LOGINบทที่ 3
ลำดับเหตุการณ์ พยานและภาพความจำ
หลังจากผู้กองหนุ่มแยกกับลูกทีมคนสนิท ทว่าก็ขับรถกลับมายังคอนโดซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอยู่พอสมควร แต่ก็ยังคงมีรถไฟฟ้าแล่นผ่านด้วยความเจริญที่เริ่มกระจายไปอย่างทั่วถึง
เขาขับรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามายังลานจอดด้านหลังของตัวอาคารสูง 18 ชั้น เป็นลานจอดรถกลางแจ้งสามารถจอดรถยนต์ได้มากกว่าหนึ่งร้อยคัน และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง
มือแกร่งแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตูห้องแล้วเปิดออก มีแสงไฟจากด้านในสว่างไสวขึ้นอย่างอัตโนมัติ สายตาคมคายกวาดมองไปรอบห้อง เพื่อตรวจสอบความผิดปกติระหว่างที่เขาไม่อยู่ แต่เมื่อทุกอย่างเป็นปกติขาเรียวจึงก้าวเข้าไปด้านในอย่างสบายใจ
การเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกต จนบางครั้งดูเหมือนจะระแวงไปหมดซะทุกอย่าง แต่นั่นก็เพราะหน้าที่สอนให้เขาเป็นคนไม่ประมาทกับอะไรที่เล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าจะมีบุคคลไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยือนเขาเมื่อไหร่ ตั้งแต่การจากไปของลดา ว่าที่คู่หมั้นทำให้อะไรๆ ในชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิม
มือแกร่งวางปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติสีดำขลับคู่กาย 'ขนาด.40 สมิท แอนด์ เวสสัน' ลงที่ตู้ข้างเตียงหน้ามีกรอบรูปของหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งตั้งใกล้ๆ ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย เขายิ้มตอบ พลางหย่อนกายนั่งลงไปที่เตียง มองดูรูปถ่ายใบนั้นแล้วนึกถึงภาพวันเก่าๆ ของเขาและเธอ
'เรืองลดา โฆษิตพิทักษ์ หรือ ลดา หญิงสาวอ่อนหวาน จิตใจดี น้องสาวสุดรักสุดหวงของผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ เพราะความสนิทสนม และเห็นว่าผู้กองหนุ่มเป็นคนเอาการเอางาน ใส่ใจคนรอบข้าง ไม่ถือตัว และเป็นคนดี จึงแนะนำให้ได้รู้จักกับเธอ จนทั้งคู่เริ่มสนิทสนมและมีแพลนที่จะหมั้นกันเร็วๆ นี้ ก่อนที่เธอจะเตรียมตัวไปศึกษาระดับปริญาโทยังต่างประเทศ แต่ก็มาเกิดเรื่องร้ายๆ เสียก่อน
“ผมคิดถึงคุณนะ ลดา” ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มออกมาเล็กๆ แต่กลับแฝงดูหมองเศร้า พลางเลื่อนลิ้นชักตู้ข้างเตียงออกมา มีกล่องแหวนวางอยู่ด้านใน เขาหยิบมันขึ้นมาดูเป็นแหวนเพชรรูปหัวใจขนาดกะทัดรัดเหมาะกับนิ้วเรียวเล็กของอดีตว่าที่คู่หมั้น ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีโอกาสจะได้สวมใส่มันแล้ว เขาเก็บมันไว้ที่เดิม ก่อนจะหยิบปืนพกสั้นเข้าไปวางเก็บไว้ใกล้ๆ
ค่ำวันนั้น ร่างบางระหงสะพายกระเป๋าเป้ที่ไหล่ซ้าย เดินเข้าซอยเปลี่ยวหลังจากเลิกงานเพื่อกลับมายังที่พัก แต่ระหว่างทางนั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกใครบางคนสะกดรอยตาม
เวนิตาทำตัวให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ สาวเท้าให้ยาวและเร็วขึ้น แต่ยิ่งเพิ่มความเร็วก็ดูเหมือนกับว่าใครบางคนที่กำลังตามมาจากทางด้านหลังนั้นจะเร่งฝีเท้าตามเธอเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
มือบอบบางเอื้อมไปหยิบสเปรย์พริกไทยที่อยู่ด้านในกระเป๋าสะพายข้างแล้วกำไว้แน่น ก่อนจะหันขวับไปฉีดใส่เข้าที่หน้าของคนร้าย แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อคนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่คาดการณ์ไว้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณเวนิตา” หญิงสาวหน้าหวาน ยกสองมือขึ้นปราม พร้อมกับชูบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานให้เธอเห็นแล้วรีบแนะนำตัวออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“ดิฉัน ร้อยตำรวจตรีหญิง นลินรัตน์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางค่ะ”
“ผมร้อยตำรวจโทภัทรกาญจน์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางครับหรือจะเรียกผมสั้นๆ ว่าหมวดภัทรก็ได้ จำพวกเราได้ไหมครับ ที่เคยสอบปากคำคุณครั้งก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยถามเตือนความจำร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้า หลังจากที่เคยเจอกันมาแล้วก่อนหน้านี้ หมวดนลินที่ยืนอยู่ด้วยรีบเก็บบัตรประจำตัวแล้วรอฟังคำตอบ
“ค่ะ ฉันจำคุณสองได้” เวนิตาพยักหน้าพร้อมเก็บสเปรย์ใส่ลงไปในกระเป๋าดังเดิม
“พวกคุณสองคนมีธุระอะไรกับฉันคะ ต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกไหม บอกมาได้เลยนะคะ ดิฉันยินดีค่ะ” แพขนตายาวกะพริบตาขึ้นลงพลางสบตากับหมวดทั้งสองคนอย่างเป็นมิตร ด้วยคลายความกังวลลงไปบ้างแล้ว ในขณะที่ทั้งคู่ยังคงจ้องมองเธออยู่อย่างไม่ลดละ
“เรามีเรื่องสำคัญที่จะต้องขอความร่วมมือจากคุณ ขอเวลาให้เราสองคนซักหน่อยนะคะ” ผู้หมวดหน้าหวานกล่าว ก่อนจะหันไปสบสายตากับหมวดภัทรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ได้ค่ะ” เวนิตาตอบตกลงโดยไม่ลังเลที่จะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ เธอรีบตามพวกเขาไปยังรถยนต์ที่ถูกจอดแอบไว้ข้างกำแพงที่เป็นมุมอับสายตาเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจต่อผู้คนผ่านไปมานัก
เวลาต่อมา หมวดภัทร และ ผู้หมวดนลิน ขับรถพาเวนิตามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และใช้ห้องร้องคาราโอเกะเพื่อพูดคุย พลางเปิดเสียงเพลงคลอให้ดังพอที่จะกลบเสียงสนทนา เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยินได้ฟังเรื่องราวสำคัญ นอกจากพวกเขาเพียงสามคนเท่านั้น
“พวกคุณมีเรื่องสำคัญอะไรที่จะให้ฉันช่วยบอกมาได้เลยค่ะ ดิฉันยินดี” ร่างบางหันไปมองหน้าหมวดทั้งสอง ผู้หมวดนลินแสดงสีหน้าเครียดอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
“ถ้าเป็นเรื่องของคดี เราไม่มีอะไรจะถามเพิ่มเติมหรอกนะคะ เพราะคุณเองก็ได้ให้ข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว ว่าคืนวันเกิดเหตุนั้นคุณเห็นอะไรบ้าง” หมวดนลินชี้แจง ก่อนที่หมวดภัทรจะกล่าวเสริม
“คุณบอกว่าคุณเห็น คุณลดาไปที่ร้านคอฟฟี่คาเฟ่สาขาที่คุณทำงานอยู่ ซึ่งโดยปกติคุณลดา ก็จะไปนั่งที่ร้านนั้นบ่อยๆ เพื่อรอคนรักของเธอ ผมหมายถึงแฟน ซึ่งคุณมารู้หลังจากเกิดเหตุการณ์ไปแล้วว่าแฟนของคุณลดา คือ ร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา เจ้าหน้าที่ในหน่วยสืบสวนสอบสวนของเรา”
“ใช่ค่ะ พอช่วงก่อนร้านจะปิดซึ่งเป็นเวลาสองทุ่มกว่าก็จะมีรถบีเอ็มดับเบิลยูคันสีขาวมาจอดรับเธอที่หน้าร้าน หมายถึงรถของแฟนเธอน่ะค่ะ” ร่างบางกล่าวเสริม หมวดภัทรเล่าต่อ
“ซึ่งในวันนั้นต่างจากทุกวันตรงที่เธอไม่ได้มารอแฟน เพราะว่าเธอได้คุยโทรศัพท์กับใครบางคน และดูเหมือนว่าเธอกำลังรอคนๆ นึงอยู่ที่ร้าน จนกระทั้งก่อนร้านจะปิด เธอขอให้ที่ร้าน ช่วยเปิดต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง จนถึงสองทุ่มครึ่ง” เวนิตาพยักหน้าแทนการสนับสนุนในเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังเล่า
“แล้วปรากฏว่าไม่มีใครมา เธอออกจากร้านไปเกือบๆ สามทุ่ม ซึ่งคุณเห็นความผิดปกติ จากสีหน้าที่ดูเป็นกังวลของเธอ ทำให้คุณแอบตามเธอไปหลังจากที่คุณปิดร้าน” หมวดภัทรก้มลง มองสมุดบันทึกรายงานของเขาแล้วพูดต่อไป
“ถ้าไม่บอก งั้นเรามาดูหลักฐานกันไหม” ผู้กองหนุ่มพูดพร้อมกับทำท่าว่าจะเปิดกระเป๋าสะพายของเธอ มือบางรีบคว้าคืนมาแต่ถูกเขายื้อกลับ ทั้งคู่ออกแรงยื้อยุดกันไปมาสักพัก ก่อนที่กระเป๋าจะหลุดจากสายสะพายตกลงพื้น แรงกระแทกทำให้ตัวกล้องที่อยู่ด้านในบุบ ส่วนเลนส์หน้ากล้องก็หล่นแตกเพล้ง!!!“นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” เวนิตาแหวใส่เพราะเริ่มไม่สนุกด้วย ก้มลงจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาแต่ถูกมือแกร่งของคนตัวสูงกว่าคว้าตัดหน้าไป ก่อนที่เขาจะเปิดดูความเสียหายด้านใน และเห็นว่าตัวกล้องถ่ายรูปอยู่ในสภาพที่บุบ ส่วนเลนส์ก็แตก เขาพยายามเปิดแต่เปิดไม่ติด“แบตหมด!” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะถอดการ์ดความจำในเครื่องออกมา“นี่คุณจะทำอะไร กล้องถ่ายรูปฉันพังหมดแล้ว คุณเห็นไหมเนี่ย” เวนิตาเดินตามไปคว้าของคืนแต่ไม่ทัน คนขายาวที่ก้าวเท้าเร็วกว่า รีบเดินจ้ำไปยังประตูหน้าห้องของเวนิตา ที่พึ่งจะอ้างว่าเป็นห้องของตัวเองเวนิตาวิ่งตามไปที่หน้าประตู มือแกร่งหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อแตะที่หน้าประตูห้องเพื่อเปิดออกพร้อมกับลากแขนของเธอให้เข้ามาข้างใน ร่างบางตกใจหน้าเปลี่ยนสีทันที เมื่อรู้ว่าห้องๆ นั้นเป็นห้องของเขา“ปล่อยฉันนะ ผู
สายลมโชยพัดพาเอาเสื้อยืดคอวีสีขาวตัวบางที่สวมใส่อยู่แนบเนื้อเผยให้เห็นสรีระกล้ามเนื้อเน้นๆ ซิกแพคแน่นๆ อย่างชัดเจน เขาก้มลงพันขากางเกงยีนส์ขึ้นเล็กน้อยให้อยู่บริเวณน่อง เพื่อไม่ให้ทรายขาวเปื้อนขากางเกงตัวเก่งที่สวมใส่มาและจะต้องสวมกลับเสียงชัตเตอร์รัวๆ ดังอยู่ไกลๆ ทำให้ร่างสูงไม่ได้ยินเสียงของคนที่กำลังแอบถ่าย เวนิตาแอบตามผู้กองฐานัตถ์มาที่หาด เมื่อเธอรู้ว่าเขาลาพักร้อนและเดินทางมาที่นี่ นิ้วเรียวกดถ่ายภาพอย่างสนุกมือ ทั้งบรรยากาศสวยๆ และนายแบบหล่อๆ ยิ่งทำให้เธอเผลอรัวชัตเตอร์จนแบตหมด!“อ้าวเฮ้ย! แบตหมด โอ้ย...จอดรถตั้งไกล จะกลับไปเอามายังไงเนี่ย” เรียวปากบางบ่นอุบ เพราะถ่ายต่อไม่ได้แล้ว ต้องละจากกล้องและเก็บมันใส่ไปในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะแอบมองดูเขาอยู่ห่างๆ“ไม่เป็นไร น่าจะได้หลายรูปอยู่เหมือนกันนะ” เธอยิ้มออกมาเล็กๆ กับผลงานชิ้นโบว์แดง จากการที่เธอรัวชัตเตอร์แบบไม่รอให้เขาได้ตั้งท่า หรือ เปลี่ยนอิริยาบถ ร่างบางระหงเดินกลับมาที่รถ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ที่ริมหาดแล้ว“ไม่ค้างที่นี่จริงๆ เหรอ พ่อฐา” คุณหญิงสมรย้ำถามหลานชายที่กำลังเดินไปที่รถซึ่งนายเข้มพึ่งขับวนเข้ามาจอด สมร รุจี และ
“ผมลาพักร้อนมาน่ะครับ ก็เลยมีเวลาแวะมาได้ แล้วนี่คุณหญิงทำอะไรทานครับเนี่ย กลิ่นหอมไปถึงชายทะเลนู่นเลย” คุณหญิงรุจีเห็นลูกชายรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ก็อดส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูด้วยไม่ได้“มะระตุ๋นซี่โครงหมู เต้าหู้ผัดบร็อคโคลี่ แล้วก็ห่อหมกปลากะพง อาหารของผู้สูงวัยจ้ะ เดี๋ยวฐาทานกับแม่นะจ๊ะลูกรัก”“ได้ครับ หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย” ฐานัตถ์ตอบรับก่อนจะเดินตามผู้เป็นมารดาออกมาที่ห้องนั่งเล่น“ฐาหิวมากหรือเปล่าล่ะจ๊ะ จะกินเลยไหม พอดีคุณป้าท่านออกไปซื้อผลไม้ อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามาแล้วล่ะ”“ไม่เป็นไรครับผมรอได้ เมื่อกี้ตอนขับรถเข้ามา รู้สึกว่าจะสวนกับคุณป้าอยู่เหมือนกัน แต่คุณป้าคงไม่ทันได้สังเกตเห็นผม”“ก็แบบนี้แหละจ้า สายตาของคนแก่ จะไปเทียบอะไรกับคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว”“แต่คุณหญิงรุจีของผมยังสาว แล้วก็ยังสวยอยู่เลยนะครับ” มือแกร่งกุมมือของผู้เป็นมารดา รุจียิ้มหน้าบานพลางกุมมือตอบด้วยความอ่อนโยน“งั้นเรารอคุณป้ามากันก่อนนะ” พูดจบรุจีก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ ลูกชาย ใบหน้าเรียวหันไปจ้องหน้ากับผู้เป็นแม่ ใบหน้าฉงน“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก” รุจีถามน้ำเสียงอ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีถึงคว
บทที่ 4 สะกดรอยเช้าวันต่อมา ผู้กองฐานัตถ์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางเผยให้เห็นหุ่นที่ดูฟิตแอนด์เฟิร์มของคนที่ดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กำลังตระเตรียมมื้อเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ ตามประสาคนที่กลับมาเป็นโสดอีกครั้งเขาลงมือทำมื้อเช้าอย่างง่าย ซึ่งอาหารที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ขนมปังปิ้งกับนมสด แต่เป็นมื้อเช้าธรรมดาๆ ที่สุดแสนจะวิเศษ หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง กับข้าวต้มหมูบดทรงเครื่อง หน้าตาน่ารับประทานนอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีของหน่วยสืบสวนสอบสวนแล้วผู้กองฐานัตถ์ยังมีฝีมือในด้านการทำอาหารที่ถูกสอนมาอย่างคุ้นมือกับเมนูง่ายๆ สำหรับหนุ่มโสดสามารถลงมือทำเองได้ เมื่อต้องออกมาอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งวัยทำงาน เขาก็ยังไม่ลืมในสิ่งที่ผู้เป็นมารดาได้พร่ำสอนอาหารถูกจัดวางบนโต๊ะ ก่อนเสียงกริ่งจะดังเร้าให้คนในครัวพื้นที่ขนาด 14 ตารางวา ต้องละจากตรงหน้า แล้วเดินออกไปที่ประตูหน้าห้องภายในคอนโดขนาด 200 ตารางเมตร ซึ่งถูกจัดสรรเป็นสัดส่วน ทำให้เขามีพื้นที่ในการเนรมิตคอนโด 1 ยูนิต ความสูง 2 ชั้นให้เป็นเสมือนบ้านเดี่ยวขนาดสองชั้นได้อย่างลงตัวมือแกร่งเปิดประตู เห็นหมู่จินยืนหน้าแดงเหง
“ขอโทษนะคะ พวกคุณคิดว่าการเสียชีวิตของคุณลดา เกี่ยวข้องกับคดีที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนของพวกคุณ จับตายนายกิตติพ่อของนายพลกฤษณ์ในคดียาเสพติดเมื่อสองเดือนก่อนด้วยหรือเปล่าคะ” เวนิตาถามออกไปตรงๆ หมวดนลิน และ หมวดภัทรสบตากันไปมา“ทางเรายังไม่สรุปสาเหตุจูงใจของคดีนี้ แต่เราก็ไม่ตัดข้อสงสัยนี้ทิ้งไปอย่างแน่นอน นายพลกฤษณ์ ยังอยู่ในข่ายของผู้ต้องสงสัยรายแรกๆ และทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนคดีให้เร็วที่สุด แต่ว่า” ผู้หมวดนลินอ้ำอึ้ง เวนิตามองอย่างสงสัย เธอเปิดคลิปวิดีโอ ซึ่งได้ภาพมาจากกล้องวงจรปิดภายในซอยที่พักของเวนิตาแล้วส่งไอแพดให้เธอดู“ผู้ชายสองคนในคลิป สะกดรอยตามคุณมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ คุณเวนิตาพอจะรู้ตัวบ้างไหมครับ” หมวดภัทรสอบถาม เวนิตามองดูคนในคลิปแล้วตกใจที่เธอปล่อยให้คนพวกนั้นสะกดรอยตาม โดยที่เธอไม่ทันระวังตัวมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ได้อย่างไร“ไม่เลยค่ะ ฉันเองก็พึ่งทราบ...จากพวกคุณ แต่ความจริง ฉันเองก็พอจะรู้สึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกตามติดแบบนี้” ร่างบางเงยหน้าสบตากับหมวดทั้งสองใบหน้าวิตกกังวล“เพราะเรื่องนี้ เราถึงได้มาหาคุณ พวกเราไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับคดีของคุณลดาหรือเปล
“คุณเรียกรถแท็กซี่ให้ขับตามเธอไป ซึ่งระหว่างทาง เธอได้แวะเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ก่อนจะขับออกไปที่นอกเมือง จากนั้นก็ขับเข้าไปในซอยที่ลึกและค่อนข้างเปลี่ยวแล้วไปจอดที่หน้ารถตู้คันหนึ่งบริเวณใกล้ๆ กับโกดังร้าง ต่อจากนั้นคุณก็ลงจากรถแล้วแอบตามไป เพื่อดูสถานการณ์ โดยให้แท็กซี่จอดรออยู่ด้านนอก”“ใช่ค่ะ”“แล้วคุณก็รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนใช้อะไรบางอย่างตีเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ก่อนที่คุณจะหมดสติไป หลังจากนั้นคุณก็มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่คนขับรถแท็กซี่มาตามหาคุณ เพราะเห็นว่าคุณหายไปนาน” หมวดภัทรจ้องหน้าเธอ ใบหน้าเนียนสบตาแล้วพยักหน้ารับคำ“ค่ะ ฉันกับพี่คนขับรถแท็กซี่ก็พบกับร่างของคุณลดานอนอยู่ข้างรถของเธอ ก่อนจะรู้ว่าเธอไม่มีลมหายใจแล้ว ฉันให้พี่คนขับแท็กซี่ช่วยโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะโทรศัพท์มือถือของฉันหายไป”“แล้วจากนั้นตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก็มาถึง พบว่าคุณลดาถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย และกลางหลังรวมสามนัดด้วยกระสุนปืน ขนาด.44 Special" หมวดนลินกล่าวเสริม“หลังจากวันนั้น จนถึงวันนี้ทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้พยายามกันอ







