LOGINหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ตั้งแต่วันแรกที่ธารารินทร์กับศราวินได้รู้กัน ทั้งคู่ก็เข้ากันได้ดีแถมยังนับถือกับฉันพี่น้องอีกด้วย เมื่อทั้งคู่คุยกันถูกคอ และดูเหมือนจะสนิทกันมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ และปุณณธีร์เองก็ไม่ได้ห้ามอะไรที่คนทั้งคู่จะสนิทกัน เพราะถือว่าศราวินก็เหมือนน้องชายเขาคนหนึ่ง ไม่คิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้แน่
แต่เขาต้องออกคำสั่งให้ศราวินช่วยเก็บเรื่องระหว่างเขากับธารารินทร์ไว้เป็นความลับไปก่อน แม้กระทั่งครอบครัวของเขาเองก็ห้ามศราวินบอกหรือไปเล่าอะไรให้ฟังเด็ดขาด
เขาพาธารารินทร์ไปเก็บของที่บ้านที่เธอเคยพักอาศัยอยู่ ในช่วงที่เจ้าบ้านอย่างปุยฝ้ายออกมาจากบ้านแล้ว และเขาก็ให้ธารารินทร์ทิ้งจดหมายบอกกับหญิงสาวแทนการใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะเขาบอกให้เธอตัดขาดการติดต่อกับจากคนพวกนั้น หมายถึงแฟนเก่าของเธอด้วย
และเขายังให้เธอคืนกุญแจบ้านกับเงินจำนวนหนึ่งไว้ให้แก่เจ้าบ้านอีก ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากพอสมควรที่หญิงสาวจะไม่มาวุ่นวายกับเธออีกแน่นอน จนธารารินทร์นึกเสียดายขึ้นมา
ส่วนอดีตแฟนหนุ่มของธารารินทร์นั้น ตอนนี้เธอยังไม่ได้เจอหน้าเขาเลย เพราะตั้งแต่ที่เธอส่งข้อความไปบอกเลิกเขาในวันนั้น เขาก็หายเงียบไปแถมอยู่มหาวิทยาลัยก็ไม่เจอหน้ากัน จนธารารินทร์เองก็นึกแปลกใจ ว่าทำไมอะไรถึงได้ง่ายไปเสียทุกอย่าง หรือเพราะว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรักเธอเลย
และวันนี้เองก็เป็นวันที่ปุณณธีร์ต้องเข้าบ้าน ตามที่ผู้ให้กำเนิดเคยบอกกับเขาเอาไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนที่เขากลับบ้าน
“คืนนี้ฉันอาจจะกลับดึกหน่อยนะ...” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอก เมื่อคนที่นั่งบนโซฟาเอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอ โดยที่ไม่เอ่ยปากถามอะไรเขาเลย ทั้งที่วันนี้เธอก็ทราบดีว่าเป็นวันหยุดของเขา เขาควรจะอยู่บ้านไหม
“คุณก็กลับดึกของคุณทุกคืนอยู่แล้วนี้” เธอเอ่ยตอบเพียงแค่นั้น สายตาก็ยังคงสนใจแต่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือต่อ
“นี่ไม่คิดจะถามอะไรหน่อยเหรอว่าฉันจะไปไหน ไปทำอะไร...” เขาเอ่ยถามเธออีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเธอยังคงทำท่าทีเมินเฉยใส่เขา เหมือนไม่สนเขาเลย อย่าให้รู้นะว่าในโทรศัพท์นั่นกำลังคุยกับใครอยู่ ไม่งั้นพ่อจะลงโทษให้หนักเลย
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณไหมค่ะ น้ำจะไปเข้าไปยุ่งทำไม และอีกอย่างน้ำก็ไม่มี...” เธอพูดขึ้นโดยที่ไม่หันหน้ามามองเขาเลยสักนิด
“แล้วถ้าฉัน ไปทำเรื่องอย่างว่า...”
“สัญญาจบลงทันทีค่ะ เพราะน้ำเองก็จะไม่ยอมใช้ของร่วมกับใครเหมือนกัน คุณมีอะไรกับน้ำแล้วแต่ยังไปมีอะไรกับคนอื่นในช่วงที่อยู่ในสัญญา น้ำเองก็รับไม่ได้เหมือนกันค่ะ ถ้าคุณอยากจะมีจริง ๆ คุณก็ช่วยบอกน้ำด้วย น้ำจะได้ไป...” เธอชิ่งพูดตัดหน้าเขาขึ้นมาเสียก่อน เมื่อเขากำลังจะพูดยั่วโมโหเธอ และเธอพูดด้วยวาจาที่เด็ดขาดหากเขาทำผิดกับเธอจริง
“ทีแบบนี้ล่ะร่ายยาวเชียวน่ะ พูดอย่างกับเป็นเมียฉันงั้นแหละ เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าสัญญานั่น ฉันเป็นคนกำหนด” เขาพูดขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้เธอ
“น้ำพูดเรื่องจริงค่ะ เพราะถ้าน้ำนอนกับผู้ชายทีละหลายคนพร้อมกัน คุณเองก็คงจะรับไม่ได้เช่นกัน จริงไหมค่ะ...” เธอพูดพร้อมหันไปมองหน้าคนที่อยู่อย่างท้าทาย
“ก็ลองดูสิ เธอได้เห็นฉันเป็นฆาตกรแน่...” เขาจึงพูดกับเธอด้วยใบหน้าและท่าทางที่ดูจริงจังกว่าครั้งไหน ๆ
“โรคจิต แล้งยังบ้าอำนาจ...” เธอต่อว่าเขาออกไปทันที โดยที่ไม่เกรงกลัวเลย
“ฉันแค่จะกลับบ้าน พอดีพ่อกับแม่นัดไปคุยธุระสำคัญ” เขาจึงเอ่ยบอกกับเธอ ถึงแม้เธอจะไม่อยากทราบก็ตามแต่
“แล้วคุณจะบอกน้ำทำไม”
“แค่อยากบอก เผื่อเธออดหลับอดนอนนั่งรอฉันอีก”
ปุณณธีร์พูดเพียงแค่นั้น เขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ที่เขาต้องบอกเธอก็เพราะว่าตั้งแต่ที่เขาให้เธอลาออกจากงานทั้งหมด เธอก็ไม่ได้ไปไหน เขากลับมาจากงานที่คลับ ก็มักจะเห็นเธอหลับอยู่บนโซฟาแทบทุกคืน เขาจึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอคงรอเขากลับมา
*
*
บ้านพัชรเหมรัตน์
“นึกว่าจะลืมนัดของแม่เสียแล้ว” ปราณีเอ่ยท้วงขึ้นมาทันที ที่เห็นลูกชายคนโตเดินเข้ามาในบ้าน
“สวัสดีครับพ่อแม่ สวัสดีครับ...”
ปุณณธีร์ไม่ได้โต้ตอบอะไรผู้ให้กำเนิด เพราะเห็นว่าภายในห้องโถงไม่ได้มีแค่ครอบครัวของเขา เขาจึงได้แต่ทำความเคารพ ยกมือขึ้นไหว้ผู้ให้กำเนิดทั่งสองท่าน และแขกอีกทั้งสองคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ก่อนที่เขาจะนั่งลงที่โซฟาตัวว่างข้างกับมารดา
“พี่ทะ...” หญิงสาวเมื่อเห็นหน้าของชายหนุ่ม สาวตาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
จันทร์เจ้าขา หรือ ลูกจันทร์ หญิงสาววัย 26 ปี เธอเป็นสาวนักเรียนนอก ที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ บุคคลเลยดูเป็นสาวเปรี้ยวเซ็กซี่เป็นที่หมายตาของชายไทย
“สวัสดีพี่เขาสิลูกจันทร์” ศจี เอ่ยบอกลูกสาวและส่งสายตาดุปรามไม่ให้ทำตัวดีใจเกินกว่าเหตุ
“สวัสดีค่ะพี่ธาม...” หญิงสาวเอ่ยทักทายเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย
“เด็ก ๆ ดูเหมือนจะสนิทกันดีนะคะ พี่ณีกับคุณธนาว่าไหม” เป็นศจีที่เอ่ยขึ้น เมื่อสังเกตุอาการของลูกชายก็ทราบได้ทันที ว่าลูกสาวตนถูกใจคู่หมั่นที่ผู้ใหญ่จัดการให้แน่นอน
“ตาธาม นี้น้าศจีกับอาโมทย์ แล้วก็น้องลูกจันทร์...” ปราณีจึงหันมาบอกกับทางลูกชาย
ปุณณธีร์ทำได้แค่ยกมือขึ้นไหว้แขกของผู้ให้กำเนิดอีกครั้ง และพยักหน้าให้หญิงสาวเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่ส่งสัญญาณให้ทานเปิดประเด็นทันที
เพราะเขาเบื่อกับสถานการณ์อึดอัดนี้เต็มทนแล้ว ที่ต้องมานั่งปั้นหน้าใส่กันแบบนี้ เขาพยายามใจเย็นไม่พูดแทรกระหว่างที่ผู้ทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดประเด็นคุยกัน
“จันทร์เต็มใจค่ะแม่ เพราะจันทร์กับพี่ธามก็คะ...” จันทร์เจ้าขาเอ่ยรับ เมื่อปราณีเอ่ยเปิดประเด็นขึ้นมา
“ในเมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันเอาเอง และตอนนี้พวกท่านก็ไม่อยู่แล้ว ผมว่าเรื่องนี้ผมขอถามความเห็นของลูกชาย และเคารพการตัดสินใจของลูกชายผมครับ” ธนาจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นท่าทีของลูกชายตน
“แต่ลูกสาวผมเสียหายนะครับคุณธนา” ปราโมทย์ บิดาของจันทร์เจ้าขาพูดแทรกขึ้นมาทันที
“เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วครับ ผมยอมรับนะครับว่าผมเป็นคนรักสนุก ตอนนั้นเราไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของกันและกันด้วยซ้ำ และลูกจันทร์เองก็ยอมรับข้อเสนอที่เราตกลงกันก่อน ขอโทษนะครับที่ผมเป็นคนพูดตรง ๆ แบบนี้ ผมขอถอนหมั้นกับลูกจันทร์ ผมไม่สามารถทำตามที่ปู่ของผมให้ไว้กับททางครอบครัวน้าได้ แล้วอีกอย่างผมไม่ได้รักลูกจันทร์ ผมยังไม่พร้อมสร้างครอบครัวตอนนี้ครับ ขอโทษอีกครั้งครับ”
“แล้ว?”
“เอาเป็นว่า ผมจะชดเชยให้ตามความเหมาะสมก็แล้วกันครับ...” ธนาเอ่ยเสริม
“แต่แม่ค่ะ...”
“ลูกจันทร์!” ปราโมทย์ได้แต่ส่งสายตาดุลูกสาว
“ผมขอตัวนะครับ” พูดแล้วปุณณธีร์ก็ลุกขึ้นเดินออกจากบ้านทันที อย่างเสียมารยาท
เดิมทีตั้งใจจะอยู่ทานข้าวมื้อเย็นกับพวกท่าน และกลับคอนโดดึก ๆ หน่อย แต่พอนึกถึงใบหน้าของใครบางคนขึ้นมา กลับทำให้เขาอยากกลับคอนให้เร็วที่สุด เพราะอึดอัดกับสถานการณ์ที่มาเจอหน้ากันกับคู่ขาในครั้งนี้ด้วย
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







