Mag-log in“บรรยากาศที่นี่ดูร่มรื่นดีนะ ผมเองก็ยังไม่เคยแวะเข้ามาในร้านนี้เลย ปกติก็จะสั่งๆ กับพวกหมู่ เห็นเขามีบริการส่งด้วยใช่ไหม” ร่างสูงหันมาถามลูกทีมคนสนิทที่สาวเท้าฉับๆ เดินไล่หลังตามเข้ามาอย่างมึนๆ งงๆ
“เอ่อ...จริงๆ แล้วร้านนี้ไม่มีบริการส่งนะครับ ที่สั่งปกติก็จะเป็นอีกสาขานึงอยู่ไกลจากนี้ไปอีกเกือบๆ สองกิโลฯ แต่ก็ได้ยินมาว่าเร็วๆ นี้ที่นี่ก็จะมีบริการส่งด้วยเหมือนกันครับ”
“อือหือ...หมู่นี่ก็รู้เยอะเหมือนกันนะ” ร่างสูงหัวเราะออกมาเล็กๆ
“ธรรมดาแหละครับ ไอ้ผมมันคนกว้างขวาง” ยอตัวเองเสร็จ หมู่จินก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่
“เออหมู่ ผมจะถามตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว ว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันและปราบปรามพวกค้ามนุษย์ที่จะมาร่วมทีมสืบสวนกับเรา ถูกส่งตัวมาแล้วหรือยัง ผมยังไม่เห็นใครเลยนะ” ผู้กองฐานัตถ์เดินเข้ามาใกล้พูดให้ได้ยินแค่สองคน
“อืม...ก็นั่นน่ะสิครับ ผมเองก็ยังรู้สึกว่าเงียบๆ เพราะว่ากำหนดจริงๆ ก็น่าจะเป็นช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นใครเข้ามารายงานตัวกับผู้กำกับเลยซักคน”
“งั้นผมฝากดูๆ หน่อยนะหมู่ ไม่อยากให้คนที่มา เป็นพวกเหยาะแหยะมาเป็นภาระทีมเราเปล่าๆ”
“รับทราบครับ!” หมู่จินพยักหน้าแล้วเดินนำลิ่วเข้าไปในร้าน
“สวัสดีค่ะ คอฟฟี่คาเฟ่ ยินดีต้อนรับค่ะ คุณลูกค้าจะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” รินพนักงานสาวขาเม้าท์ประจำร้านเอ่ยทักทายลูกค้าสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์
“ของผมคาปูชิโน่ พิเศษวิปครีมครับ” หมู่จินสั่งพนักงานสาวผมบ๊อบ ขณะเธอมัวแต่จ้องมองมาที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยที่ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด หมู่จินย้ำคำสั่งเดิมอีกครั้งแต่คราวนี้เพิ่มโทนเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวถึงกับสะดุ้ง ได้สติแล้วหันกลับมามอง
“เอ่อขอโทษค่ะๆ รบกวนทวนเมนูที่สั่งอีกครั้งค่ะ” รินตอบอย่างเขินๆ เมื่อผู้กองหนุ่มหันหน้ามาสบตากับเธอ จมูกโด่งเป็นสันได้รูปสวยรับกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขา ทำเอาพนักงานสาวแทบละลายลงไปกองกับพื้น
“เพื่อนผมเขาสั่งคาปูชิโน่ พิเศษวิปครีม ส่วนผมขอเป็นอเมริกาโน่ที่นึงครับ” ผู้กองฐานัตถ์เผยยิ้มออกมาเล็กๆ
“ได้ค่ะๆ รอสักครู่นะคะ” รินพูดน้ำเสียงหวานหยดเยิ้มกลับไป หมู่จินเงยหน้ามองผู้กองฐานัตถ์ที่สูงกว่าเขาราว 15 เซนติเมตร แล้วยิ้มเหยาะๆ เพราะเห็นอากัปกริยาของพนักงานสาวแล้ว ก็พอจะเดาออก เพราะเป็นปกติอยู่แล้วที่เวลาเขาไปไหนมาไหนกับหัวหน้าก็มักจะเห็นสาวๆ มองตาเป็นมัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน
คนตัวสูงกว่า รีบเบนสายตาและหันหน้าของตัวเองออกไปทางอื่น ก่อนที่ใบหน้าและสายตาเจ้าปัญหาของเขาจะทำให้พนักงานร้านไม่เป็นอันทำงาน
“อ๊ายๆ หล่อโฮกๆ ใจบางหมดแล้ว ต้องเป็นดาราแน่ๆ” รินขบคิดอยู่ในหัว
“สวัสดีค่ะ คอฟฟี่ คาเฟ่ ยินดีต้อนรับค่ะ” ใบหน้าเนียนเอ่ยทักทายลูกค้า ขณะที่ก้มผูกสายผ้ากันเปื้อน หลังจากพักทานข้าว แล้วเดินกลับออกมาจากหลังร้านเงยหน้าขึ้นเห็นลูกค้า
“เฮ้ย!! นั่นมั่น!!!” เวนิตาตกใจสุดขีด เมื่อเธอเห็นว่าคนๆ นั้น คือ ฐานัตถ์ ผู้ชายที่เธอแอบตามถ่ายรูป มิหนำซ้ำยังนำรูปถ่ายของเขามาตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือราวกับว่าเขาเป็นแฟนลับๆ ของเธอด้วย
เวนิตาแทบช็อก! ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเขาตัวเป็นๆ ที่ร้าน นับว่าเป็นระยะที่ใกล้ที่สุดเท่าที่เธอจำได้ เธอรีบมุดเข้าไปหลบใต้เคาน์เตอร์แทบไม่ทัน เพราะไม่แน่ว่าสัญชาตญาณการเป็นสายสืบของเขาจะทำงานขึ้นมาเมื่อไหร่ ถ้าเขาเห็นและจำเธอได้ว่าเธอแอบตามเขาไปแทบทุกหนทุกแห่ง
“ยัยเว! ก้มลงไปทำอะไรที่พื้น” พี่แป้งหันไปถาม ขณะที่เดินไล่หลังตามออกมา เวนิตาบอกปัด
“พอดีเวทำต่างหูหล่นน่ะค่ะพี่แป้ง” รินที่กำลังชงกาแฟอยู่ อย่างขะมักเขม้น หันมามองงงๆ ผู้กองหนุ่มที่ความสูงเลยจากเคาน์เตอร์มากพอสมควร ทำให้หางตาของเขามองเห็นคนที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์ก้มหน้างุดๆ อยู่อย่างชัดเจน
“หาเจอไหมนั่น! ปกติก็เห็นใส่แว่นทำไมวันนี้ไม่ใส่มา จะหาเจอเหรอ” พี่แป้งหันมาถาม ก่อนจะเงยหน้าทักทายกับลูกค้าคนอื่นๆ ที่พึ่งจะเดินเข้ามา
อเมริกาโน่และคาปูชิโน่ พิเศษวิปครีมถูกวางลงบนเคาน์เตอร์พร้อมๆ กันหน้าตาน่ารับประทาน
“ทั้งหมด 120 บาทค่ะ” รินหันไปหาเวนิตา เพื่อบอกให้เธอคิดเงินลูกค้า แต่หญิงสาวยังคงก้มหน้าก้มตาหลบทำอย่างกับว่าเขาเป็นเจ้าหนี้จะมาทวงเงินอย่างไงอย่างงั้น
“นี่ครับ 120 บาทพอดี” ผู้กองฐานัตถ์เห็นท่าทางของคนที่ก้มมุดหน้ามุดตาอยู่นานสองนานที่เคาน์เตอร์ ก็คิดว่าคงจะไม่เงยหน้าขึ้นมาง่ายๆ จึงจ่ายเงินให้กับรินแทน เขาคว้าแก้วกาแฟก่อนจะเดินนำหน้าหมู่จินกลับออกไป
“ขอบคุณที่อุดหนุน โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ” รินกล่าว ก่อนจะหันกลับมาคว้าแขนเวนิตาให้ลุกขึ้น
“ยัยเว...ป่านนี้ยังหาไม่เจออีกเหรอ” แรงฉุดของรินทำให้โทรศัพท์มือถือเครื่องของเวนิตาที่อยู่ในกระเป๋าชุดผ้ากันเปื้อนด้านหน้าทรงตื้น กระเด็นออกมาหล่นที่พื้นไฟหน้าจอเปิดทำงาน
“เฮ้ยแก!!! นี่มันผู้ชายคนเมื่อกี้นี้” รินคว้ามือถือขึ้นมาดูเห็นภาพหน้าจอที่ยังไม่ได้ปลดล็อกเป็นรูปถ่ายของผู้กองฐานัตถ์เต็มๆ จอ
“ยัยริน!!” มือบางรีบคว้ามือถือกลับแล้วเก็บมันลงไปในลิ้นชักเคาน์เตอร์ล็อกกุญแจก่อนจะดึงออกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
“ดารานายแบบ ใช่ไหมยัยเว” รินเดินเข้ามาถามตรงๆ พลางเขย่าๆ ที่แขนเวนิตาอย่างตื๊อๆ ให้รีบตอบออกมา
"อื้อ! " เวนิตาพยักหน้ารับส่งๆ ก่อนที่เรื่องจะยาวไปกว่านี้
“เธอไปได้รูปนี้มาจากไหนเหรอ ในกูเกิลใช่ไหม เขาชื่ออะไรเหรอ มีไอจีไหม แฟนคลับเยอะหรือเปล่า บอกฉันมาบ้างสิยัยเว” รินซักไซ้ เวนิตาพยักหน้างึกๆ
“ได้ๆ ว่างๆ แล้วจะเล่าให้ฟังนะ แต่ว่า...เธออย่าเผลอไปขอลายเซ็นเขาเชียวล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าพนักงานอย่างเราน่ะบ้าดารา มันจะดูไม่ดีนะ” เวนิตารีบเตือนเพื่อนร่วมงานของเธอ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่า ผู้กองฐานัตถ์ นั้นไม่ใช่ดารา หรือ นายแบบอย่างที่รินคิดเองเออเองก็ตาม
“โอเคๆ เขากับอิตาลุงที่น่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวหน้าซื่อบื้อๆ นั่น ถ้ามาอีกนะฉันจะรีบเข้าไปขอถ่ายรูปเลย”
“ไม่ได้!!!” เวนิตารีบค้าน
“ทำไมล่ะ ยัยเว”
“ก็...เราไม่รู้ว่าผู้จัดการเขาดุแค่ไหน เผลอๆ ไปขอถ่ายรูปสุ่มสี่สุ่มห้า เจอวีนเจอเหวี่ยงกลับมาอีก ดูๆ ไปสองคนนั้นอาจจะเป็นคู่ขากันก็ได้นะ” เวนิตาหวังดี แกล้งทำเป็นเตือนเพื่อน รินได้แต่ชะเง้อคอตามแผ่นหลังกว้างออกไปที่หน้าร้าน มองดูนายแบบสุดหล่อและผู้จัดการหน้าตาซื่อบื้อ ตามความมโนของเธอเดินลับตาไป
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" เขาถามอย่างไม่เข้าใจ ปนความสงสัยอยู่เล็กน้อย แม้จะรู้สึกขัดจังหวะอยู่บ้าง แต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีหงุดหงิดออกมาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะงุนงงเสียมากกว่า เพราะสองสามวันมานี้ เวนิตาเองก็มีอาการแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัดทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา "...ปละ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหมือนจะอาเจียน" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทำท่าเทสกลิ่นปากของตัวเองต่อหน้าเธอ แต่ก็ไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนอย่างที่เขาสงสัย มือบางยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจากอารมณ์ที่ขำขันผู้เป็นสามี เพราะเธอไม่ได้คิดว่ากลิ่นปากของเขาจะทำลายจูบอันหวานชื่นเมื่อครู่นี้ไปได้อย่างแน่นอน “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะคะ คุณอย่ากังวลไปเลย” เธอย้ำ ร่างสูงผงกศีรษะเบาๆ พลางตั้งข้อสังเกตออกไปว่า "คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้กลับไปทำงาน หรือไม่ก็พักผ่อนน้อย ก็เลยทำให้รู้สึกเวียนหัว เดี๋ยวผมจะพาคุณเข้าไปข้างในแล้วกันนะ" พูดพร้อมกับตั้งท่าจะเข้ามาอุ้มทว่าเธอกลับถอยหนี "ไปข้างใน...ไปทำไมกันคะ" เวนิตาเอ่ยถามอย่างงุนงง พลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย "ก็เข้าไปพักในห้องไงครับ" ร่างสูงเดินเข้าไปจะช้อนเรือนร่างระหงที่ยืนอย
“ทำไมล่ะคะ” เรือนร่างบางในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่คลายอ้อมแขนแกร่งของสามีออกแบบหลวมๆ ก่อนจะหันกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เป็นหนึ่งเดียวของเธอด้วยสายตาที่ยวนเย้า นัยน์ตาคมกริบมองเรือนร่างระหงในชุดว่ายน้ำที่แลเห็นส่วนสัดชัดเจนแบบเต็มตาชวนให้น้ำลายสอ“อันที่จริง… ผมไม่อยากให้คุณกลับไม่เสี่ยงกับงานแบบนั้นอีกแล้ว ผมอยากให้คุณอยู่เป็นแม่ศรีเรือนคอยดูแลผมที่บ้านมากกว่า” ฝ่ามือแกร่งโอบรั้งเอวบางคอดกิ้วเข้ามาแนบชิด พลางยื่นปลายจมูกโด่งเข้าไปหาซอกคอระหง“อื้อ...แม่ศรีเรือนอะไรกันคะ อาหารก็ทำไม่ได้ กับข้าวก็ทำไม่เป็น ฉันว่า…ฉันกลับไปทำงานที่หน่วยยังจะมีประโยชน์ซะกว่า” เธอว่า พลางอมยิ้มออกมาอย่างขวยเขิน“ถึงคุณจะไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรักคุณน้อยลงเลยนะเวจ๋า” ผู้กองหนุ่มบอกกับภรรยาสาวคนสวยของตัวเองพร้อมกับหอมเข้าที่ซอกคอขาว ก่อนจะสบตาเธอราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอบางสิ่งบางอย่างจากเธอ“ผู้กอง” เธอเอ่ยชื่อของเขาออกมาเบาๆ อย่างซาบซึ้ง ผู้กองหนุ่มยิ้มให้อย่างพอใจแล้วประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พร้อมกับสบตาภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย“ผมรักคุณนะเว ที่ผ่านมา ผมอาจจะไม่ค่อยได้พูดคำน
สองสัปดาห์หลังจากนั้น งานแต่งงานของเวนิตา วรนิพิฐ และร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ ริมหาดส่วนตัวของบ้านศิริโชติธาดา โดยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่นทั้งคุณป้าสมร คุณหญิงรุจี ท่านปริพัตร คุณหญิงอรลีฬห์ รามิล ป้าสายหยุด แม่น้อม นายเข้ม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการป้องกันและปราบปราม หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กองฐานัตถ์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่คนสนิทอย่างหมวดภัทร หมวดนลิน จ่าเทพ หมู่จิน และผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ รวมทั้งสาวๆ จากร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ อย่างริน พี่แป้งและพี่พลอยมาร่วมแสดงความยินดีแก่ทั้งคู่ด้วยเช่นกัน"ยังไงก็กลับไปคิดดูดีๆ ก่อนนะผู้กองวีนัส ผมรอได้" ผู้กำกับเศรษฐพงศ์กล่าวกับเจ้าสาวที่คล้องแขนเจ้าบ่าวซึ่งเป็นลูกทีมคนสนิทของเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ หลังจากที่รู้ว่าจดหมายลาออกของตัวเองยังไม่ถูกอนุมัติ และเธอยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์หากแต่ว่าตอนนี้ ได้มีหนังสือเรียกตัวเธอเพื่อย้ายไปประจำหน่วยงานป้องกันและปราบปรามแทน หลังจากที่เศรษฐพงศ์ทำหนัง
“ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศของผมเองหรือจะเรียกให้ถูกก็คือมันเป็นเรือนหอของเราสองคนมากกว่า เพราะคุณป้าของผมบอกว่า...มันเป็นที่เอาไว้ใช้ปั๊มหลาน! ผมว่าเรามาปั๊มหลานให้ท่านสักสามสี่คนกันก่อนเถอะนะ เรื่องอื่นค่อยกว่าทีหลัง” ว่าจบก็ดันแผ่นหลังบางของเธอให้พิงไปกับโซฟาตัวยาวขนาดพอเหมาะพอเจาะที่จะทำเรื่องอย่างว่า...“คุณ!!” เวนิตาอ้าปากค้างด้วยสีหน้าและแววตาที่ตื่นเต้นตกใจ“เอาน่า…พักร้อนของผมมันเหลือไม่กี่วันเองนะ เรามาใช้ให้คุ้มค่ากันจะดีกว่า อยากได้ผู้กองตัวน้อยๆ มาเพิ่มกันสักกี่คนดี ผู้กองหญิงสักสอง แล้วก็ผู้กองชายอีกสักสามเลยดีไหม”“ผู้กอง! แต่ว่าตอนนี้ ฉันไม่ได้เป็นผู้กองแล้วนะคะ” เวนิตาแย้ง เขากลั้นหัวเราะเบาๆ แล้วระบายยิ้มออกมาแทน ก่อนจะค่อยๆ วางแผ่นหลังบอบบางของเธอลงไปนอนราบบนโซฟาเนื้อนุ่ม แล้วสัมผัสจูบอันแสนอ่อนโยนลงบนเรียวปากบางเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามือใหญ่เข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวเก่งของเธอเพื่อปลดเปลื้องบราเซียร์ตัวจิ๋วออกจากการรัดรึงของหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความใหญ่โตภายใต้ร่มผ้า“ถ้าลูกคนแรกของเราเป็นผู้หญิง เขาจะต้องสวย อ่อนโยน และเข้มแข็งเหมือนคุณ
"ใช่ค่ะเด็กคนนี้ชื่อว่าเกวนเป็นเด็กลูกครึ่งหน้าตาน่ารักนะคะเอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมขอบคุณคุณที่ช่วยชีวิตเธอและลูกไว้" ผู้กองหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเธอชื่นชอบเด็กเล็กๆ ราวกับว่ากำลังอยากจะเป็นคุณแม่ แต่จู่ๆ เวนิตาก็ก้มหน้าลงเศร้าสลดอีกครั้ง..."เสียดายรูปถ่ายพวกนั้นจังเลยนะคะ" เธอพูดเสียงอ่อน"เวจ๋า...ตัวตนของผม ร่างกายของผม เนื้อหนังของผมอยู่ตรงนี้ ในนั้นมันเป็นแค่ภาพถ่าย เดี๋ยวเราค่อยถ่ายใหม่ก็ได้ แต่ตรงนี้...มีเลือดมีเนื้อและมีชีวิตจิตใจ คุณไม่คิดจะสัมผัสดูอีกสักครั้งเหรอ" เขาว่าก่อนจะวางมือบนลาดไหล่มนทั้งสองข้างของเธออย่างนุ่มนวล คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“จะทำอะไรคะผู้กอง” เธอถามอย่างละล่ำละลัก“ทำไมถึงยังถามคำถามแบบนี้อยู่อีกล่ะครับ ถ้ามองตาแบบนี้ จับไหล่แบบนี้ สบตานานๆ แบบนี้ ผมมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นแหละ ที่ต้องการจากคุณ...เวนิตา”“ผ ผะ ผู้กองงง!!!” เรียวตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้นอย่างหวาดหวั่น รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาในทันใด "ไม่เอาหรอกค่ะ ฉันเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด อยากรู้นักว่าใครเป็นคนบีบแขนฉันซะแรง ดูสิเป็นรอยแดงหมดแล้ว" ร่างบางยื่นเรียวแขนเล็กที่เป็นรอยแดงจากการถูกฉ
“ความดีใจหรือเสียใจของฉัน ไม่ได้แสดงออกผ่านหยดน้ำตาเท่านั้นหรอกนะคะ สำหรับฉัน ความรู้สึกทุกๆ อย่างของฉัน คุณสามารถสังเกตได้จาก แววตาคู่นี้ที่เฝ้าดูคุณมาตลอด ทุกอย่างมันอยู่ในนี้ค่ะ ผู้กองฐานัตถ์” เธอบอก ก่อนที่เขาจะจับจ้องมาที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายวิบวับ มันคือประกายของความปิติยินดี ที่เขาแลเห็น และรู้แล้วว่า แววตาคู่นี้เป็นแววตาของเด็กผู้หญิงที่ไม่เอาไหน ที่เขาเคยสอนศิลปะการต่อสู้ให้เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนั้น เธอจะสวมแว่นสายตา“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กรุ่นน้องคนนั้นจะเป็นคุณ แต่ว่าตอนนั้นคุณสวมแว่นสายตาด้วยไม่ใช่เหรอ ผิดไปจากตอนนี้…”"คุณจำได้..." เธอรู้สึกประหลาดใจที่เขาจำรุ่นน้องอย่างเธอได้ "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ" เธอถามเขายิ้มออกมาก่อนตอบ"พร้อมกับที่ผมรู้ว่าคุณคือผู้กองวีนัสนั่นแหละครับ" คำตอบของเขาทำให้เวนิตาไม่รอช้ารีบบอกออกไปให้เขาได้รับรู้ทันทีว่า“ฉันลงทุนไปทำเลสิกที่ตาคู่นี้ ก็เพื่อที่จะมองเห็นคุณได้ชัดเจนขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างคุณ ขอบคุณนะคะที่คุณเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉันและก็ขอบคุณที่คุณยอมให้โอกาสฉัน”“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ผมรักคนไม่ผ
“เดี๋ยวผมช่วยแล้วกัน เพราะคุณจะต้องกินยา” เขาบอกเสียงดุๆ หมู่จินหันไปมองหน้ากับหมวดภัทรอย่างรู้กัน รีบจัดการเคลียร์สิ่งที่อยู่บนพื้นแล้วรีบออกไปจากห้องหมวดภัทร กลับมานั่งที่โต๊ะอาหารตัวยาวที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะทำงานของชุดคุ้มครองพยานภายในเซฟเฮ้าส์แห่งนี้มือหนาหยิบเอกสารในซองสีน้ำตาลเข้มของหมวดน
ณ โรงพยาบาล“คนไข้มีรอยฟกช้ำ และเกิดบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งเป็นผลจากการถูกทำร้าย ส่วนแผลที่ศีรษะซึ่งได้รับการกระทบกระเทือนอาจจะส่งผลกระทบไปยังประสาทและสมอง ผลของการเอ็กซ์เรย์เบื้องต้น ผมดูแล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาแล้วดูอาการอีกครั้ง ระหว่างนี้ให้คนไข้ได้พักรักษาตัวก่อน อาการจะค
“หรือว่า… คนพวกนี้! จะเป็นคนของรฉัตร!” เวนิตาพึมพำเบาๆ หลังจากที่พยายามใช้ความคิดกับเหตุการณ์และปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรขึ้นมาด้วยตัวเองอยู่พักใหญ่ แต่คำพูดของคนกลุ่มนั้นก็เป็นเสมือนคำเฉลยให้เธอไม่ต้องเสียเวลาที่จะคาดเดาอะไรอีกต่อไป“สรุปแล้วพวกเราจะต้องกลับไปที่คฤหาสน์หลังนั้นอีกหรือเปล่า”
“คุณ!!!” เวนิตาร้องทักเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นผู้กองฐานัตถ์ในชุดนอกเครื่องแบบอยู่ตรงหน้าของเธอ ร่างบางลุกขึ้นโดยมีมือแข็งแกร่งของเขาคอยช่วยพยุง“โอ๊ะ!!” จู่ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปล็บๆ เหมือนแผลที่บริเวณชายโครงมันจะปริตอนที่ถูกเหวี่ยงลงไปที่พื้นถนน เธอยกมือขึ้นกุมที่บริเวณหน้าท้องแล้วรีบเดินออกไปจากเหตุกา







