงักทันที เมื่อเสียงหวานเรียกชื่อเขาเต็มยศ นั่นแปลว่ายัยตัวเล็กของพวกเขากำลังโกรธจริง ๆ และเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย
เหนือฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมรับหน้าตรง ๆ “ก็มันเรียกหาตีน กูก็เลยสนอง ผิดตรงไหน”
“นายนี่มัน...”
เพียะ
คำตอบสั้น ๆ ทำเอาเพียงฟ้าแทบลมจับ เธอดีดหน้าผากเขาเบา ๆ เพื่อเตือนสติ แต่นอกจากเหนือฟ้าจะไม่หลบ เขายังยอมรับมันแต่โดยดี
“คราวหน้ากูจะใจเย็นกว่านี้”
“ไม่มีคราวหน้าแล้ว!”
“เออ จะพยายาม...”
ครั้นได้ยินคำตอบอันแผ่วเบาของเหนือฟ้า หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะขยับมานั่งตรงหน้าวายุแทน
วายุคนที่เธอคิดว่าน่าจะมีเหตุผลที่สุด…
“วายุ”
“ครับ”
“ทำไมนายไม่ห้ามเพื่อน แถมยังไปร่วมวงด้วยอีกเนี่ยนะ” เสียงหวานเอ่ยกึ่งตำหนิ
“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่ขึ้นชื่อว่าคุณชายเย็นชา หน้านิ่งเหมือนหุ่นยนต์ ยามนี้กลับเลิ่กลั่กจนน่าหัวเราะ
“ยุเป็นคนเดียวที่เค้าไว้ใจ และคิดว่าจะดึงพวกนั้นออกมาได้แท้ ๆ ”
วายุเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนตอบเรียบ ๆ “ขอโทษที่ทำให้ฟ้าผิดหวัง แต่ครั้งนี้ยุยอมไม่ได้จริง ๆ ”
เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ อ้าปากค้างกับคำตอบของวายุ พลันนึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ชายที่ใจเย็นที่สุดเดือดดาลได้ถึงเพียงนี้ เหนือฟ้ากับฟงเองก็หลุดหัวเราะพรืดจนโดนคนตัวเล็กมองค้อนไปทีนึง
“เห็นไหมยัยลูกหมู ขนาดไอ้วายุยังใจเย็นไม่อยู่เลย” ฟงเลยขึ้นผสมโรง
“ฟง” เพียงฟ้าหันขวับ จนคนถูกเรียกรีบยกมือขึ้นทันที
“ก็มันเรื่องจริง พูดผิดตรงไหน”
“พวกนายนี่มัน!”
เมื่อเห็นว่าคุยกับฟงไปก็ไร้ประโยชน์ เพียงฟ้าเลยหันไปหาแฝดคนน้องอย่างเฟยแทน
“เฟย แล้วนายล่ะ”
“เฟยพยายามห้ามแล้ว แต่พวกมันไม่ฟัง” เฟยเอ่ยพลางดันแว่น “เลยใช้วิธีที่อีกฝ่ายน่าจะเข้าใจที่สุด”
“วิธีอะไร”
“หมัดไง”
“…” ใบหน้าสวยอ้าปากค้างกับคำตอบหน้าตายของเขา
“ฮ่า ๆ ๆ! มันก็เจรจาด้วยกำปั้นไงยัยลูกหมู” ฟงหัวเราะดังลั่น
“พูดซะดูดีเลยนะมึง” เหนือฟ้าส่ายหน้า
แม้แต่เพียงฟ้าก็เผลอหลุดยิ้มออกมา ทว่าเพียงครู่เดียวก่อนที่รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ จางหายไป หญิงสาวก้มมองสำลีในมือพลางเอ่ยเสียงแผ่ว
“สรุปแล้วทำไมถึงมีเรื่อง คงไม่ใช่เพราะเค้าอีกแล้วใช่ไหม...”
เพียงเท่านั้นเสียงหัวเราะก็เงียบลงโดยพลัน ชายหนุ่มทั้งสี่คนมองหน้ากันราวกับจะเตือนว่าห้ามหลุดปากพูดเป็นอันขาด เพราะไม่อยากให้ยัยลูกหมูของพวกเขาโทษตัวเอง
แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นฟงที่หลุดปากออกมา…
“ก็ไอ้เวรพวกนั้นมันพูดถึงเธอ--”
“เฮ้ย!” เหนือฟ้าหันขวับ
“ฉิบหาย...”
ฟงสบถออกมา เมื่อพึ่งรู้ตัวว่าหายนะกำลังจะมาเยือนเพราะประโยคที่ปากไม่รักดีดันหลุดพูดออกไป ทำให้บรรยากาศที่กำลังจะดีขึ้น กลับอึดอัดและย่ำแย่กว่าเดิมเป็นสิบเท่า จนเหนือฟ้าหัวเสียยกเท้าถีบฟงร่วงโซฟา
“พวกเขาพูดว่าอะไรเหรอ” เพียงฟ้าช้อนตามอง
“…”
“ฟง” เมื่อไม่มีใครตอบ หญิงสาวจึงถามซ้ำอีกครั้ง
“พวกมันบอกว่า” คนผมขาวถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยความจริงออกมาตามตรง “ผู้หญิงอ้วน ๆ แบบเธอมีดีตรงไหน ถึงได้เกาะแก๊งวิศวะดัง ๆ ไว้ได้”
“…”
“คงอ่อยเก่ง หรือไม่ก็นอนแหกขาให้พวกเราผลัดกันเอา” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยอย่างกระดากปาก
เพียะ!
ทันทีที่เอ่ยพูดเหนือฟ้าที่ทนฟังไม่ไหวก็ตบกบาลฟงเต็มแรง จนชายเจ้าของผมขาวร้องโอดโอยกุมศีรษะตัวเอง
“โอ๊ย! ไอ้เหี้ยเหนือมึงตบมาได้ สมองกูเสื่อมขึ้นมาทำไง”
“ใครบอกให้มึงพูด! กูไม่เตะมึงคอหักก็ดีแค่ไหนแล้ว” เหนือฟ้าเอ่ยอย่างโมโหตามฉบับคนอารมณร้อน
“ก็ยัยลูกหมูมันถาม”
“มึงก็ไม่ต้องพูดหมดก็ได้!”
“ก็มันพวกมันพูดจริงปะวะ” ฟงลูบศีรษะตัวเองปอย ๆ
คำพูดนั้นทำให้เพียงฟ้านิ่งชะงัก คำพูดมากมายพรั่งพรูเข้ามาในสมองจนมือเล็กกำสำลีแน่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้
“ฟ้า” วายุเรียกเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของคนตัวเล็ก
“ขอโทษ...” หญิงสาวก้มหน้าลง จนทั้งสี่คนชะงัก “ถ้า...ถ้าไม่มีเค้า พวกนายก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”
“เฮ้ยยัยลูกหมู ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”
ฟงหน้าเสียทันที เพราะรู้ดีว่าเพียงฟ้านั้นเป็นคนคิดมากและชอบโทษตัวเองแค่ไหน ยิ่งมาจากคำพูดหมา ๆ ของเขาอีก ยิ่งทำให้ฟงรีบตบปากตัวเองยกใหญ่
“เพราะเค้าเป็นตัวปัญหาจริง ๆ ด้วย”
น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นเครือ ก่อนที่หยดน้ำตาหยดหนึ่งจะร่วงลงบนหลังมือขาว เพียงเท่านั้นชายหนุ่มทั้งสี่ก็แทบทำอะไรไม่ถูก
“เฮ้ มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด มึงไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับพวกกู” เหนือฟ้ารีบเลื่อนตัวลงมานั่งบนพื้นตรงหน้าเพียงฟ้าทันที
“เฮ้ย ๆ ๆ ยัยลูกหมูอย่าร้องดิ ฉันปากหมาเอง!” เฟยรีบหยิบทิชชูซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ
“ไม่มีใครโทษเธอเลยสักคน ยุเองก็ไม่เคยโทษเธอ”
วายุเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เขาขยับนั่งลงข้างหญิงสาว ก่อนออกแรงดึงร่างเล็กเข้ามาอย่างแผ่วเบา จนร่างอวบซบลงกับแผ่นอกกว้างของเขา ชายหนุ่มยกมือใหญ่ลูบหลังเธอช้า ๆพลางโยกเบา ๆ ราวกับปลอบประโลมเด็กน้อย
“ไม่ต้องร้อง ไม่มีใครเจ็บเพราะเธอ พวกเราเป็นคนเลือกเอง”
เฟยเป็นคนสุดท้ายที่ขยับ เขาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอเบา ๆ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ พลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไม่ให้เพียงฟ้าเสียใจไปมากกว่านี้ โดยที่ไม่ลืมมองค้อนพี่ชายฝาแฝดอย่างฟง ที่ขยันสร้างเรื่องเพราะปากหมา ๆ
“ฟ้าจำตอน ม.ต้น ได้ไหม”
“…” เพียงฟ้าพยักหน้าเบา ๆ
“ตอนนั้นไอ้เหนือมันเป็นหมาบ้าต่อยคนทุกอาทิตย์ จนโรงเรียนจะรีไทร์มันออกอยู่แล้ว”
“กูไม่เถียง” เหนือฟ้าหัวเราะเมื่อนึกถึงอดีตอันน่าคิดถึง
“ไอ้ฟงก็โดดเรียนเป็นว่าเล่น ส่วนเฟยเองก็เกเรไม่แตะหนังสือเลย เอาแต่เที่ยวจนสอบตก”
“ก็กูเรียนไม่รู้เรื่องนี่หว่า” ฟงยักไหล่
“ไม่ว่าพวกเราจะเกเรยังไง แต่เธอก็เป็นคนลากพวกเราไปนั่งติว คอยอธิบายโจทย์เดิมซ้ำเป็นสิบรอบ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของฟ้า” วายุหัวเราะเบา ๆ
“เฟยเคยคิดว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องน่าเบื่อ” เฟยกล่าวต่อ พลางลูบศีรษะเธอเบา ๆ “แต่เพราะเธอ เฟยถึงเริ่มสนุกกับการเรียน”
“...”
“ไอ้เหนือก็เลิกมีเรื่องทุกวัน ไอ้ฟงก็เริ่มเข้าเรียน เฟยก็กลับมาอ่านหนังสือ ส่วนไอ้ยุก็กลับมาเป็นผู้เป็นคน จนพวกเราสอบติดมหาวิทยาลัยก็เพราะคนเก่งอย่างเธอ” เฟยเอ่ยพลางมองเหนือฟ้าขยี้กลุ่มผมนุ่มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“เพราะงั้นเลิกโทษตัวเองได้แล้วยัยลูกหมู” ฟงยื่นนิ้วมาจิ้มแก้มยุ้ยเบา ๆ
“หน้าที่ของพวกเรา ก็คือการปกป้องลูกแกะตัวอ้วนของกลุ่มไง” เหนือฟ้าเอ่ยพลางบีบพุงกะทิของเธอเล่น “ดูดิพุงยุบหมดแล้ว เห็นทีเย็นนี้ต้องขุนสักหน่อยว่ะ”
“หมูกระทะเจ้าเดิมหลังมอได้ไหม...” เพียงฟ้าเงยหน้าเมื่อได้ยินเรื่องของกิน
ครั้นได้ยินคำพูดของยัยตัวเล็กทั้งห้องก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะจะระเบิดออกมาพร้อมกัน จนบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลงในที่สุด หลงเหลือเพียงความเอ็นดูของพวกเขาที่มีให้เจ้าของร่างอวบอัด
“เออ แดกให้ตัวแตกไปเลยมึง จะได้มีแก้มให้พวกกูบีบเล่น”
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






