Partager

8 มีบางอย่างผิดพลาด

last update Date de publication: 2025-09-24 10:32:52

ปกติแล้ววันหยุดฉางกังไม่เคยอยู่ติดบ้าน อย่างน้อย ๆ ก็ขอให้ได้เข้าไปสอดส่องดูแลความเรียบร้อยภายในบริษัท วันนี้ไม่รู้ว่าชายหนุ่มนึกอะไรอยู่ เมื่อจัดการธุระส่วนตัวตนเองจนเสร็จสิ้นหลังมื้ออาหารเช้าเขาได้ถือหนังสือพิมพ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจเดินเข้าไปในสวนและสอดส่ายสายตาเลือกหาที่นั่งเหมาะ ๆ เป็นชุดเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นเทียนไถเอ่อร์ลี่  

ต้นเทียนไถเอ่อร์ลี่ ต้นไม้ชนิดนี้จัดเป็นไม้หายากที่มีราคาแพง ฉางกังจำได้ว่าตั้งแต่ลืมตามองโลกก็เห็นมันตั้งตระหง่านอยู่ในสวนนี้แล้ว ห่างจากต้นเทียนไถ่เอ่อร์ลี่ไปไม่ถึงสามสิบก้าวคือต้นท้อ คุณย่ามักมีความเชื่อเกี่ยวกับต้นท้อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและขับไล่ภูติผีปีศาจไม่ให้มารบกวนได้ หากบางบ้านไม่มีพื้นที่สวนเพียงพอที่จะปลูกต้นท้อก็สามารถแขวนรูปวาดต้นท้อไว้ในบ้านได้เช่นกัน

ต้นท้อต้นนี้คุณย่าเป็นคนปลูกเองกับมือ จากวันนั้นมาจนถึงตอนนี้อายุของมันจะน่าจะสิบเจ็ดปีเห็นจะได้ นับว่าตอนที่มันยังเป็นเบี้ยเล็ก ๆ ฉางกังอายุแค่สิบหนาว ปัจจุบันนี้เขาอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว คิดมาถึงตอนนี้หว่างคิ้วของชายหนุ่มก็รู้สึกร้อนวูบวาบ เขาพับหนังสือพิมพ์แล้ววางบนโต๊ะ จากนั้นลุกขึ้นยืนเพ่งมองไปยังต้นท้อด้วยแววตาสนอกสนใจ

“ขับไล่สิ่งชั่วร้ายงั้นหรือ หึ คุณย่าก็งมงายใช่เล่น ไม่สิ! ไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายแต่เป็น!”

ชายหนุ่มพึมพำ ท่อนขายาวเริ่มก้าวเข้าหาต้นท้อทีละก้าว…ทีละก้าว พลางนับในใจ

หนึ่ง…

สอง…

แปด…

ยี่สิบห้า…

อย่างนี้ไม่ถูกต้อง!  มีบางอย่างผิดพลาดไป!

ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าไว้ที่ย่างก้าวที่สิบห้า ภาพในหัวฉายขึ้นมาจนเขารู้สึกวิงเวียนแทบจะอาเจียนออกมา เมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ตรงนี้ไม่ใช่สวนหย่อม เขาจำได้ดีว่าตอนเป็นเด็กไม่เคยได้วิ่งเล่นที่ผืนแผ่นดินบริเวณนี้เลยสักครั้ง เพราะที่ตรงนี้มันไม่ใช่สวนแต่มันคือสระว่ายน้ำ!

ใช่แล้ว คุณย่าถมสระว่ายน้ำตรงนี้แล้วปลูกต้นท้อขึ้นมาใหม่  

เกิดอะไรขึ้นกันแน่!

ลมเย็น ๆ โชยมาปะทะผิวหน้าเนียน ฉางกังแหงนมองใบเทียนไถเอ่อร์ลี่ร่วงหล่นลอยเคว้งกลางอากาศ ภาพเหตุการณ์นี้มันเคยเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่จินตนาการและไม่ใช่ความฝัน เขาเคยเห็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง…  

ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้า ๆ พลันบังเกิดเสียงหนึ่งแววมาในสายลม

“…พี่ฉางกัง”

เสียงนี้เป็นเสียงของเด็กผู้ชายฟังแล้วคุ้นหูยิ่งนัก ทว่าฉางกังต้องสะดุ้งตกใจสุดขีดเมื่อมีเสียงแหบพร่าอีกเสียงดังขึ้นแทรก

“คุณชายลู่ครับ”

ทันทีที่เปลือกตาเปิดขึ้นปรากฎว่าคนที่ยืนตรงหน้าคือพ่อบ้านเจิ้ง พ่อบ้านเก่าแก่ที่ดูแลคฤหาสน์ตระกูลลู่มายาวนานเกือบสี่สิบปี ยามนี้เขาได้กลายเป็นชายชราที่คุณย่ายังคงชุบเลี้ยงไว้เช่นเคย ความมีเมตตาของคุณย่าทำให้บริวารรักใคร่ไม่หนีหาย ยกตัวอย่างเช่นพ่อบ้านเจิ้งคนนี้ เขาตั้งปณิธานว่าจะขอรับใช้ตระกูลลู่ต่อไปจนกว่าลมหายใจจะหาไม่

“พ่อบ้านเจิ้ง”

“คุณชายลู่มาทำอะไรที่นี่หรือครับ”

ที่ถามไปแบบนั้นเพราะชายชราไม่เคยเห็นลู่ฉางกังเดินเข้ามาในสวนนี้เนิ่นนานปี หากไม่อยู่ในตัวคฤหาสน์ฉางกังก็จะอยู่ในยิมออกกำลังกายที่สร้างแยกจากตัวอาคารหลัก หรือไม่ก็ใช้ประโยชน์จากคฤหาสน์หลังโตเป็นเพียงที่ซุกหัวนอนก็เท่านั้น พอฟ้าสว่างก็ออกไปทำงาน ตกเย็นก็เก็บตัวเงียบงันในห้องนอนของตนเอง

“เปล่าครับ ผมแค่มาหาที่เงียบ ๆ อ่านหนังสือ เอ่อ…จริงสิ ผมมีบางอย่างจะถาม”

“อยากถามอะไรหรือครับ”

“ใต้ต้นท้อต้นนี้ แต่ก่อนคือสระว่ายน้ำถูกต้องไหมครับ”

หัวใจของพ่อบ้านเจิ้งกระตุกวูบ สีหน้าแย้มยิ้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปในบัดดล ชายชรารีบก้มหน้าหลบตาไม่กล้าตอบคำถาม ลู่ฉางกังเห็นท่าทางอึดอัดของอีกฝ่ายจึงแสร้งหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อน

“อะไรกันครับ ผมแค่ถามไปอย่างนั้นเอง ผมจะต้องจำผิดไปแน่ ๆ บ้านเราจะมีสระว่ายน้ำตรงนี้ได้อย่างไร”

พูดจบชายหนุ่มก็เดินจากไป ส่วนพอบ้านเจิ้งมองตามหลังด้วยสายตาเป็นกังวล พอพ้นระยะสายตาพ่อบ้านเจิ้งแล้วสีหน้ายิ้มแย้มของฉางกังก็กลับมาเป็นเรียบตึงดังเดิม หว่างคิ้วของเขายังรู้สึกร้อนวูบวาบไม่จางหาย แม้นว่าจะเดินกลับเข้ามาในตัวคฤหาสน์แล้วแต่ฉางกังก็ยังยืนแง้มผ้าม่านทอดมองมายังสวน

เขาจำไม่ผิดหรอก ก็แค่อยากพูดให้ผู้อาวุโสเจิ้งสบายใจก็เพียงเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรในสวนหย่อมตรงบริเวณนี้ก็ต้องเคยเป็นสระว่ายน้ำมาก่อนอย่างแน่นอน ความทรงจำที่ขาดหายไปบางช่วงบางตอน สิ่งที่ลืมเลือนต้องเกี่ยวข้องกับสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นแน่ และเขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   78 ความทรงจำ (จบ)

    ตะวันบ่ายคล้อย แสงแดดเบื้องบนแรงกล้าทว่ากลับส่องไม่ถึงยังพื้นดิน เนื่องจากต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นหนาแน่นบดบังแสงแดดจนมิด ทำให้อากาศใต้ร่มเงาของต้นไม้ไม่ถึงขั้นร้อนจัด เข่อซิงเหนื่อยจนคอแห้งเป็นผงรีบหยิบเอาน้ำพกที่เหน็บอยู่เอวมายื่นให้เจ้านายหนึ่งขวด ส่วนอีกขวดที่พกมาเขาดื่มเอง ฉางกังรับน้ำมาแล้วก็ดื่มเข้าไปหนึ่งอึกใหญ่“เดินมาตั้งนานแล้วไม่มีทีท่าว่าจะเจอเลยนะครับ หรือว่าจะไม่มี” เข่อซิงพูดไปมือก็ปิดฝาขวดไป“ฉันคงคิดไปเองสินะ ความฝันก็ยังเป็นความฝันวันยังค่ำ ฝันดีแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องตื่น”คำนี้เป็นเขาเองที่เคยพูดกับฉางเกอ ฝันดีแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องตื่น แต่วันนี้กลับมีเพียงเขาที่ไม่ยอมตื่นเสียที ฉางกังคิดแล้วก็ทำหน้าเศร้า ระหว่างที่กำลังถอดใจผู้ดูแลหยางเปียวก็ได้พูดขึ้น“เป็นไปได้ไหมครับว่าต้นเทียนไถเอ่อร์ลี่ที่ประธานลู่ตามหาจะตายไปแล้ว”"ตายงั้นเหรอ”“ขอรับ ที่วั้งซานกู่มีซากต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายต้นหนึ่ง ขนาดของมันใหญ่หลายคนโอบแต่ตอนนี้เหลือแต่ตอ”“รีบพาไปดูเร็วเข้า”หยางเปียวพยักหน้ารับแล้วเดินนำสองคนไปยังต้นไม้ใหญ่ที่ตายแล้ว มันเหลือแต่ตออย่างที่เขาบอกจริง ๆ แต่เป็นตอที่มีความสูงอยู่ระดับอก เส

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   77 ผมฝัน

    นอกจากเข่อซิงกับฉางกังแล้วยังมีหลิวเซียงฉินที่ติดตามมาด้วยอีกคน อีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะเข้าเขตเขาวั้งซานกู่แล้ว จู่ ๆ ฉางกังก็ได้พูดบางอย่างขึ้นมาจนทำให้ทุกคนที่นั่งในรถเพ่งความสนใจมาที่เขา“คุณย่าครับ ช่วงที่ผมหลับไปหลายวันผมฝัน”“ฝันว่าอะไร” ย่าหลิวถามกลับอย่างใส่ใจ ฉางกังคว้ามือเหี่ยวย่นมากุมไว้แล้วพูดต่อ“มันเป็นฝันดีตื่นหนึ่ง พอลืมตาขึ้นมาหัวใจของผมก็แตกสลายไปหมดแล้ว”บรรยากาศในรถเงียบสนิท ทุกคนต่างอึ้งไปตาม ๆ กันและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉางกังกันแน่ ฉางกังหัวเราะเบา ๆ เพื่อให้ความตึงเครียดของคนในรถลดลง “ผมฝันว่าได้กอดคุณแม่ ฝันว่าคุณพ่อแบกผมขึ้นหลัง…แล้วผมก็ฝันว่าลู่เกอร้องไห้งอแงกอดขาผม”ใบหน้าของหลิวเซียงฉินกระตุบวูบหนึ่ง ความลับที่ปกปิดเอาไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้ฉางกังคงถึงเวลาต้องพังทลายลงแล้ว ถึงจะรู้ดีแก่ใจว่าไม่อาจปิดบังเขาได้ชั่วชีวิต แต่นางก็ไม่คิดว่าจู่ ๆ ฉางกังจะจดจำได้เอง คนเราทุกคนต่างมีความทุกข์เป็นของตนเอง ในความทุกข์นั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีความสุขปนอยู่ อย่างน้อย ๆ ฉางกังก็ยังยิ้มได้ นั่นแสดงว่าเขาคงทำใจยอมรับได้บ้างแล้ว“ผมจำทุกอย่างได้หมดแล้วนะครับ”“…อากัง ย่าขอ

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   76 หวนกลับไปเยือน

    “คุณย่าครับ ผมขอคุยบางอย่างกับลี่อินลำพังหน่อยสิ”เข่อซิงพยักหน้ารับแล้วค่อย ๆ ประคองคุณย่าหลิวออกไป หลังจากอยู่กันสองต่อสองแล้วลี่อินพยายามจะเอ่ยคำขอโทษแต่ฉางกังยกมือขึ้นมาปรามไว้ก่อน“อย่ารู้สึกผิดและอย่าโทษตัวเอง คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ที่ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะผมทำตัวเองทั้งนั้น”“ฉัน…”“ลี่อิน อันที่จริงมันก็ถึงเวลาที่เราต้องปล่อยมือจากกันตั้งนานแล้ว แต่เป็นผมเองที่ยังรั้งคุณเอาไว้อย่างเห็นแก่ตัว นับจากนี้ไปเราจงหันหลังให้กันในฐานะคนรัก และหันหน้าให้กันในฐานะเพื่อนเถอะ อย่าฝืนทนกันอีกต่อไปเลย คุณรักไปเหนื่อยไป ส่วนผมก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นมาได้ วันนี้ผมเข้าใจทุกอย่างแล้วว่าเรื่องระหว่างเรามันถึงจุดที่ควรพอ ถึงวันข้างหน้าเราอาจไม่ใช่คนรักกันแล้ว แต่ผมอยากให้รู้ว่าคุณคือผู้หญิงที่ดีที่สุดที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตผม ผมอยากขอโทษคุณจากใจจริงจางลี่อิน คำขอโทษครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะผมสำนึกผิด ไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องทำและไม่ใช่สถานะที่เราเป็น…ผมขอโทษ”ลี่อินสะอื้นเบา ๆ เธอยิ้มให้เขาทั้งน้ำตา ฉางกังเองก็ยิ้มตอบเช่นกัน เรื่องของลี่อินและเข่อซิงเป็นเรื่องที่ไม่อาจบอกได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพียง

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   75 กล่องไม้นั่น

    ฉางกังไม่อยากให้ทุกคนลืมเขาไปเลยจริง ๆ และยังอยากฝังตนเองให้อยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดกาล เสียอย่างเดียวที่ไม่อาจหลีกหนีโชคชะตาได้ แต่ก็ดีแล้วล่ะ…เพราะการจากลามันเจ็บปวดเกินไป หากทุกคนจำได้ว่ามีฉางกังอยู่ก็อาจจะเจ็บปวดจากการจากไปของเขา“สักวันพวกเราคงพบเจอกันใหม่ที่ไหนสักที่หนึ่ง…ข้าขอลา”สิ้นคำอำลาฉางกังค่อย ๆ เปิดฝากล่องไม้ออก ครั้งนี้มันเปิดออกง่ายดายเสียจนไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเหมือนทุกครั้ง หยาดน้ำตาใส ๆ หล่นแหมะลงไปที่ก้นกล่องไม้ พลันบังเกิดแสงสว่างวาบเหมือนสายฟ้าฟาด ชั่วพริบตาเดียวร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากตรงนั้น เหลือไว้เพียงความทรงจำที่ทุกคนลืมเลือนไป……..ติ๊ด…..ติ๊ด….ติ๊ด….ติ๊ดเสียงที่ทำให้รู้สึกรำคาญหูปลุกเขาตื่นจากการหลับใหล เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ตรวจสอบชีพจรซึ่งมันตั้งอยู่ที่ข้างเตียงผู้ป่วย วินาทีแรกที่ฉางกังลืมตาขึ้นมาเขาได้มองไปรอบกาย ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นของในยุคปัจจุบัน สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ สามารถประเมินได้ทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด สถานที่แห่งนี้คือโรงพยาบาลอันดับหนึ่งในนครฉงเทียน คนในตระกูลลู่มาใช้บริการเป็นประจำเมื่อมีอาการเจ็บป่วย เขาก

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   74 ข้าขอซื้อร้านค้าร้านนี้

    ที่โพรงต้นไม้ใหญ่ปากทางเข้าบ้านตระกูลลู่ ฉางกังมุดเข้าไปเอาถุงที่บรรจุตั๋วเงินออกมา ผลปรากฏว่าไม่มีอะไรเสียหายเลย พืชกันแมลงที่ใส่เข้าไปนั้นออกฤทธิ์ดีเยี่ยม ฉางกังแบกเอาถุงผ้าเก่า ๆ ขึ้นบ่าเดินเข้าไปในตลาด ระหว่างที่เดินบนถนนอันหนาแน่นด้วยผู้คนบังเอิญเห็นเข่อซิงและลี่อินเดินเคียงคู่กันมา ฉางกังหยุดมองแล้วยิ้มบาง ๆ แต่คนทั้งสองได้เดินผ่านเลยไปเหมือนไม่รู้จักกัน ยามนี้ฉางกังจึงเริ่มรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่ครอบครัวที่จดจำเขาไม่ได้ แต่เป็นคนในมิตินี้ทั้งหมดเลยต่างหากเขาเดินมาหยุดยังสถานที่แห่งหนึ่ง วางถุงใส่ตั๋วเงินอันหนักอึ้งลงพื้นเสียงดังตุบ คนในร้านต่างหันกลับมามองเป็นตาเดียว“เถ้าแก่อยู่ไหม”“อยู่ ข้านี่แหละเถ้าแก่ร้านนี้”“ข้าขอซื้อร้านค้าร้านนี้”เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเสียงแง้มประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยร่างของหญิงชรานางหนึ่ง ยามนี้เป็นเวลาเช้าตรู่อากาศจึงหนาวเย็นยะเยือก หยาดน้ำค้างเกาะอยู่ตามยอดหลิวแลดูอ่อนละมุนยิ่ง กลิ่นควันจากการเผาไหม้จาง ๆ ลอยมาเตะจมูก พลันดวงตาพร่ามัวก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ หญิงชราเดินเชื่องช้าไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวนั้น เมื่อได้เข้ามาดูใกล้ ๆ ก็พ

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   73 เสียงนี่มัน

    “เอาความทรงจำของพวกเขามาแลก คนที่เจ้ารักจะลืมเลือนเจ้าจนหมดสิ้น แล้วเจ้าก็จะกลายเป็นคนอื่นสำหรับพวกเขา ความเจ็บปวดที่สุดของมนุษย์ไม่ใช่การลืมแต่เป็นการจดจำ เช่นนี้ถึงจะเป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ…ว่าอย่างไรลู่ฉางกัง!”“ตะ ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือ…" เด็กชายจุกในอกจนพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมา "ได้ ข้ายอมแลก ต่อให้ข้าจะหายไปจากความทรงจำของพวกเขาก็ยังอยากขอให้ฉางเกอได้มีโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้ง ได้โปรดช่วยน้องชายข้าด้วยเถอะ"ฉางกังรับข้อเสนอด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ต่อให้สิ่งแลกเปลี่ยนคราวนี้จะมีค่ามหาศาลเพียงใดเขายอมแลกได้ทั้งนั้น แม้แต่ชีวิตฉางกังยังยินดีมอบให้ได้ แล้วนับประสาอะไรแค่การหายไปจากใจพวกเขาตลอดกาล…...เขากัดริมฝีปากตนเองจนขึ้นสีขาวซีด แล้วปิดเปลือกตาลงช้า ๆ“…ข้าพร้อมแล้ว”สิ้นคำจำยอมก็เกิดแสงสว่างวูบใหญ่เหมือนสายฟ้าฟาด ที่เบื้องหน้าฉางกังปรากฏกล่องไม้โบราณลอยอยู่ในอากาศ แล้วเสียงปริศนาดังขึ้นว่า“เมื่อเจ้าเปิดกล่องใบนี้อีกครั้ง เจ้าจะได้กลับไปที่ที่เจ้าจากมา”“…เข้าใจแล้ว ขอบคุณ ข้าขอบคุณ”ในก้าวแรกที่เขาผละตัวออกมา พลันภาพทั้งหลายก็หมุนกรอย้อนกลับเป

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   14 โชคดีของพวกมันแล้ว

    หญิงสาวเดินฝ่าสายฝนมาจนถึงบริเวณริมสวนสาธารณะ เธอทรุดนั่งคุกเข่าลงกับพื้น หงายฝ่ามือเย็นเฉียบออกมารองน้ำฝนเหมือนคนสติเลื่อนลอย สายฝนหยดแล้วหยดเล่าตกลงกลางฝ่ามือ ริมผีปากสีอิงเถายิ้มเล็กน้อยเอ่ยขึ้นว่า“…ก็ไม่เห็นจะเจ็บเท่าไรเลยนี่ อดทนอีกนิด…ฟ้าหลังฝนอีกไม่นานก็จะสดใส เธอทำได้แล้วนะจางลี่อิน” ทอดม

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   13 วันนี้วันเกิดฉัน

    เปล่าเลย...เธอไม่ได้หึงหวงเขา เขาซื้อสร้อยเพื่อเอาใจหุ้นส่วนเจิ้งแล้วอย่างไร? ที่ลี่อินมีอาการเช่นนี้นั่นก็เพราะความกลัวบางอย่างกำลังแผ่ซ่าน “อ๋อ เข้าใจแล้ว” เขายิ้มออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วพูดต่อ “ที่แท้คุณก็อยากได้สร้อยเหมือนกันนี่เอง งั้นเรากลับไปที่ร้านนั้นซื้ออีกสักสิบเส้นก็ยังได้”“…

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   12 ลืมไปแล้วสินะ

    เสื้อขนจิ้งจอกตัวนี้เขาเป็นคนซื้อมาฝากเธอหลังกลับจากต่างประเทศ เธอคิดว่าหากเขาได้เห็นเธอสวมใส่เป็นครั้งแรกอย่างน้อยก็คงจะกล่าวชื่นชมสักคำ เมื่อจัดการเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยแล้วลี่อินจึงละสายตาจากกระจกเงา หญิงสาวเดินลงมาข้างล่างคอนโด ยืนรอไม่นานรถคันหรูก็จอดเทียบฟุตพาทปกติแล้วเขาไม่ได้มาเร็วอย่างวั

  • สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่ (จบ)   11 ถูกโยนทิ้งขว้าง  

    เมื่อหลุดจากภวังค์ความคิดครานั้นแล้ว จางลี่อินได้เปิดปฏิทินย้อนไปอีกเดือน เรื่องราววันนั้นเธอจำได้ไม่ลืมเลือนวันนั้นเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ฉางกังมาที่บริษัทเพราะมีงานที่ต้องจัดการโดยด่วน พอลี่อินทราบข่าวก็กลัวว่าเขาจะเอาแต่บ้างานจนไม่มีเวลาหาอะไรรองท้องมื้อเที่ยง หญิงสาวตั้งใจทำอาหารใส่กล่องดิบด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status