Masukบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ยังคงว่างเปล่า ทว่ากลับเต็มไปด้วยเสียงหยอกล้อ เพียงฟ้าโดนฟงและเฟยแย่งกันบีบแก้มจนแทบจะยืดเป็นมาชเมลโล่ ในระหว่างนั้นเองเพียงฟ้าที่เริ่มรู้สึกหิวโซเลยจะเปิดกล่องเค้กของวายุทาน แต่ดันมีเสียงทุ้มของเหนือฟ้าเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“เดี๋ยว” เหนือฟ้าลุกขึ้น “กูไปซื้อข้าวให้ ใครสั่งใครสอนให้มึงแดกของหวานก่อนของคาว”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็คนมันหิวนี่” ใบหน้าสวยแอบบ่นพึมพำ
“ยังจะเถียง น่าตีฉิบหาย”
เหนือฟ้าเอ่ยด้วยความหมั่นเขี้ยว หักห้ามใจไม่ให้ตัวเองเผลอจับอีกฝ่ายตีก้น ฟงเห็นดังนั้นก็ยืนขึ้นตามไปด้วยทันที
“เดี๋ยวฉันไปซื้อเครปให้เธอเองยัยลูกหมู”
“งั้นเดี๋ยวยุไปซื้อน้ำให้” วายุหยิบกระเป๋าสตางค์
“ฟ้าเอาของหวานอะไรไหม” เฟยปิดโทรศัพท์ลง เพื่อโฟกัสคำตอบของเธอ
“อยากกินสาคูน้ำกะทิได้ไหม”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เจ้าเดิมใช่ไหม”
“…” เพียงฟ้าพยักหน้างึกงักเป็นคำตอบ
“แล้วข้าวจะกินอะไร” เหนือฟ้าหันมาถามเพียงฟ้า
“ข้าวกะเพรา--”
ในขณะที่เพียงฟ้ากำลังจะเอ่ยจนจบประโยค เหนือฟ้ากลับแทรกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ จนหญิงปากขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็ก ๆ
“ไม่เอา เมื่อวานมึงกินเผ็ดไปเยอะแล้ว เดี๋ยวปวดท้อง”
“งั้นเอาข้าวไข่เจียวหมูสับ” วายุเอ่ยขึ้น
“เพิ่มไก่ทอด” ฟงยกนิ้วเสริม
“แล้วพวกนายถามเพื่ออะไร ในเมื่อก็เลือกกันเองทุกที” เพียงฟ้าหัวเราะจนตาหยี
“ถามตามมารยาท” เหนือฟ้ายักไหล่
"เหนือ!"
เสียงหวานแหวใส่เหนือฟ้าพร้อมทำหน้ามุ่ย จนเรียกเสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะอีกครั้ง ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสี่จะลุกเดินแยกย้ายกันไปยังร้านอาหารแต่ละร้าน ทิ้งไว้เพียงเพียงฟ้าและหญิงสาวอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน
ทันทีที่แผ่นหลังกว้างของสี่หนุ่มลับสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าของแพรวก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป หญิงสาวหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนเอ่ยเสียงหวาน
“ดีจังเลยนะที่มีคนดูแลเยอะขนาดนี้”
“พวกนั้นเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ”
เพียงฟ้าหันมายิ้มให้ทันที ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อให้ยินคำตอบจิกกัดของฟ้า
“ติดนิสัย” ฟ้าหัวเราะเบา ๆ
“น่าอิจฉานะ มีผู้ชายหล่อ ๆ ดูแลถึงสี่คน” น้ำขิงพยักหน้าตาม
“ใช่ อยากมีโมเมนต์แบบนี้บ้างจัง”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พวกนั้นทำกับฉันแบบนี้มาตั้งแต่มัธยมจนชินแล้ว”
“นั่นแหละ เพราะเธอชินเลยไม่รู้ว่าคนอื่นมองยังไง”
แพรววางแก้วลง ก่อนเอียงศีรษะมองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตร จนรอยยิ้มบนใบหน้าของเพียงฟ้าค่อย ๆ จางลง
“หมายความว่ายังไงคะ”
“จริง ๆ เราไม่อยากพูดนะ แต่กลัวเธอจะเสียใจทีหลัง” แพรวถอนหายใจเบา ๆ ราวกับกำลังลำบากใจ
“มีหลายคนเขาพูดกันว่า เธอชอบเรียกร้องความสนใจจากพวกวายุ” ฟ้าเอ่ยเสริมทันที
“ไม่จริงนะ ฉันไม่เคย---”
“เรารู้” ฟ้าพูดแทรกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่เคลือบยาพิษ “แต่คนอื่นไม่รู้”
“ภาพที่ออกมาคือเธอให้พวกเขาดูแลทุกอย่าง บางที...เธอลองถอยออกมาก้าวหนึ่งก็ดีนะ ให้พวกเขาเองมีพื้นที่ส่วนตัว แล้วพวกเราก็อยากใช้เวลากับคนที่คุยด้วยบ้าง”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความหวังดี ทว่าแฝงไปด้วยหนามนับพันที่ทิ่มแทงจิตใจของเพียงฟ้า หญิงสาวก้มหน้าลงมองมือตัวเอง
เธอไม่เคยคิด ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ ว่าการกระทำที่ทำกันมาตั้งแต่เด็ก จะทำให้คนอื่นอึดอัด
“ข...ขอโทษ” เธอพูดเสียงแผ่ว “ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้”
“ไม่มีใครว่าเธอหรอก แต่โตแล้วบางเรื่องก็ควรเว้นระยะ” แพรวยิ้มอ่อน
ประโยคนั้นเหมือนก้อนหินที่ตกลงกลางใจของเพียงฟ้า เธอเม้มริมฝีปากแน่นด้วยหัวใจที่เริ่มหนักอึ้ง
หรือบางที เธออาจจะทำตัวแย่จริง ๆ
ในขณะเดียวกันนั้น โทรศัพท์ของวายุที่วางอยู่บนโต๊ะ ยังคงเปิดแอปกล้องค้างไว้ ก่อนหน้านี้เพียงฟ้ายืมโทรศัพท์ของเขามาถ่ายวิดีโอเล่นระหว่างรอเพื่อนเช่นทุกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้เธอลืมกดหยุดบันทึกกล้องที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะ ทำให้เสียงทั้งหมดจึงถูกบันทึกเอาไว้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น
“เพียงฟ้า” แพรวเรียกอีกครั้ง
“มีอะไรอีกเหรอคะ”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยสดใส ยามนี้กลับเริ่มหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด แพรวมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนแทบจับพิรุธไม่ได้
“เธอเคยส่องกระจกไหม”
“...”
“ว่าเวลาเดินกับพวกเขามันดูไม่ค่อย..." แพรวเว้นจังหวะ “เหมาะสมกันเท่าไหร่”
“เธอเป็นคนน่ารักนะ แต่ผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเอง ผู้ชายระดับพวกวายุ ไม่ช้าก็เร็วเขาคงคบกับคนที่เดินข้างกันแล้วดูเหมาะสม” ฟ้าเอ่ยอย่างจีบปากจีบคอ
“พวกเราพูดเพราะเป็นห่วง อย่าโกรธนะ” น้ำขิงยิ้มบาง ๆ
คำว่าเป็นห่วงกลับแทงลึกเสียยิ่งกว่าคำดูถูกตรง ๆ เพียงฟ้าได้แต่ก้มหน้าลงกำชายกระโปรงแน่น ขณะที่ภาพตัวเองที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มทั้งสี่เริ่มผุดขึ้นมาในหัว
เธอไม่ควรอยู่ตรงนั้นจริง ๆ
“ฉัน ฉันจะพยายาม---”
น้ำเสียงหวานที่เคยสดใส ตอนนี้สั่นจนแทบไม่ได้ยิน ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบ แพรวก็จงใจปัดแก้วน้ำในมือจนน้ำเย็นทั้งแก้วหกลงบนหน้าตักของเพียงฟ้า
ซ่า!
“ว้าย!”
เพียงฟ้าสะดุ้งสุดตัวเพราะน้ำที่เย็นเฉียบ เธอรีบลุกขึ้นยืน จนเสื้อนักศึกษาและกระโปรงเปียกไปครึ่งตัว
“ขอโทษ! ฉันซุ่มซ่ามเอง เจ็บตรงไหนไหม” แพรวรีบหยิบทิชชูขึ้นมาทันทีพลางแสร้งรนราน
“มะ...ไม่เป็นไร”
เพียงฟ้าส่ายหน้ารัว ๆ แต่ดวงตากลมกลับแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะตกใจ หรือเพราะเธอพยายามกลั้นน้ำตากันแน่ ภาพเบื้องหน้าทำให้หญิงสาวทั้งสามหลุดยิ้มออกมาอย่างสะใจ
“ฟ้า!”
ทันใดนั้นก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากอีกฟากของโรงอาหาร เหนือฟ้าเดินนำกลับมาพร้อมจานอาหารในมือ แต่ทันทีที่เห็นเพียงฟ้ายืนตัวเปียกคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันที
“เกิดอะไรขึ้น ใครทำมึง”
วายุเห็นเหตุกาณ์ก็รีบวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะทันที โดยมีฟงเดินตาหลังมาติด ๆ ส่วนเฟยที่มาถึงพร้อมเหนือฟ้าก็หรี่ตามองบรรยากาศรอบโต๊ะเงียบ ๆ ราวกับกำลังจับพิรุธ
“แพรวทำน้ำหกเอง ขอโทษจริง ๆ ” แพรวรีบพูดก่อนใคร
“เพียงฟ้าแค่ตกใจ แพรวเองก็ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ มันเป็นอุบัติเหตุ” ฟ้าเอ่ยตามสบทบ
“ใช่ค่ะพี่ฟง มันคืออุบัติเหตุ ขิงเองก็เห็นกลับตา” น้ำขิงพยักหน้าเห็นด้วย
“จริงไหม”
เหนือฟ้าหันมองเพียงฟ้าทันที เขาไม่สนใจคำพูดมากมายที่หลุดออกมาจากปากผู้หญิงพวกนั้น ถึงแม้ว่าแพรวจะเป็นคนคุยของเขาก็ตาม สิ่งที่เขาอยากได้ยินคือคำตอบของเพียงฟ้า
“อื้อ เค้าตกใจเอง แพรวไม่ได้ตั้งใจหรอก” เพียงฟ้าเม้มริมฝีปาก ก่อนจะฝืนยิ้ม
“คราวหน้าระวังหน่อย”
เหนือฟ้าที่ได้ยินคำยืนยันของเพียงฟ้าก็ถอนหายใจเบา ๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุ แต่กลับเย็นชาจนแพรวยิ้มแทบไม่ออก วายุหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดที่วิ่งไปซื้อมาส่งให้เพียงฟ้า
“เช็ดก่อน เป็นลูกแมวตกน้ำเลย”
“ลูกแมวที่ไหน ลูกหมูต่างหาก รีบเช็ดเข้า เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง” ฟงว่าพลางลูบผมเธอราวกับกำลังปลอบประโลม
ในขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลง อย่างที่แพรวและหญิงสาวทั้งสองต้องการ หากไม่ใช่เพราะเฟยที่กำลังหยิบโทรศัพท์ของวายุขึ้นมาจะส่งคืน
ใบหน้าหล่อเหลาสะดุดเข้ากับหน้าจอที่ยังคงบันทึกวิดีโออยู่ เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับวายุที่เป็นเจ้าของ
“ไอ้ยุ มึงกดอัดไว้เหรอ?”
“หือ ไม่ใช่กู” วายุเลิกคิ้วนิด ๆ
เมื่อได้ยินคำตอบเฟยก็กดหยุดบันทึกโดยพลัน เขาเหลือบเห็นความยาวของคลิปประมาณสิบนาทีก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปยังเพียงฟ้าแล้วกลับมาที่โต๊ะ พร้อมความคิดบางอย่างแล่นผ่านเข้ามา
“พวกมึง มาดูคลิปนี้ก่อน”
“อ๊ะ วายุ”เมื่อได้ยินคำพูดและเสียงครางต่ำเร้าอารมณ์ของวายุ เพียงฟ้าก็จับบ่ากว้างทั้งสองของเขาเป็นที่หยึด ก่อนจะเริ่มร่อนเอวเป็นวงกลมบดขยี้แก่นกายเน้น ๆ จนวายุสูดปากเสียวซ่านปลายเท้าจิกเกร็ง ยิ่งเห็นเขาเสียอาการเธอก็ยิ่งได้ใจเพียงฟ้ารั้งลำคอของวายุให้โน้มลงมารับจุมพิตอันเร่าร้อน เรียวลิ้นเล็กสอดเข้าไปในโพรงปากอุ่น พลางเกี่ยวกระหวัดร้อนร้อนอย่างหยอกล้อ บางเอวก็ยังคงทำหน้าที่ขย่มตักแกร่งได้อย่างไม่ขาดช่วงในเวลาเดียวกัน จนชายหนุ่มต้องฟาดลงบนก้นกลมดังเพี๊ยะด้วยความหมั่นเขี้ยวยัยตัวดี“อื้ออ เค้าเจ็บนะ”“เด็กดื้อต้องโดนตีครับ”เขาบีบขยำลูกพีชอวบ ก่อนจะแบะออกกว้างแล้วซอยเอ็นร้อนเข้าออกช่องทางรักถี่ยิบ แรงกระแทกกระทั้นของเขาทำเอาเต้าอวบทั้งสองเด้งขึ้นลง จนต้องงับยอดอกชูชันด้วยความหมั่นเขี้ยว เรียกเสียงครางหวานจากคนด้านบน“อื้ออ เค้าจะเสร็จ” เสียงหวานครางสั่นเทา เพราะโดนเขากระแทกเน้น ๆ“เสร็จพร้อมยุนะ”“ยุ! ท่านี้มัน! อ๊ะ อ๊าส์!”นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างทันที เมื่อจู่ ๆ วายุก็แยกขาของเธอออกกว้าง แล้วรวบมันพาดบนบ่าแกร่งทั้งที่ท่อนลึงค์อวบยังคงเสียบคาอยู่ในรูรัก จนบั้นท้ายของเธอกระดกขึ้นรองรับแร
“ฟ้าครับ อมของฟงด้วย”เพียงฟ้าเหลือบไปเห็นฟงที่ทำหน้าเหมือนหมายักษ์โดนเจ้าของทิ้ง เธอก็จำใจต้องถอนริมฝีปากออกจากลำยักษ์ของแฝดน้องของเขา และครอบปากบนลำลึงค์ร้อนของฟงแทน“ซี๊ดด ขอบคุณค่ะเมีย”ฟงเอ่ยพลางสูดปากเสียวซ่าน เขาโยกเอวสอบเข้าสุดออกสุด จนเพียงฟ้าสำลักเล็กน้อย ทว่าเธอก็ไม่ยอมคายออกมา เธอใช้ปากผลัดดูดเลียท่อนลำของสองแฝดสลับไปมา ในขณะที่ก็โดนเหนือฟ้าซอยถี่ ๆ จนนํ้ากระเด็น“ฟ้าครับ อย่าลืมยุสิ”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นแสร้งน้อยใจ ก่อนที่จะคร่อมหน้าอกของเธอ พลางสอดท่อนลำในร่องอก เขาบีบมันจนชิด ก่อนจะซอยเข้าออกด้วยความเสียวซ่าน พลางใช้ปลายนิ้วบิดขยี้ยอดอกของเธอไปด้วยในระหว่างนั้น เหนือฟ้าไม่ปล่อยให้เสียเวลา เขาร่อนเอวสอบหมุนควงเป็นวงกลมในโพรงอุ่น ก่อนจะกระแทกกระทั้นเข้าออกเน้น ๆ ซอยถี่ยิบราวกับเครื่องจักรสังหาร“เมียจ๋า จะแตกแล้ว ตอดถี่ ๆ เลย!”ในจังหวะสุดท้าย เหนือฟ้าไม่สนอะไรแล้ว เขาโหมกระหน่ำกระแทกลำลึงค์เข้าออกช่องทางรักถี่ยิบด้วยแรงทั้งหมด จนสะโพกผายลอยเด่นรับแรงขย่มจากเขาราวกับสัตว์ป่า นัยน์ตาคมฉายแววลุ่มหลงอย่างเห็นได้ชัด ในจังหวะที่ซอยเอวสอบไปพลางพรมจุมพิตบนข้อเท้าขาว“อร๊างงส์!”เพี
ยามค่ำคืนอันมืดมิดภายในห้องนอนมาสเตอร์ของวิลล่าหรูริมชายหาด ร่างชายกำยำทั้งสี่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามฉบับคนออกกำลังกาย กำลังปรนเปรอร่างอวบอิ่มของเพียงฟ้า ที่กำลังนอนบิดเร้าในสภาพเสื้อผ้ารุดรุ่ย“แม่งเอ๊ย เมียกูฮอตฉินหาย” เหนือฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยนํ้าเสียวแหบพร่า ในขณะที่ก้มลงครอบริมฝีปากบนจุกสีหวานข้างหนึ่ง เขาดูดดึงมันจนแก้มตอบ พลางไล้ปลายลิ้นเป็นวงกลม“เออดิ ทั้งใหญ่ ทั้งนุ่มเหมือนมาชเมลโล่” ฟงไม่ยอมแพ้ เขาใช่มือหนากอบกุมเต้าอวบข้างที่ว่างอย่างเมามัน พลางโน้มตัวลงดูดดึงจุกสีหวานแล้วใช้ฟันขบเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว จนเพียงฟ้าสะดุ้งเฮือกอย่างเสียวซ่านเพียงฟ้าไม่รู้ว่ามันมาจบที่เตียงได้ยังไง ทั้งที่เมื่อครู่พวกเขายังหัวเราะกับมุกฝืด ๆ ของฟงอยู่เลย แต่ตอนนี้เธอกลับโดนหมาป่าทั้งสี่รุมทึ้งอย่างหื่นกระหาย“อ๊ะ! เหนือ ตรงนั้นแรงไปแล้ว อื้ออ~ ฟงอย่ากัดสิ” เพียงฟ้าสั่นสะท้านไปทั่วร่าง“สนใจยุหน่อยสิครับ”วายุประท้วงเบา ๆ ในขณะเดียวกันก็เชยปลายคางมนขึ้นรับจุมพิตแสนหวานจากเขา ชายหนุ่มค่อย ๆ เพิ่มระดับความร้อนแรงไปทีละนิด จนกระทั่งสอดเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็ก จนเพียงฟ้าโดนตะโบมจูบ
ก่อนนอนพวกเขาถ่ายรูปหมู่กันอีกหนึ่งภาพ เหนือฟ้าโอบเพียงฟ้าไว้ข้างหนึ่ง วายุยืนอยู่ข้าง ๆ ฟงทำหน้าทะเล้นตามนิสัย ส่วนเฟยยืนอยู่ใกล้เธอพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ต้องซ่อนอีกต่อไป ภาพถ่ายถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของทุกคนและใต้ภาพนั้นเพียงฟ้าพิมพ์ข้อความสั้น ๆทะเลสวยมาก แต่คนข้าง ๆ สวยกว่า“เมียชมตัวเองอีกแล้ว!” ฟงอ่านแล้วหัวเราะเสียงดัง“ฟง!”เหนือฟ้าหัวเราะจนตัวงอ วายุยกมือขึ้นปิดปากกลั้นยิ้ม ส่วนเฟยส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาขยี้ผมเธออย่างเอ็นดู“น่ารักดี”“อะไรน่ารัก?” เพียงฟ้าหันไปมองเขา“เธอไง”หญิงสาวหน้าแดงทันที ก่อนจะรีบหันหนีเสียงหัวเราะของทุกคน ทว่ามือของเธอกลับยังคงจับมือเขาไว้แน่น คืนนั้นพวกเขานั่งอยู่ด้วยกันจนดึกดื่น พูดคุยเรื่องไร้สาระ เล่าความทรงจำเก่า ๆ และหัวเราะกับเรื่องราวที่เคยผ่านมาด้วยกันไม่มีใครรู้ว่าชีวิตหลังจากนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง แต่พวกเขารู้แล้วว่า ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับปัญหาอะไรในอนาคต พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ความเข้าใจผิดทำลายความรักอีกเพราะในที่สุดทุกคนก็ได้เรียนรู้ว่า การรักใครสักคนไม่ใช่แค่การอยากครอบครอง แต่คือการรับฟัง เคารพความรู้สึก และเลือกที่จะอยู่ข้า
“เฮ้ย! ตกลงกันหรือยังวะ!”เสียงตะโกนของเหนือฟ้าดังมาจากระยะไกล จนเพียงฟ้าสะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบผละออกจากอ้อมแขนของเฟยด้วยใบหน้าแดงก่ำ“เหนือฟ้า!”เฟยหันไปมองก่อนจะพบว่าเหนือฟ้า วายุ และฟงกำลังเดินตรงมาหาพวกเขา โดยทั้งสามคนต่างมีสีหน้าที่บ่งบอกว่ารู้เรื่องทุกอย่างอยู่ก่อนแล้ว“โอ๊ย! ในที่สุดก็ขอจนได้ กูรอจนจะขึ้นคานแทนมึงแล้วไอ้เฟย!” ฟงยิ้มกว้างจนเห็นฟัน“มึงก็พูดเกินไป” เฟยตอบ แต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เกินไปตรงไหนวะ! ตั้งแต่เตรียมทริปมา กูต้องคอยห้ามไม่ให้ไอ้ดำมันไปโผล่ขัดจังหวะมึงตั้งกี่รอบ!”“มึงก็ไม่ต่างกันหรอกไอ้ขาว!” เหนือฟ้าหันขวับ“อ้าว! กูช่วยนะครับ!”“ของขวัญ”วายุถอนหายใจ ก่อนยื่นกล่องเล็ก ๆ ให้เพียงฟ้า หญิงสาวรับมาอย่างงุนงง เมื่อเปิดดูจึงพบสร้อยข้อมือเส้นเล็กที่มีจี้รูปดาวอยู่ตรงกลาง“สวยจังเลยวายุ!”“เฟยกับยุช่วยกันเลือกครับ” วายุบอก“จริงเหรอ” เพียงฟ้าหันไปมองเฟยทันที“เฟยเห็นฟ้าชอบดูดาว” เขาเกาท้ายทอยเล็กน้อย“ขอบคุณนะ เค้าชอบมากเลย”เธอยื่นข้อมือให้วายุช่วยใส่ ก่อนหันไปกอดเขาอย่างดีใจ จนวายุลูบศีรษะเธอเบา ๆ ตามความเคยชิน ส่วนฟงมองภาพนั้นก่อนยกมือขึ้นเท้าเอว
“เฟย นายเป็นอะไรหรือเปล่า” เพียงฟ้าหันมาถามเมื่อเห็นเขาเงียบผิดปกติ“เปล่าครับ”“แน่ใจนะ? วันนี้นายดูแปลก ๆ”“ดูแปลกยังไง”“ก็ปกติเฟยเงียบอยู่แล้ว แต่วันนี้เหมือนกำลังคิดอะไรหนัก ๆ เลย”คำพูดนั้นทำให้เฟยหลุดยิ้มทันที ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เธอก็ยังสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาได้เสมอ“เฟยมีเรื่องอยากคุยกับฟ้า”“เรื่องอะไรเหรอ?” เพียงฟ้าหยุดเดินเฟยหันหน้าเข้าหาเธอเต็มตัว ก่อนจะถอดแว่นออกแล้วเก็บลงในกระเป๋าเสื้อ เขาอยากมองเธอให้ชัดที่สุดด้วยตาเปล่าในช่วงเวลานี้“เรื่องของเรา”“เรื่องของเรา?” หัวใจของเพียงฟ้าเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย“ครับ เรื่องของเรา”เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พลางรวบรวมความกล้าที่มี ก่อนเอ่ยสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอด“เพียงฟ้า เฟยรู้ว่าเคยทำให้เธอเสียใจมากแค่ไหน เฟยเคยไม่เชื่อเธอ ทั้งที่เธอเป็นคนที่หวังดีกับเฟยมาตลอด แต่เฟยกลับเอาความเจ็บปวดของตัวเองไปทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็เคยคิดว่าฟ้าจะอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่ว่าเฟยจะทำอะไรลงไปก็ตาม”“…” หญิงสาวนิ่งฟัง ดวงตาค่อย ๆ อ่อนลง“เฟยย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องพวกนั้นไม่ได้ และเฟยก็ไม่อยากขอให้ฟ้าลืมมันด้วย” เฟยพูดต







