مشاركة

2

last update تاريخ النشر: 2026-03-26 21:45:51

มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐบาลตั้งอยู่กลางเมืองหลวง ในห้องทดลองนี้เป็นสถานที่ทำงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท มู่หรันเฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพื่อวิจัยการตัดแต่งพันธุกรรมของพืชเพื่อให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงต้านโรคภัยได้ดีกว่าเดิมสองเท่าและเร่งการเจริญเติบโตได้ หญิงสาวหมุนเก้าอี้ทำงานกลับไปด้านหลังคว้าเอาเอกสารเดินไปที่ตู้กระจก ด้านในมีพืชสีเขียวที่กำลังเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี มองดูเอกสารในมือก็พบว่าระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนพืชที่ทำการทดลองก็เจริญเติบโตขึ้นมาจนน่าอัศจรรย์

แต่อารมณ์ที่ดีของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าตู้กระจกข้าง ๆ เธอ นึกไม่ถึงว่าวันนี้แม่คู่หูการทำวิจัยที่นาน ๆ จะโผล่หัวมาที จะเข้ามาเหยียบในห้องทดลอง

“ดูเหมือนการทดลองครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี” การวิจัยนี้แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ ตอนที่ต้องมาจับคู่กับมู่หรันเฟิงเธอเองก็หนักใจ แต่เพราะเชื่อมั่นในตัวอาจารย์หม่าและรู้ว่ามู่หรันเฟิงเป็นนักศึกษาชั้นแนวหน้า ถ้างานวิจัยนี้สำเร็จย่อมมีชื่อเสียงตามมา

“ปกติทุกวันเธอต้องรีบมีธุระกลับบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ถึงโผล่มาที่นี่ได้” ตั้งแต่เริ่มต้นการทำวิจัยนี้มาเรียกได้ว่าเจอคู่หูอย่างหลี่เหยาเหยาไม่เกินสิบครั้ง อีกฝ่ายมักมีธุระเร่งด่วนเสมอทำให้ไม่สามารถเข้ามาช่วยงานเธอได้

หลี่เหยาเหยาเอื้อมมือมาจับมือของมู่หรันเฟิงไว้ ในแววตามีความรู้สึกผิด “เพราะฉันมีธุระสำคัญด่วนที่อาจารย์หม่าเรียกใช้เสมอ เธอคงไม่โทษฉันใช่ไหมที่ไม่ค่อยได้มาช่วยทำวิจัย”

ปรายตามองมือที่เกาะกุมมือเธอไว้ มู่หรันเฟิงยังคงมีใบหน้าที่นิ่งเฉย น้ำเสียงยังคงเรียบนิ่ง “ธุระของอาจารย์หม่าอย่างนั้นเหรอ?”

“ถ้าคิดว่าฉันโกหกเหรอ เธอสามารถถามอาจารย์หม่าได้โดยตรง”

“ถ้าเป็นธุระของอาจารย์หม่าฉันคงไม่มีอะไรว่าเธอได้ ” ริมฝีปากของมู่หรันเฟิงเหยียดยิ้ม แววตาที่มองมาเหมือนจะทะลุร่างของหลี่เหยาเหยา ทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ

“ได้ข่าวว่าการทดลองเป็นไปได้ด้วยดี วันนี้ผมเลยแวะเข้ามาดู” ทั้งสองคนหันไปมองตามเสียง พบอาจารย์ที่ปรึกษายืนอยู่ตรงประตูทางเข้า หลี่เหยาเหยาที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เป็นครั้งแรกที่รู้สึกประหม่าเมื่อต้องอยู่กับมู่หรันเฟิง ปกติเพื่อนร่วมชั้นคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยจะมีปากเสียง

“สวัสดีค่ะอาจารย์หม่า” อาจารย์หม่าที่พวกเธอพูดถึงก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาในหัวข้องานวิจัยนี้ แม้อายุจะอยู่ในช่วงวัยกลางคนแต่หน้าตาของอาจารย์หม่าดีมาก เป็นขวัญใจของผู้หญิงในมหาวิทยาลัย

อาจารย์หม่าก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องตรงไปที่ตู้กระจก ที่มีพืชที่เกิดจากการทดลองเจริญเติบโตอยู่ “ดูต้นไม้พวกนี้สิเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสองเท่า ทำไมคุณหลี่ไม่ลองเทียบอัตราส่วนที่แน่ชัด แล้วส่งเอกสารงานวิจัยมาให้ผมล่ะ”

เมื่อได้ยินชื่อหลี่เหยาเหยาออกมาจากปากอาจารย์ที่ปรึกษามู่หรันเฟิงถึงกับกลอกตามองบน ดูท่าอาจารย์ลูกศิษย์คู่นี้กลัวไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นคู่รักยวนยาง

“ฉันจะรีบทดสอบดูเดี๋ยวนี้เลยค่ะอาจารย์” หลี่เหยาเหยามีใบหน้าที่งดงามเป็นถึงดอกไม้แห่งมหาวิทยาลัย ยิ่งมาอยู่ข้างเธอที่ใส่แว่นหนาเหมือนเด็กเรียน หลี่เหยาเหยาก็ยิ่งโดดเด่น

“จับระวังด้วย” เห็นมือของหลี่เหยาเหยาจับลูกรักที่เฝ้าทะนุถนอมอย่างไม่ระวังก็ปวดใจ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาศึกษาต่อปริญญาโทได้ยังไงกัน แต่เมื่อเหลือบตาไปมองทางอาจารย์หม่าก็พอจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด

“รีบไปทำแล้วรีบส่งให้ผม ถ้างานวิจัยนี้สำเร็จพวกเราจะได้ต้องได้ลงบทความของมหาวิทยาลัยแน่ บางทีอาจได้ลงบทความแห่งชาติเลยก็ว่าได้” ทั้งสองคนดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าของผลงานที่มองตามหลังพวกเขาสองคน เธอเหนื่อยหน่ายเกินกว่าจะอยู่ที่นี่กับสองคนนั้น

ในเมื่อหมดหน้าที่แล้วมู่หรันเฟิงก็เก็บของใส่กระเป๋าบอกลาทั้งสองคนเพื่อกลับบ้าน หลังจากอดหลับอดนอนมาหลายคืน “ฉันขอตัวก่อนนะคะ เชิญพวกคุณตามสบาย”

“รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ผมกับคุณหลี่จัดการเอง” อาจารย์ที่ปรึกษาคนนี้ใส่ใจเธอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือหน้าตาและรูปร่างที่งดงามของหลี่เหยาเหยา แต่ก็นับว่าดีเพราะเธอไม่ต้องการอาจารย์แบบนั้นมาสนใจเธอสักเท่าไร

คล้อยหลังมู่หรันเฟิงเดินออกไป อาจารย์หม่าที่ผู้คนนับหน้าถือตาก็เดินไปซ้อนด้านหลังของหลี่เหยาเหยา ท่อนแขนโอบไปรอบเอวของคนตรงหน้า

“อาจารย์หม่าถ้าคนอื่นมาเห็นเราจะแย่เอาได้นะคะ” หลี่เหยาเหยามีสีหน้าเขินอายตีไปที่มือของอาจารย์ด้วยกลัวคนอื่นจะมาเห็นเข้า แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความตื่นเต้นของบุรุษเพศ

“ห้องทดลองนี้มีแค่เราสองคน” จมูกคลอเคลียอยู่ที่แก้มเนียน ความปรารถนาของเขาเริ่มลุกโชน

“แต่ว่า...”

“เหยาเหยาอย่าลืมสิ ว่างานวิจัยที่ดีขนาดนี้ผมสามารถยกให้คุณได้” หลี่เหยาเหยาเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตาโต ถ้าได้เป็นเจ้าของงานวิจัยนี้คนเดียว ชื่อเสียงของเธอคงดังไปทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าบริษัทไหนก็คงอยากจะต้อนรับเธอเข้าทำงาน

“แล้วมู่หรันเฟิงเราจะทำยังไงกับเธอคะ” ก่อนหน้านี้บ่ายเบี่ยงไม่มาทำงานวิจัยอยู่ตลอด โชคดีที่มู่หรันเฟิงไม่เอาไปฟ้องอาจารย์ แต่ถึงฟ้องไปอาจารย์หม่าก็ต้องช่วยเธออยู่ดี ใบหน้างดงามเงยขึ้นสบตาอาจารย์ที่ปรึกษา รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่เลือกอยู่กับอาจารย์หม่า

“เหยาเหยาไม่เชื่อใจที่ปรึกษาของคุณเหรอ อย่าลืมสิ ก่อนหน้านี้ผมมอบอะไรไปให้คุณตั้งเยอะแยะ” มือแตะไปที่ปลายคางดันใบหน้างดงามให้เงยขึ้นเพื่อรับจูบอันร้อนแรงที่กักเก็บไว้จนแทบจะระอุ “ยังจะปฏิเสธผมอยู่อีกไหม” สิ้นเสียงกระซิบที่ข้างหู หลี่เหยาเหยารู้สึกเหมือนร่างกายล่องลอยอยู่ในอากาศ

มู่หรันเฟิงแวะเข้าห้องน้ำ เมื่อเดินออกมาล้างมือเธอก็ถอดแว่นที่สวมอยู่วางไว้บนอ่างล้างหน้า มือรองน้ำขึ้นมาล้างหน้าให้สดชื่นก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูมาซับน้ำออก มองดูเพื่อนตัวเองที่เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับกระดาษทิชชูแบรนด์นี้มู่หรันเฟิงก็ยิ้มออก หลังจากกลับไปไหว้เจ้าแม่ไฉ่หงทุกคนก็ดูยุ่งกันมาก เลยยังไม่มีเวลามาเจอกัน เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพรที่ทุกคนขอไปจะได้ผลไหม

มองดูผู้หญิงในกระจกที่มีใบหน้าที่งดงาม ไร้การแต่งแต้มจนดูบริสุทธิ์เหมือนดอกบัวขาว ริมฝีปากบางยกยิ้มเมื่อนึกถึงดอกบัวขาวตัวจริงในห้องทดลองที่เธอจากมา หญิงสาวหยิบแว่นหนาขึ้นมาใส่กลับตามเดิมก่อนจะเดินกลับไปทางเก่า

เสียงที่ดังออกมาจากห้องทดลองทำให้ฝีเท้าที่เดินอยู่หยุดชะงัก ดวงตาลอดมองไปทางช่องว่างของประตู เห็นกิจกรรมอันเร่าร้อนของอาจารย์กับลูกศิษย์ก็รู้สึกสะอิดสะเอียน ไม่รู้ว่าภรรยาที่บ้านของอาจารย์หม่าจะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status