LOGINบทที่ 2
เมื่อแรกพบยังไม่ทันได้สบตา
“เออหมู่ เดี๋ยวบ่ายนี้ผมเลี้ยงกาแฟนะ” ผู้กองฐานัตถ์พูดขณะที่ก้มหน้าลงลายเซ็นในใบลาพักร้อน หมู่จินยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนเริ่มที่จะผ่อนคลายตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว มือหนายกขึ้นลูบที่ปากพลางยิ้มกว้างแล้วว่า
“โหว...ลาภปากผมเลยนะครับเนี่ย เดี๋ยวผมโทรสั่งเลยดีกว่า” หมู่จินล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทว่าฝ่ามือแกร่งกลับยกมือขึ้นปราม
“ไม่ต้องสั่งเข้ามาหรอก ผมจะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก เดี๋ยวหมู่ตามหมวดภัทรกับหมวดนลินไปด้วยนะ” ผู้กองฐานัตถ์ยื่นเอกสารใบลาให้ลูกทีมคนสนิทพลางบอก แต่หมู่จินกลับส่ายหน้าไปมาแล้วตอบกลับไปทันทีว่า
“คงไม่ได้หรอกครับ หมวดสองคนออกไปหาข่าว...ไม่เข้ามาแล้วล่ะครับ”
“อ้าวเหรอ...ถ้างั้นเราก็ต้องไปกันสองคนสิ หมู่ไม่ถือใช่ไหม” ผู้กองฐานัตถ์ติดตลกถามออกไปแบบขำๆ
“โอ้ย...ผมไม่ถือหรอกครับ ของฟรีเนี่ยผมยิ่งชอบเลย” หมู่จินหัวเราะ
“ถ้างั้นไปหมู่!!” ผู้กองฐานัตถ์ยิ้มพร้อมลุกจากเก้าอี้เดินไปตบบ่าลูกทีมคนสนิทดังอั่กหนึ่งที แบบแมนๆ แล้วเดินนำหน้าไปที่รถ หมู่จินตัวงอกับน้ำหนักมือรีบนำเอกสารไปเก็บก่อนจะรีบแจ้นตามออกไป
รถสปอร์ตสีขาวดีไซน์หรู ตราธงรัฐบาวาเรียของเยอรมนี ถูกจอดติดเครื่องรอไว้ ระหว่างผู้กองฐานัตถ์ประจำอยู่ที่เบาะคนขับนั่งมองผ่านกระจกมองข้างเห็น 'ผู้กองรฉัตร' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ในหน่วยงาน และสังกัดเดียวกัน เดินขึ้นบันไดไปที่กองบัญชาการก็หันไปถามหมู่จินทันที เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามานั่งภายในรถ
“เออนี่หมู่ ผู้กองรฉัตรนี่ไม่ได้ออกไปตามคดีกับหมวดสองคนเหรอ” ผู้กองฐานัตถ์คาดเข็มขัดก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากลานจอดขณะที่ซักถาม
“อืม...ก็ไม่นี่ครับ ปกติเวลาแกไปสืบคดี หรือ อะไรเนี่ย ก็จะเอาคนของแกไปด้วย หมวดต้อง หรือไม่ก็ดาบสมควร หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ” หมู่จินถามงงๆ ด้วยว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ผู้กองรฉัตรจะฉายเดี่ยว เพราะเธอเป็นประเภทที่ชอบโชว์แมนกว่าหนุ่มๆ เจ้าหน้าที่ในหน่วยฯ หลายๆ คน และไม่คิดแปลกใจที่มักจะเห็นเธอไปไหนมาไหนเพียงลำพัง
“ผมก็ถามไปงั้นแหละหมู่ เห็นหมวดสองคนไปหาข่าว นึกว่าจะไปตามเรื่องคดี ก็คิดว่าผู้กองน่าจะไปด้วย”
“อ๋อ ไม่หรอกครับ ปกติของรายนี้เขาอยู่แล้ว” หมู่จินตอบพลางเอนหลังนอนราบไปที่เบาะอย่างสบายใจ โดยมีสารถีเป็นถึงหัวหน้างานของตัวเอง 'ไม่ธรรมดาจริงๆ '
ผู้กองฐานัตถ์ขับรถพาลูกน้องคนสนิทไปที่ร้านกาแฟอย่างเต็มใจ ซึ่งร้านกาแฟที่ว่านี้ อยู่ไม่ไกลจากกองบัญชาการมากนัก ขับรถยูเทิร์นมาเพียงแค่ไม่ถึงสิบกว่านาทีก็ถึงร้านคอฟฟี่ช็อป คอฟฟี่ คาเฟ่ แล้ว
ที่ร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ เวนิตา ทำงานเป็น 'บาริสต้า' มือใหม่ ของที่นี่มาได้เกือบๆ เดือน ถึงเธอจะไม่ได้เรียนจบมาด้านนี้โดยตรง แต่เพราะพรสวรรค์เล็กๆ ที่ชื่นชอบการชงกาแฟและหลงใหลกลิ่นหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟคั่วบด ก็ทำให้เธอรู้สึกสนใจงานด้านนี้ จนอยากจะลองเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเองดูบ้าง
“อ้าวเฮ้ย! ยัยเว...วันนี้มาทำโอทีเหรอ” หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มประจำร้านสีขาว ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายทางหันมาถาม ขณะที่เอวคอดบางเดินเข้ามาหลังร้านพลางสวมผ้ากันเปื้อนในแบบเดียวกัน
“ค่ะพี่แป้ง มาทำโอทีแทนพี่พลอยค่ะ” มือบางเดินไปเปิดก๊อกที่อ่างล้างมือแล้วหันกลับมาตอบ
“อืม จริงสิเมื่อเช้ายัยพลอย โทรมาลางาน บอกจะพาหมาไปหาหมอ เห็นว่าเจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถ่ายหนักไม่ยอมหยุด ไง...แทนที่จะได้พักผ่อน เลยต้องมาทำงานแทนยัยพลอย แม่คนรักสัตว์เลยสิเรา” เวนิตาส่ายหน้าไปมาเล็กๆ พลางตอบอย่างเต็มใจ
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ คิดซะว่ารับจ๊อบพิเศษ ได้เงิน แล้วก็ได้เพื่อนคุยด้วย วันหยุดเวเองก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน สู้มาทำงานเจอพี่แป้ง เจอยัยรินสนุกกว่าเยอะค่ะ” พูดจบก็หันมายิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ทั้งคู่ยิ้มตอบกันไปมาก่อนที่สาวร่างเล็กผมบ๊อบในชุดยูนิฟอร์มประจำร้านอกีคนจะเดินตามเข้ามาสมทบ
“คิดแบบนี้ก็ดีนะ เดี๋ยวคราวหน้า ถ้าฉันต้องมาทำโอทีบ้าง จะลองคิดแบบแกดู ไม่งั้นนะฉันคงขี้เกียจตายเลย งานแบบเรานานๆ ทีจะได้หยุด พอหยุดก็ไม่ตรงกับชาวบ้านชาวช่องเขาอีก พูดแล้วก็อยากลาออกจากงานซะจริงๆ แต่ทำไงได้ ไอ้เรามันเป็นมนุษย์ ก็ต้องกินต้องใช้เนอะ” รินเห็นด้วยกับเวนิตา รีบเอ่ยคำสนับสนุน ใบหน้าเนียนหันไปหาเพื่อนร่วมงานที่กุลีกุจอเข้ามาร่วมเสนอความคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจจะต่อความกับเธอ ยิงคำถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น
“สวัสดีจ้ะริน ข้างนอกเรียบร้อยดีไหม มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” เวนิตาชะเง้อคอมองออกไปยังโซนหน้าร้านที่ถูกจัดเป็นสวนร่มรื่น เหมาะกับลูกค้าที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติ มีต้นไม้เรียงรายเป็นป่าทึบๆ อยู่ด้านนอก ส่วนด้านในถูกตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ แต่เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ
“ทุกอย่างสมบูรณ์เฟอร์เฟ็ค ฉันพึ่งยกอเมริกาโน่ไปเสิร์ฟตะกี้ เห็นลูกค้าคุยโทรศัพท์อยู่คงไม่ต้องการอะไรเพิ่มหรอก ฉันว่าพวกเรามาเม้าท์มอยเรื่องนักร้อง กอไก่ ที่กำลังติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันดีกว่านะ กำลังแซ่บเลย!!!” รินสาวขาเม้าท์ รีบอ้อมเคาน์เตอร์มาที่หลังร้าน ท่าทางคันปากอยากจะคุยเต็มที่ เวนิตาอมยิ้มอดขำออกมาเล็กๆ ไม่ได้กับนิสัยของเพื่อนร่วมงานคนนี้
ริน บาริสต้าสาวสวยวัย 27 ปี ซึ่งอายุมากกว่าเวนิตาเพียงแค่ปีเดียว แต่เธอก็มักจะทำตัวเป็นเด็กๆ ขี้เล่น ชอบพูด ชอบเม้าท์ทั้งในและนอกเวลาทำงาน บางครั้งก็ชอบทำตัวเป็นเจ้าแม่ขาเม้าท์ซุบซิบดาราในแวดวงบันเทิง รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งเธอก็ไม่เคยพลาดที่จะเก็บมาเม้าท์แม้แต่เรื่องเดียว
สักพัก รถของผู้กองฐานัตถ์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านที่ติดป้ายตัวหนังสือขนาดใหญ่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า 'คอฟฟี่ คาเฟ่ ยินดีต้อนรับ'
“ที่นี่ ใช่ไหมหมู่” ฝ่ามือแกร่งค่อยๆ คลายมือที่กำพวงมาลัยรถยนต์ แล้วลดมือลงมาปลดสายนิรภัยออกจากที่นั่ง
“ร้านนี้แหละครับหัวหน้า รสชาติกาแฟเข้มข้น นุ่มละมุนลิ้น” หมู่จินเริ่มเอ่ยปากชมถึงร้านกาแฟที่ตัวเองใฝ่ฝันหา
“แสดงว่าหมู่มาบ่อย นัดสาวๆ มาสิท่า” ร่างสูงหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“อย่าแซ็วกันเล่นแบบนี้สิครับ หัวหน้าก็รู้ว่าผมไม่มีสาวที่ไหน”
“นี่หมู่ยังไม่จีบใครใหม่อีกเหรอ ตั้งแต่อกหักเพราะหลงรักนักร้องคาเฟ่สาวสวยคนนั้น” ผู้กองฐานัถต์เปิดประตูก้าวขาเรียวยาวราวกับนายแบบลงจากรถยนต์คันหรู พร้อมกับหมู่จิน ก่อนที่ทั้งคู่เดินมาสบทบกันที่หน้าร้าน
“จะมีผู้หญิงคนไหนมาสนใจหมู่จนๆ อย่างผมกันล่ะครับ” หมู่จินทำสีหน้าเศร้าๆ เจ้าของเรียวปากชมพูเรื่อยกมือขึ้นตบที่บ่าลูกทีมหน้าซื่อ พลางปลอบใจ
“เอาน่าหมู่! จริงใจเข้าไว้ ผู้หญิงน่ะเขาชอบผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่ มีเวลาให้ไม่ใช่แค่มีเงินหรอกนะ อย่าเหมือนผม!” พูดจบผู้กองฐานัตถ์ก็เดินนำหน้าเข้าไปในบริเวณร้าน
“ถ้าไม่บอก งั้นเรามาดูหลักฐานกันไหม” ผู้กองหนุ่มพูดพร้อมกับทำท่าว่าจะเปิดกระเป๋าสะพายของเธอ มือบางรีบคว้าคืนมาแต่ถูกเขายื้อกลับ ทั้งคู่ออกแรงยื้อยุดกันไปมาสักพัก ก่อนที่กระเป๋าจะหลุดจากสายสะพายตกลงพื้น แรงกระแทกทำให้ตัวกล้องที่อยู่ด้านในบุบ ส่วนเลนส์หน้ากล้องก็หล่นแตกเพล้ง!!!“นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” เวนิตาแหวใส่เพราะเริ่มไม่สนุกด้วย ก้มลงจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาแต่ถูกมือแกร่งของคนตัวสูงกว่าคว้าตัดหน้าไป ก่อนที่เขาจะเปิดดูความเสียหายด้านใน และเห็นว่าตัวกล้องถ่ายรูปอยู่ในสภาพที่บุบ ส่วนเลนส์ก็แตก เขาพยายามเปิดแต่เปิดไม่ติด“แบตหมด!” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะถอดการ์ดความจำในเครื่องออกมา“นี่คุณจะทำอะไร กล้องถ่ายรูปฉันพังหมดแล้ว คุณเห็นไหมเนี่ย” เวนิตาเดินตามไปคว้าของคืนแต่ไม่ทัน คนขายาวที่ก้าวเท้าเร็วกว่า รีบเดินจ้ำไปยังประตูหน้าห้องของเวนิตา ที่พึ่งจะอ้างว่าเป็นห้องของตัวเองเวนิตาวิ่งตามไปที่หน้าประตู มือแกร่งหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อแตะที่หน้าประตูห้องเพื่อเปิดออกพร้อมกับลากแขนของเธอให้เข้ามาข้างใน ร่างบางตกใจหน้าเปลี่ยนสีทันที เมื่อรู้ว่าห้องๆ นั้นเป็นห้องของเขา“ปล่อยฉันนะ ผู
สายลมโชยพัดพาเอาเสื้อยืดคอวีสีขาวตัวบางที่สวมใส่อยู่แนบเนื้อเผยให้เห็นสรีระกล้ามเนื้อเน้นๆ ซิกแพคแน่นๆ อย่างชัดเจน เขาก้มลงพันขากางเกงยีนส์ขึ้นเล็กน้อยให้อยู่บริเวณน่อง เพื่อไม่ให้ทรายขาวเปื้อนขากางเกงตัวเก่งที่สวมใส่มาและจะต้องสวมกลับเสียงชัตเตอร์รัวๆ ดังอยู่ไกลๆ ทำให้ร่างสูงไม่ได้ยินเสียงของคนที่กำลังแอบถ่าย เวนิตาแอบตามผู้กองฐานัตถ์มาที่หาด เมื่อเธอรู้ว่าเขาลาพักร้อนและเดินทางมาที่นี่ นิ้วเรียวกดถ่ายภาพอย่างสนุกมือ ทั้งบรรยากาศสวยๆ และนายแบบหล่อๆ ยิ่งทำให้เธอเผลอรัวชัตเตอร์จนแบตหมด!“อ้าวเฮ้ย! แบตหมด โอ้ย...จอดรถตั้งไกล จะกลับไปเอามายังไงเนี่ย” เรียวปากบางบ่นอุบ เพราะถ่ายต่อไม่ได้แล้ว ต้องละจากกล้องและเก็บมันใส่ไปในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะแอบมองดูเขาอยู่ห่างๆ“ไม่เป็นไร น่าจะได้หลายรูปอยู่เหมือนกันนะ” เธอยิ้มออกมาเล็กๆ กับผลงานชิ้นโบว์แดง จากการที่เธอรัวชัตเตอร์แบบไม่รอให้เขาได้ตั้งท่า หรือ เปลี่ยนอิริยาบถ ร่างบางระหงเดินกลับมาที่รถ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ที่ริมหาดแล้ว“ไม่ค้างที่นี่จริงๆ เหรอ พ่อฐา” คุณหญิงสมรย้ำถามหลานชายที่กำลังเดินไปที่รถซึ่งนายเข้มพึ่งขับวนเข้ามาจอด สมร รุจี และ
“ผมลาพักร้อนมาน่ะครับ ก็เลยมีเวลาแวะมาได้ แล้วนี่คุณหญิงทำอะไรทานครับเนี่ย กลิ่นหอมไปถึงชายทะเลนู่นเลย” คุณหญิงรุจีเห็นลูกชายรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ก็อดส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูด้วยไม่ได้“มะระตุ๋นซี่โครงหมู เต้าหู้ผัดบร็อคโคลี่ แล้วก็ห่อหมกปลากะพง อาหารของผู้สูงวัยจ้ะ เดี๋ยวฐาทานกับแม่นะจ๊ะลูกรัก”“ได้ครับ หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย” ฐานัตถ์ตอบรับก่อนจะเดินตามผู้เป็นมารดาออกมาที่ห้องนั่งเล่น“ฐาหิวมากหรือเปล่าล่ะจ๊ะ จะกินเลยไหม พอดีคุณป้าท่านออกไปซื้อผลไม้ อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามาแล้วล่ะ”“ไม่เป็นไรครับผมรอได้ เมื่อกี้ตอนขับรถเข้ามา รู้สึกว่าจะสวนกับคุณป้าอยู่เหมือนกัน แต่คุณป้าคงไม่ทันได้สังเกตเห็นผม”“ก็แบบนี้แหละจ้า สายตาของคนแก่ จะไปเทียบอะไรกับคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว”“แต่คุณหญิงรุจีของผมยังสาว แล้วก็ยังสวยอยู่เลยนะครับ” มือแกร่งกุมมือของผู้เป็นมารดา รุจียิ้มหน้าบานพลางกุมมือตอบด้วยความอ่อนโยน“งั้นเรารอคุณป้ามากันก่อนนะ” พูดจบรุจีก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ ลูกชาย ใบหน้าเรียวหันไปจ้องหน้ากับผู้เป็นแม่ ใบหน้าฉงน“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก” รุจีถามน้ำเสียงอ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีถึงคว
บทที่ 4 สะกดรอยเช้าวันต่อมา ผู้กองฐานัตถ์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางเผยให้เห็นหุ่นที่ดูฟิตแอนด์เฟิร์มของคนที่ดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กำลังตระเตรียมมื้อเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ ตามประสาคนที่กลับมาเป็นโสดอีกครั้งเขาลงมือทำมื้อเช้าอย่างง่าย ซึ่งอาหารที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ขนมปังปิ้งกับนมสด แต่เป็นมื้อเช้าธรรมดาๆ ที่สุดแสนจะวิเศษ หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง กับข้าวต้มหมูบดทรงเครื่อง หน้าตาน่ารับประทานนอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีของหน่วยสืบสวนสอบสวนแล้วผู้กองฐานัตถ์ยังมีฝีมือในด้านการทำอาหารที่ถูกสอนมาอย่างคุ้นมือกับเมนูง่ายๆ สำหรับหนุ่มโสดสามารถลงมือทำเองได้ เมื่อต้องออกมาอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งวัยทำงาน เขาก็ยังไม่ลืมในสิ่งที่ผู้เป็นมารดาได้พร่ำสอนอาหารถูกจัดวางบนโต๊ะ ก่อนเสียงกริ่งจะดังเร้าให้คนในครัวพื้นที่ขนาด 14 ตารางวา ต้องละจากตรงหน้า แล้วเดินออกไปที่ประตูหน้าห้องภายในคอนโดขนาด 200 ตารางเมตร ซึ่งถูกจัดสรรเป็นสัดส่วน ทำให้เขามีพื้นที่ในการเนรมิตคอนโด 1 ยูนิต ความสูง 2 ชั้นให้เป็นเสมือนบ้านเดี่ยวขนาดสองชั้นได้อย่างลงตัวมือแกร่งเปิดประตู เห็นหมู่จินยืนหน้าแดงเหง
“ขอโทษนะคะ พวกคุณคิดว่าการเสียชีวิตของคุณลดา เกี่ยวข้องกับคดีที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนของพวกคุณ จับตายนายกิตติพ่อของนายพลกฤษณ์ในคดียาเสพติดเมื่อสองเดือนก่อนด้วยหรือเปล่าคะ” เวนิตาถามออกไปตรงๆ หมวดนลิน และ หมวดภัทรสบตากันไปมา“ทางเรายังไม่สรุปสาเหตุจูงใจของคดีนี้ แต่เราก็ไม่ตัดข้อสงสัยนี้ทิ้งไปอย่างแน่นอน นายพลกฤษณ์ ยังอยู่ในข่ายของผู้ต้องสงสัยรายแรกๆ และทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนคดีให้เร็วที่สุด แต่ว่า” ผู้หมวดนลินอ้ำอึ้ง เวนิตามองอย่างสงสัย เธอเปิดคลิปวิดีโอ ซึ่งได้ภาพมาจากกล้องวงจรปิดภายในซอยที่พักของเวนิตาแล้วส่งไอแพดให้เธอดู“ผู้ชายสองคนในคลิป สะกดรอยตามคุณมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ คุณเวนิตาพอจะรู้ตัวบ้างไหมครับ” หมวดภัทรสอบถาม เวนิตามองดูคนในคลิปแล้วตกใจที่เธอปล่อยให้คนพวกนั้นสะกดรอยตาม โดยที่เธอไม่ทันระวังตัวมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ได้อย่างไร“ไม่เลยค่ะ ฉันเองก็พึ่งทราบ...จากพวกคุณ แต่ความจริง ฉันเองก็พอจะรู้สึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกตามติดแบบนี้” ร่างบางเงยหน้าสบตากับหมวดทั้งสองใบหน้าวิตกกังวล“เพราะเรื่องนี้ เราถึงได้มาหาคุณ พวกเราไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับคดีของคุณลดาหรือเปล
“คุณเรียกรถแท็กซี่ให้ขับตามเธอไป ซึ่งระหว่างทาง เธอได้แวะเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ก่อนจะขับออกไปที่นอกเมือง จากนั้นก็ขับเข้าไปในซอยที่ลึกและค่อนข้างเปลี่ยวแล้วไปจอดที่หน้ารถตู้คันหนึ่งบริเวณใกล้ๆ กับโกดังร้าง ต่อจากนั้นคุณก็ลงจากรถแล้วแอบตามไป เพื่อดูสถานการณ์ โดยให้แท็กซี่จอดรออยู่ด้านนอก”“ใช่ค่ะ”“แล้วคุณก็รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนใช้อะไรบางอย่างตีเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ก่อนที่คุณจะหมดสติไป หลังจากนั้นคุณก็มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่คนขับรถแท็กซี่มาตามหาคุณ เพราะเห็นว่าคุณหายไปนาน” หมวดภัทรจ้องหน้าเธอ ใบหน้าเนียนสบตาแล้วพยักหน้ารับคำ“ค่ะ ฉันกับพี่คนขับรถแท็กซี่ก็พบกับร่างของคุณลดานอนอยู่ข้างรถของเธอ ก่อนจะรู้ว่าเธอไม่มีลมหายใจแล้ว ฉันให้พี่คนขับแท็กซี่ช่วยโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะโทรศัพท์มือถือของฉันหายไป”“แล้วจากนั้นตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก็มาถึง พบว่าคุณลดาถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย และกลางหลังรวมสามนัดด้วยกระสุนปืน ขนาด.44 Special" หมวดนลินกล่าวเสริม“หลังจากวันนั้น จนถึงวันนี้ทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้พยายามกันอ







