LOGINความมืดดำปกครองคลุมทับทุกสรรพสิ่ง หลายสิ่งรอบตัวเห็นแต่ความสลัวมากกว่าจะชัดเจน จันทรารูปวงแหวนแหล่งให้กำเนิดแสงจึงมีเพียงอย่างเดียวคือกองไฟ โชคดีที่มันถูกจุดขึ้นหลายจุดและเว้นระยะห่างพอให้สว่างถึงกันได้
.
การตามรอยรถม้าสำหรับเหวินเหยามิใช่เรื่องยาก นางมิจำเป็นต้องดูรอยล้อลากด้วยซ้ำ เพราะต่อให้ดูก็แยกมิออกอยู่ดีเมื่อต้องแล่นบนลานหิน ถ้าเป็นคนอื่นคงจะถอดใจล้มเลิกภารกิจไปแล้ว หรือไม่ก็คงเปลี่ยนใจมาค้นหาคุณชายเซียวในยามอรุณรุ่งของวันพรุ่งแทน แต่ทว่าจอมยุทธหญิงกลับยักไหล่ใส่ เท่านี้มิคณามือนางเลยหากจะพูดกันตรง ๆ
.
"จะไปยากอะไรเล่ายิ่งมืดสิยิ่งดี! ทำไมตอนเช้าเราถึงมองมิเห็นดาวล่ะ? ก็เพราะว่าตอนกลางคืนฟ้ามืดเป็นสีดำมันสังเกตง่ายกว่ามิใช่หรือ?"
เหวินเหยาทิ้งท้ายเป็นปรัชญาไว้เช่นนั้น
.
ก่อนจะเริ่มเดินเข้าไปในป่าต้นหวูถงใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปจากแนวลานหิน บริเวณนี้มิมีใครสังเกตเห็นพฤติกรรมของนางแล้ว เจ้าหล่อนจึงเริ่มหน่วงพลังปราณอัสนีมารวมไว้ที่จุดหย่งเฉวียน (涌泉) ตรงฝ่าเท้า พลางกระโจนเหินหาวไต่ไม้ยืนต้นพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ! พิรุณย่ำฟ้าเวอร์ชั่นชุดเกราะเป็นอะไรที่พิลึกพิลั่นน่าดู! แต่ทว่าด้วยการมองจากมุมสูงนี่แหละที่ทำให้นางสามารถระบุพิกัดของรถม้าคันสีดำได้
.
ในทิศประจิมราว 1 ลี้สวี่ มองเห็นแสงไฟตะเกียงเป็นจุดสว่างสองจุด แม้ว่ามันจะเล็กมากราวกับเม็ดสิวของดรุณหนุ่มสาว แต่ความมั่นใจก็ยังเต็มเปี่ยม ป่าต้นหวูถงรกชัฏขนาดนี้กับรถม้าคันโตรโหฐาน ด้วยระยะเวลาอันจำกัดต่อให้พยายามหลบซ่อนยังไงไปไกลที่สุดก็คงมิมากเกินเห็น และเมื่อต่อภาพทุกอย่างเข้าด้วยกันจนครบ ฝ่าเท้าหุ้มเกราะก็วิ่งไต่ยอดต้นหวูถงต้นแล้วต้นเล่า กระโจนพรวดพราดด้วยความปราดเปรียวเพื่อมุ่งเป้าไปยังที่หมายทันที!
.
เร็วดั่งฟ้าฟาดธูปยังมิทันจุดหมดก้านก็มาถึงเสียแล้ว! จอมยุทธหญิงเหยียบยืนอยู่บนยอดต้นสนใหญ่เหนือรถม้าคันสีดำ มันคือคันเดียวกันกับที่นางสันนิษฐานไว้ตั้งแต่แรก และการที่มันมาจอดหลบตาคนอยู่ตรงนี้ก็เป็นอะไรที่น่าฉงนสนเท่ห์มาก เหวินเหยาเข้าใจได้ว่าการมีทหารยามถือตะเกียงน้ำมันยืนประกบหน้าหลังถือเป็นสิ่งถูกควร แต่สิ่งที่นางสงสัยกลับเป็นการหายไปของนายทหารคนอื่น ๆ
.
"อย่างน้อยต้องมี 8 แต่นี่มีแค่ 2 ! แต่ถ้าอีก 6 คนที่เหลือดักล้อมอยู่วงนอกล่ะ? พวกเขาอาจจะรอดักตลบหลังผู้ก่อเหตุร้ายอย่างเราอยู่ก็เป็นได้ ก็มิแน่นะ! ทหารที่มีฝีมือระดับคุ้มกันตระกูลใหญ่ได้ทุกคนล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ!"
.
ทำท่ากอดอกครุ่นคิดอยู่ครู่สั้น เพราะเอาเข้าจริงหลังประเมินปัจจัยแวดล้อมทุกอย่างเสร็จ นางก็ถีบยอดไม้พลันกดศีรษะลงต่ำพุ่งเป็นแนวทแยงปักลงมาใส่ทหารถือตะเกียงคนที่อยู่หน้าสุดทันที!
.
"ฉึบ!!!"
.
"อั๊ก..ก..ก! , อืก..ก..ก!"
.
"กร๊อบบบ!"
เฉือนคอหอยตัดเส้นเลือดดำด้วยเล็บมือ! พลันใช้ผ้าเช็ดหน้าอุดแผลพร้อมกับรัดคอให้ขาดลมหายใจ
.
เลือดถูกซับไว้ด้วยผ้าก่อนจะตวัดมือไปชักกระบี่ของเหยื่อออกมาปักลงพื้น! พลันเอาตะเกียงที่เขาถืออยู่มาแขวนไว้มิให้หล่นร่วงลงดิน เปลวไฟส่องสว่างยังคงอยู่นิ่งชนิดที่คนในรถม้ามิรู้เนื้อรู้ตัวด้วยซ้ำ!
.
ซึ่งพอนายทหารที่อยู่ด้านหลังเดินอ้อมออกมาดู เจ้าตัวก็เลยโดนแบบเดียวกัน! ในท่านั่งชันเข่าเหวินเหยาใช้ปราณเคลื่อนย้ายวัตถุดึงกระบี่ออกจากฝักข้างเอวของทหารยามผู้นั้น นางตวัดนิ้วดัชนีเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ กระทั่งทำให้กระบี่เล่มดังกล่าวบินย้อนกลับไปปักคาดินตรงตำแหน่งที่เขาเดินจากมา แล้วพอทหารนายนั้นเสียสมาธิหันหลังกลับไปมอง เสี้ยวอึดใจเดียวเหวินเหยาก็ล็อคคอเขาได้สำเร็จ! ผ้าเช็ดหน้าวางพาดเล็บแล้วก็ปาดคอ!
.
"ฉึบ!!!"
.
"อั๊ก..ก..ก! , อืก..ก..ก!"
.
ตำแหน่งเดียวกันเป๊ะเข้าจุดตายราวกับฉายภาพซ้ำ ทีนี้ก็แค่เอาตะเกียงน้ำมันในมือเหยื่อย้อนกลับไปแขวนไว้บนด้ามกระบี่ ตรงตำแหน่งเดิมก่อนเดินมา ณ ตอนนี้ที่นี่จึงมีคนตายไปแล้ว 2 ศพใน 2 ช่าหน่า แต่หารู้ไม่ว่าคนที่อยู่ข้างในรถม้ากลับมิรู้เรื่องห่าเหวอะไรเลย เหวินเหยาเหยียดกายลุกขึ้นยืนนางเอาแต่ส่ายหน้า
.
เปล่าหรอกนางมิได้รู้สึกสมเพชเวทนาหรือจะแผ่เมตตาให้แก่ผู้วายน์ชนใด ๆ ทั้งสิ้น นางเพียงแต่กลัวว่าจะเจออะไรที่เป็นภาพซ้ำที่มันค่อนข้างจะซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ภาพแบบเดียวกับที่เกิดกับรถม้าสีขาวของพวกนางสนมตรงลานหินฝั่งโน้น
.
"เอี๊ยด! , เอี๊ยด! , เอี๊ยด! , เอี๊ยด!"
.
"นั่นไงรถเริ่มโยกอีกแล้ว! ท่านทำตัวเองให้ลำบากเสียแล้วคุณชายเซียว ข้าบอกแค่นี้แหละ!"
เดินวนรอบรถหาตำแหน่งการส่องดู เดินไปก็บ่นในใจไป
.
ซึ่งจะมิให้นางบ่นได้ไง ก็ในเมื่อนางได้ยินแต่เสียงผู้ชายทั้งนั้นที่ร้องครางอยู่ในรถ!
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบินพวกเราหากินร่าเริงแจ่มใส เปิดหัวมาเหมือนเพลงรายการเจ้าขุนทอง แต่หารู้ไม่ว่าเหวินเหยาตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น นางมิต้องการจะใช้วรยุทธเพื่อสะดุดตาใคร นางใคร่เป็นเพียงหญิงผู้หนึ่งที่สัญจรไปมาเยี่ยงนักเดินทางพลัดถิ่น จะโบยบินก็ได้แต่ไม่! จะลอยตัวไต่หลังคาก็ไหวแต่อย่าดีกว่า! "พิรุณย่ำฟ้
ว่านอิ่งโหลว (万影楼) หรือ ตำหนักเงาจันทรา เป็นองค์กรในเงามืด จินตนาการถึงผู้คนขวักไขว่มากหน้าหลายตาในโลกยุทธภพ บ้างเป็นชาวบ้าน บ้างเป็นสามี บ้างเป็นภรรยา แต่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นผู้มีวรยุทธ หากแต่มนุษย์ทุกผู้ย่อมมีเงาเป็นของตนเอง เงานับหมื่นเรื่องราวนับไม่ถ้วนสายดวงจันทราฉาบเงาเข้ากับสิ่งใด ว่านอิ่งโหลวย่
นอกจากการแกะรอยการกลบรอยก็คงจะมีความสำคัญมิแตกต่าง เพราะสิ่งแรกที่เหวินเหยาทำหลังการก่อเรื่องอันกึกก้องกัปนาทก็คือการย้ายโรงเตี๊ยม! เคหะหญิงงามวินาศสันตะโรถึงเพียงนั้น คงมิแคล้วการลงพื้นที่สืบสวนของหอต้าหลี่ (大理塔 ) ไหนจะพวกเฉิงก่วน (城管) ที่เสียหน้าอย่างยับเยินนั่นอีก แล้วก็คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ผู้มี
อย่างที่เคยบอกว่า เหลย (雷) แปลว่าสายฟ้า ฟ้าผ่าย่อมมีฝน ฝนย่อมมีเมฆ และเมฆก็ย่อมมีหมอก ฉะนั้นกับสถานการณ์ที่มีกลุ่มควันโพยพุ่งขึ้นเป็นม่านจึงเป็นอะไรที่เข้าทางเหวินเหยาอยู่หลายส่วน นางผินหน้าลงต่ำงุ้มคางชิดอกพลางกระโจนเข้าหาเป้าหมายได้อย่างแคล่วคล่อง ตรงข้ามกับคุณชายเซียวที่รายนั้นถึงกับเซถลาหงายหลั







