ログインบทที่ 2
เมื่อแรกพบยังไม่ทันได้สบตา
“เออหมู่ เดี๋ยวบ่ายนี้ผมเลี้ยงกาแฟนะ” ผู้กองฐานัตถ์พูดขณะที่ก้มหน้าลงลายเซ็นในใบลาพักร้อน หมู่จินยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนเริ่มที่จะผ่อนคลายตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว มือหนายกขึ้นลูบที่ปากพลางยิ้มกว้างแล้วว่า
“โหว...ลาภปากผมเลยนะครับเนี่ย เดี๋ยวผมโทรสั่งเลยดีกว่า” หมู่จินล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทว่าฝ่ามือแกร่งกลับยกมือขึ้นปราม
“ไม่ต้องสั่งเข้ามาหรอก ผมจะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก เดี๋ยวหมู่ตามหมวดภัทรกับหมวดนลินไปด้วยนะ” ผู้กองฐานัตถ์ยื่นเอกสารใบลาให้ลูกทีมคนสนิทพลางบอก แต่หมู่จินกลับส่ายหน้าไปมาแล้วตอบกลับไปทันทีว่า
“คงไม่ได้หรอกครับ หมวดสองคนออกไปหาข่าว...ไม่เข้ามาแล้วล่ะครับ”
“อ้าวเหรอ...ถ้างั้นเราก็ต้องไปกันสองคนสิ หมู่ไม่ถือใช่ไหม” ผู้กองฐานัตถ์ติดตลกถามออกไปแบบขำๆ
“โอ้ย...ผมไม่ถือหรอกครับ ของฟรีเนี่ยผมยิ่งชอบเลย” หมู่จินหัวเราะ
“ถ้างั้นไปหมู่!!” ผู้กองฐานัตถ์ยิ้มพร้อมลุกจากเก้าอี้เดินไปตบบ่าลูกทีมคนสนิทดังอั่กหนึ่งที แบบแมนๆ แล้วเดินนำหน้าไปที่รถ หมู่จินตัวงอกับน้ำหนักมือรีบนำเอกสารไปเก็บก่อนจะรีบแจ้นตามออกไป
รถสปอร์ตสีขาวดีไซน์หรู ตราธงรัฐบาวาเรียของเยอรมนี ถูกจอดติดเครื่องรอไว้ ระหว่างผู้กองฐานัตถ์ประจำอยู่ที่เบาะคนขับนั่งมองผ่านกระจกมองข้างเห็น 'ผู้กองรฉัตร' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ในหน่วยงาน และสังกัดเดียวกัน เดินขึ้นบันไดไปที่กองบัญชาการก็หันไปถามหมู่จินทันที เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามานั่งภายในรถ
“เออนี่หมู่ ผู้กองรฉัตรนี่ไม่ได้ออกไปตามคดีกับหมวดสองคนเหรอ” ผู้กองฐานัตถ์คาดเข็มขัดก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากลานจอดขณะที่ซักถาม
“อืม...ก็ไม่นี่ครับ ปกติเวลาแกไปสืบคดี หรือ อะไรเนี่ย ก็จะเอาคนของแกไปด้วย หมวดต้อง หรือไม่ก็ดาบสมควร หัวหน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ” หมู่จินถามงงๆ ด้วยว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ผู้กองรฉัตรจะฉายเดี่ยว เพราะเธอเป็นประเภทที่ชอบโชว์แมนกว่าหนุ่มๆ เจ้าหน้าที่ในหน่วยฯ หลายๆ คน และไม่คิดแปลกใจที่มักจะเห็นเธอไปไหนมาไหนเพียงลำพัง
“ผมก็ถามไปงั้นแหละหมู่ เห็นหมวดสองคนไปหาข่าว นึกว่าจะไปตามเรื่องคดี ก็คิดว่าผู้กองน่าจะไปด้วย”
“อ๋อ ไม่หรอกครับ ปกติของรายนี้เขาอยู่แล้ว” หมู่จินตอบพลางเอนหลังนอนราบไปที่เบาะอย่างสบายใจ โดยมีสารถีเป็นถึงหัวหน้างานของตัวเอง 'ไม่ธรรมดาจริงๆ '
ผู้กองฐานัตถ์ขับรถพาลูกน้องคนสนิทไปที่ร้านกาแฟอย่างเต็มใจ ซึ่งร้านกาแฟที่ว่านี้ อยู่ไม่ไกลจากกองบัญชาการมากนัก ขับรถยูเทิร์นมาเพียงแค่ไม่ถึงสิบกว่านาทีก็ถึงร้านคอฟฟี่ช็อป คอฟฟี่ คาเฟ่ แล้ว
ที่ร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ เวนิตา ทำงานเป็น 'บาริสต้า' มือใหม่ ของที่นี่มาได้เกือบๆ เดือน ถึงเธอจะไม่ได้เรียนจบมาด้านนี้โดยตรง แต่เพราะพรสวรรค์เล็กๆ ที่ชื่นชอบการชงกาแฟและหลงใหลกลิ่นหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟคั่วบด ก็ทำให้เธอรู้สึกสนใจงานด้านนี้ จนอยากจะลองเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เป็นของตัวเองดูบ้าง
“อ้าวเฮ้ย! ยัยเว...วันนี้มาทำโอทีเหรอ” หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มประจำร้านสีขาว ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าลายทางหันมาถาม ขณะที่เอวคอดบางเดินเข้ามาหลังร้านพลางสวมผ้ากันเปื้อนในแบบเดียวกัน
“ค่ะพี่แป้ง มาทำโอทีแทนพี่พลอยค่ะ” มือบางเดินไปเปิดก๊อกที่อ่างล้างมือแล้วหันกลับมาตอบ
“อืม จริงสิเมื่อเช้ายัยพลอย โทรมาลางาน บอกจะพาหมาไปหาหมอ เห็นว่าเจ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถ่ายหนักไม่ยอมหยุด ไง...แทนที่จะได้พักผ่อน เลยต้องมาทำงานแทนยัยพลอย แม่คนรักสัตว์เลยสิเรา” เวนิตาส่ายหน้าไปมาเล็กๆ พลางตอบอย่างเต็มใจ
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ คิดซะว่ารับจ๊อบพิเศษ ได้เงิน แล้วก็ได้เพื่อนคุยด้วย วันหยุดเวเองก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน สู้มาทำงานเจอพี่แป้ง เจอยัยรินสนุกกว่าเยอะค่ะ” พูดจบก็หันมายิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ทั้งคู่ยิ้มตอบกันไปมาก่อนที่สาวร่างเล็กผมบ๊อบในชุดยูนิฟอร์มประจำร้านอกีคนจะเดินตามเข้ามาสมทบ
“คิดแบบนี้ก็ดีนะ เดี๋ยวคราวหน้า ถ้าฉันต้องมาทำโอทีบ้าง จะลองคิดแบบแกดู ไม่งั้นนะฉันคงขี้เกียจตายเลย งานแบบเรานานๆ ทีจะได้หยุด พอหยุดก็ไม่ตรงกับชาวบ้านชาวช่องเขาอีก พูดแล้วก็อยากลาออกจากงานซะจริงๆ แต่ทำไงได้ ไอ้เรามันเป็นมนุษย์ ก็ต้องกินต้องใช้เนอะ” รินเห็นด้วยกับเวนิตา รีบเอ่ยคำสนับสนุน ใบหน้าเนียนหันไปหาเพื่อนร่วมงานที่กุลีกุจอเข้ามาร่วมเสนอความคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจจะต่อความกับเธอ ยิงคำถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น
“สวัสดีจ้ะริน ข้างนอกเรียบร้อยดีไหม มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” เวนิตาชะเง้อคอมองออกไปยังโซนหน้าร้านที่ถูกจัดเป็นสวนร่มรื่น เหมาะกับลูกค้าที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติ มีต้นไม้เรียงรายเป็นป่าทึบๆ อยู่ด้านนอก ส่วนด้านในถูกตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ แต่เย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศ
“ทุกอย่างสมบูรณ์เฟอร์เฟ็ค ฉันพึ่งยกอเมริกาโน่ไปเสิร์ฟตะกี้ เห็นลูกค้าคุยโทรศัพท์อยู่คงไม่ต้องการอะไรเพิ่มหรอก ฉันว่าพวกเรามาเม้าท์มอยเรื่องนักร้อง กอไก่ ที่กำลังติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันดีกว่านะ กำลังแซ่บเลย!!!” รินสาวขาเม้าท์ รีบอ้อมเคาน์เตอร์มาที่หลังร้าน ท่าทางคันปากอยากจะคุยเต็มที่ เวนิตาอมยิ้มอดขำออกมาเล็กๆ ไม่ได้กับนิสัยของเพื่อนร่วมงานคนนี้
ริน บาริสต้าสาวสวยวัย 27 ปี ซึ่งอายุมากกว่าเวนิตาเพียงแค่ปีเดียว แต่เธอก็มักจะทำตัวเป็นเด็กๆ ขี้เล่น ชอบพูด ชอบเม้าท์ทั้งในและนอกเวลาทำงาน บางครั้งก็ชอบทำตัวเป็นเจ้าแม่ขาเม้าท์ซุบซิบดาราในแวดวงบันเทิง รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งเธอก็ไม่เคยพลาดที่จะเก็บมาเม้าท์แม้แต่เรื่องเดียว
สักพัก รถของผู้กองฐานัตถ์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าร้านที่ติดป้ายตัวหนังสือขนาดใหญ่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า 'คอฟฟี่ คาเฟ่ ยินดีต้อนรับ'
“ที่นี่ ใช่ไหมหมู่” ฝ่ามือแกร่งค่อยๆ คลายมือที่กำพวงมาลัยรถยนต์ แล้วลดมือลงมาปลดสายนิรภัยออกจากที่นั่ง
“ร้านนี้แหละครับหัวหน้า รสชาติกาแฟเข้มข้น นุ่มละมุนลิ้น” หมู่จินเริ่มเอ่ยปากชมถึงร้านกาแฟที่ตัวเองใฝ่ฝันหา
“แสดงว่าหมู่มาบ่อย นัดสาวๆ มาสิท่า” ร่างสูงหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“อย่าแซ็วกันเล่นแบบนี้สิครับ หัวหน้าก็รู้ว่าผมไม่มีสาวที่ไหน”
“นี่หมู่ยังไม่จีบใครใหม่อีกเหรอ ตั้งแต่อกหักเพราะหลงรักนักร้องคาเฟ่สาวสวยคนนั้น” ผู้กองฐานัถต์เปิดประตูก้าวขาเรียวยาวราวกับนายแบบลงจากรถยนต์คันหรู พร้อมกับหมู่จิน ก่อนที่ทั้งคู่เดินมาสบทบกันที่หน้าร้าน
“จะมีผู้หญิงคนไหนมาสนใจหมู่จนๆ อย่างผมกันล่ะครับ” หมู่จินทำสีหน้าเศร้าๆ เจ้าของเรียวปากชมพูเรื่อยกมือขึ้นตบที่บ่าลูกทีมหน้าซื่อ พลางปลอบใจ
“เอาน่าหมู่! จริงใจเข้าไว้ ผู้หญิงน่ะเขาชอบผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่ มีเวลาให้ไม่ใช่แค่มีเงินหรอกนะ อย่าเหมือนผม!” พูดจบผู้กองฐานัตถ์ก็เดินนำหน้าเข้าไปในบริเวณร้าน
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" เขาถามอย่างไม่เข้าใจ ปนความสงสัยอยู่เล็กน้อย แม้จะรู้สึกขัดจังหวะอยู่บ้าง แต่ร่างสูงก็ไม่มีท่าทีหงุดหงิดออกมาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะงุนงงเสียมากกว่า เพราะสองสามวันมานี้ เวนิตาเองก็มีอาการแปลกๆ อย่างเห็นได้ชัดทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา "...ปละ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหมือนจะอาเจียน" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วทำท่าเทสกลิ่นปากของตัวเองต่อหน้าเธอ แต่ก็ไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนอย่างที่เขาสงสัย มือบางยกมือขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจากอารมณ์ที่ขำขันผู้เป็นสามี เพราะเธอไม่ได้คิดว่ากลิ่นปากของเขาจะทำลายจูบอันหวานชื่นเมื่อครู่นี้ไปได้อย่างแน่นอน “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะคะ คุณอย่ากังวลไปเลย” เธอย้ำ ร่างสูงผงกศีรษะเบาๆ พลางตั้งข้อสังเกตออกไปว่า "คุณคงจะตื่นเต้นที่จะได้กลับไปทำงาน หรือไม่ก็พักผ่อนน้อย ก็เลยทำให้รู้สึกเวียนหัว เดี๋ยวผมจะพาคุณเข้าไปข้างในแล้วกันนะ" พูดพร้อมกับตั้งท่าจะเข้ามาอุ้มทว่าเธอกลับถอยหนี "ไปข้างใน...ไปทำไมกันคะ" เวนิตาเอ่ยถามอย่างงุนงง พลางขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย "ก็เข้าไปพักในห้องไงครับ" ร่างสูงเดินเข้าไปจะช้อนเรือนร่างระหงที่ยืนอย
“ทำไมล่ะคะ” เรือนร่างบางในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่คลายอ้อมแขนแกร่งของสามีออกแบบหลวมๆ ก่อนจะหันกลับมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้เป็นหนึ่งเดียวของเธอด้วยสายตาที่ยวนเย้า นัยน์ตาคมกริบมองเรือนร่างระหงในชุดว่ายน้ำที่แลเห็นส่วนสัดชัดเจนแบบเต็มตาชวนให้น้ำลายสอ“อันที่จริง… ผมไม่อยากให้คุณกลับไม่เสี่ยงกับงานแบบนั้นอีกแล้ว ผมอยากให้คุณอยู่เป็นแม่ศรีเรือนคอยดูแลผมที่บ้านมากกว่า” ฝ่ามือแกร่งโอบรั้งเอวบางคอดกิ้วเข้ามาแนบชิด พลางยื่นปลายจมูกโด่งเข้าไปหาซอกคอระหง“อื้อ...แม่ศรีเรือนอะไรกันคะ อาหารก็ทำไม่ได้ กับข้าวก็ทำไม่เป็น ฉันว่า…ฉันกลับไปทำงานที่หน่วยยังจะมีประโยชน์ซะกว่า” เธอว่า พลางอมยิ้มออกมาอย่างขวยเขิน“ถึงคุณจะไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรักคุณน้อยลงเลยนะเวจ๋า” ผู้กองหนุ่มบอกกับภรรยาสาวคนสวยของตัวเองพร้อมกับหอมเข้าที่ซอกคอขาว ก่อนจะสบตาเธอราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอบางสิ่งบางอย่างจากเธอ“ผู้กอง” เธอเอ่ยชื่อของเขาออกมาเบาๆ อย่างซาบซึ้ง ผู้กองหนุ่มยิ้มให้อย่างพอใจแล้วประคองไหล่ทั้งสองข้างของเธอ พร้อมกับสบตาภรรยาของเขาอย่างเปิดเผย“ผมรักคุณนะเว ที่ผ่านมา ผมอาจจะไม่ค่อยได้พูดคำน
สองสัปดาห์หลังจากนั้น งานแต่งงานของเวนิตา วรนิพิฐ และร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ ริมหาดส่วนตัวของบ้านศิริโชติธาดา โดยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่นทั้งคุณป้าสมร คุณหญิงรุจี ท่านปริพัตร คุณหญิงอรลีฬห์ รามิล ป้าสายหยุด แม่น้อม นายเข้ม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการป้องกันและปราบปราม หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กองฐานัตถ์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่คนสนิทอย่างหมวดภัทร หมวดนลิน จ่าเทพ หมู่จิน และผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ รวมทั้งสาวๆ จากร้านคอฟฟี่ คาเฟ่ อย่างริน พี่แป้งและพี่พลอยมาร่วมแสดงความยินดีแก่ทั้งคู่ด้วยเช่นกัน"ยังไงก็กลับไปคิดดูดีๆ ก่อนนะผู้กองวีนัส ผมรอได้" ผู้กำกับเศรษฐพงศ์กล่าวกับเจ้าสาวที่คล้องแขนเจ้าบ่าวซึ่งเป็นลูกทีมคนสนิทของเขาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มจางๆ หลังจากที่รู้ว่าจดหมายลาออกของตัวเองยังไม่ถูกอนุมัติ และเธอยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกลางของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์หากแต่ว่าตอนนี้ ได้มีหนังสือเรียกตัวเธอเพื่อย้ายไปประจำหน่วยงานป้องกันและปราบปรามแทน หลังจากที่เศรษฐพงศ์ทำหนัง
“ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศของผมเองหรือจะเรียกให้ถูกก็คือมันเป็นเรือนหอของเราสองคนมากกว่า เพราะคุณป้าของผมบอกว่า...มันเป็นที่เอาไว้ใช้ปั๊มหลาน! ผมว่าเรามาปั๊มหลานให้ท่านสักสามสี่คนกันก่อนเถอะนะ เรื่องอื่นค่อยกว่าทีหลัง” ว่าจบก็ดันแผ่นหลังบางของเธอให้พิงไปกับโซฟาตัวยาวขนาดพอเหมาะพอเจาะที่จะทำเรื่องอย่างว่า...“คุณ!!” เวนิตาอ้าปากค้างด้วยสีหน้าและแววตาที่ตื่นเต้นตกใจ“เอาน่า…พักร้อนของผมมันเหลือไม่กี่วันเองนะ เรามาใช้ให้คุ้มค่ากันจะดีกว่า อยากได้ผู้กองตัวน้อยๆ มาเพิ่มกันสักกี่คนดี ผู้กองหญิงสักสอง แล้วก็ผู้กองชายอีกสักสามเลยดีไหม”“ผู้กอง! แต่ว่าตอนนี้ ฉันไม่ได้เป็นผู้กองแล้วนะคะ” เวนิตาแย้ง เขากลั้นหัวเราะเบาๆ แล้วระบายยิ้มออกมาแทน ก่อนจะค่อยๆ วางแผ่นหลังบอบบางของเธอลงไปนอนราบบนโซฟาเนื้อนุ่ม แล้วสัมผัสจูบอันแสนอ่อนโยนลงบนเรียวปากบางเคลื่อนต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะสอดแทรกฝ่ามือใหญ่เข้าไปใต้เสื้อยืดสีขาวตัวเก่งของเธอเพื่อปลดเปลื้องบราเซียร์ตัวจิ๋วออกจากการรัดรึงของหน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนเร้นความใหญ่โตภายใต้ร่มผ้า“ถ้าลูกคนแรกของเราเป็นผู้หญิง เขาจะต้องสวย อ่อนโยน และเข้มแข็งเหมือนคุณ
"ใช่ค่ะเด็กคนนี้ชื่อว่าเกวนเป็นเด็กลูกครึ่งหน้าตาน่ารักนะคะเอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยมขอบคุณคุณที่ช่วยชีวิตเธอและลูกไว้" ผู้กองหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเธอชื่นชอบเด็กเล็กๆ ราวกับว่ากำลังอยากจะเป็นคุณแม่ แต่จู่ๆ เวนิตาก็ก้มหน้าลงเศร้าสลดอีกครั้ง..."เสียดายรูปถ่ายพวกนั้นจังเลยนะคะ" เธอพูดเสียงอ่อน"เวจ๋า...ตัวตนของผม ร่างกายของผม เนื้อหนังของผมอยู่ตรงนี้ ในนั้นมันเป็นแค่ภาพถ่าย เดี๋ยวเราค่อยถ่ายใหม่ก็ได้ แต่ตรงนี้...มีเลือดมีเนื้อและมีชีวิตจิตใจ คุณไม่คิดจะสัมผัสดูอีกสักครั้งเหรอ" เขาว่าก่อนจะวางมือบนลาดไหล่มนทั้งสองข้างของเธออย่างนุ่มนวล คิ้วโค้งขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“จะทำอะไรคะผู้กอง” เธอถามอย่างละล่ำละลัก“ทำไมถึงยังถามคำถามแบบนี้อยู่อีกล่ะครับ ถ้ามองตาแบบนี้ จับไหล่แบบนี้ สบตานานๆ แบบนี้ ผมมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้นแหละ ที่ต้องการจากคุณ...เวนิตา”“ผ ผะ ผู้กองงง!!!” เรียวตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้นอย่างหวาดหวั่น รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาในทันใด "ไม่เอาหรอกค่ะ ฉันเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมด อยากรู้นักว่าใครเป็นคนบีบแขนฉันซะแรง ดูสิเป็นรอยแดงหมดแล้ว" ร่างบางยื่นเรียวแขนเล็กที่เป็นรอยแดงจากการถูกฉ
“ความดีใจหรือเสียใจของฉัน ไม่ได้แสดงออกผ่านหยดน้ำตาเท่านั้นหรอกนะคะ สำหรับฉัน ความรู้สึกทุกๆ อย่างของฉัน คุณสามารถสังเกตได้จาก แววตาคู่นี้ที่เฝ้าดูคุณมาตลอด ทุกอย่างมันอยู่ในนี้ค่ะ ผู้กองฐานัตถ์” เธอบอก ก่อนที่เขาจะจับจ้องมาที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายวิบวับ มันคือประกายของความปิติยินดี ที่เขาแลเห็น และรู้แล้วว่า แววตาคู่นี้เป็นแววตาของเด็กผู้หญิงที่ไม่เอาไหน ที่เขาเคยสอนศิลปะการต่อสู้ให้เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนั้น เธอจะสวมแว่นสายตา“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กรุ่นน้องคนนั้นจะเป็นคุณ แต่ว่าตอนนั้นคุณสวมแว่นสายตาด้วยไม่ใช่เหรอ ผิดไปจากตอนนี้…”"คุณจำได้..." เธอรู้สึกประหลาดใจที่เขาจำรุ่นน้องอย่างเธอได้ "ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ" เธอถามเขายิ้มออกมาก่อนตอบ"พร้อมกับที่ผมรู้ว่าคุณคือผู้กองวีนัสนั่นแหละครับ" คำตอบของเขาทำให้เวนิตาไม่รอช้ารีบบอกออกไปให้เขาได้รับรู้ทันทีว่า“ฉันลงทุนไปทำเลสิกที่ตาคู่นี้ ก็เพื่อที่จะมองเห็นคุณได้ชัดเจนขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนอย่างคุณ ขอบคุณนะคะที่คุณเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉันและก็ขอบคุณที่คุณยอมให้โอกาสฉัน”“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ผมรักคนไม่ผ
“ปิดคดีเร็วแบบนี้ ต้องรีบรายงานหัวหน้าหน่อยแล้ว” จ่าเทพพึมพำกับตัวเองออกมาเบา ๆ แต่คนหูไวอย่างหมู่จินที่กระดิกฟังซะจนได้ยินแว่ว ๆ แล้วก็รีบแย้งขึ้นมาทันทีว่า“รายงานทำไมครับจ่า ไม่ต้อง... เดี๋ยวผมเป็นคนรายงานหัวหน้าเอง” หมู่จินหันมาบอกกับจ่าเทพ เพราะปกติตนจะเป็นคนรายงานเรื่องต่างๆ กับหัวหน้าทีมอย
“หัวหน้าจะให้เอาไปชาร์จแบตเตอรี่ หรือว่าอะไรครับ”“อืม…หมู่ช่วยเอาไปจัดการให้ที” ฐานัตถ์บอกกับลูกทีม ก่อนที่คนตรงหน้าจะมองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก คนตัวสูงสบตากับลูกทีมอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านี้วันรุ่งขึ้นจ่าเทพ เดินทางมาที่เซฟเฮ้าส์เพื่อเปลี่ยนผลัดกับหมู่จิน ให้เขาได้กลับไปเคล
"เปล่า แค่เฉียดๆ" หมวดนลินรับทิชชูแผ่นบางในมือหมวดภัทรมาแล้วค่อยๆ เบิกตาโพลงขึ้นมาอย่างช้าๆ ซับน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะแรงลมด้วยทิชชู่เบาๆ บริเวณเปลือกตา เมื่อไม่มีอาการแสบตาจึงวางช้อนในพริกป่นที่อยู่ในมือแล้วหยิบช้อนน้ำตาลขึ้นมาปรุงต่อ"เอ่อ... หมวดอยู่นิ่งๆ ก่อนนะครับ" หมวดภัทรบอกเมื่อสายตาของเขาเหล
แสงไฟสลัวจากภายนอกทำให้เธอเห็นเงาดำในชุดพรางตัวสีดำ มีโม่งปิดบังใบหน้ากำลังจ้องมองเธออยู่ ร่างบางของเวนิตาพยายามพยุงตัวลุกขึ้น ในขณะที่ไอ้โม่งไม่รอช้าปรี่เข้ามาบีบที่ต้นคอเล็กของเธออย่างเต็มแรง เวนิตาพยายามดิ้นรน ก่อนจะกำมือชกเข้าไปที่ปลายคางของไอ้โม่งนั่นเข้าอย่างเต็มๆ แรงพลั่ก!!! ก่อนจะ




![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


