เข้าสู่ระบบบทที่ 3
ลำดับเหตุการณ์ พยานและภาพความจำ
หลังจากผู้กองหนุ่มแยกกับลูกทีมคนสนิท ทว่าก็ขับรถกลับมายังคอนโดซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอยู่พอสมควร แต่ก็ยังคงมีรถไฟฟ้าแล่นผ่านด้วยความเจริญที่เริ่มกระจายไปอย่างทั่วถึง
เขาขับรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามายังลานจอดด้านหลังของตัวอาคารสูง 18 ชั้น เป็นลานจอดรถกลางแจ้งสามารถจอดรถยนต์ได้มากกว่าหนึ่งร้อยคัน และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง
มือแกร่งแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตูห้องแล้วเปิดออก มีแสงไฟจากด้านในสว่างไสวขึ้นอย่างอัตโนมัติ สายตาคมคายกวาดมองไปรอบห้อง เพื่อตรวจสอบความผิดปกติระหว่างที่เขาไม่อยู่ แต่เมื่อทุกอย่างเป็นปกติขาเรียวจึงก้าวเข้าไปด้านในอย่างสบายใจ
การเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกต จนบางครั้งดูเหมือนจะระแวงไปหมดซะทุกอย่าง แต่นั่นก็เพราะหน้าที่สอนให้เขาเป็นคนไม่ประมาทกับอะไรที่เล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าจะมีบุคคลไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยือนเขาเมื่อไหร่ ตั้งแต่การจากไปของลดา ว่าที่คู่หมั้นทำให้อะไรๆ ในชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิม
มือแกร่งวางปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติสีดำขลับคู่กาย 'ขนาด.40 สมิท แอนด์ เวสสัน' ลงที่ตู้ข้างเตียงหน้ามีกรอบรูปของหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งตั้งใกล้ๆ ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย เขายิ้มตอบ พลางหย่อนกายนั่งลงไปที่เตียง มองดูรูปถ่ายใบนั้นแล้วนึกถึงภาพวันเก่าๆ ของเขาและเธอ
'เรืองลดา โฆษิตพิทักษ์ หรือ ลดา หญิงสาวอ่อนหวาน จิตใจดี น้องสาวสุดรักสุดหวงของผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ เพราะความสนิทสนม และเห็นว่าผู้กองหนุ่มเป็นคนเอาการเอางาน ใส่ใจคนรอบข้าง ไม่ถือตัว และเป็นคนดี จึงแนะนำให้ได้รู้จักกับเธอ จนทั้งคู่เริ่มสนิทสนมและมีแพลนที่จะหมั้นกันเร็วๆ นี้ ก่อนที่เธอจะเตรียมตัวไปศึกษาระดับปริญาโทยังต่างประเทศ แต่ก็มาเกิดเรื่องร้ายๆ เสียก่อน
“ผมคิดถึงคุณนะ ลดา” ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มออกมาเล็กๆ แต่กลับแฝงดูหมองเศร้า พลางเลื่อนลิ้นชักตู้ข้างเตียงออกมา มีกล่องแหวนวางอยู่ด้านใน เขาหยิบมันขึ้นมาดูเป็นแหวนเพชรรูปหัวใจขนาดกะทัดรัดเหมาะกับนิ้วเรียวเล็กของอดีตว่าที่คู่หมั้น ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีโอกาสจะได้สวมใส่มันแล้ว เขาเก็บมันไว้ที่เดิม ก่อนจะหยิบปืนพกสั้นเข้าไปวางเก็บไว้ใกล้ๆ
ค่ำวันนั้น ร่างบางระหงสะพายกระเป๋าเป้ที่ไหล่ซ้าย เดินเข้าซอยเปลี่ยวหลังจากเลิกงานเพื่อกลับมายังที่พัก แต่ระหว่างทางนั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกใครบางคนสะกดรอยตาม
เวนิตาทำตัวให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ สาวเท้าให้ยาวและเร็วขึ้น แต่ยิ่งเพิ่มความเร็วก็ดูเหมือนกับว่าใครบางคนที่กำลังตามมาจากทางด้านหลังนั้นจะเร่งฝีเท้าตามเธอเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
มือบอบบางเอื้อมไปหยิบสเปรย์พริกไทยที่อยู่ด้านในกระเป๋าสะพายข้างแล้วกำไว้แน่น ก่อนจะหันขวับไปฉีดใส่เข้าที่หน้าของคนร้าย แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อคนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่คาดการณ์ไว้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณเวนิตา” หญิงสาวหน้าหวาน ยกสองมือขึ้นปราม พร้อมกับชูบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานให้เธอเห็นแล้วรีบแนะนำตัวออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“ดิฉัน ร้อยตำรวจตรีหญิง นลินรัตน์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางค่ะ”
“ผมร้อยตำรวจโทภัทรกาญจน์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางครับหรือจะเรียกผมสั้นๆ ว่าหมวดภัทรก็ได้ จำพวกเราได้ไหมครับ ที่เคยสอบปากคำคุณครั้งก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยถามเตือนความจำร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้า หลังจากที่เคยเจอกันมาแล้วก่อนหน้านี้ หมวดนลินที่ยืนอยู่ด้วยรีบเก็บบัตรประจำตัวแล้วรอฟังคำตอบ
“ค่ะ ฉันจำคุณสองได้” เวนิตาพยักหน้าพร้อมเก็บสเปรย์ใส่ลงไปในกระเป๋าดังเดิม
“พวกคุณสองคนมีธุระอะไรกับฉันคะ ต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกไหม บอกมาได้เลยนะคะ ดิฉันยินดีค่ะ” แพขนตายาวกะพริบตาขึ้นลงพลางสบตากับหมวดทั้งสองคนอย่างเป็นมิตร ด้วยคลายความกังวลลงไปบ้างแล้ว ในขณะที่ทั้งคู่ยังคงจ้องมองเธออยู่อย่างไม่ลดละ
“เรามีเรื่องสำคัญที่จะต้องขอความร่วมมือจากคุณ ขอเวลาให้เราสองคนซักหน่อยนะคะ” ผู้หมวดหน้าหวานกล่าว ก่อนจะหันไปสบสายตากับหมวดภัทรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ได้ค่ะ” เวนิตาตอบตกลงโดยไม่ลังเลที่จะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ เธอรีบตามพวกเขาไปยังรถยนต์ที่ถูกจอดแอบไว้ข้างกำแพงที่เป็นมุมอับสายตาเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจต่อผู้คนผ่านไปมานัก
เวลาต่อมา หมวดภัทร และ ผู้หมวดนลิน ขับรถพาเวนิตามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และใช้ห้องร้องคาราโอเกะเพื่อพูดคุย พลางเปิดเสียงเพลงคลอให้ดังพอที่จะกลบเสียงสนทนา เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยินได้ฟังเรื่องราวสำคัญ นอกจากพวกเขาเพียงสามคนเท่านั้น
“พวกคุณมีเรื่องสำคัญอะไรที่จะให้ฉันช่วยบอกมาได้เลยค่ะ ดิฉันยินดี” ร่างบางหันไปมองหน้าหมวดทั้งสอง ผู้หมวดนลินแสดงสีหน้าเครียดอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
“ถ้าเป็นเรื่องของคดี เราไม่มีอะไรจะถามเพิ่มเติมหรอกนะคะ เพราะคุณเองก็ได้ให้ข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว ว่าคืนวันเกิดเหตุนั้นคุณเห็นอะไรบ้าง” หมวดนลินชี้แจง ก่อนที่หมวดภัทรจะกล่าวเสริม
“คุณบอกว่าคุณเห็น คุณลดาไปที่ร้านคอฟฟี่คาเฟ่สาขาที่คุณทำงานอยู่ ซึ่งโดยปกติคุณลดา ก็จะไปนั่งที่ร้านนั้นบ่อยๆ เพื่อรอคนรักของเธอ ผมหมายถึงแฟน ซึ่งคุณมารู้หลังจากเกิดเหตุการณ์ไปแล้วว่าแฟนของคุณลดา คือ ร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา เจ้าหน้าที่ในหน่วยสืบสวนสอบสวนของเรา”
“ใช่ค่ะ พอช่วงก่อนร้านจะปิดซึ่งเป็นเวลาสองทุ่มกว่าก็จะมีรถบีเอ็มดับเบิลยูคันสีขาวมาจอดรับเธอที่หน้าร้าน หมายถึงรถของแฟนเธอน่ะค่ะ” ร่างบางกล่าวเสริม หมวดภัทรเล่าต่อ
“ซึ่งในวันนั้นต่างจากทุกวันตรงที่เธอไม่ได้มารอแฟน เพราะว่าเธอได้คุยโทรศัพท์กับใครบางคน และดูเหมือนว่าเธอกำลังรอคนๆ นึงอยู่ที่ร้าน จนกระทั้งก่อนร้านจะปิด เธอขอให้ที่ร้าน ช่วยเปิดต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง จนถึงสองทุ่มครึ่ง” เวนิตาพยักหน้าแทนการสนับสนุนในเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังเล่า
“แล้วปรากฏว่าไม่มีใครมา เธอออกจากร้านไปเกือบๆ สามทุ่ม ซึ่งคุณเห็นความผิดปกติ จากสีหน้าที่ดูเป็นกังวลของเธอ ทำให้คุณแอบตามเธอไปหลังจากที่คุณปิดร้าน” หมวดภัทรก้มลง มองสมุดบันทึกรายงานของเขาแล้วพูดต่อไป
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" เขาถามอย่างไม่เข้าใจ ปนความสงสัยอยู่เล็กน้อย แม้จะรู้สึกขัดจังหวะอยู่บ้าง แต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีหงุดหงิดออกมาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะงุนงงเสียมากกว่า เพราะสองสามวันมานี้ เวนิตาเองก็มีอาการแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัดทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา "...ปละ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหมือนจะอาเจียน" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทำท่าเทสกลิ่นปากของตัวเองต่อหน้าเธอ แต่ก็ไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนอย่างที่เขาสงสัย มือบางยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจากอารมณ์ที่ขำขันผู้เป็นสามี เพราะเธอไม่ได้คิดว่ากลิ่นปากของเขาจะทำลายจูบอันหวานชื่นเมื่อครู่นี้ไปได้อย่างแน่นอน “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะคะ คุณอย่ากังวลไปเลย” เธอย้ำ ร่างสูงผงกศีรษะเบาๆ พลางตั้งข้อสังเกตออกไปว่า "คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้กลับไปทำงาน หรือไม่ก็พักผ่อนน้อย ก็เลยทำให้รู้สึกเวียนหัว เดี๋ยวผมจะพาคุณเข้าไปข้างในแล้วกันนะ" พูดพร้อมกับตั้งท่าจะเข้ามาอุ้มทว่าเธอกลับถอยหนี "ไปข้างใน...ไปทำไมกันคะ" เวนิตาเอ่ยถามอย่างงุนงง พลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย "ก็เข้าไปพักในห้องไงครับ" ร่างสูงเดินเข้าไปจะช้อนเรือนร่างระหงที่ยืนอย
“ทำไมล่ะคะ” เรือนร่างบางในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่คลายอ้อมแขนแกร่งของสามีออกแบบหลวมๆ ก่อนจะหันกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เป็นหนึ่งเดียวของเธอด้วยสายตาที่ยวนเย้า นัยน์ตาคมกริบมองเรือนร่างระหงในชุดว่ายน้ำที่แลเห็นส่วนสัดชัดเจนแบบเต็มตาชวนให้น้ำลายสอ“อันที่จริง… ผมไม่อยากให้คุณกลับไม่เสี่ยงกับงานแบบนั้นอีกแล้ว ผมอยากให้คุณอยู่เป็นแม่ศรีเรือนคอยดูแลผมที่บ้านมากกว่า” ฝ่ามือแกร่งโอบรั้งเอวบางคอดกิ้วเข้ามาแนบชิด พลางยื่นปลายจมูกโด่งเข้าไปหาซอกคอระหง“อื้อ...แม่ศรีเรือนอะไรกันคะ อาหารก็ทำไม่ได้ กับข้าวก็ทำไม่เป็น ฉันว่า…ฉันกลับไปทำงานที่หน่วยยังจะมีประโยชน์ซะกว่า” เธอว่า พลางอมยิ้มออกมาอย่างขวยเขิน“ถึงคุณจะไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรักคุณน้อยลงเลยนะเวจ๋า” ผู้กองหนุ่มบอกกับภรรยาสาวคนสวยของตัวเองพร้อมกับหอมเข้าที่ซอกคอขาว ก่อนจะสบตาเธอราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอบางสิ่งบางอย่างจากเธอ“ผู้กอง” เธอเอ่ยชื่อของเขาออกมาเบาๆ อย่างซาบซึ้ง ผู้กองหนุ่มยิ้มให้อย่างพอใจแล้วประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พร้อมกับสบตาภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย“ผมรักคุณนะเว ที่ผ่านมา ผมอาจจะไม่ค่อยได้พูดคำน
สองสัปดาห์หลังจากนั้น งานแต่งงานของเวนิตา วรนิพิฐ และร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ ริมหาดส่วนตัวของบ้านศิริโชติธาดา โดยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่นทั้งคุณป้าสมร คุณหญิงรุจี ท่านปริพัตร คุณหญิงอรลีฬห์ รามิล ป้าสายหยุด แม่น้อม นายเข้ม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการป้องกันและปราบปราม หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กองฐานัตถ์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่คนสนิทอย่างหมวดภัทร หมวดนลิน จ่าเทพ หมู่จิน และผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ รวมทั้งสาวๆ จากร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ อย่างริน พี่แป้งและพี่พลอยมาร่วมแสดงความยินดีแก่ทั้งคู่ด้วยเช่นกัน"ยังไงก็กลับไปคิดดูดีๆ ก่อนนะผู้กองวีนัส ผมรอได้" ผู้กำกับเศรษฐพงศ์กล่าวกับเจ้าสาวที่คล้องแขนเจ้าบ่าวซึ่งเป็นลูกทีมคนสนิทของเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ หลังจากที่รู้ว่าจดหมายลาออกของตัวเองยังไม่ถูกอนุมัติ และเธอยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์หากแต่ว่าตอนนี้ ได้มีหนังสือเรียกตัวเธอเพื่อย้ายไปประจำหน่วยงานป้องกันและปราบปรามแทน หลังจากที่เศรษฐพงศ์ทำหนัง
“ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศของผมเองหรือจะเรียกให้ถูกก็คือมันเป็นเรือนหอของเราสองคนมากกว่า เพราะคุณป้าของผมบอกว่า...มันเป็นที่เอาไว้ใช้ปั๊มหลาน! ผมว่าเรามาปั๊มหลานให้ท่านสักสามสี่คนกันก่อนเถอะนะ เรื่องอื่นค่อยกว่าทีหลัง” ว่าจบก็ดันแผ่นหลังบางของเธอให้พิงไปกับโซฟาตัวยาวขนาดพอเหมาะพอเจาะที่จะทำเรื่องอย่างว่า...“คุณ!!” เวนิตาอ้าปากค้างด้วยสีหน้าและแววตาที่ตื่นเต้นตกใจ“เอาน่า…พักร้อนของผมมันเหลือไม่กี่วันเองนะ เรามาใช้ให้คุ้มค่ากันจะดีกว่า อยากได้ผู้กองตัวน้อยๆ มาเพิ่มกันสักกี่คนดี ผู้กองหญิงสักสอง แล้วก็ผู้กองชายอีกสักสามเลยดีไหม”“ผู้กอง! แต่ว่าตอนนี้ ฉันไม่ได้เป็นผู้กองแล้วนะคะ” เวนิตาแย้ง เขากลั้นหัวเราะเบาๆ แล้วระบายยิ้มออกมาแทน ก่อนจะค่อยๆ วางแผ่นหลังบอบบางของเธอลงไปนอนราบบนโซฟาเนื้อนุ่ม แล้วสัมผัสจูบอันแสนอ่อนโยนลงบนเรียวปากบางเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามือใหญ่เข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวเก่งของเธอเพื่อปลดเปลื้องบราเซียร์ตัวจิ๋วออกจากการรัดรึงของหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความใหญ่โตภายใต้ร่มผ้า“ถ้าลูกคนแรกของเราเป็นผู้หญิง เขาจะต้องสวย อ่อนโยน และเข้มแข็งเหมือนคุณ
"ใช่ค่ะเด็กคนนี้ชื่อว่าเกวนเป็นเด็กลูกครึ่งหน้าตาน่ารักนะคะเอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมขอบคุณคุณที่ช่วยชีวิตเธอและลูกไว้" ผู้กองหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเธอชื่นชอบเด็กเล็กๆ ราวกับว่ากำลังอยากจะเป็นคุณแม่ แต่จู่ๆ เวนิตาก็ก้มหน้าลงเศร้าสลดอีกครั้ง..."เสียดายรูปถ่ายพวกนั้นจังเลยนะคะ" เธอพูดเสียงอ่อน"เวจ๋า...ตัวตนของผม ร่างกายของผม เนื้อหนังของผมอยู่ตรงนี้ ในนั้นมันเป็นแค่ภาพถ่าย เดี๋ยวเราค่อยถ่ายใหม่ก็ได้ แต่ตรงนี้...มีเลือดมีเนื้อและมีชีวิตจิตใจ คุณไม่คิดจะสัมผัสดูอีกสักครั้งเหรอ" เขาว่าก่อนจะวางมือบนลาดไหล่มนทั้งสองข้างของเธออย่างนุ่มนวล คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“จะทำอะไรคะผู้กอง” เธอถามอย่างละล่ำละลัก“ทำไมถึงยังถามคำถามแบบนี้อยู่อีกล่ะครับ ถ้ามองตาแบบนี้ จับไหล่แบบนี้ สบตานานๆ แบบนี้ ผมมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นแหละ ที่ต้องการจากคุณ...เวนิตา”“ผ ผะ ผู้กองงง!!!” เรียวตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้นอย่างหวาดหวั่น รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาในทันใด "ไม่เอาหรอกค่ะ ฉันเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด อยากรู้นักว่าใครเป็นคนบีบแขนฉันซะแรง ดูสิเป็นรอยแดงหมดแล้ว" ร่างบางยื่นเรียวแขนเล็กที่เป็นรอยแดงจากการถูกฉ
“ความดีใจหรือเสียใจของฉัน ไม่ได้แสดงออกผ่านหยดน้ำตาเท่านั้นหรอกนะคะ สำหรับฉัน ความรู้สึกทุกๆ อย่างของฉัน คุณสามารถสังเกตได้จาก แววตาคู่นี้ที่เฝ้าดูคุณมาตลอด ทุกอย่างมันอยู่ในนี้ค่ะ ผู้กองฐานัตถ์” เธอบอก ก่อนที่เขาจะจับจ้องมาที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายวิบวับ มันคือประกายของความปิติยินดี ที่เขาแลเห็น และรู้แล้วว่า แววตาคู่นี้เป็นแววตาของเด็กผู้หญิงที่ไม่เอาไหน ที่เขาเคยสอนศิลปะการต่อสู้ให้เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนั้น เธอจะสวมแว่นสายตา“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กรุ่นน้องคนนั้นจะเป็นคุณ แต่ว่าตอนนั้นคุณสวมแว่นสายตาด้วยไม่ใช่เหรอ ผิดไปจากตอนนี้…”"คุณจำได้..." เธอรู้สึกประหลาดใจที่เขาจำรุ่นน้องอย่างเธอได้ "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ" เธอถามเขายิ้มออกมาก่อนตอบ"พร้อมกับที่ผมรู้ว่าคุณคือผู้กองวีนัสนั่นแหละครับ" คำตอบของเขาทำให้เวนิตาไม่รอช้ารีบบอกออกไปให้เขาได้รับรู้ทันทีว่า“ฉันลงทุนไปทำเลสิกที่ตาคู่นี้ ก็เพื่อที่จะมองเห็นคุณได้ชัดเจนขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างคุณ ขอบคุณนะคะที่คุณเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉันและก็ขอบคุณที่คุณยอมให้โอกาสฉัน”“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ผมรักคนไม่ผ
ร่างสูงของผู้กองฐานัตถ์เดินกลับลงมาที่ชั้นล่างนึกขึ้นได้ว่า เวนิตายังไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้า และเธอเองก็ยังต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง จึงคิดว่าจะเดินกลับขึ้นไปตาม แต่ก็ถูกผู้หมวดนลินเรียกตัวไว้ซะก่อน“หัวหน้าคะ”“ว่าไงหมวด” คนตัวสูงหันกลับมาตามเสียงเรียกของอีกฝ่าย“ลินมีข้อมูลบางอย่างของนาย
“หัวหน้ายังไม่ได้บอกอะไรกับคุณเหรอคะ” หมวดนลินหันมาถาม เวนิตาขมวดคิ้วอย่างงงๆ ก่อนตอบ“ยังเลยค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ผู้หมวดนลินไม่ได้ตอบ แต่เข้ามาจับแขนของเธอให้เข้ามานั่งลงที่เก้าอี้แทน ก่อนจะจัดแจงใช้สายรัดวัดตัว วัดนู่นนี่นั่นไปรอบๆ ร่างบางระหงที่เป็นเสมือนหุ่นให้กับเธอ“ช่วยยืนขึ้นหน่อยค่ะ คุณเ
"คุณ! " เวนิตาเอ่ยเสียงแผ่ว เขาหันไปเห็นเธอในสภาพที่ไม่น่ามองนัก ทั้งเนื้อตัวสะบักสะบอมเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และเลือดที่ไหลออกมาจากบริเวณศีรษะ รวมทั้งบนเรียวปากบางของเธอก่อนจะผละออกจากคนร้ายหวอออ...เสียงหวอจากรถของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายรู้ตัว แล้วรีบช่วยกันพยุงร่างของพวกมันเองที่สะบักสะบอมไม่แพ้กัน
“เดี๋ยวผมช่วยแล้วกัน เพราะคุณจะต้องกินยา” เขาบอกเสียงดุๆ หมู่จินหันไปมองหน้ากับหมวดภัทรอย่างรู้กัน รีบจัดการเคลียร์สิ่งที่อยู่บนพื้นแล้วรีบออกไปจากห้องหมวดภัทร กลับมานั่งที่โต๊ะอาหารตัวยาวที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะทำงานของชุดคุ้มครองพยานภายในเซฟเฮ้าส์แห่งนี้มือหนาหยิบเอกสารในซองสีน้ำตาลเข้มของหมวดน







