LOGIN
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในย่านกลางเมือง มีกฎอยู่สามข้อที่ไม่ได้บัญญัติอย่างเป็นทางการ ทว่ากลับเป็นสามสิ่งที่นักศึกษาปีหนึ่งล้วนถูกเตือนตั้งแต่วันปฐมนิเทศ
ข้อที่หนึ่ง อย่ามีปัญหาหรือปีนเกลียวกับแก๊ง “ระดับGod” หากยังอยากเรียนอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข
ข้อที่สอง หากเห็นแก๊ง “ระดับGod” กำลังมีเรื่อง ให้เดินอ้อมหรือเดินเลี่ยงทันี เพราะไม่มีใครรู้ว่าลูกหลงจะปลิวมาหาตอนไหน
และข้อสุดท้ายถือเป็นกฎเหล็ก อย่าแหย่ถํ้าเสือโดยการรังแกยัยลูกแกะของพวกเขา
แต่ทว่าเมื่อมีกฎก็ต้องมีคนอยากลองของ...
“แน่จริงมึงก็เข้ามา!”
เสียงตะโกนท้าทายดังก้องไปทั่วลานคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตามมาด้วยเสียงเชียร์ โห่ร้อง และเสียงโทรศัพท์ที่ยกขึ้นถ่ายคลิปของเหล่านักศึกษาหลากหลายคณะ
กลางวงนั้น ชายหนุ่มร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เหวี่ยงหมัดเข้าใส่คู่อริต่างคณะไม่ยั้งแรง จนคนถูกต่อยเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะล้มลงบนพื้นเลือดท่วมใบหน้าที่เคยเรียกเท้า
“เฮ้ย! เหนือฟ้าเอาแล้วว่ะ!”
เหนือฟ้า หมาบ้าแห่งวิศวะโยธา ที่ได้รับฉายาว่าเลือดร้อนตั้งแต่เกิด สวนทางกับใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร บุคลิกของเขานั้นโผงผาง ใจร้อน และเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่าต่อยแรงที่สุดในแก๊งระดับGod เพียงแค่เผลอสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลคู่คม ก็ทำเอานอนไม่หลับเป็นสัปดาห์
เพราะหากคนอย่างเหนือฟ้าหมายตาใครแล้ว อีกฝ่ายก็จะกลายเป็นเพียงเหยื่อชั้นดี ที่กำลังโดนพยัคฆ์อย่างเขาไล่ล่าโดยสมบูรณ์
“ลุกขึ้นดิ ปากดีนักไม่ใช่เหรอมึงอะ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะย่อกายลงตบใบหน้าบวมช้ำของอีกฝ่าย “อย่าพึ่งตาย กูพึ่งวอร์มมือ”
ภาพเบื้องหน้าล้วนอยู่ในสายตาของกลุ่มนักศึกษา ที่กำลังพร้อมใจกันกลืนน้ำลายอึกใหญ่กับความบ้าคลั่งของเหนือฟ้า เพราะพวกเขารู้ว่านี่ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทธรรมดา
แต่มันคือสงครามระหว่างคณะวิศวะโยธา และคณะสถาปัตย์ที่สะสมกันมาหลายปี ที่วันนี้กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง!
“วายุ! ด้านหลัง!”
เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นท่ามกลางกลุ่มรุ่นพี่ร่วมคณะ เมื่อเห็นคู่อริกำลังเล่นสกปรกโดยการลอบโจมตีจากด้านหลัง
ทว่าชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหากแต่ไร้อารมณ์ หมุนตัวหลบหมัดได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะสวนหมัดหนัก ๆ เสิร์ฟกลับไปจนคู่ต่อสู้ล้มลงครวญครางบนพื้น
“เสียงดังฉิบหาย น่ารำคาญ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พลางปัดฝุ่นบนแขนเสื้อ
คำพูดนิ่ง ๆ แต่การกระทำกลับดุเดือดจนคนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้ สมกับเป็น วายุ คุณชายแห่งโยธา ฉายาหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก มีใบหน้าที่หล่อเหลาไม่แพ้เหนือฟ้าทว่ากลับใช้ไม่เป็น บุคลิกสุขุม ใจเย็น และดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในแก๊งระดับGod แต่เรื่องผู้หญิงนั้นไม่แพ้ใครเช่นกัน
เวลาเดียวกันในอีกฝั่งของวงล้อมนักศึกษา เสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงโอดครวญบนพื้น
“ฮ่า ๆ ๆ เอาดิ! ลุกอีกดิ!”
ฟง ชายหนุ่มผมสีขาว ผิวขาวจัด เจาะจิวบนคิ้วขวา หน้าตาหล่อร้ายแบบลูกครึ่งไทย-จีน กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดีทั้งที่เพิ่งเหวี่ยงคนตรงหน้าลงบนพื้น
“แค่นี้ก็ร้องแล้วเหรอ อ่อนชะมัด”
ชายหนุ่มเจ้าของผมสีขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางใช้เท้าเขี่ยร่างคู่อริที่นอนแน่นิ่งราวกับเศษขยะ ก่อนที่เขาจะหันไปโบกมือให้น้องชายฝาแฝดอย่าง เฟย แฝดน้องที่หน้าตาเหมือนกันแทบทุกกระเบียดนิ้ว ต่างกันเพียงแค่ผมสีดำกับแว่นตากรอบบางบนใบหน้าเท่านั่น
หลายคนคิดว่าเฟยคงเป็นพวกไม่ชอบใช้กำลัง เพราะบุคลิกที่แตกต่างจากแฝดพี่โดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ วิธีการสนทนา จนกระทั่งความฉลาดที่เหนือกว่า
ทว่าพวกเขากลับคิดผิด...
เฟยเบือนหน้าหนีพี่ชายฝาแฝดอย่างฟงด้วยความเบื่อหน่าย เขาดันแว่นขึ้นสันจมูก ก่อนจะหลบหมัดของคู่อริต่างคณะที่ลอบกัดอย่างแม่นยำ แล้วใช้ศอกกระแทกอีกฝ่ายจนทรุดลงไปกอง
“บอกแล้วว่าอย่าพุ่งเข้ามาตรง ๆ ความมั่นใจของคุณเดินนำหน้าความรู้ไปไกลมากไปแล้วนะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่ากลับเจ็บแสบเสียจนอีกฝ่ายแทบกระอักเลือด
“เฮ้ย ๆ รปภ.มา!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น ขณะที่ยามรักษาความปลอดภัยหลายคนรีบวิ่งเข้ามาห้าม
“หยุดเดี๋ยวนี้! นี่มหาวิทยาลัย ไม่ใช่สนามมวย!”
แม้ว่าเสียงห้ามของยามรักษาความปลอดภัยจะดังขึ้น แต่ทว่ากลับไม่มีใครฟัง เหนือฟ้าเป็นคนแรกที่กำลังจะพุ่งเข้าไปอีกรอบ โดยที่วายุกำหมัดแน่นเตรียมจะจัดการคนที่เหลือ ส่วนฟงยังคงหัวเราะไม่หยุดเยาะเย้ยพวกมันด้วยความสมเพชปนสะใจ มีเพียงเฟยที่ขยับแว่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สถานการณ์ยิ่งบานปลาย เมื่อกลุ่มสาวดาวคณะตัวแม่คนควงของแก๊งระดับGod พยายามแทรกตัวเข้ามาดึงแขนรั้งคนของตัวเอง
“เหนือพอเถอะ แพรวขอ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น
“วายุพอแล้ว อย่าต่อยแล้วนะ” ฟ้าเอ่ยพลางพยายามดึงเขาออกมา
“พี่ฟง! เดี๋ยวโดนพักการเรียน! หยุดทีเถอะ” น้ำขิงที่เป็นรุ่นน้องพยายามห้ามปรามคนของเธอ
เสียงหวานของกลุ่มหญิงสาวไม่ได้อยู่ในหัวของพวกเขาแม้แต่น้อย ส่วนเฟยที่ไม่ได้มีพันธะเหมือนคนอื่น ๆ ก็ยืนกอดอกพิงเสามองอย่างสนุก ราวกับกำลังดูละครลิงก็ไม่ปาน
แต่ทว่าไม่นานความวุ่นวายทุกอย่างก็ต้องยุติลง เมื่อเสียงหวานที่ราวกับระฆังหมดยกดังขึ้น ทำเอาชายหนุ่มที่เลือดร้อนที่สุดอย่างเหนือฟ้าถึงกับหน้าถอดสี
“เหนือฟ้า! วายุ! เฟย! ฟง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“เพียงฟ้า...”
ชายหนุ่มทั้งสี่ที่ขึ้นชื่อว่าพยัคฆ์ร้าย ในยามนี้กลับตัวหดลงเหลือเพียงลูกแมว ครั้นสบเข้ากับดวงตาคาดโทษของเพียงฟ้า เพื่อนสนิทสาวคนเดียวในกลุ่มที่พวกเขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่มัธยม และยังเป็นผู้หญิงคนเดียวที่สามารถปราบพวกเขาได้อยู่หมัด ยิ่งพากันก้มหน้างุดไม่รู้ไม่ชี้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เค้าบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ามีเรื่อง”
เพียงฟ้าเจ้าของร่างอวบอั๋นตามฉบับสาวชับบี้ เอ่ยพลางส่งสายตาคาดโทษแก่ชายหนุ่มทั้งสี่ แต่ทว่าในสายตาของพวกเขา มันกลับน่าเอ็นดูเสียจนอยากบีบแก้มอีกฝ่ายให้ปากยู่
“กูไม่ได้...” เหนือฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว เพราะกลัวว่าหากเผลอเสียงดัง จะทำให้อีกฝ่ายยิ่งโกธรไปใหญ่
“เพียงฟ้า...” วายุที่ขึ้นชื่อว่าไร้อารมณ์ ยามนี้หลบสายตา
“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ” ฟงหัวเราะแห้ง ๆ
“…” แม้แต่เฟยก็ยังยืนนิ่งเป็นใบ้กิน
“สัญญากับเค้ากี่รอบแล้วว่าจะไม่ชกต่อย” เพียงฟ้าถอนหายใจออกมา “แล้วนี่อะไร”
เพียงเท่านั้น ก็ทำให้ชายหนุ่มทั้งสี่ก้มหน้าพร้อมโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่มีใครกล้าเถียง ไม่มีใครกล้าอธิบายกับยัยลูกแกะตัวอวบของพวกเขา ภาพนั้นทำเอานักศึกษาหลายร้อยคนที่ยืนมุงอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
“เฮ้ย ฉันตาฝาดหรือเปล่า” หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น
“เหนือฟ้ายืนก้มหน้า? วายุโดนดุ? ฟงไม่เถียง? เฟยนี่ถึงกับยืนตัวตรงเลยเนี่ยนะ!”
เสียงซุบซิบดังไปทั่ว เมื่อภาพแก๊งระดับGodที่เมื่อครู่ยังเหมือนพยัคฆ์ร้าย ตอนนี้กลับยืนเรียงรายให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวอบรมราวกับเด็กประถม เป็นภาพที่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะได้เห็น ยิ่งเมื่อเพียงฟ้ายกมือขึ้นดีดหน้าผากเหนือฟ้าเบา ๆ ก็ทำเอาฮือฮาไปทั่ว
“เจ็บไหม”
“เจ็บ” เหนือฟ้าพยักหน้าอย่างคนสำนึกผิด จากหมาบ้ากลายเป็นหมายักษ์ตัวโตที่กลัวเจ้าของทิ้ง
“ดี จะได้จำ” เสียงหวานเอ่ยอย่างฮึดฮัด
ฟงที่เห็นเพื่อนสนิทกลายเป็นหมาหงอย ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา ทว่าไม่นานก็ต้องร้องโอดโอยเพราะตนเองก็โดนคนตัวเล็กลงโทษเช่นกัน แถมยังแรงกว่าเหนือฟ้าเสียอีก
เพียะ!
“โอ๊ย!”
“ยังมีหน้าหัวเราะอีก ฟงเองก็เหมือนกัน ทำไมไม่ห้ามเพื่อน” เสียงหวานเอ่ยดุ
“ขอโทษ ไม่หัวเราะแล้ว...” ฟงรีบเม้มปากทันที
ภาพเบื้องหน้าทำเอาบรรดาสาว ๆ ที่เคยคุยกับสี่หนุ่มได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่พอใจ เพราะเมื่อครู่พวกเธอทั้งอ้อนวอน ทั้งห้าม ทั้งร้องไห้ แต่กลับไม่มีใครฟัง
ทว่าพอเป็นยัยผู้หญิงอวบ ๆ คนเดียวที่พูดเพียงไม่กี่ประโยค พวกเขากลับยอมเดินตามต้อย ๆ เหมือนลูกหมายักษ์!
“มึงร้อนไหม ดูดิเหงื่อเต็มเลย”
เหนือฟ้าไม่รอช้า เขารีบทำคะแนนคว้ากระเป๋าของเพียงฟ้ามาถือ พลางหยิบทิชชู่ที่พกติดตัวตลอดมาซับตามใบหน้าสวยอย่างเบามือ
“หิวน้ำไหม ยุซื้อน้ำมาให้”
วายุที่แอบฉวยโอกาสตอนเพียงฟ้าดุฟง ไปซื้อน้ำเปล่าเย็นเฉียบหวังดับอารมณ์ขุ่นมัวของเพื่อนตัวเล็ก เขาเปิดฝาขวดน้ำพลางเสียบหลอดจ่อปากเธอ
“มาทำไมยัยลูกหมู ร้อนจะตายห่า เดียวผิวเสียหมดทำไง”
ฟงไม่น้อยหน้า เขาหยิบพัดลมพกพาช่วยพัดใบหน้าเนียนทันที
“เฟยห้ามพวกมันแล้ว แต่พวกมันไม่ฟัง เฟยเลยต้องช่วยเพื่อน ดูดิ เจ็บไปหมดเลย”
เฟยเอ่ยพลางโอบเอวเพียงฟ้า แสร้งซบใบหน้าหล่อเหลาบนไหล่ของเธออย่างออดอ้อน เพียงฟ้ามองภาพตรงหน้าแล้วถอนหายใจยาว เอื้อมระอากับความปลิ้นปล้อนของพวกเขา
“กลับห้อง เดี๋ยวทำแผลให้”
“ครับ...”
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พวกเขามีความเห็นตรงกัน สี่พยัคฆ์แห่งวิศวะโยธาไม่รอช้า รีบเดินเรียงแถวตามหญิงสาวตัวเล็กออกจากสนามมวยจำเป็นอย่างว่าง่าย ท่ามกลางความเงียบงันและความตกตะลึงของคนทั้งมหาวิทยาลัย
และนั่นคือการตอกย้ำว่าคนที่น่ากลัวที่สุดในมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แก๊งระดับGodผู้ขึ้นชื่อเรื่องการต่อยตี
แต่เป็นสาวชับบี้จากคณะสถาปัตย์ที่ชื่อเพียงฟ้า!
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






