LOGINพอทุกอย่างเข้าที่พิธีการต่าง ๆ เกี่ยวกับงานมงคลก็ดำเนินไป ทว่าความสนใจของเยว่เอ๋อเหมือนจะมิอยู่ที่ตรงนั้นอีกแล้ว ตั้งแต่ที่นางได้นั่งลงข้าง ๆ กับพี่สาวแสนสวย
.
"นี่ ๆ พี่มู่ว่าแต่ทำไมสกุลมู่ถึงส่งท่านมาแค่คนเดียวล่ะ ท่านน่ะหมั้นหมายกับคุณชายเซียวจวินเหยียนไปแล้วก็น่าจะมาด้วยกันมิใช่หรือ? ขนาดข้ายังมากับเสี่ยวโม่เลย แต่ตอนนี้ไปมุดหัวอยู่ไหนแล้วก็มิรู้"
.
"หากถามเช่นนี้คำตอบก็น่าจะอยู่ฟากโน้น เจ้าเห็นป้ายชื่อตราสกุลเซียวที่อยู่บนโต๊ะฟากตรงข้ามไหมเล่า เจ้าเห็นไหมว่ามันว่างเปล่า? คุณชายใหญ่เซียวจวินเหยียนตอนนี้มิได้อยู่ฉางหลิงหรอก แกเป็นคณะตัวแทนพระองค์ไปร่วมงานแต่งของอีกเมืองหนึ่ง กว่าจะกลับก็น่าจะเป็นเดือน"
มู่ซื่อหรานร่ายยาวให้ฟัง สลับกับคีบตะเกียบจับอาหารเข้าปากไปด้วย
.
"โห.. เหงาแย่เลยแบบนี้ แล้วท่านพี่เป็นเช่นไรบ้างข้าแทบมิเห็นหน้าท่านตามท้องตลาดเลย แต่ข้าก็เข้าใจนะว่าท่านกำลังจะออกเรือนต้องเก็บเนื้อเก็บตัว พวกเราจะมาเล่นสนุกด้วยกันเหมือนตอนเด็ก ๆ มิได้แล้ว"
.
"นี่ไง! บทจะพูดเป็นการเป็นงานเจ้าก็พูดได้นี่ ไอ้ลิงทะโมนเอาหัวโหม่งฉากทะลุเมื่อกี้หายไปไหนซะล่ะ? แต่อันที่จริงข้าก็เจอเจ้าบ่อยอยู่นะ ข้าเห็นเจ้ากับเสี่ยวโม่วิ่งส่งบะหมี่กันสนุกมากเลย ข้าอยู่บนรถม้าก็ได้แต่แอบยิ้มตามไปด้วย พวกเจ้าสองคนดูเข้าขารู้ใจกันมากเลย , หรือว่า.. เจ้ากับเสี่ยวโม่?"
.
"พี่มู่.. ไม่เอา.. ข้ามิอยากพูด..ด..ด.."
ตัวบิดเป็นเกลียวราวกับขนมโปเต้ เยว่เอ๋อถึงกับต้องกระเถิบเอาไหล่มาถู ๆ เข้ากับต้นแขนพี่สาว นางคงเขินของนางนั่นแหละแค่มิรู้จะอธิบายเช่นไร
.
"คุณหนูตระกูลใหญ่อย่างเจ้ากับบ่าวรับใช้ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ครั้นจะตบแต่งจัดงานสมรสให้ใหญ่โตเหมือนดั่งที่เราเห็นบื้องหน้า ผู้คนก็คงจะนินทาสาปแช่ง เป็นสตรีในสังคมนี้นั้นช่างลำบากนัก ร่างกายก็ของเราจิตใจก็ของเรา แต่ความรักกลับมิให้เราได้เลือกเลย ทำไมข้าจะมิเข้าใจ ข้านี่แหละคือคนที่เข้าใจเจ้ามากที่สุด.."
.
"โถ.. พี่มู่ท่านจะทำให้ข้าร้องไห้ตามไปด้วยนะ , เอ่านี่! , เช็ด ๆ เช็ดน้ำตาซะ!"
แล้วมิใช้ผ้าของตัวเองด้วยนะ มือเรียวของเยว่เอ๋อเอื้อมไปดึงผ้าเช็ดหน้าแปดเหลี่ยมสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ ที่เหน็บไว้ตรงเสื้อนอกของแม่นางมู่ขึ้นมาถูแก้มใส นางถูมันฉึก ๆ ฉีก ๆ แล้วก็พับเหน็บคืนไว้ที่เดิม
.
"เหอะ ๆ ขอบใจนะข้าว่าข้าเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า เอาเป็นว่าตกลงเป็น "เจ้าชอบเสี่ยวโม่" หรือ "เสี่ยวโม่ชอบเจ้า" ตอบข้ามาซะดี ๆ"
หลุบตาลงจ้องทั้ง ๆ ที่น้ำตายังคลอเบ้าอยู่เลย แก้มก็แดงก่ำรอยผ้าเช็ดหน้ายังปรากฏอยู่
.
"(หืม.. นี่เรื่องใหม่แล้วเหรอ?)"
เยว่เอ๋อคิดในใจแต่ประโยคที่นางตอบออกไปกลับกลายเป็นว่า
.
"ข้าก็มิค่อยแน่ใจนักหรอกพี่มู่ ข้าเองก็สับสน.. หากข้าบอกสิ่งนี้ออกไปท่านสัญญาได้หรือไม่ว่าจะมิบอกผู้ใดต่อ.."
คีย์เสียงเปลี่ยนไปในบัดดล ความจริงจังถมทับความตลก ดูจากการวางตะเกียบลงขอบจานก็รู้ว่าเยว่เอ๋อจริงจังแค่ไหน
.
"ได้เลย! ข้าสัญญาด้วยชีวิต"
.
ร่างบางกระเถิบเปลี่ยนท่าเป็นนั่งย่อ จากต้นแขนที่แค่เบียดชนกันตอนนี้กลับกลายเป็นการโอบกอดมู่ซื่อหรานเอาไว้ทั้งแผ่นหลัง ก็ในเมื่อฉากกั้นมันไม่มี การกระซิบหนนี้จึงต้องสร้างพื้นที่แห่งความลับขึ้นมาเอง แม่นางมู่สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากตัวเยว่เอ๋อ กลิ่นกายแตกเนื้อสาวหอมกรุ่นขึ้น และแม้แต่ยอดถันก็เริ่มชูชันเสียดสีใส่แผ่นหลังนาง
.
ทำไมนายน้อยจอมซนถึงเปลี่ยนไป วินาทีที่สองมือถูกป้องลงที่ใบหูราวกับโลกทั้งโลกนั้นหยุดหมุน เสียงระเบ็งเซ็งแซ่รอบข้างเงียบกริบลงในทันใด ในเสี้ยวอึดใจที่เยว่เอ๋อพ่นคำสุดวาบหวามนั้นออกมา
.
"พี่มู่เจ้าคะ.."
"ข้ากับเสี่ยวโม่.. เราเอากันแล้ว!"
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
ความเหนื่อยล้ากัดกินแรงปีก ส่งของเสร็จงวดนี้เห็นทีเสี่ยวผ่างอาจจะต้องลาพักร้อน ปกติเดินทางจากจวนสกุลจ้วงถึงโรงเตี๊ยมกระพือปีกมิถึง 30 ทีก็ถึงแล้ว แต่นี่อะไรขนแทบร่วงหมดตัวยังบินมาได้มิถึงครึ่งทาง แต่ครานั้นด้วยความที่เป็นนกอาคมที่สร้างขึ้นจากปราณแท้ของผู้สำเร็จวิชา เสี่ยวผ่างก็เลยกระเสือกกระสนจนทำต
"เฮ่ย! ๆ ๆ นี่มันอะไรกันเนี่ยะควยท่านมีชีวิตคุณชายเซียว~!""อย่านะอย่าเข้ามาใกล้เชียว อยู่บนพื้นดิ้นกระแด่ว ๆ ไปอย่างงั้นแหละดีแล้ว""นี่เราคิดบ้าอะไรออกไป คิดจะเอากับของที่ดิ้นเป็นปลาเฮยอวี๋ (黑鱼) เช่นนี้เหรอ?""อี๋~! จะน่ากลัวเกินไปแล้ว~! , หยึ๋ยย~!".ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้าหากเป็นโลกยุคปัจจุบัน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก และพัสดุจากตำหนักเงาจันทรา (万影楼) ก็ถูกนำมาส่งโดยพิราบทมิฬกาฬตัวหนึ่ง วิหคตัวนี้ดูจะมีอัตลักษณ์ที่ผิดแผกกจากตัวอื่น ด้วยวงปีกที่กว้างอหังกากับกงเล็บที่แข็งแรง มันออกจะเหมือนอินทรีย์มากกว่าพิราบด้วยซ้ำ และบางทีนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความรัดกุมที่ตำหนักเงาจันทรามอบให้ลูกค้า
ต้องเรียนตามตรงด้วยความซื่อสัตย์ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นค่อนข้างรุนแรงกว่าสิ่งที่คนึงไว้ เหวินเหยามายืนอยู่ที่หน้ากระดานแจ้งราชกิจกลางตลาดฉางหลิงเป็นที่เรียบร้อย สารถีรถลากนางก็ไล่ให้กลับไปมิต้องหยุดรอ เพราะนางดูเหมือนจะหัวเสียกับสิ่งที่แจ้งบนกระดานอยู่มิน้อย! นั่นมิใช่เพราะคุณชายเซียวมิโดนโทษทัณฑ์ใ







