Share

ตอนที่ 11

Penulis: Scince
last update Tanggal publikasi: 2025-05-14 12:12:27

เมื่อออกมาจากบ้านของช่างรับทำบ้านเรียบร้อยแล้วนั้น ซ่งเวยหลงก็เอ่ยถามในสิ่งที่เขาสงสัยในทันที เดิมทีจะถามตั้งแต่ที่อยู่ข้างในนั้นก็ได้ เพียงแต่ชายหนุ่มเองก็ยังคงให้เกียรติหญิงสาว เกรงว่าหากถามออกไปแล้วจะดูเป็นการดูถูกนาง

          “เจ้าอ่านตัวหนังสือพวกนั้นออกด้วยหรือ” ซ่งเวยหลงเอ่ยขึ้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะอ่านออกทุกตัวอักษร ชายบ้านป่าเช่นเขาไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องร่ำเรียน เพียงแค่เอาตัวรอดในป่าใหญ่ผืนนี้ก็เพียงพอแล้ว

          “อะ เอ่อ ข้าก็แค่แกล้งอ่านไปอย่างนั้นเองแหละเจ้าค่ะ เคยร่ำเรียนที่ไหนกัน หมู่บ้านเรามีใครได้เรียนหนังสือบ้างล่ะเจ้าคะ?” เซี่ยซูมีพูดขึ้น สามีหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย คิดเอาไว้แล้วว่านางต้องอ่านไม่ออก ดีที่ไม่ได้ถามต่อหน้าคนหมู่มาก

          “อืม อ่านไม่ออกก็ไม่เห็นแปลก น้อยคนนักที่จะอ่านหนังสือออก ส่วนมากแล้วก็มีแต่ขุนนางทั้งหลายเท่านั้น เจ้าไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจไป พี่เองก็ไม่ต่างจากเจ้าสักเท่าไหร่ หมดธุระแล้วอยากจะไปเดินเล่นในตลาดหรือไม่” ซ่งเวยหลงเอ่ยถามขึ้น อยากจะพานางไปเดินเพื่อให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

          “เราไปดูเกวียนกันเถอะเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าต่อไปพวกเราอาจจะต้องเข้าเมืองบ่อยขึ้น” เซี่ยซูมี่ไม่เพียงแต่ไม่สลด ยังสดใสร่างเริงเมื่อคิดว่าจะมีเกวียนเป็นของตัวเอง อีกทั้งจะได้ไม่ต้องเดินเท้าเข้ามาในเมืองอีกด้วย

          “เราไม่ได้ทำการค้าบ่อยๆ พี่ว่าเรายังไม่จำเป็นต้องมีของสิ้นเปลืองพวกนี้หรอก” ซ่งเวยหลงส่ายหน้า นานๆครั้งตนจะเข้ามาในเมือง เพราะใช่ว่าจะสามารถล่าสัตว์ใหญ่ได้ทุกวัน ในวันธรรมดาก็จะเอาไปขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่มักจะมารับซื้อถึงหมู่บ้าน 

          “ภายภาคหน้าท่านได้เข้ามาบ่อยแน่เจ้าค่ะ เพราะข้าจะพาท่านทำการค้า” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น รอให้บ้านเสร็จเรียบร้อยก่อนเถอะจะทำให้คนในหมู่บ้านอิจฉาที่ได้สามีเป็นพรานป่า

แม้ว่าในเวลานี้จะมีหญิงงามไม่น้อยที่มองสามีในนามตาละห้อย บ้างก็ทอดสายตามอบให้ บ้างก็เอียงอายจนตัวม้วน แต่พ่อหนุ่มพรานป่าหาได้สนใจไม่ ยังคงมองทุกการเคลื่อนไหวของภรรยาที่ดูอย่างไรก็ไม่รู้สึกเบื่อ

          “อืม ตามใจเจ้า” ซ่งเวยหลงไม่ขัดภรรยา เดินนำเพื่อไปยังโรงขายสัตว์ ในนี้มีทั้งม้า วัว และลา แล้วแต่จะเลือกว่าอยากได้สัตว์ประเภทไหน

          เมื่อมาถึงโรงขายสัตว์เซี่ยซูมี่ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะมีสัตว์หลายชนิดให้ได้เลือก นอกจากนั้นยังแบ่งเป็นหลากหลายราคาอีกด้วย ตนและสามีแต่งตัวค่อนข้างดูดี อีกทั้งยังหน้าตาดีทั้งคู่จึงได้รับการต้อนรับดีตามไปด้วย

          “สวัสดีครับนายท่าน ไม่ทราบว่ากำลังมองหาสัตว์ประเภทไหนอยู่หรือขอรับ” เมื่อเข้ามาภายในโรงขายสัตว์ก็มีเด็กที่รับผิดชอบออกมาต้อนรับ

          “วัว” ซ่งเวยหลงพูด

          “ขอรับนายท่าน ถ้าเช่นนั้นรบกวนนายท่านทางนี้” คนขายผายมือให้เดินไปตามทางที่เขาบอก สองสามีภรรยาเดินตามอย่างว่าง่าย พร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบๆ

เซี่ยซูมี่ยกหน้าที่เลือกสัตว์ให้กับสามี เพราะตนไม่รู้จริงๆว่าจะต้องเลือกสัตว์ชนิดใด และคุณสมบัติเช่นไรถึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน เพียงแต่บอกสามีไปว่าต้องการให้มาช่วยลากของที่จะต้องนำไปขาย อยากได้ตัวที่แข็งแรง เพราะหากเจ็บป่วยไปคงรักษากันลำบาก

ซ่งเวยหลงกวาดสายตามองวัวในคอกทีละตัว แต่ละตัวมีลักษณะที่แตกต่างออกไป แต่สิ่งที่ภรรยาต้องการคือสัตว์ที่แข็งแรง ใช้แรงงานลากของได้ดี ตนจึงมองหาวัวที่มีรูปร่างสูงใหญ่แต่คล่องแคล่ว เดินเหินสะดวก แต่ต้องไม่พยศมากจนเกินไป หากเป็นเช่นนั้นคงลำบาก เมื่อกวาดสายตาออกไปจึงเห็นวัวสีขาวสะอาดตาคู่หนึ่ง พวกมันดูโดดเด่นกว่าทุกตัวที่อยู่ในคอก รูปร่างสูงใหญ่ น่าจะเหมาะกับการใช้งาน

          “ข้าเลือกคู่นี้” ซ่งเวยหลงชี้ไปที่วัวทั้งสองตัว

          “วัว 2 ตัวนี้เป็นวัวชั้นดี อายุเพียง 2 ปีเท่านั้นขอรับ แต่ราคาอาจจะสูงกว่าทั้งหมดที่มีแล้วขอรับ” คนขายยิ้มดีใจ นานๆ ทีจะมีคนถามซื้อวัวสองตัวนี้ ด้วยลักษณะของมันคล้ายม้ามากกว่าวัวจึงเป็นที่สนใจ แต่ไม่มีใครสู้ราคาได้สักคน เนื่องจากว่าเถ้าแก่ตั้งราคาสูงเกินไป นอกจากนั้นแล้วยังดูแลพวกมันเป็นอย่างดี

          “ราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ” เซี่ยซูมี่เองก็ชอบวัวคู่นั้น และคิดว่าราคามันน่าจะสูง แต่หากพูดถึงการใช้งานก็น่าจะคุ้มที่จะลงทุน อีกทั้งยังเป็นคู่ตัวผู้ตัวเมียอีกด้วยจึงน่าสนใจยิ่งนัก

          “80 ตำลึงขอรับ” เด็กขายคนนั้นบอก

          “พี่ชาย…ท่านต้องล้อข้าเล่นเป็นแน่เลยเจ้าค่ะ ราคานี้ข้าเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยก็สามารถซื้อม้าได้แล้วนะเจ้าคะ” เซี่ยซูมี่ตกใจเมื่อได้ยินราคา ไม่คิดว่าราคานี้เท่าเทียบเท่ากับการสร้างบ้าน 1 หลัง ราคาเกือบจะเท่าเสือที่เอามาขายเชียวนะ

          “แม่นางข้าแจ้งท่านไปแล้วว่าวัวคู่นี้เป็นวัวชั้นดี ” คนขายเองก็ทำหน้าลำบากใจที่จะบอกราคา แม้กระทั่งคนที่เป็นคนขายยังรู้สึกว่าราคาแพงเกินไป แต่เขาเป็นเพียงบ่าวรับใช้เท่านั้น เจ้านายบอกอย่างไรก็ต้องทำอย่างนั้น

“มีเรื่องอะไรหรือ?” เถ้าแก่เจ้าของโรงขายสัตว์เดินมาสอบถาม 

          “นายท่านทั้งสองนี้อยากจะได้วัวคู่นั้นขอรับ แต่บอกว่าราคาสูงเกินไป” คนขายรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น พยายามพูดไม่ให้ตัวเองผิด เพราะหากเถ้าแก่รู้ว่าเป็นเพราะตนเองพูดจาไม่ดีกับลูกค้าอาจจะถูกลงโทษได้

          “ต้องขออภัยนายท่านทั้งสองลูกน้องข้าบริการพวกท่านไม่ดี ทำให้นายท่านไม่พอใจข้าจะสั่งสอนหลังบ้านเองขอรับ” เถ้าแก่พูดขึ้น

          “ช้าก่อนเจ้าค่ะ พี่ชายท่านนี้พูดจาดี อีกทั้งยังแนะนำข้าและสามีดีมากเจ้าค่ะ แต่ข้าแค่รู้สึกว่าราคาที่ท่านตั้งเอาไว้นั้นสูงเกินไปเท่านั้น” เซี่ยซูมี่สังเกตเห็นสีหน้าซีดเผือดของคนขายจึงรู้สึกสงสาร อีกทั้งมันก็ไม่ได้เป็นความผิดของเขามีหน้าที่ขายและบอกราคาก็พูดไป แต่คนที่ตั้งราคาต่างหากที่ตั้งขายเกินจริง

          “แม่นางคงเข้าใจอะไรผิด วัวคู่นี้เป็นวัวชั้นดี ข้าเองก็ดูแลพวกมันอย่างดี หากจะให้ขายราคาเดียวกับตัวอื่นๆ เห็นทีว่าจะทำไม่ได้” เถ้าแก่เจ้าของโรงขายสัตว์พูดขึ้น เพราะเขาคาดหวังว่าจะขายวัวคู่นี้ได้ราคาดีจึงตั้งราคาสูงลิ่ว 

          “แต่ข้ากลับมองว่ามันแปลกกว่าตัวอื่นๆ ต่างหาก หาได้พิเศษดังเช่นท่านพูดไม่ เพียงแค่มันมีสีขาวท่านก็คิดว่ามันพิเศษแล้วหรือ ลงทุนกับมันเท่าไหร่แล้วล่ะเจ้าคะ ลงทุนไปมากเท่าไหร่มันก็ไม่สามารถเป็นม้าให้กับท่านได้หรอกเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดจางงๆชวนให้ทุกคนสงสัย แม้กระทั่งซ่งเวยหลงเองยังขมวดคิ้ว

          “แม่นาง…เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ? วัวจะกลายเป็นม้าได้อย่างไรกัน” เถ้าแก่หัวเราะให้กับคำพูดของเซี่ยซูมี่

          “นั่นน่ะสิเจ้าคะ วัวจะกลายเป็นม้าได้อย่างไร แต่ราคาวัวที่ท่านขายสูงกว่าลูกม้าบางตัวเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่มันก็ทำได้เพียงลากเกวียนเทียมหรือไม่ก็ไถนาเพียงเท่านั้น วิ่งเร็วเทียบเท่าม้าหรือก็หาไม่ เช่นนี้แล้วท่านจะให้ข้าทำใจจ่ายเงินราคา 80 ตำลึงได้อย่างไร ” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น

          “ข้า” เถ้าแก่คิดตาม

          “ท่านมัวแต่โทษลูกน้องที่เสนอขายไม่ได้ ข้ามั่นใจว่าทุกคนที่เข้ามาย่อมสนใจวัวคู่นั้นก่อนตัวอื่นๆ แต่ทำไมพวกเขาถึงได้ซื้อตัวอื่นไปแทน ทั้งๆที่น่าจะเป็นวัวคู่นั้น นั่นเป็นเพราะราคาของพวกมันสูงเกินความเป็นจริง สวยแปลกเพียงอย่างเดียวเอาไปทำอะไรได้ล่ะ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องลากเทียมเกวียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น” เซี่ยซูมี่ร่ายยาวจึงต้องเว้นช่วงจังหวะเพื่อหายใจ

“อีกอย่างคือท่านเสียเวลาเลี้ยงพวกมันมาตั้ง 2 ปี ไม่เสียดายบ้างหรือเจ้าคะ ในขณะที่วัวตัวอื่นๆ เลี้ยงเพียงให้หญ้าเท่านั้น แต่กลับขายออกได้อย่างง่ายดาย แล้วจะทนแบกภาระของพวกมันไปเพื่อเหตุใดกัน” เซี่ยซูมี่พูดด้วยท่าทีสบายๆ หากจะเทียบฝีปากของนักธุรกิจที่เจรจาระดับประเทศแล้ว คงต้องบอกว่าเถ้าแก่ผู้นี้ยังคงห่างชั้นกันมาก

          เถ้าแก่ได้แต่คิดตามที่แม่นางคนนี้พูด ที่นางพูดออกมาทั้งหมดคือเรื่องจริง ตนเสียเวลาเลี้ยงดูพวกมันอย่างดี หมดเงินไปตั้งเท่าไหร่แต่กลับยังขายไม่ได้ เป็นตัวอื่นๆ เสียอีกที่กินหญ้าไม่ทันหมดกระสอบก็ขายออกได้อย่างง่ายดายเสียแล้ว ที่ผ่านมาตนทนหลับหูหลับแบกภาระนี้มาได้อย่างไรกัน

          “ที่แม่นางพูดก็มีส่วนถูก ถ้าเช่นนั้นแม่นางรอข้าสักครู่ ข้าจะไปคิดราคาให้ท่านใหม่” เถ้าแก่เคลิ้มตามคำพูดของเซี่ยซูมี่ คิดว่าต้องขายวัวไร้ประโยชน์สองตัวนี้ออกไปให้เร็วที่สุด จะไม่ยอมให้พวกมันมาเป็นภาระอีก

รอเพียงไม่นานเถ้าแก่เจ้าของร้านก็วิ่งมาหาเซี่ยซูมี่และสามีที่นั่งรออยู่ไม่ไกล หลังจากที่คำนวณทุกอย่างแล้วจึงรู้ว่าตนตั้งราคาสูงเกินจริงไปมาก มิน่าเล่าถึงไม่มีผู้ใดซื้อ

          “มาแล้วๆ ข้ามาแล้ว” เถ้าแก่พูดขึ้น

          “เจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ทำเพียงก้มหัวให้เท่านั้น

          “หากแม่นางยังสนใจวัวไร้ประโยชน์นี้อยู่ ข้ายินดีขายราคาที่ยังไม่เคยขายให้ผู้ใดมาก่อน” เถ้าแก่ร้านพูดจาหว่านล้อม

          “เชิญเถ้าแก่เสนอราคามาได้เลยเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ผายมือพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เถ้าแก่พูดราคามาได้เต็มที่

          “30 ตำลึง ท่านพอใจหรือไม่” เถ้าแก่ร้านเหล่ตาพร้อมทั้งสังเกตกิริยาของสองสามีภรรยา 

ทางด้านเซี่ยซูมี่กำลังจะเดินไปดูวัวคู่นั้น ราคานี้ถือว่าพอรับได้ เพราะพวกมันเองก็ถือว่าถูกเลี้ยงมาเป็นอย่างดี ไม่ได้ผอมแห้งเหมือนวัวตัวอื่นๆ

“ชะ ช้าก่อนแม่นาง 25 ตำลึง น้อยกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ” เถ้าแก่กลั้นหายใจ รู้สึกปวดใจไม่น้อย เดิมทีคิดว่า 2 ปีที่เลี้ยงมาได้กำไรมา 5 ตำลึงก็ปวดใจมากพออยู่แล้ว หากมากกว่านี้คงเข้าเนื้อตนเป็นแน่

          “ตกลงเจ้าค่ะข้าเอาสองตัวนั้น” เซี่ยซูมี่ยกยิ้มมุมปาก พร้อมทั้งควักเงินจ่ายอย่างไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย

ซ่งเวยหลงได้แต่มองหน้าภรรยาตาปริบๆ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้เพียงครึ่งคำ เดิมทีคิดว่าภรรยาคงซื้อมันในราคา 80 ตำลึงนั่นเป็นแน่ เพราะนางอยากจะได้เกวียนมาก แต่แล้วก็ต้องทึ่งอีกรอบเมื่อนางสามารถพูดจาหว่านล้อมจาก 80 ตำลึง เหลือเพียง 25 ตำลึงเท่านั้น ซ้ำยังเป็นวัวคู่ผัวเมียอีกต่างหาก เมื่อจ่ายเงินแล้วก็ไปเลือกเทียมเกวียนราคา 3 ตำลึง จะมองว่าแพงก็แพง แต่อาจจะเป็นเพราะมีหลังคาบังแดด เซี่ยซูมี่เองก็ไม่ลังเลที่จะจ่าย 

ทั้งสองคนเสียเงินให้กับโรงขายสัตว์ไปทั้งหมด 28 ตำลึง นอกจากนั้นยังวางค่ามัดจำในการสร้างบ้านไปอีก 20 ตำลึง เมื่อมีเกวียนแล้วเซี่ยซูมี่ก็ให้สามีพาไปซื้อข้าวสาร รวมทั้งแป้งชนิดต่างๆ ใช้เงินกับของพวกนี้ไปทั้งหมด 2 ตำลึง

 เมื่อของเต็มเกวียนแล้วทั้งสองคนจึงมุ่งหน้ากลับบ้าน วันแรกก็ใช้งานวัวหนุ่มและวัวสาวหนักเสียแล้ว แต่ต้องบอกว่าวัวทั้งสองตัวที่เลือกมานั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พวกมันถูกดูแลมาอย่างดีทำให้มีกำลังวังชา อีกทั้งยังเชื่องอีกด้วย ใช้เวลาเพียง 2 เค่อก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

ตลอดสองข้างทางที่เข้ามาภายในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างมองกันเป็นตาเดียว ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของวัว อีกทั้งยังมีชายหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลารูปงามที่บังคับเกวียนอยู่ด้วย ไม่มีผู้ใดคุ้นหน้าชายรูปงามนี้สักคน แต่สังเกตได้ว่าเขาบังคับเกวียนไปยังท้ายหมู่บ้าน ที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของพรานป่าผู้โหดร้าย หวังว่าพ่อหนุ่มรูปงามคนนั้นจะมีชีวิตรอดกลับมา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 63

    “ท่านพี่เจ้าคะ ข้าเจ็บท้องเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ปลุกสามีในช่วงกลางดึกของคืนฝนตกหนักคืนหนึ่ง วันนี้กลับไม่โชคดีเหมือนครั้งที่คลอดซ่งอี้เทียน เพราะยังไม่ถึงกำหนดคลอดทุกคนจึงยังไม่มีการเตรียมการใดๆ “เจ็บอย่างไร ทนได้หรือไม่” ซ่งเวยหลงรีบลุกขึ้นเพื่อดูอาการของภรรยา ไม่หลงเหลือความง่วงเลยสักนิด “ไม่ไหวเจ้าค่ะ ให้คนไปตามหมอตำแยให้น้องทีเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เค้นเสียงออกมา แม้ว่าภายในใจจะไม่อยากพูดคุยอะไรไปมากกว่านี้เลยก็ตามทันทีที่ฟังภรรยาพูดจบ ซ่งเวยหลงก็ออกไปสั่งการสาวใช้ที่คอยรับใช้หน้าห้อง ให้ไปตามหมอตำแยมาโดยด่วน ฮูหยินซ่งกำลังจะคลอดลูกแล้ว สาวใช้ในเรือนรีบลุกเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่มีอิดออด แม้จะสงสัยอยู่บ้างว่ายังไม่ครบกำหนดจะคลอดได้อย่างไร แต่ก็มีเสียงแตกหลายเสียง เนื่องจากว่าครรภ์ของฮูหยินนั้นใหญ่ผิดปกติหลังจากนั้นราวๆ 2 ชั่วยาม เซี่ยซูมี่ก็ได้ให้กำเนิดทายาทสกุลซ่ง แต่ที่น่ายินดีไปมากกว่านั้นคือเป็นแฝดชาย แม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนด แต่แฝดทั้งสองก็สมบูรณ์แข็งแรงดี เมื่อแฝดทั้งสองคลอดฟ้าฝนกลับหยุดลง จากนั้นก็มีแสงใหม่ของอีกวันโผล่ขึ้น คล้ายจะบอกเป็น

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 62

    3 ปีผ่านไป ซ่งอี้เทียนเริ่มโตขึ้นมาก อีกทั้งยังเป็นเด็กที่รู้มากอีกด้วย เซี่ยซูมี่สอนลูกชายอ่านเขียนตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยหวังว่าโตขึ้นไปในภายภาคหน้าเขาจะสามารถดูแลตัวเองได้ ส่วนกิจการของบ้านซ่งต้องบอกว่าขยายใหญ่โตมาก อีกทั้งยังสร้างโรงเตี๊ยมขึ้นมา เพื่อแข่งกับโรงเตี๊ยมเหอฟู่อีกด้วย โดยให้ชื่อโรงเตี๊ยมว่า หลงโถว เช่นเดียวกับร้านค้า ผู้คนในเมืองรวมไปถึงลูกค้าต่างเมือง ต่างรู้จักร้านหลงโถวนี้เป็นอย่างดีทางด้านคุณชายเหอได้ถูกทางการจับตัว เนื่องจากว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องที่ลูกสาวหายตัวไป หลังจากที่แต่งเข้าไปเป็นอนุ เมื่อมีคนมาร้องเรียนกับทางการ อีกหลายๆคนที่ได้ข่าวก็เริ่มมาร้องเรียนบ้าง เนื่องจากว่าเมื่อก่อนชาวบ้านต่างเกรงกลัวอำนาจและบารมีของสกุลเหอ อีกทั้งยังมีท่านเจ้าเมืองหนุนหลัง ทำให้ไม่มีใครแจ้งความเอาผิด แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมีท่านรองแม่ทัพหยางเข้ามาประจำการในเมืองนี้ ทำให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงทางการได้ง่ายขึ้น“มีชาวบ้านเข้ามารองเรียนเรื่องคนหายไม่เว้นวัน” ท่านเจ้าเมืองถอนหายใจ ไม่คิดเลยว่าสหายที่เติบโตด้วยกันมาจะเป็นคนเช่นนี้ เดิมทีเหอฟู่ผู้นี้เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 61

    หลังจากที่ให้ลูกชายกินนม เซี่ยซูมี่จึงพาลูกชายออกมายังห้องโถง ซึ่งแม่บ้านเห่ยนำเตาขนาดเล็กมาวางไว้รอบๆ ห้อง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับภายในบ้าน ทำให้บ้านไม่หนาวเย็นอย่างที่ควรจะเป็น “มาแล้วหรือหลานชายของป้า มาให้ป้าอุ้มให้หายคิดหน่อยหน่อยเถิด” เซี่ยซือมั่นเงยหน้าจากผ้าที่กำลังปักอยู่ จากนั้นก็ยื่นงานปักให้สาวใช้คนสนิททำต่อ ส่วนนางนั้นเอื้อมมือเพื่อที่จะไปอุ้มหลายชายเข้าสู่อ้อมกอดซ่งอี้เทียนเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความรักความเอ็นดูที่ท่านป้าหมาดๆของเขามีให้ ทารกน้อยอายุเพียง 1 เดือน จากตอนแรกที่อยู่ในอ้อมกอดมารดา จึงยอมให้ท่านป้าของเขาอุ้มเข้าไปกอดอย่างง่ายดายส่วนทางด้านท่านป้าที่เมื่อได้อุ้มหลานชายแล้วนั้น ก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าหลานชายไม่ได้ผอมแห้งดังเช่นที่ตนนั้นกังวล แต่เขากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทารกน้อยมีน้ำหนักหากจะพูดแล้วนั้น น่าจะหนักกว่าเด็กทั่วๆ ไปเสียด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าทารกที่กินเพียงน้ำนมของผู้เป็นแม่เพียงอย่างเดียวจะอุดมสมบูรณ์ได้ “เป็นไรไปหรือเจ้าคะ?” เซี่ยซูมี่สังเกตเห็นสีหน้าฉงนของพี่สาวจึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้ “เสี่

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 60

    1 เดือนผ่านไปเซี่ยซูมี่ออกจากการอยู่ไฟแล้วเรียบร้อย อีกทั้งวันนี้ยังมีแขกมาเยี่ยม ซ่งอี้เทียน นั่นก็คือท่านป้าและท่านลุงหยางหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือท่านรองแม่ทัพหยางนั่นเองกล่าวถึงเซี่ยซือมั่นเมื่อเข้าไปทำงานยังจวนของท่านรองแม่ทัพ ก็ได้มีโอกาสศึกษาดูใจกับรองแม่ทัพหนุ่มมากขึ้น ทำให้ทั้งสองคนมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน อีกทั้งหญิงสาวยังรับหน้าที่ในการทำอาหารขึ้นโต๊ะให้แก่เขาเองอีกด้วย คุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนั้นจะหนีจากฮูหยินใหญ่ของเขาไปได้อย่างไรกัน“หลานชายของป้า น่าตีท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้ายิ่งนัก หลานชายคลอดทั้งที กลับไม่ส่งข่าวคราวให้ป้าบ้างเลย” เซี่ยซือมั่นทำทีเป็นบ่นกับหลานชาย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วพ่อกับแม่ของเจ้าก้อนกลมนั้นก็นั่งอยู่ด้วย “หิมะตกหนัก อีกทั้งข้าเองก็เพิ่งจะออกจากการอยู่ไฟ ป้าเห่ยไม่ยอมให้ข้าเห็นเดือนเห็นตะวันเลยล่ะเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่อดที่จะบ่นแม่บ้านของตัวเองไม่ได้ เพราะนางไม่ยอมให้ออกไปไหนเลยแม้ว่าจะอ้อนวอนมากเพียงใดก็ตาม เซี่ยซูมี่เป็นคนสะอาด จะยอมให้ผมตัวเองมันเยิ้มได้อย่างไรกัน นอกจากมันแล้วก็ยังรู้สึกคันหนังหัวแต่ไม่อยากสอดนิ้วมือเข้าไปเพราะหนังหัวช่

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 59

    เซี่ยซูมี่ลืมตาตื่นในเช้าของอีกวัน คิดว่าตัวเองฝันไปหรือเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อใช้มือคลำสัมผัสที่หน้าท้องกลับพบว่ามันยุบลง ไม่ป่องเหมือนเมื่อวาน นอกจากนั้นแล้วในยามที่ขยับตัวก็รู้สึกเจ็บ อีกทั้งยังเหมือนได้ยินเสียงร้องงอแงของเด็กอีกด้วย “อือ” คุณแม่มือใหม่ส่งเสียงในลำคอ “ลูกพ่อ แม่ของลูกตื่นแล้ว” ซ่งเวยหลงตอนนี้กำลังอุ้มลูกชายอยู่สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ได้บอกกับหมอตำแยเอาไว้ว่าจะให้ลูกกินนมของภรรยาเป็นคนแรกนั้นต้องหยุดลง เนื่องจากว่าลูกชายร้องไห้งอแงในยามเช้าแต่ภรรยาเขากลับยังไม่ได้สติ ตนจึงจำเป็นต้องให้แม่นมที่เตรียมไว้สำหรับลูกชายทำหน้าที่แทนทารกน้อยราวกับว่ารับรู้และเข้าใจในสิ่งที่บิดาพูด ทันทีที่พูดถึงมารดาเขากลับเงียบเสียงลง คล้ายกำลังฟังเสียงการเคลื่อนไหวของมารดา แต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเหมือนตอนที่อยู่ในท้อง เขากลับเริ่มเบะปากเตรียมที่จะร้องไห้อีกครั้ง “ท่านพี่ นะ น้ำเจ้าค่ะ น้องขอน้ำ” เซี่ยซูมี่รู้สึกลำคอแห้งผาก แม้ว่าอยากจะลุกขึ้นไปอุ้มลูกชายมากเพียงใด แต่ตอนนี้ตนต้องได้กินน้ำเพื่อให้ร่างกายมีแรงขึ้นมาก่อน “ฮูหยิน น้ำเจ้าค่ะ”

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 58

    หลังจากที่ไปส่งพี่สาวที่จวนของท่านรองแม่ทัพ เรียกได้ว่าหายห่วงไปได้มากทีเดียว เดิมทีเซี่ยซูมี่ตั้งใจจะพาพี่สาวไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ให้สมกับตำแหน่งแม่บ้านใหญ่ของจวนท่านรองแม่ทัพ แต่กลับถูกเจ้าของจวนขัดขึ้นเสียก่อน เนื่องจากว่าเขาได้ให้คนงานจัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อไปถึงจวนก็ไปดูที่พักของพี่สาว คงต้องบอกว่าไม่เหมือนกับที่พักพิงของคนงานเลยสักนิด แม้จะบอกว่าไม่ได้ให้เข้าทำงานมาเป็นทาส หรือแม้กระทั่งยกตำแหน่งแม่บ้านใหญ่ให้ ก็ยังดูไม่ใช่ที่พักของคนงานอยู่ดี แต่คล้ายว่าเป็นห้องนอนของแขกคนสำคัญมากกว่าเซี่ยซือมั่นได้แต่มองหน้าน้องสาวเพื่อขอความคิดเห็น แต่เซี่ยซูมี่กับเดินตัวติดกับสามี ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสายตาที่พี่สาวพยายามจะส่งมาให้ ได้เห็นการต้อนรับที่อบอุ่นเช่นนี้แล้วเซี่ยซูมี่เองก็เบาใจ “ท่านว่าพี่ชายของท่านจะจริงจังกับพี่สาวของข้ามากน้อยเพียงใดเจ้าคะ?” ระหว่างที่กลับบ้านป่า เซี่ยซูมี่ก็ชวนสามีพูดคุยเพื่อให้ไม่เหงาปากมากจนเกินไป “ชู่ว หยุดพูดจาส่งเดช มีคนตามมาส่งเราด้วย” ซ่งเวยหลงทำเสียงเป็นเชิงบอกให้ภรรยาหยุดพากพิงถึงบุคคลอื่น เนื่องจากว่าพี่ชายได้

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 48

    เมื่อซ่งเวยหลงพาภรรยาและสหายเข้ามาขายของในเมือง ก็ตรงเข้าไปยังร้านค้าที่ได้ติดต่อเอาไว้ ซึ่งเจ้าของเดิมอายุมากแล้วไม่มีลูกหลานที่ไหนจึงต้องการขายย้ายไปอยู่นอกเมือง ชีวิตคนเราก็แค่นี้หามาได้มากแค่ไหนหาวันหนึ่งหมดเรี่ยวแรงที่จะทำก็ต้องปล่อยวาง “ตรงนี้หรือเจ้าคะ?” เมื่อสามีหยุดเกวียน เซี่ยซู

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 47

    กล่าวถึงเซี่ยซือมั่น หลังจากที่แยกทางกับน้องสาวแล้วก็ตั้งมั่นกับตัวเองว่าต้องทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น แม้ว่าหนทางนั้นจะยังมืดมนมากเพียงใดก็ตาม ตราบใดที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นวันของตนครั้งหนึ่งเคยหลงผิดเชื่อคำพูดของสหาย เมื่อมานั่งนึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกสมเพชตัวเองที่เห็น

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 46

    ซ่งเวยหลงยืนฟังบทสนทนาของสองพี่น้องโดยที่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา ในเมื่อพี่สาวภรรยาตัดสินใจเช่นนั้นก็สุดแท้แต่วาสนาของนางจะนำพา สำหรับตนนั้นเท่าที่เป็นอยู่ก็ดีมากแล้ว ไม่คิดต้องการเป็นใหญ่เป็นโตให้วุ่นวาย ทุกคนย่อมมีเรื่องไม่สบายใจด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณชายเหอที่เพียบพร้อมไปหมดเสีย

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 45

    เซี่ยซูมี่ได้ยินถึงกับสะดุ้ง พร้อมทั้งหันไปมองหน้าสามีว่าได้ไปทำสิ่งใดให้คุณชายเหอไม่พอใจหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสามีส่ายหน้าเหมือนเขาเองก็ไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่เมื่อหันไปมองหญิงสาวที่กำลังกลัวจนตัวสั่นอยู่ก็เริ่มจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น “เรียนคุณชายเหอ ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ เจ้าค่ะว่าไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status