ANMELDENตอนที่ 2: บอสปราบ ปราบทุกความเชื่อ
หากโลกของ โลมา คือพายุหมุนแห่งความโกลาหลที่พึ่งพากำลังใจจากเศษหินและผ้ายันต์เพื่อเอาตัวรอด โลกของ “ปราบ ปรมินทร์” ก็คือไม้บรรทัดเหล็กที่ทาบลงบนกระดาษขาวสะอาด ตาชั่งที่แม่นยำระดับไมโครกรัม และนาฬิกาอะตอมที่ไม่เคยเดินผิดเพี้ยนแม้แต่วินาทีเดียว
สำหรับปราบทุกสิ่งในจักรวาลนี้อธิบายได้ด้วยธุรกิจ การตลาด ลูกค้า ส่วนสิ่งที่เรียกว่า “ดวง” นั้น เป็นเพียงวิถีแห่งความงมงายของพวกขี้แพ้ที่บริหารจัดการชีวิตตัวเองไม่ได้ แล้วโยนความผิดให้ดวงที่มีจริงหรือเปล่าก๋ไม่รู้
เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตวอทช์สั่นเตือนที่ข้อมือเพียงครั้งเดียว ปราบลืมตาขึ้นในความสลัวของห้องนอนสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ทุกอย่างถูกจัดวางในองศาที่ถูกต้อง เขาดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนคิงไซซ์ที่ผ้าปูตึงเป๊ะราวกับผิวน้ำนิ่ง ร่างกำยำสมส่วนก้าวเข้าสู่ห้องน้ำหินอ่อนที่ไร้คราบน้ำแม้แต่หยดเดียว
ทุกอย่างในชีวิตปราบคือพิธีกรรมแห่งความแม่นยำ แปรงสีฟันต้องวางขนานกับขอบแก้ว ยาสีฟันถูกบีบออกมาในปริมาณ 1.5 เซนติเมตรเป๊ะๆ เขาโกนหนวดอย่างประณีตจนผิวหน้าเรียบเนียนไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ห้องแต่งตัวที่ดูเหมือนโชว์รูมแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์
เสื้อเชิ้ตสีขาวนวลที่ผ่านการรีดด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะถูกหยิบออกมาสวม กางเกงสแล็คทรงสลิมสีเทาเข้มรับกับช่วงขาราวกับถูกหล่อขึ้นมา ปราบยืนส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย เขาขยับเนกไทสีน้ำเงินเข้มให้กึ่งกลางปกเสื้อพอดีมิลลิเมตรต่อมิลลิเมตร
“ความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มันเกิดจากการควบคุม” เขาพึมพำขณะสวมนาฬิกา Patek Philippe เข้าที่ข้อมือซ้าย
รถสปอร์ตสีดำเงาวับจอดสนิทที่หน้าคลับเฮาส์ “The Peak Golf Club” ทันทีที่ปราบก้าวลงจากรถ พนักงานทุกคนยืนตัวตรงแหน็บราวกับทหารกองเกียรติยศ กลิ่นน้ำหอม Prada L’ Homme ของเขาลอยนำมาก่อนตัว สร้างบรรยากาศที่ทั้งน่าเกรงขามและกดดันไปพร้อมกัน
“ผู้จัดการชัย” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมองขณะเดินผ่านเคาน์เตอร์ต้อนรับ
“คะ...ครับบอส” ชัยรีบวิ่งมาหน้าถอดสี พยายามซ่อนมือที่สั่นเทา
“เมื่อเช้าผมสังเกตเห็นใบหญ้าตรงกรีนหลุม 4 ยาวเกินมาตรฐานไปประมาณ 2 มิลลิเมตร และพนักงานต้อนรับคนซ้ายมือติดป้ายชื่อเอียงไปทางซ้าย 5 องศา จัดการด้วย”
“ครับบอส จะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้ครับ”
ปราบก้าวเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ผนังเป็นกระจกนิรภัยใส มองเห็นทัศนียภาพของสนามกอล์ฟพันล้านที่เขาปั้นมากับมือ เขาเปิดแท็บเล็ตอีกเครื่อง เช็กรายงานดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT) ทุกอย่างต้องอยู่ที่ 98% ขึ้นไปเท่านั้น หากต่ำกว่านั้นหมายถึงความล้มเหลว
แต่แล้ว ภาพเหตุการณ์เมื่อวานก็ฉายซ้ำขึ้นมาในหัว...
ภาพของหญิงสาวในชุดชนเผ่าอะไรสักอย่างส้มอิฐ-เขียว ปักพู่รุ่มร่ามที่บังอาจเอา “ผ้าปักมงคล” (ซึ่งเขาเรียกว่าเศษผ้า) มาฟาดหน้าเขา ความร้อนรุ่มในอกพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขามองไปที่แท็บเล็ตเครื่องเดิมที่ตอนนี้ไม่มีรอยคราบน้ำแล้ว ๆ และนาฬิกาเรือนละหลายล้านที่เมื่อวานเขาให้เลขาส่งเข้าศูนย์เช็กระบบใหญ่เพราะโดน “น้ำมนต์” พ่นใส่
“ไร้สาระที่สุด...” ปราบสบถเบา ๆ
“คนประเภทนี้หลุดเข้ามาในอาณาจักรของผมได้ยังไง”
ปราบเรียกชัยเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง พร้อมกับช่างเทคนิคและหัวหน้าฝ่ายบุคคล
“ชัย รายงานความเสียหายจาก... ยัยโบฮีเมียนนั่นมาซิ” ปราบเรียกเธอด้วยฉายาที่เขาตั้งให้ในใจ ชัยปาดเหงื่อพลางเปิดหน้าเอกสารในโทรศัพท์
“เอ่อ... จากการตรวจสอบครับบอส"
" 1. ระบบสปริงเกอร์หลุม 9 หัวฉีดหักจากการถูกกระชากด้วย...พู่เสื้อครับ"
" 2. ลูกค้า VIP หลุม 1 ร้องเรียนเรื่องสมาธิสั้นลงจากเสียงลูกปัดแตก และ "
" 3. แท็บเล็ตของบอสที่โดนน้ำ... ทางเทคนิคบอกว่ามีความเสี่ยงที่บอร์ดจะชื้นครับ”ปราบเคาะปากกาสีทองลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเป็นจังหวะที่น่าขนลุก
“รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดมาให้ฉัน”
“รวม ๆ แล้ว... ถ้าคิดค่าเสียโอกาสและค่าซ่อมแซม น่าจะประมาณหกหลักครับบอส” ปราบเคาะปากกาสีทองลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเป็นจังหวะที่น่าขนลุก
“หกหลัก... สำหรับพนักงานที่ทำงานไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงงั้นเหรอ แล้วสัญญาจ้างเธอล่ะ”
“เอ่อ... เป็นใบสมัครงานชั่วคราวครับ ยังไม่ได้ลงระบบเลยครับบอส”
“ไปตามตัวเธอมา” ปราบสั่งเสียงเรียบแต่เฉียบขาด
“เอ๋ แต่บอสบอกว่าไม่อยากเห็นหน้าเธออีก...”
“ผมบอกว่าไม่อยากเห็นเธอในฐานะพนักงาน” ปราบเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบจ้องเขม็ง
“แต่ในฐานะ ‘จำเลย’ เธอต้องกลับมารับผิดชอบสิ่งที่ทำไว้"
"การปล่อยให้คนแบบนี้ลอยนวลไปทำความเดือดร้อนที่อื่นต่อไม่ใช่สิ่งที่ผมสนับสนุน"
"ชัย... โทรหาเธอเดี๋ยวนี้ บอกว่าถ้าไม่มาคุยเรื่องค่าเสียหาย ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการถึงที่สุด”
ที่ป้ายรถเมล์เก่า ๆ ฝั่งตรงข้ามซอยบ้านพักของเธอ โลมานั่งจ้องมองหน้าจอมือถือที่ร้าวเป็นทางยาว เธอเพิ่งจะสวดมนต์บท “ชินบัญชร” จบไปรอบที่ห้าเพื่อปัดเป่าเสนียดจัญไรจากผู้ชายที่ชื่อบอสปราบ และวันนี้เธอต้องออกไปหางานทำใหม่ ระหว่างที่กำลังรอรถก็มีเสียงเรียกเข้าเป็นเลขหมายที่ไม่รู้จัก
กริ๊งง! กริ๊งง!!
“ฮัลโหล... ค่ะ โลมาพูดค่ะ”
“คุณโลมา...นี่ผมชัยนะ”
เสียงผู้จัดการสนามที่ดังผ่านลำโพงมือถือดูรีบร้อนและกระวนกระวายจนผิดปกติ จนโลมาที่กำลังนั่งสะอึกสะอื้นอยู่ป้ายรถเมล์ถึงกับชะงัก
“คุณรีบกลับมาที่สนามกอล์ฟเดี๋ยวนี้เลยนะ กลับมาด่วนที่สุดเลย”
โลมาขมวดคิ้วมือที่สั่นเทากำถุงหินมงคลในมือแน่นขึ้น เธอเม้มริมฝีปากพลางนึกถึงสายตาคมกริบที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อของบอสจอมเนี้ยบคนนั้นแล้วก็ขนลุกซู่
“เขา...เขาไล่หนูออกแล้วนี่คะพี่ชัย แล้วจะให้หนูกลับไปทำไมอีก” โลมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ
“คนใจร้ายแบบนั้น หนูไม่อยากเจอหน้าเขาอีกแล้ว แค่นี้ดวงหนูก็ตกจนไม่รู้จะตกยังไงแล้วค่ะ”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะน่า ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว” ชัยพยายามกล่อม แต่เสียงฝีเท้าและเสียงวอร์ที่แทรกเข้ามาในสายยิ่งทำให้โลมาขวัญเสีย
“อ๋อ หรือว่า...หรือว่าเขาจะเรียกตำรวจมาจับหนู”
โลมาโพล่งขึ้นมาด้วยความหวาดระแวงจินตนาการไปไกลถึงภาพตัวเองถูกใส่กุญแจมือในชุดโบฮีเมียน
“ที่หนูทำสนามกอล์ฟเขาพังทำของเขาเปียกน้ำมนต์ หนูไม่ไปนะคะพี่ชัย หนูไม่อยากติดคุกตอนนี้ หนูยังไม่ได้แก้บนไข่ต้มร้อยฟองเลย”
“ไปกันใหญ่แล้ว ไม่มีใครจับคุณเข้าคุกทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าคุณไม่มาตอนนี้บอสเขาจะเอาเรื่องถึงที่สุดแน่ รีบมาคุยให้มันจบๆ ก่อนที่บอสเขาจะฟิวส์ขาดไปมากกว่านี้”
โลมานั่งตัวแข็งทื่อ มองซ้ายมองขวาเหมือนจะหาทางหนีทีไล่ ลำพังแค่ตกงานเธอก็เครียดจะตายอยู่แล้วถ้าต้องมาโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอีก ชีวิตสายมูของเธอคงถึงกาลอวสานของจริง
ประตูกระจกห้องทำงานของปราบถูกเปิดออกช้า ๆ โลมาเดินเข้ามาในชุดสไตล์แบบเมื่อวานแต่สีสันวันนี้เปลี่ยนไป เขียวไปทั้งตัวใบหน้าสวยคมของเธอตอนนี้ดูหมองหม่น เธอเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่ใหญ่กว่าเตียงนอนของเธอ เขาดูสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้ ปราบเงยหน้าขึ้น สายตาเย็นชาของเขาไล่สำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเลื่อนเอกสารฉบับหนึ่งไปตรงหน้าเธอ
“ค่าเสียหายทั้งหมด 150,000 บาท” ปราบกล่าวเสียงเรียบ
“ผมมีสองทางเลือกให้คุณ"
"1. ผมแจ้งความตอนนี้ แล้วไปคุยกันที่โรงพัก"
"หรือ"
"2. เซ็นสัญญาฉบับนี้” เขายื่นเอกสารมาด้านหน้าของโต๊ะทำงานโลมาหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านด้วยมือที่สั่นเทา “สัญญารับสภาพหนี้...”
“คุณต้องหาเงินมาคืนผมให้ครบทุกบาททุกสตางค์ภายในเวลา 2 เดือน หรือ 60 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” ปราบโน้มตัวลงมาหาเธอ
“ระหว่างนี้คุณห้ามหนี ห้ามหาย และห้ามก้าวเท้าเข้ามาในอาณาจักรของผมเพื่อหางานทำอีก"
"ผมไม่อยากให้สนามกอล์ฟของผมพินาศเพราะคุณเป็นรอบที่สอง”
“สองเดือน บอสคะ เงินแสนห้านะคะไม่ใช่ร้อยห้าสิบ โลมาจะไปหาจากไหน...”
“นั่นไม่ใช่ปัญหาของผม” ปราบแค่นยิ้มเย็น
“คุณเชื่อเรื่องดวงไม่ใช่เหรอ ก็ลองไปขอพรดูสิเผื่อพระเจ้าจะประทานเงินแสนห้ามาให้คุณภายในหกสิบวัน” เขายื่นปากกาสีทองส่งให้เธอ
“เซ็นซะ หรือจะรอให้ตำรวจมารับตัวเธอไป”
โลมามองปากกาและมองหน้าบอสปราบด้วยความแค้นเคือง เธอไม่มีทางเลือกอื่น ในวินาทีนั้นเธอจับปากกาแล้วตวัดลายเซ็นลงบนสัญญานรกนั่นทันที
“เซ็นแล้วค่ะ หกสิบวันก็หกสิบวัน... "
"โลมาจะพิสูจน์ให้บอสเห็นว่าพลังแห่งศรัทธามันยิ่งใหญ่กว่าเงินในบัญชีของบอส”
หญิงสาวตวัดลายเซ็นลงบนเอกสารด้วยแรงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นในตอนนี้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะวางปากกาสีทองกระแทกกับโต๊ะไม้โอ๊คดัง กึก จนพู่ที่แขนเสื้อสะบัดหยันไปมา เธอเชิดหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบตรงหน้าด้วยแววตาที่ประกาศสงครามอย่างชัดเจน
“ผมจะรอดู... ว่าคำเพ้อเจ้อของคุณมันจะแลกเป็นเงินแสนห้าได้จริงไหม” ปราบกล่าวเสียงเรียบพลางใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่น่ากดดัน
“อ้อ...แต่ก่อนจะออกไป เอาบัตรประชาชนของคุณออกมาให้ผม” โลมาขมวดคิ้วด้วยความระแวง
“จะเอาไปทำไมคะ บอสจะเอาไปสะเดาะเคราะห์... เอ้ย จะเอาไปทำไสยศาสตร์ใส่หนูเหรอ” ปราบแค่นยิ้มสมเพช
“เพ้อเจ้อ... ผมจะเอามาทำหลักฐานยืนยันตัวตนลูกหนี้ต่างหาก ส่งมา”
โลมาจำใจล้วงกระเป๋าสตางค์ใบเล็กที่มีผ้ายันต์พับซ้อนอยู่ข้างใน หยิบบัตรประชาชนที่เธออุตส่าห์ไปทำในวันฤกษ์ดีมาส่งให้ชายหนุ่ม ปราบรับไปแล้วหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงขึ้นมาถ่ายรูปบัตรนั้นไว้อย่างรวดเร็วและนิ่งสนิท ก่อนจะส่งบัตรคืนให้เธอเหมือนมันเป็นเศษขยะชิ้นหนึ่ง
“ส่วนบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และบัตรทุกใบที่เกี่ยวข้องกับการเงินของคุณ... เอามาวางไว้ที่ผมทั้งหมด”
“ฮะ บอสจะยึดบัตรหนูด้วยเหรอคะ แล้วหนูจะเอาเงินที่ไหนกินข้าว” โลมาโวยวายเสียงหลง
“นี่คือการอายัดในฐานะลูกหนี้ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ"
"ผมต้องการให้มั่นใจว่าเงินทุกบาทที่คุณหามาได้ในระหว่างหกสิบวันนี้"
"จะถูกนำมาชำระหนี้ให้ผมก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เอาไปทำบุญหรือซื้อก้อนหินไร้สาระพวกนั้นจนหมด”
ปราบปัดมือเป็นสัญญาณให้เธอส่งมา โลมาหน้าเสียแต่ก็ขัดอำนาจมืดในดวงตาคู่นั้นไม่ได้ เธอกัดฟันหยิบบัตรเอทีเอ็มเพียงใบเดียวที่มีติดตัว (ซึ่งมียอดเงินเหลือไม่ถึงร้อยบาท) วางลงบนโต๊ะรวมกับบัตรสมาชิกสะสมแต้มร้านสะดวกซื้อที่เธอเผลอส่งให้ด้วยความลนลาน
ปราบกวาดสัญญาและบัตรเหล่านั้นลงในลิ้นชักเหล็กกล้า ก่อนจะล็อกรหัสผ่านแป้นดิจิทัลอย่างแน่นหนา
“ตอนนี้... เชิญออกไปได้แล้ว เวลาของผมมีค่าเกินกว่าจะมานั่งฟังเรื่องไร้สาระของคุณต่อ”
เขาเอ่ยจบก็ก้มหน้าลงดูไอแพดในมือต่อทันที ปัดความสนใจจากเธอไปราวกับคนละมิติ โลมาฮึดฮัดสะบัดหน้าจนผมลอนคลายตัวพลิ้วไหว เธอเดินกระทืบเท้าออกจากห้องทำงานหรูหรานั้นไปด้วยความแค้นใจ
“แสนห้าในหกสิบวัน... แถมยังมายึดบัตรกันอีก คนอะไรไม่มีเมตตาธรรมเอาเสียเลย เจ้ากรรมนายเวรชัด ๆ ”
เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปจากคลับเฮาส์ โดยไม่รู้เลยว่าที่พึ่งสุดท้ายของเธอในตอนนี้ คือเส้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่จะพาเธอไปสู่ “ศาลเจ้าลับหลังเขา” สถานที่ที่เขาว่ากันว่า... พรหนึ่งข้ออาจเปลี่ยนชีวิตคนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้
ตอนที่ 2: บอสปราบ ปราบทุกความเชื่อหากโลกของ โลมา คือพายุหมุนแห่งความโกลาหลที่พึ่งพากำลังใจจากเศษหินและผ้ายันต์เพื่อเอาตัวรอด โลกของ “ปราบ ปรมินทร์” ก็คือไม้บรรทัดเหล็กที่ทาบลงบนกระดาษขาวสะอาด ตาชั่งที่แม่นยำระดับไมโครกรัม และนาฬิกาอะตอมที่ไม่เคยเดินผิดเพี้ยนแม้แต่วินาทีเดียวสำหรับปราบทุกสิ่งในจักรวาลนี้อธิบายได้ด้วยธุรกิจ การตลาด ลูกค้า ส่วนสิ่งที่เรียกว่า “ดวง” นั้น เป็นเพียงวิถีแห่งความงมงายของพวกขี้แพ้ที่บริหารจัดการชีวิตตัวเองไม่ได้ แล้วโยนความผิดให้ดวงที่มีจริงหรือเปล่าก๋ไม่รู้เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตวอทช์สั่นเตือนที่ข้อมือเพียงครั้งเดียว ปราบลืมตาขึ้นในความสลัวของห้องนอนสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ทุกอย่างถูกจัดวางในองศาที่ถูกต้อง เขาดีดตัวขึ้นจากเตียงนอนคิงไซซ์ที่ผ้าปูตึงเป๊ะราวกับผิวน้ำนิ่ง ร่างกำยำสมส่วนก้าวเข้าสู่ห้องน้ำหินอ่อนที่ไร้คราบน้ำแม้แต่หยดเดียวทุกอย่างในชีวิตปราบคือพิธีกรรมแห่งความแม่นยำ แปรงสีฟันต้องวางขนานกับขอบแก้ว ยาสีฟันถูกบีบออกมาในปริมาณ 1.5 เซนติเมตรเป๊ะๆ เขาโกนหนวดอย่างประณีตจนผิวหน้าเรียบเนียนไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ห้องแต่งตัวที่ดูเหมือนโชว์รูมแบรนด์เนม
เสียงนาฬิกาปลุกดังแว่วมาจากใต้กองหมอนทรงยันต์กันฝันร้าย โลมา หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยคมสะดุดตา แต่ขอบตาคล้ำเล็กลงจากการนั่งเช็กตารางสีมงคลจนดึกดื่น สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการลุกลี้ลุกลน สิ่งแรกที่เธอทำไม่ใช่การบิดขี้เกียจ แต่คือการหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชัน “เช็กดวงรายวัน”“วันนี้ชาววันพฤหัสบดี... ทิศมงคลคือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ"“สีนำโชคคือสีส้มอิฐและเขียวเหนี่ยวทรัพย์ สีต้องห้ามคือสีม่วง”"ระวังวิบากกรรมจากของมีคมและวาจาเชือดเฉือน”โลมาพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบดีดตัวลงจากเตียง สายตาเธอกวาดมองรอบห้องพักขนาดรูหนูที่ผนังเต็มไปด้วยโปสเตอร์ดาราเกาหลีที่แปะทับด้วยผ้ายันต์จากวัดดังทั่วสารทิศ บนหัวเตียงมีหินนำโชคเรียงรายประหนึ่งคลังแสงอัญมณี เธอกวาดตามองชุดที่เตรียมไว้ตั้งแต่วันก่อนวันนี้คือวันสำคัญ... วันที่เธอต้องไปสัมภาษณ์งานหลังจากตกงานติดต่อกันมาแล้ว 3 เดือนเธอก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการแต่งตัวที่ประณีตยิ่งกว่าการประกอบพิธีกรรม โลมาเลือกชุดสไตล์ Bohemian ที่เธอเชื่อว่าช่วยเสริมพลังงานธาตุลมเพื่อให้หยิบจับอะไรก็คล่องแคล่ว เสื้อผ้าฝ้ายสีส้มอิฐปักลายดอกไม้ประดับด้วยพู่ห้อยระย้า กระโปรงยาวชายบา







