เข้าสู่ระบบบทที่สาม
แกงกะทิสายบัวปลาทูนึ่ง
ตฤณมองภาพหญิงสาวกับชายหนุ่มหัวเราะต่อซิกในห้องตรวจก่อนจะคิดไปถึงหญิงสาวที่นอนป่วยอยู่ที่บ้าน
แพรวาไม่สมควรต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย เขาทั้งทะนุถนอมเธอ ดูแลเหมือนเป็นน้องสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง แต่คนเป็นน้องชายกลับทำมันพัง
ไม่ต้องเอ่ยถึงงานวิวาห์ในอนาคตเลย รับรองว่าสามคนนั้นไม่มีทางอยู่เป็นสุข และคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้ก็คือพราวลดา
เขาเฝ้ามองหญิงสาวตั้งแต่ยังเล็ก รู้แก่ใจดีว่าหญิงสาวเป็นคนอย่างไร อ่อนหวาน เรียบร้อย น่ารัก เป็นสเป็กของผู้ชายหลายคน ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมากินน้ำใต้ศอก ถูกว่าที่สามีตลบหลัง
กาแฟร้อนในมือหมอตฤณถูกจิบ ไออุ่นของมันลอยออกมาจากแก้ว ตฤณอยากจะผ่อนคลายเล็กน้อย และปล่อยให้สมองของตนล่องลอยไปตามจินตนาการ
เขาเคยมีเรื่องอย่างว่ากับพราวลดา ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่หลายครั้งหลายครา
หญิงสาวเป็นนักศึกษาในคลาสของตน เธอเรียนเก่งแต่ก็ไม่ได้มากจนถึงขั้นสะดุดตา มีบางเรื่องที่หญิงสาวไม่รู้ และเขาก็มีความจำเป็นจะต้องอยู่ช่วยในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา
เป็นธรรมดาที่ผู้ชาย-ผู้หญิงหน้าตาดี เมื่ออยู่ในที่ลับตาคนย่อมเกิดความผูกพัน และความผูกพันนั้นได้นำไปสู่สัมพันธ์ทางกายอันเร่าร้อน
ตฤณยังจำทุกอณูสัมผัสที่ตนได้ลูบไล้หญิงสาวใต้ร่มผ้า เขารู้ดีว่าหล่อนสวยสง่า น่ารัก น่าเอ็นดูเพียงใด
แต่นั่นก็เป็นเรื่องก่อนที่ธีระจะคบกับพราวลดา เธอคงลืมเรื่องเหล่านั้นไปแล้ว อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษากับอาจารย์หมอไม่ได้น่าจดจำเท่าใดนัก
ชายหนุ่มทอดสายตามองหญิงสาวในชุดกระโปรง เธอเดินออกมาจากห้องตรวจ ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะหุบปากฉับเมื่อสายตาประสานกับดวงตาคม พราวลดานิ่งไป ตฤณยิ้มบางแต่เป็นยิ้มที่ทำให้อีกคนหน้าซีด
“อาจารย์หมอ” บรรยากาศคุกรุ่นขึ้นมาทันที
“พี่มีเรื่องจะคุยกับพราวเกี่ยวกับธีระ”
“มีอะไรก็พูดตรงนี้เลยก็ได้ค่ะ”
“คู่หมั้นของพราวกำลังนอกใจพราวอยู่” คำพูดราบเรียบออกมาจากปาก พราวลดาขมวดคิ้วก่อนตอบกลับ “ไม่มีทาง”
“เป็นแบบนั้นจริง”
“ถ้าบอกว่าอาจารย์นอกใจพี่แพรยังจะดูน่าเชื่อถือกว่า” หญิงสาวย้อน ตฤณขึ้นชื่อเรื่องนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เธอพอจะมองออกว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร ยิ่งเรื่องที่คบกับแพรวาแต่ยังขึ้นเตียงกับใครหลายคน นั่นทำให้เธอนึกชังหน้าเขานัก
“พี่ไม่ได้คบกับแพร” เขาบอกเสียงทุ้ม
“แต่พี่แพรชอบคุณ”
ตฤณอยากจะหัวเราะ เขาไม่เห็นทีท่าว่าคนที่พราวลดาเอ่ยถึงจะมาชอบตนที่ตรงไหน ต้องบอกว่านอกจากเห็นอีกฝ่ายเป็นน้องสาวแล้ว แพรวาดูจะมองเขาเป็นพี่ชายเท่านั้น
เมื่อเห็นแววตาขบขันของอาจารย์หมอตรงหน้า พราวลดาก็ฉุนจนไม่อยากจะพูดคุยด้วยอีก
“มีธุระจะพูดเท่านี้ใช่ไหมคะ ถ้าหาหลักฐานเจอว่าพี่ธีร์นอกใจพราวก็ช่วยเอามาให้ดูด้วย เพราะพราวมั่นใจว่าไม่มี ส่วนเรื่องพี่แพร พราวอยากให้คุณจริงใจกับพี่แพรสักหน่อย ไม่ใช่คิดจะนอนกับใครก็นอน”
“เธอพูดเพราะเป็นห่วงพี่สาวหรือพูดเพราะหวงพี่”
หญิงสาวนิ่ง ประกายความสับสนฉายชัดในแววตา หญิงสาวน่ะหรือหวงเขา
แม้ไม่อยากยอมรับแต่ใจเธอมันเรียกร้องอยู่ภายใน
“พราวไม่ได้หวงพี่” พูดออกมาเสียงเบา และเดินออกไปจากตึกด้วยสีหน้าเหมือนคนอมทุกข์
ตฤณไม่ได้ว่าอะไร เขากระชับเสื้อกาวน์ให้เข้าที่ก่อนจะไปทำหน้าที่ของตนตามเดิม
หลังจากวันนั้น
แพรวาก็หมั่นกินยาคุมและคอยสังเกตอาการของตนอยู่เสมอ เนื่องจากมีนัดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลในอาทิตย์หน้า เธอจึงทำความสะอาดร่างกายบ่อยกว่าที่คิด
จุ๊บแจงผิดสังเกตเรื่องที่หญิงสาวเก็บตัวเงียบ เธอจึงเม้าท์กับสาวใช้ในครัว
“ทำไมคุณแพรวาไม่ค่อยลงมาพบพวกเราเลย”
“ไม่รู้สิ ฉันน่ะเคยขึ้นไปหาครั้งหนึ่ง ที่คอน่ะมีรอยแดง ที่แขนก็มี เป็นจ้ำ ๆ เลย ไม่รู้ว่าป่วยอะไร” จุ๊บแจงบอก อีกคนรีบพูด
“นี่ ๆ ฉันน่ะเพิ่งเอาถังขยะไปทิ้งมา เห็นว่ามีซองยาคุมกินแล้วทิ้งอยู่ในถังขยะด้วย”
“ต๊าย” จุ๊บแจงตาโต ละมือออกจากมะละกอที่กำลังสับเอามาทำส้มตำ “แกอย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดเชียว เดี๋ยวคุณท่านมาได้ยิน”
“อินไม่บอกหรอกจ้ะ แต่ว่าไม่ยักรู้ว่าคุณแพรวาจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย” สาวใช้วัยรุ่นมีท่าทีขวยเขิน
“คุณแพรวาท่าทางก็ไม่ใช่ผู้หญิงเที่ยวเลยนะ หรือว่าจะถูกขืนใจ” อีกคนหนึ่งคาดคะเน
“เออ น่าคิดนะ ไม่อย่างนั้นจะกินยาคุมทำไม” ป้าคนแก่ว่าบ้าง จุ๊บแจงจึงรีบเบรก
“ก่อนจะสงสัยว่าเขากินยาคุมทำไม ป้าเอาเวลาไปกินยาลมก่อนเถอะ ดูสับมะละกอสิ สับไม่มีแรงเลย วันนี้คงไม่ได้กินอะไรหรอก พรุ่งนี้คงได้กินตำไทยล่ะ” จุ๊บแจงค่อนขอด ป้ามะลิรีบวางสาก
“บ๊ะ นังเด็กนี่ ฉันแค่เป็นห่วงคุณแพรวาโว้ย เห็นสวย ๆ น่ารัก ๆ เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน ไม่อยากให้เธอมีเรื่องทุกข์ใจ”
“เขาไม่มีเรื่องทุกข์หรอก ป้าสิจะทุกข์เพราะตำถั่วยังไม่เสร็จ” จุ๊บแจงหัวเราะเฮฮา บทสนทนาทั้งหมดคงจะอยู่แค่ในครัว ไม่แพร่งพรายออกไปข้างนอก
ถ้าไม่ติดว่าคุณนายของบ้านแอบมาได้ยินเข้าก่อน เธอมีสีหน้าอมทุกข์ทันทีเมื่อได้ยินคนรับใช้ในบ้านพูด
ลูกสาวคนโตของเธอกินยาคุม?
นี่มันหมายความว่าอย่างไร
สัปดาห์หน้ามาถึงไวกว่าที่คิด
หญิงสาวตัดสินใจไปที่โรงพยาบาลตามนัดของธีระ
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ไม่ค่อยมีคนอยู่บนวอร์ดสูตินรีเวชเท่าไหร่ นั่นทำให้หญิงสาวเบาใจ เป็นไปได้ว่าคนมาฝากครรภ์ตอนเช้าแล้ว ตอนนี้จึงไม่มีคนอยู่ เพราะไม่มีคนมาคลอดลูกด้วย การมาตรวจครรภ์จึงถือว่าเป็นทางสะดวกสำหรับเธอ
หญิงสาวไร้กังวลเรื่องมีคนซุบซิบนินทา เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ไม่นานนัก
หมอผู้หญิงก็เชิญเธอเข้าไปในห้องเพื่ออัลตราซาวน์ตรวจดูมดลูก เวลาในห้องตรวจเป็นไปอย่างเนิบช้าเพื่อให้แน่ใจว่าหญิงสาวจะไม่ท้องโตเสียก่อน
“ไม่พบการฝังตัวที่มดลูกแต่อย่างใด” หมอสรุป
ไม่พบความผิดปกติอะไรในมดลูก เธอไม่ได้ท้องกับธีระ ความสบายใจฉายอยู่บนหน้าของหญิงสาว
หลังจากฟังหมอแนะนำเรื่องการอัลตราซาวน์และการดูแลตัวเองหลังมีเพศสัมพันธ์เสร็จ เธอก็เดินออกมาจากห้อง
ใบหน้าของชายหนุ่มคาดเดาไม่ออกว่าคิดอย่างไร แพรวาหลังจากอีกฝ่ายจ่ายเงินค่าตรวจให้ก็ไม่อยากรบกวนใด ๆ อีก เธอเลยจะขอกลับบ้านเอง แต่อีกคนกลับปรามขึ้น
“อยู่กินมื้อกลางวันกันก่อน”
“แพรไม่อยากรบกวนน่ะค่ะ” สาวเจ้าบอก ลูบแขนตัวเองไปมา ธีระสูดหายใจก่อนกระชับเสื้อแล้วคว้าแขนหญิงสาวไปขึ้นรถ
แพรวาแม้ไม่อยากมาแต่ก็จำต้องมา เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อขึ้นมาเซราติคันหรู
กลิ่นกายเจ้าสำอางของชายหนุ่มอวลไปทั่วทั้งคัน ปกติแล้วมันเป็นกลิ่นที่เธอชอบ แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้เธอจึงไม่อยากสูดดม อาจเป็นเพราะมีประเด็นกับเจ้าของรถมาก่อน
นัยน์ตาหวานเหลือบมองท่อนแขนของคนที่ออกกำลังกายทุกวัน มันปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด มองดูก็รู้ว่าอีกคนดูแลรักษาสุขภาพดี ทั้งเนื้อทั้งตัวชายหนุ่มให้ลุคคุณชาย ประพรมน้ำหอมหอมฟุ้ง ไม่มีแววกักขฬะเสเพลบนใบหน้าหล่อแม้แต่น้อย
“พี่รัดเข็มขัดให้”
หญิงสาวสูดหายใจลึกเข้าเมื่ออีกฝ่ายก้มลงรัดเข็มขัดให้ เธอไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปกินข้าวที่ไหน และไม่รู้ใจของอีกคนว่าคิดอย่างไร
ใบหน้าหวานได้แต่มองอีกคนขับรถ จุดหมายปลายทางอยู่ที่ใดก็ไม่อาจทราบ รู้แค่ว่าอีกฝ่ายกำลังออกไปที่ปริมณฑลเท่านั้น
เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึงร้านอาหารติดป่าชายเลน
“เราจะกินข้าวกันที่นี่” เขาบอกก่อนจะดึงสายเข็มขัดออก
ผู้หญิงแก่ ๆ คนหนึ่งเดินตรงมารับออเดอร์ ท่าทีสนิทกันของธีระกับเขาทำให้แพรวาอยากจะถามถึงความสัมพันธ์
พวกเขาทั้งสองคนเป็นอะไรกัน เหตุใดจึงดูสนิทกันถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มพาหญิงสาวเข้าไปนั่งในอาคารที่แยกออกมาเดี่ยว ๆ ติดกับป่าชายเลน มันเป็นอาคารปูนเปลือยชั้นเดียว แอร์เย็นกระทบผิวหน้า กลิ่นลาเวนเดอร์ชวนให้ผ่อนคลาย
ทั้งคู่ก็นั่งพักผ่อนเงียบ ๆ และมองออกไปยังเวิ้งน้ำ มีคนพายเรือไปมา บรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลาย
พ่อแม่ลูกจูงมือกันเดินบนสะพานไม้ ท่าทางรักใคร่กลมเกลียวทำให้หญิงสาวยิ้มออกมา
“พี่หมั้นกับพราวแล้วก็วางแผนจะแต่งงานกันหลังพราวเรียนจบ” ไม่พูดเปล่า มือหนาหยิบน้ำแข็งใส่แก้วด้วย
“กว่าพราวจะเรียนจบก็อีกนาน” เธอบอกออกมาตามตรง เพราะรู้ดีว่าคนเรียนหมอต้องใช้ระยะเวลานานมาก
“นานแต่มันคุ้มค่าที่จะรอ”
แววตาของหญิงสาวเศร้าสร้อยลงทันที เธอไม่ได้อยากรักชายหนุ่ม ที่สำคัญไม่อยากแย่งสามีของน้องสาวตัวเอง
“พี่ธีร์อยากมีลูกไหม” เธอถามขึ้น เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้อง จึงรู้ว่าถามเรื่องที่ไม่ควรออกไป
“แพรคิดอย่างไรกับตฤณ” ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่ถามขึ้นมาแทน หญิงสาวรู้สึกสับสน
“แพรชอบพี่ตฤณ เขาเป็นพี่ที่...”
นัยน์ตาคมฉายแววทะมึน หากแต่ร่างตรงหน้าไม่รับรู้
“เป็นพี่ที่ดี”
เป็นพี่ที่ดี
ธีระแทบหลุดหัวเราะเมื่อได้ยินคำนั้น อยากจะรู้ว่าคนเป็นพี่ใส่หน้ากากเข้าหาเธอหรือถึงมีความคิดทำนองนี้ในหัว
ตฤณนอนกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า เป็นคาสโนว่าที่พยาบาลต่างเล่าลือ บางครั้งบางคราในโรงพยาบาลยังทำได้ หากไม่ใช่ผู้ป่วยและไม่ใช่ในเวลาทำงาน
ตฤณนั้นใช้เตียงได้คุ้มมาก ใช้เตียงคุ้มเกินความจำเป็น ไม่รู้ว่าหญิงสาวเห็นอะไรในตัวเขา ถึงได้ชอบออกไปข้างนอกด้วยกัน
หรือว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่พี่ชายเลือกให้ขึ้นเตียงด้วย
คิดถึงเพียงนี้ หมอหนุ่มก็รู้สึกหงุดหงิดในใจ แพรวาเห็นหน้าอีกคนก็รู้สึกเย็นสันหลังขึ้นมา เธอถามเขาทันที
“พี่ธีร์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
ชายหนุ่มยกน้ำชาขึ้นจิบ ดับความร้อนรุ่มในใจก่อนบอก “ไม่มีอะไร”
ก๊อก ๆ
ทันใดนั้น หญิงแก่ก็เคาะกระจกที่ประตูก่อนจะนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ บรรยากาศอึดอัดในห้องผ่อนคลายลง เธอยิ้มให้แพรวาก่อนจะหันมาพูดกับชายหนุ่ม
“คนนี้น่ะหรือที่เราหมั้นด้วย น่ารักดีนะ”
ร่างบางปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่ใช่ค่ะ ๆ แพรเป็นพี่สาวของพราว”
“อ๋อ คนที่ธีร์เคยพูดถึงบ่อย ๆ นี่เอง”
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวหันไปมองหน้าตัวการทันที จะพูดถึงเธอบ่อยได้อย่างไรกัน ในเมื่อเธอไม่สนิทกับเขา โตมาก็แทบไม่ค่อยได้พูดกันนอกจากจะมีธุระปะปัง
“ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ ไม่ทราบว่าคุณป้าชื่ออะไรหรือคะ”
“ป้าชื่อชื่น เลี้ยงธีร์มาตอนเด็ก ๆ จากนั้นก็ย้ายกลับมาทำร้านอาหารที่สมุทรสาคร ทำ ๆ หยุด ๆ เพราะป่วย นี่ธีร์เขามาเยี่ยมแล้วก็มาตรวจด้วย คนแก่เนอะ ก็ป่วยลม ๆ แล้ง ๆ รักษาไม่หาย เขาเป็นห่วงก็เลยมาเยี่ยมน่ะ” เธอชี้
ความทรงจำในวัยเด็กหลั่งไหลเข้ามาทันที ชื่นเป็นพี่เลี้ยงให้กับธีร์ตั้งแต่ยังเด็ก เธอเองก็มีโอกาสได้เล่นกับอีกฝ่าย แต่โตมากจำไม่ได้แล้วว่าเป็นใคร อาจเป็นเพราะยังเด็กมาก จะลืมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“หนูขอโทษนะคะที่จำป้าไม่ได้”
“ไม่เป็นไรจ้ะ” ป้าชื่นตอบแล้วเกริ่นต่อ “สมัยก่อน หนูแพรชอบมาเล่นกับธีร์ใช่ไหม ใช่คนที่ปีนต้นมะม่วงแล้วล้มหรือเปล่า” ป้าชื่นนั่งลงข้างกาย
หญิงสาวรู้สึกอาย ทำไมจะต้องจำตอนที่เธอลื่นด้วย ตอนอื่นมี ทำไมไม่จำ
“ตอนนั้นป้าแอบมองอยู่ข้างรั้ว พอเห็นเราล้มแล้วก็หัวเราะร่วนเลย ตอนเด็กซนมาก ไม่คิดว่าโตเป็นสาวแล้วจะสวยขนาดนี้” ป้าชื่นว่าอีก “ว่าแต่สวยขนาดนี้มีแฟนแล้วหรือยัง ป้าแนะนำหลานชายให้เอาไหม นี่นะ..คนนี้..”
“ผมสั่งแกงกะทิสายบัวไว้ ยังไม่มาเสิร์ฟเลย ต้มทิ้งไว้หรือเปล่าครับ”
หลังจากใช้เวลาอยู่ที่สนามบินนานหลายวัน วันที่ตุรกีส่งเครื่องบินมารับก็มาถึง ทั้งหมดได้ขึ้นเครื่องบินลำใหม่รวมถึงกัปตันด้วย ข่าวเครื่องบินตกได้รับรายงานไปทั่วโลก ทางการตุรกีได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นส่งคนมาเก็บกู้ซากเครื่องบิน กล่องดำคือตัวที่บันทึกเรื่องราวทั้งหมด สภาพเครื่องที่ถูกขีปนาวุธจากอิสราเอลโจมตีเป็นตัวยืนยันได้ถึงความโหดร้ายของสงคราม ปัญหาความไม่ลงรอยกันยังคงคุกรุ่นในโลก รอคอยวันที่สันติภาพจะหวนคืนมา แม้ไม่รู้ว่าบทสรุปของอิสราเอลและปาเลสไตน์จะเป็นอย่างไร แต่ก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ขึ้นชื่อว่าสงครามย่อมนำการสูญเสียครั้งใหญ่มาให้ สูบเลือดฉีกขวัญกำลังใจของคนให้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี พริมโรสได้แต่ส่งกำลังใจให้อย่างเงียบ ๆ รอคอยวันที่เรื่องเลวร้ายนี่จะจบลง แม้สายการบิน BangkokFly จะส่งเงินและคนมาเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาเยียวยาร่วมด้วย เหตุการณ์เครื่องบินตกนั้นสร้างความกังวลให้กับผู้โดยสาร บางคนก็อาจจะยังติดอยู่ในฝันร้ายว่าโดนโจมตีซ้ำ ๆ บางคนก็ไม่อาจมองอิสราเอลว่าเป็นพันธมิตรได้อีก หลากหลายความคิ
ไม่รู้ว่าใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารนานเกินไปหรือเปล่า พอทั้งหมดกลับเข้ามายังที่พักก็ไม่เห็นภาวินแล้ว เห็นเพียงแต่กลุ่มคนที่ไปออกันหน้าตึกเท่านั้น พริมโรสรู้สึกสงสัยจึงเดินเข้าไปหาฝูงชน คาร์ลเดินต่อท้าย ส่วนแอมแปร์กับลิเซ่ก็จูงมือเข้าไปสอบถาม “กำลังมุงอะไรกันหรือคะ ขอดูด้วยสิ” ลิเซ่ถามขึ้น ผู้หญิงตรงหน้ามีสีหน้าหวาดผวา ชี้ไปยังด้านบนตึกชั้นที่สาม ทุกคนแหงนหน้ามองพร้อมกันพอเห็นภาวินนั่งห้อยขาอยู่ตรงระเบียง ทั้งหมดก็ตกใจรีบร้องปราม “ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ รีบเข้าไปข้างในเร็ว เดี๋ยวจะตกเอาได้นะ” แอมแปร์ตะโกนบอก ภาวินเริ่มร้องไห้ หยดน้ำใสทะลักออกมาจากนัยน์ตา ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงราวระเบียงชั้นสามของโรงแรม กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด “ฉันติดเชื้อ HIV ไม่รู้จะอยู่ในโลกนี้ไปทำไม ฮือ” น้ำใสไหลออกตา มีเพียงความเงียบในช่วงบ่ายเป็นเพื่อน ทุกคนได้แต่ตะลึงไม่รู้จะตอบอย่างไร พริมโรสชะงักก่อนทำใจกล้าพูดขึ้นมา “พี่ภาวินลงมาคุยกันดี ๆ ก่อนเถอะค่ะ” เธอร้องขอ ไม่นึกว่าการไปเที่ยวในช่วงเช้าแล้วไม่มาดูแลแค่พักหนึ่งจะทำให้อีกคนนึกอยากจะลาโลก “ฉันไม่มีค
เพราะอีกไม่กี่วัน เครื่องบินจะมารับในเขตลาร์นากา ทั้งหมดจึงต้องย้ายไปพักในเมืองใหม่ พอเข้ามาในไซปรัสใต้แล้ว จะได้กลิ่นของอารยธรรมกรีกชัดเจนมากกว่าตุรกี เทคโนโลยีรวมถึงตึกรามบ้านช่องก็ทันสมัยมากขึ้น ตึกสูงระฟ้าและชายหาดที่เต็มไปด้วยผู้คนทำให้ทั้งหมดรู้สึกครื้นเครง ลาร์นากาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของเกาะไซปรัส มีรีสอร์ตและสนามบินที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะคือสนามบินนานาชาติลาร์นากา หลังจากอพยพผู้คนมาที่ลาร์นากาได้แล้ว พริมโรสก็คิดว่าจะไปท่องเที่ยวชายหาดให้ผ่อนคลายกับเพื่อนเสียหน่อย มีลิเซ่ แอมแปร์และคาร์ลที่ไปด้วยกัน ส่วนภาวินนอนอยู่ในที่พักเพราะต้องการรักษาตัว ชายหาดสีเหลืองทองทอดยาวไปไกล ร้านรวงใกล้บริเวณชายหาดดูคึกครื้น หญิงสาวถ่ายรูปผู้คนที่เดินขวักไขว่พร้อมทั้งถ่ายตัวเองกับเพื่อนไปด้วย แดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้าพาให้จิตใจผ่อนคลาย มองออกไปที่ชายหาดจะเห็นผู้คนมาอาบแดดและนอนอยู่ใต้ร่ม พริมโรสเดินเข้าไปซื้อแว่นกันแดดในร้านค้าพร้อมกับซื้อหมวกมาด้วย ทั้งสี่คนได้ช็อปปิ้งในร้านค้าท้องถิ่นและคิดว่าอยากจะหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย คาเฟ่ห
พริมโรสมาให้ปากคำตำรวจที่สถานีตำรวจในวันรุ่งขึ้น กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามที่เธอต้องการ รูปที่เธอวาดมีผลอย่างมากในการตามหาตัวโจร ตำรวจท้องถิ่นกล่าวขอบคุณที่มีส่วนช่วยในเรื่องการสืบหาตัวตนผู้ร้าย คาร์ลเองก็ดูจะสนใจช่วยเหลือเธอเป็นพิเศษ เขาจำทะเบียนรถของคนร้ายได้ จึงช่วยให้เบาะแสกับตำรวจ ส่วนแอมแปร์ก็จำยี่ห้อของรถได้ ทั้งสามคนจึงมีส่วนช่วยเหลือตำรวจในการให้การ กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบชั่วโมง พอพวกเขาทั้งสามคนออกมาก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงพอดี “เอ้อ นี่ฉันได้ข่าวว่าภาวินป่วยแหละ” แอมแปร์บอก หญิงสาวถึงกับนิ่งไป ไม่คิดว่าอีกคนจะมาป่วยตอนเครื่องบินตก “แล้วกินยาหรือหาหมอหรือยัง” “ไปหาหมอวันนี้นี่ล่ะ ยังไม่กลับเลย” คาร์ลพูดเสริม “เหมือนจะมีไข้ อ่อนเพลียแล้วก็ผื่นขึ้นนะ” “อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเรากินข้าวเที่ยงกันแถวนี้ก่อนแล้วค่อยไปหาเขาที่โรงพยาบาลกันไหม” ร่างบอบบางเสนอแนะ ทุกคนพยักหน้ารับ อาหารเที่ยงวันนี้เป็นปลาทอดกับของทอด รวมไปถึงผลไม้ ทั้งสามคนกินข้าวไปด้วยพร้อมกับดูข่าวไปด้วย สายการบินเริ่มออกมาตรการให้ระว
รถเก๋งวิ่งผ่านถนนในชนบทเข้าสู่ตัวเมือง เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่รถคันนี้ไม่ได้จอดแวะที่ไหนนอกจากปั๊มน้ำมัน พริมโรสรู้สึกดีที่วัยรุ่นสองคนนี้ช่วยเธอไว้ ระหว่างทางเลยไม่ลืมขอบคุณที่ช่วยเหลือตน หญิงสาวทั้งสองกลัวเธอจะหิวเลยลงไปซื้ออะไรมาให้กิน เพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถกับความเงียบงัน หญิงสาวเลยเปิดเพลงในรถให้เป็นเพื่อนร่วมทาง “น่าจะไปถึงนิโคเซียอีกชั่วโมงหนึ่งเลยน่ะค่ะ” พวกเธอสองคนร้องบอก พริมโรสพยักหน้ารับ ขอแค่อยู่ห่างจากพวกโจรนั่นได้ก็เป็นพอ รอบข้างไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่าและบ้านเรือนรายล้อม พริมโรสรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทาง ไม่นานนักก็ผล็อยหลับไป รถเคลื่อนเข้ามาถึงในตัวเมือง เริ่มมีไฟจากถนนรวมถึงแสงสว่างมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ “ฉันว่าสถานีตำรวจน่าจะปิดแล้วล่ะค่ะ” คนขับรถบอก “งั้นพาฉันไปที่สนามบินในเมืองได้ไหมหรือคะ ฉันพักอยู่โรงแรมแถว ๆ นั้น” พริมโรสเช็ดน้ำตาแล้วร้องขอ อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ในเมื่อไม่มีทางให้ไปเพราะสถานีตำรวจปิดแล้ว สิ่งที่พวกเธอจะมุ่งไปก็คือสนามบิน “ฉันมีเพื่อนอยู่ที่โรงแรมน่ะค่ะ แต่พร
“ปล่อยฉันไปนะ!” พริมโรสกรีดร้องลั่นรถ หวังให้โจรลักพาตัวปล่อยเธอไป พวกมันรีบหาผ้ามาอุดปากแล้วบอกให้นั่งนิ่ง ๆ “ยัยนี่พูดตุรกีได้ ดีจริง” โจรบอก พริมโรสรีบเอาผ้าออกจากปากแล้วเปิดประตูเตรียมจะหนีทันที แต่ชายฉกรรจ์สองคนรั้งตัวเธอเอาไว้ “อยู่นิ่ง ๆ ” หนึ่งในพวกนั้นพูด ขับรถพาเธอออกนอกตัวเมืองไป จุดมุ่งหมายอยู่ที่ไซปรัสเหนือ เพราะพวกนี้เป็นโจรที่รัฐบาลไซปรัสใต้กำลังตามตัว มันอาศัยช่องโหว่จากการข้ามดินแดนเป็นหลัก ด้วยเชื่อว่ารัฐบาลจะหาพวกมันไม่เจอหากข้ามดินแดนมาที่ไซปรัสเหนือ พริมโรสแม้จะลงรถไม่ได้แต่ก็คอยสังเกตว่ารถขับผ่านอะไรบ้างและกินเวลาไปนานเท่าใด พวกมันขับรถพาเธอมายังกระต๊อบใกล้บริเวณชายฝั่ง สองในสามคุมตัวเธอมาก่อนบังคับให้เขาไปนั่งในห้องอับชื้น เต็มไปด้วยรา “ดีจริงที่พวกเราลักพาตัวยัยเอเชียนี่มา...ถ้าเราฆ่ามันตาย รัฐบาลคงเอาผิดอะไรเราไม่ได้” หนึ่งในนั้นบอก “แต่ยัยนี่มันพูดภาษาตุรกีได้ไม่ใช่หรือ ไม่กลัวหรืออย่างไร” “พูดได้ก็ดีสิ จะได้เจรจาง่าย ๆ ” “เอ้า ให้ยัยนี่โทรหาแฟนสิ บอกว่าต้องการเงินสองล้







