LOGIN“อืม....” เพลิงตอบเพื่อนสั้น ๆ เขาเองก็ตกใจไม่ต่างกันที่รู้ว่าน่านฟ้าเองก็รู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วย ทำไมเขาไม่รู้จักเธอล่ะ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นเพื่อนของพี่ชายเขา
“มึงจะเอาเงินของเธอไปกู้วิกฤตจริง ๆ เหรอวะบอกกูที? แล้วมึงแลกมาด้วยอะไรอ่ะ เธอยอมให้เงินมึงฟรีเหรอ....เจสสิก้าไม่ได้ให้มึงฟรี ๆ แน่”
“ก็....แลกเปลี่ยนนิดหน่อย” เพลิงตอบด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง
“อะไร? มึงบอกกูมาเลยเพลิง เธอให้มึงแลกอะไร?”
“เฮ้อ.....กูรู้ดีว่ากำลังเอาตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นขนานที่อันตราย แต่กูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วไง! รถคันนั้นมันแพงเกินกว่าที่เด็กเพิ่งเรียนจบอย่างกูจะจ่ายไหว อีกอย่างพี่พาก็ไม่ช่วยกู กูแค่ยอมรับเงื่อนไขของเจสสิก้าเพื่อเอาเงินนี้ไปจัดการเรื่องรถ ถ้าไม่ทำแบบนั้นป๊าได้ยิงหัวกูทิ้งแน่”
“ถ้ามึงตัดสินใจแล้ว กูคงห้ามอะไรไม่ได้....แต่จำไว้นะเพลิงเงินสามสิบล้านของเจสสิก้า มันอาจจะช่วยชีวิตมึงจากป๊าวันนี้ แต่ในวันข้างหน้ามันจะอาจจะทำลายชีวิตมึงก็ได้นะเพลิง” น่านฟ้าตบไหล่เพื่อนเบา ๆ รู้ดีว่าเมื่อเพลิงตัดสินใจเดินเกมนี้ไปแล้ว คงไม่มีใครหยุดมันได้อีกต่อไป
ประตูรถยนต์หรูฝั่งคนนั่งถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างระหงของเฌอเบลล์ที่ยืนมองเพลิงกับน่านฟ้าด้วยสายตาตัดพ้อ แววตาของเธอสั่นระริกเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มที่เธอพยายามติดต่อมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“เบลล์....” น่านฟ้าชะงักชะโงกหน้ามองหญิงสาวด้วยความตกใจ “มาได้ยังไงเนี่ย?”
“เบลล์ตามหาเพลิงไปทั่วเลย...เพลิงเข้าใจเบลล์ผิดมาตลอด รู้ไหม....เรื่องเบลล์กับปกป้องเราสองคนยังเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น” เฌอเบลล์ไม่สนใจน่านฟ้า เธอจ้องลึกเข้าไปในตาของเพลิง ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน เพลิงขมวดคิ้วแน่น เงียงฟังโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด
“คืนนั้น....เบลล์ตั้งใจจะตอบตกลงคบกับเพลิง....เบลล์มีใจให้เพลิงมาตลอด แต่เป็นเพราะเพลิงเองไม่ใช่เหรอที่แพ้พนันในคืนนั้น มันทำให้เบลล์ไม่มีทางเลือกและต้องจำใจไปกับปกป้อง แต่ทำไมเพลิงถึงต้องหลบหน้าเบลล์ ทำเหมือนเบลล์เป็นฝ่ายผิดอยู่คนเดียวแบบนี้!” น้ำตาของเฌอเบลล์คลอเบ้าอย่างยากจะหักห้าม
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ เพลิงหลับตาลงชั่วครู่ ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายความจริงที่ซ่อนไว้ภายใต้ความสับสนทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถึงเวลาที่เขาต้องลากมันออกมาเผชิญหน้าเสียที เพลิงก้าวลงจากรถ เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเฌอเบลล์ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวแต่กลับดูลำบากใจที่จะเข้าใกล้
“มันไม่เกี่ยวหรอกเบลล์....ไม่เกี่ยวกันเลยว่าคืนนั้นเราจะแพ้หรือชนะพนัน และมันก็ไม่เกี่ยวด้วยว่าเธอกับไอ้ป้องจะเป็นอะไรกัน” เพลิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ทำไมมันจะไม่เกี่ยว!” เฌอเบลล์เค้นเสียงถาม
“เพราะเรามีภรรยาแล้ว” คำพูดเพียงไม่กี่คำของเพลิงเหมือนสายฟ้าที่ผ่ากลางใจของเฌอเบลล์ เธอตื่นตะลึงดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“พะ เพลิง พูดอะไรออกมา...”
“เราพูดความจริง” เพลิงจ้องมองหน้าเฌอเบลล์อย่างไม่หลบตา “เราแต่งงานมีเมียแล้วเบลล์ ...เพราะฉะนั้น หยุดคิด หยุดรู้สึก และหยุดตามเราได้แล้ว เรื่องของเรามันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก”
บรรยากาศอันตึงเครียดพลันถูกแทรกซึมด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะหนักแน่น เจสสิก้าในชุดเดรสสีส้มเข้ารูป เดินย่างกายเข้ามาในวงสนทนา รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากสีแดงสดของเธอไม่ได้สื่อถึงความเป็นมิตร แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ถือไพ่เหนือกว่า
“อ๋อ....นึกว่าใคร ที่แท้ก็ก็น้องเฌอเบลล์คนสวยนี่เอง” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก เจสสิก้าก้าวเข้ามาหยุดข้างกายเพลิงอย่างเป็นธรรมชาติ เธอไม่ได้โวยวายหรือตรงเข้าไปตบตีให้กิริยา หากแต่ยื่นมือเรียวสวยไปจัดปกเสื้อของเพลิงให้เรียบร้อยอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่สนิทสนมเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัดนั้น ทำเอาเฌอเบลล์ยืนตัวเกร็ง
“พี่เจส?.....” เฌอเบลล์ขมวดคิ้ว มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความระแวง เจสสิก้ากับเธอเป็นญาติ เจสสิก้าเป็นลูกสาวของป้ามณฑาญาติฝั่งมารดาของเฌอเบลล์ ทำไมเจสสิก้าถึงมายืนอยู่ตรงนี้
“เห็นยืนเถียงกันเรื่องผู้ชาย แพ้ชนะพนันอะไรสักอย่าง.... น่าเสียดายนะเด็กน้อย คืนนั้นเธอออาจจะพลาดเพราะผลพนัน แต่คนอย่างเพลิงน่ะถึงจะแพ้หรือชนะ เขาก็ไม่ได้เป็นของใคร แค่เพราะรู้สึกชั่วคราวเท่านั้นล่ะ” เจสสิก้าหัวเราะในลำคอเบา ๆ แววตาคมสวยจ้องมองเฌอเบลล์อย่างพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“พี่หมายความว่ายังไง!” เฌอเบลล์เค้นเสียงถาม ร่างกายเริ่มสั่นด้วยความโกรธและอับอาย
“หมายความว่า ความรักแบบเด็กเล่นขายของของเธอ มันเทียบไม่ได้กับความสัมพันธ์ที่เขากับฉันมีให้กันไงจ๊ะ!” เจสสิก้ายกยิ้มทรงเสน่ห์ เธอขยับเข้าไปใกล้เพลิงอีกนิด ก่อนจะยกมือลูบไล้กรอบหน้าของเพลิงอย่างถือสิทธิ์ ซึ่งเพลิงทำเพียงถอนหายใจอย่างนิ่งเฉย ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของเธอเลยแม้แต่น้อย
น้ำเสียงและคำพูดปกป้องเฌอเบลล์อย่างออกหน้าออกตานั้น ราวกับเป็นเข็มสะกิดเข้ากลางหัวใจของเจสสิก้า บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงทันตา หญิงสาวตวัดสายตากลับมามองเพลิงดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจและผิดหวังอย่างรุนแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวจุกขึ้นมาที่ลำคอ ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดของเขาแต่เป็นเพราะผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอ กลับกล้าออกตัวปกป้องผู้หญิงอื่นต่อหน้าเธอ โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและสิทธิ์การจัดสินใจของเธอเลยแม้แต่น้อย“นายเพลิงกำลังจะบอกว่าฉันตัดสินใจแย่ หรือกำลังสงสารเฌอเบลล์จนลืมไปว่าใครคือเจ้าของบริษัทนี้”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ทุกลายละเอียดในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเชือดเฉือนและแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ เธอจ้องหน้าเพลิงนิ่ง สายตาเบิกกว้างด้วยความขุ่นเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพลิงมองท่าทางเด็ดขาดของเจสสิก้าด้วยสายตาไม่พอใจ ความสงสารเฌอเบลล์บดบังเหตุผลจนทำให้เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าผู้หญิงอัตรายคนนี้กำลังใช้สิทธิ์ผู้บริหารกลั่นแกล้งคนอื่น“พี่จะใจแคบเกินไปหรือเปล่า? ทั้งที่รู้ว่าเบลล์เรียนจบอะไรมา แต่พี่ก็ยังเลือกตำแหน่งนี้ให้เธอ มันเหมือนว่าพี่ตั้งใจแกล้งเบ
คุณมณฑายิ้มแย้มพลางทอดสายตามองลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ มือเรียวเอื้อมมือไปกุมมือนุ่มของเจสสิก้าไว้เบา ๆ“แม่ขอบใจลูกมากเลยนะเจส ที่รับน้องทั้งสองคนเข้ามาทำงาน ถือว่าช่วย ๆ กันนะลูก ครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นเรื่องธรรมดา ลูกทำถูกต้องแล้ว” น้ำเสียงของคุณมณฑาเต็มไปด้วยความโล่งอก โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามหรือเฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่าตำแหน่งงานที่ฌานกับเฌอเบลล์ได้ทำคืออะไร“ผมทำได้ทุกตำแหน่งเลยนะครับพี่เจส ขอบคุณมากนะครับที่ให้โอกาสพวกเรา” ฌานยกมือไหว้ขอบคุณญาติผู้พี่อีกครั้งอย่างนอบน้อมถ่อมตัว ซึ่งแตกต่างจากพี่สาวของเขาอย่างสิ้นเชิงเจสสิก้าทำเพียงยิ้มรับบาง ๆ ตามมารยาทไม่ได้เอ่ยขยายความใดต่อ ก่อนที่คุณมณฑาจะขอตัวแยกออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พูดคุยกัน บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงบลงเมื่อเหลือเพียงพวกเขาสี่คน เฌอเบลล์หมุนตัวเตรียมจะเดินแยกออกไป แต่อดไม่ได้ที่จะลาสายตาหันกลับไปมองเพลิง ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักในใจเธอ สายตาของเฌอเบลล์สั่นระริกด้วยความเจ็บปวดลึก ๆ เมื่อเห็นเขายังยืนเคียงข้างเจสสิก้าอย่างมั่นคง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและเสียใจถาโถมเข้าใส่จนอกข้างซ้ายร้อนผ่าวทำไมถึงเป็นม
พูดจบเพลิงก็ไม่รอฟังคำตอบ เขารีบหมุนตัวก้าวฉับ ๆ กลับเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว เสียงปิดประตูดังตามมาด้วยเสียงลงกลอนแน่นหนา เจสสิก้ามองตามประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี เธอหมุนตัวกลับไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ การได้แกล้งเด็กมันผ่อนคลายสมความตั้งใจจริง ๆเสียงประตูห้องนอนเล็กเปิดออกพร้อมกับแสงอรุณรุ่งของวันใหม่ เพลิงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่ใรฐานะ คนขับรถประจำตัว ตามที่ตกลงกันไว้ เจสสิก้าเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดสูทเดรสสีขาวครีมเข้ารูป ท่วงท่าสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูง“พร้อมหรือยังเพลิง? วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องจัดการ” เจสสิก้าเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก ยื่นกุญแจรถสปอร์ตคันหรูให้ชายหนุ่มหน้าที่รับส่งหญิงสาวไปทำงานตอนเช้าและรอรับกลับในช่วงเย็น ควรจะเป็นงานเรียบง่าย ทว่าเมื่อรถเลี้ยวเข้าจอด ณ ลานจอดรถวีไอพีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำ เพลิงกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ธรรมดา เจสสิก้าไม่ได้ให้เขารออยาในรถเหมือนคนขับรถทั่วไป แต่กลับสั่งให้เดินตามเธอขึ้นไปบนตึกชั้นบริหาร
“ก็เริ่มชินแล้วครับ ห้องนอนสบายมาก” เพลิงปิดประตูตู้เย็น ถือขวดน้ำไว้ในมือ แต่บังไม่กล้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที รังสีความสวยและบรรยากาศอันผ่อนคลายแต่แฝงความขี้เล่นของเจสสิก้าดึงดูดให้เขาส่งตัวเองมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัว“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ....” เธอเว้นจังหวะ เลื่อนแก้วไวน์ไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองตาเขาตรง ๆ“แต่คืนนี้ฉันแค่อยากผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าเธอไม่รีบไปนอน จะนั่งเป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้สักแก้วไหมล่ะ?”เจสสิก้าค่อย ๆ วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกระทบพื้นผิวเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีจริตเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์รินลงแก้วใหม่อีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วดันมันไปให้เพลิงช้า ๆ“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้เพลิง...กลัวว่าฉันจะจับเธอกินหรือไง?”คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเพลิงถึงกับกลืนน้ำลายคออึกใหญ่ เขาหลุบสายตาลงต่ำกะทันหัน เพราะการจ้องมองเจสสิก้าในระยะใกล้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยต่อหัวใจเลยแม้แต่น้อย ชุดซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดี้พลิ้วไหวไปตามการโยกย้ายร่างกายของเธอ ยิ่งแวงไฟสีส้
ยังไม่ทันที่เพลิงจะทันได้ตอบ เจสสิก้าก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างเพลิง เธอส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบและเด็ดเดี่ยวให้คุณราเมศวร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“เงินก้อนนี้เป็นของเจสเองค่ะ คุณลุง”คุณราเมศวร์เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“เจสสิก้า....เธอเอาเงินสามสิบล้านมาให้ไอ้เพลิงใช้หนี้เนี่ยนะ ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?”เจสสิก้าสบตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวสวยเอื้อมไปสอดประสานมือของเพลิงไว้แน่น ก่อนจะพูดที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท“เจสให้เงินสามสิบล้านบาทก้อนนี้ ในฐานะภรรยาช่วยเหลือสามีค่ะ”“ว่าไงนะ?” คุณราเมศวร์ภายนอกที่ดูสุขุมบัดนี้ถึงหลุดกิริยา ตาโตด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ท่านหันขวับกลับมามองลูกชายตัวดีด้วยรังสีคุกคามที่หนักหน่วงกว่าเดิม“เพลิง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไปญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดือน แอบไปจดทะเบียนสมรสตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! สารภาพความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้!” คุณรามเศวร์ตบโต๊ะดังสนั่น จนเอกสารกระจัดกระจาย ท่านเค้นเสียงต่ำถามลูกชายอย่างเอาเรื่องเจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่มีท่าทีต
เจสสิก้าที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับว่าอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือไปจับเนกไทของเพลิง ปรับให้มันเข้าที่อย่างนิ่งนวล“คุณราเมศวร์จะกลับจากญี่ปุ่นพรุ่งนี้งั้นเหรอ? ดีเลยสิ ครบกำหนดที่นายต้องเอาเงินสดสามสิบล้านไปคืนท่านพอดี”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี“พี่หมายความว่าไง?” เพลิงขมวดคิ้วมองหน้าเธออย่างระแวง เขาชักจะเริ่มกลัวผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว“หมายความพรุ่งนี้ ฉันจะเดินทางไปบ้านชัยสวัสดิ์พร้อมกับนายไง ฉันไม่ได้แค่จะไปเป็นเพื่อนนายเท่านั้นนะเพลิง....แต่ฉันจะไปประกาศให้คุณพ่อสามีและคนในบ้านชัยสวัสดิ์รับรู้ด้วยตัวเอง ว่านายเป็นสามีของเจสสิก้า” เจสสิก้าสบตาเพลิงอย่างท้าทาย รอยยิ้มของแม่เสือสาวฉายชัดถึงความมั่นใจในตัวเองเพลิงยืนอึ้งไปกับความใจเด็ดและความมั่นใจอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ เขาเริ่มรู้แล้วว่า การที่เจสสิก้าก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรือการช่วยเหลือ....แต่มันคือการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครหน้าไหนจะปฏิเสธเธอได้อีกต่อไปรถสปอร์ตคลาสสิกคันนั้นคือแก้วตาดวงใจของคุณราเมศวร์แม้ปากจะบอกว่ายกให้เพลิงไปแล้ว







