Home / แฟนตาซี / หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา / ตอนที่5 ถูกพิษและถูกไสยศาสตร์

Share

ตอนที่5 ถูกพิษและถูกไสยศาสตร์

last update Last Updated: 2026-03-03 02:40:58

จางมู่ซวนนำรถวัวเทียมเกวียนออกมา เมืองตงซิ่วอยู่ห่างจากหมู่บ้านราวห้าลี้ ใช้เวลาเดินทางราว ๆ หนึ่งก้านธูปก็ถึง ฮุ่ยหมิ่นนั่งอยู่ด้านหน้ากับจางมู่ซวน ส่วนหนิงอันและฮุ่ยอิงนั่งอยู่ด้านหลัง

เมื่อเดินทางมาถึงวังเหมันต์ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ กำแพงโอบล้อมกินพื้นที่เกือบหนึ่งร้อยไร่ หน้าประตูวังมีทหารองครักษ์อยู่ห้าคนด้วยกัน จางมู่ซวนจอดรถเกวียนไว้ข้างกำแพง จากนั้นพวกนางก็พากันเดินไปที่หน้าประตูวัง

“มาหาใคร?” ทหารองครักษ์มองพวกนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะดูจากการแต่งกายคงเป็นชาวบ้านทั่วไป

“ข้าอยากพบท่านหมอหลวงเจ้าค่ะ ท่านช่วยไปบอกเขาทีเจ้าค่ะว่าข้ามีสมุนไพรหายากมาเสนอ”

ฮุ่ยหมิ่น จางมู่ซวน ฮุ่ยอิง ถึงกับตัวแข็งค้างเมื่อได้ยินนางโกหกคำโตของหนิงอัน แย่แล้วนางโกหกออกไปแบบนี้จะเป็นอะไรหรือไม่? ไม่น่าเชื่อนางเลยจริง ๆ

“สมุนไพรหายาก? ขอข้าดูหลักฐาน” หนิงอันหยิบต้นหญ้าหน้าตาแปลกประหลาดออกมา ที่นางเห็นในระหว่างเดินไปขึ้นรถเกวียน ระบบบอกนางว่าเป็นต้นหญ้าธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แต่นางกลับหยิบติดมือมาด้วยเพราะจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อพบหมอหลวง ทหารองครักษ์ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องสมุนไพร บอกพวกเขาว่าให้รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวเขาไปแจ้งหมอหลวงก่อน

“หนิงอันนั้นต้นสมุนไพรหายากจริงรึ?” ฮุ่ยหมิ่นแอบถามนางขึ้นมาทันที 

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ”

“หา!..แล้วเจ้ายังจะโกหก แย่แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดี”

“ท่านพ่อใจเย็น ๆ ข้ามีวิธีโปรดอยู่ในความสงบเจ้าค่ะ”

“แต่ว่า…”

“ไหนใครบอกว่ามีสมุนไพรหายาก เอามาดูหน่อยสิ” ชายชราท่าทางมีความรู้เดินออกมาอย่างเร่งรีบและมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างไม่ปิดบัง ฮุ่ยหมิ่น จางมู่ซวนหน้าซีดลงทันที แข้งขาเริ่มสั่นหวาดกลัวความผิด นี่สินะที่เขาบอกคบเด็กสร้างบ้าน มันจะนำพาความเดือดร้อนมาให้

“ข้าเองเจ้าค่ะ” ลู่จื้อมองดรุณีน้อยวัยเยาว์อย่างพิจารณา เด็กวัยนี้จะรู้เรื่องสมุนไพรหายากได้อย่างไร 

“เอามาให้ข้าดูหน่อย” เขาแบมือมาตรงหน้าหนิงอัน นางจึงยืนมือไปจับข้อมือเขาทันที เขามองการกระทำของนางอย่างแปลกใจ 

“ท่านมีโรคประจำตัวเรียกว่าโรคเก๊าท์ ห้ามกินเนื้อวัวและสัตว์ปีก มิเช่นนั้นจะทำให้ท่านเจ็บปวดตามข้อกระดูก อีกอย่างท่านเป็นโรคนอนไม่หลับและยังเป็นความดันต่ำ จึงทำให้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดและอ่อนเพลีย”

“จะ…เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ลู่จื้อตกตะลึงอ้าปากค้างมองนางอย่างไม่เชื่อสายตา นางมีวิชาแพทย์หรือนี่ น่าเหลือเชื่อ!!

“เพียงข้าจับชีพจรก็บอกได้ถึงสาเหตุของอาการป่วยเจ้าค่ะ ข้าจึงอยากมาเสนอตรวจอาการขององค์ชาย เผื่อว่าข้าจะมีวิธีรักษาเจ้าค่ะ?” หนิงอันกล่าวจบก็ก้มโค้งให้ลู่จื้ออย่างนอบน้อม 

ลู้จื้อยังคงยืนนิ่งเพราะตั้งตัวไม่ทัน ทั้งตกใจและประหลาดใจกับความสามารถของนาง “เอ่อ..พวกเจ้าเข้ามากันก่อน” เขาเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน ก่อนจะพาไปที่เรือนของหมอ ฮุ่ยหมิ่นและจางมู่ซวนถอนใจออกมาอย่างโล่งอกปาดเหงื่อทิ้งแทบไม่ทัน

ลู่จื้อพามายังเรือนของหมอประจำวังเหมันต์ ที่มีสมุนไพรตากเอาไว้มากมาย หมอหลวงบางคนคัดสมุนไพร บางคนนั่งอ่านศึกษาตำรา หนิงอันมองพวกเขาอย่างสนใจลู่จื้อ พาพวกเขามานั่งยังห้องรับรอง ก่อนที่เขาจะถามหนิงอันขึ้นมา

“ข้าจะให้เจ้าจับชีพจรของหมออีกคน ข้าเพียงต้องการความแน่ใจ”

“ได้เจ้าค่ะ”

“เจียวลู่เจ้ามานี่หน่อย เอาละเจ้าลองให้นางจับชีพจรดูหน่อย”

“ได้ขอรับ” เจียวลู่รีบยื่นแขนไปตรงหน้าหนิงอัน นางจึงยกมือไปจับชีพจรของเขาอย่างนิ่งสงบ 

“ท่านเหมือนจะเป็นโรคท้องผูก ขับถ่ายลำบากและทรมาน อีกทั้งน่าจะเริ่มเป็นริดสีดวงด้วยเจ้าค่ะ”

“นางพูดถูกหรือไม่?”

“ถูกต้องขอรับ” เขาตอบออกมาด้วยสีหน้าเขินอาย เรื่องนี้เป็นความลับของเขาเลยนะ นางตรวจรู้ได้อย่างไรน่าขายหน้าชะมัด

“อืมเจ้ากลับไปทำงานต่อเถอะ แม่นางน้อยเจ้ามีนามว่าอะไร”

“ข้าชื่อหนิงอันเจ้าค่ะ”

“หนิงอันเจ้าตามข้ามา ส่วนพวกเจ้ารอรู้ตรงนี้”

ลู่จื้อพาหนิงอันเดินไปยังศาลาที่องค์ชายห้าชอบมานั่งอยู่เป็นประจำ เขาชอบมานั่งให้อาหารปลาและมองดูปลาที่แหวกว่ายไปมาอย่างเพลิดเพลิน องค์ชายห้าใช้เวลาอยู่ที่ศาลาวันหนึ่งหลายชั่วยาม นอกจากศาลาก็เป็นห้องตำรา ที่เขาไปหมกตัวอยู่ได้นานทั้งวัน

“ถวายบังคมองค์ชาย ขออภัยที่มารบกวนพ่ะย่ะค่ะ พอดีกระหม่อมมีเด็กน้อยผู้หนึ่ง นางมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ กระหม่อมจึงอยากให้นางลองตรวจพระองค์ดูหน่อยพ่ะย่ะค่ะ” อู๋ห่าวหรานถอนใจออกมา ก่อนจะยื่นแขนมาด้านข้าง โดยไม่หันมองแม้แต่น้อย

“หนิงอันเจ้าลองตรวจดูหน่อย”

“เจ้าค่ะ” หนิงอันขยับเข้าไปยืนด้านข้างแล้วยกมือมาสัมผัสชีพจรของเขาอย่างแผ่วเบา แค่เพียงปลายนิ้วของนางสัมผัส ดูเหมือนเขาจะรับรู้ถึงกระแสพลังบางอย่าง ไหลไปที่ขาของเขาทั้งสองข้าง แปลกมากเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี ที่ขาของเขามีความรู้สึก เขาจึงรีบหันมามองหน้าหนิงอันทันที

ดวงตาของนางและเขาสบตากันอย่างจัง ดรุณีน้อยวัยเยาว์ผู้นี้เป็นใครกัน แม้จะอยู่ในเสื้อผ้าที่เก่าและซีด แต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามที่เปล่งประกายออกมา หากนางเติบโตไปจะงดงามมากเพียงใดกันนะ ดวงตากลมโตใสกระจ่างจ้องมองมาที่เขาอย่างนิ่งสงบ

หนิงอันรอฟังเสียงจากระบบว่าจะบอกนางว่าอย่างไร เขาก็เอาแต่มองนางนิ่งโดยไม่เอ่ยสิ่งใด นอกจากขาพิการแล้วเขาเป็นใบ้ด้วยหรือไม่นะ 

“ร่างกายมีพิษคล้ายยาไซยาไนด์เป็นพิษร้ายแรงไม่มีสีไม่กลิ่นและยังมีพิษเยือกแข็งที่ทำให้กล้ามเนื้อหยุดการทำงาน การใช้พิษเยือกแข็งมาร่วมด้วยก็เพื่อต้องการไม่ให้พิษไม่ไหลไปที่อื่น องค์ชายจึงไม่เป็นอะไรแต่ขาจะไร้ความรู้สึกเพคะ”

“...”

ความเงียบเข้ามาปกคลุมบรรยากาศหลังจากนางกล่าวจบ องค์ชายห้าถึงกับตัวเย็นเยียบ เขารู้ว่าถูกพิษแต่ไม่เคยรู้ว่ามันคือพิษอะไร เพราะหมอหลวงก็ตรวจหาไม่พบ นางเป็นหมอน้อยเทวดาอย่างนั้นหรือ แต่ว่ายาไซยาไนด์ตั้งแต่เกิดมาเขาก็เพิ่งได้ยิน

ลู่จื้อหมอหลวงยามนี้ไม่ต่างอะไรจากองค์ชาย ห้า หลังจากได้ฟังเขาก็ยืนครุ่นคิด นางจะเก่งกาจเกินไปแล้ว วัยเพียงเท่านี้แต่วิชาเเพทย์สูงส่ง ไม่ได้! เขาต้องดึงนางมาไว้ใกล้ตัว คนแบบนี้หนึ่งร้อยปีจะมีสักครั้ง เขาต้องหาทางนางโน้มน้าวให้นางมาทำงานด้วย

“แล้วมีวิธีรักษาหรือไม่?” ลู่จื้อถามด้วยสายตาคาดหวัง

“ก็พอมีเจ้าค่ะ นอกจากขาองค์ชายจะไร้ความรู้สึกแล้ว มีอย่างอื่นอีกหรือไม่เพคะ?” คราวนี้นางหันไปถามเขาเพราะอยากรู้ว่าเขาพูดได้หรือไม่ แต่กลับเป็นหมอหลวงที่ตอบขึ้นมาแทน

“คืนพระจันทร์เต็มดวงองค์ชายจะรู้สึกเจ็บปวดทรมานคล้ายมีเข็มนับพันมาทิ่มแทงตามร่างกาย ข้าก็ทำได้เพียงให้ยาต้านพิษแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก” หนิงอันได้ฟังก็รู้สึกสงสารเขาจับใจ ชีวิตนางว่าหนักแล้วเขาหนักกว่านางอีก แต่ว่านั่งเงียบไม่พูดไม่จาเช่นนี้ หรือว่าปากเป็นอัมพาต! เพราะถูกพิษไปด้วย

“คือองค์ชายพูดไม่ได้หรือเจ้าคะ?” นางหันไปถามหมอหลวงอย่างสงสัย แต่แล้วเป็นเขาที่พูดขึ้นมา

“ข้าพูดได้เพียงแต่ไม่มีอะไรจะพูด” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิวจนฟังแทบไม่ได้ยิน

“ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวงจะมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ฟังดูคล้ายถูกไสยศาสตร์เล่นงานนะเจ้าค่ะ ทั้งใช้พิษและไสยศาสตร์เช่นนี้ คนผู้นี้คงไม่ชอบองค์ชายเอามาก ๆ อุ๊บ! ขอประทานอภัยเพคะ”

“หนิงอันแล้วเจ้าพอจะช่วยได้หรือไม่?” ลู่จื้อร้อนใจรีบถามออกมา 

“ช่วยนะช่วยได้เจ้าค่ะ แต่ว่าการช่วยองค์ชายมันต้องใช้พลังมาก ต้องรออีกสักระยะรอให้ข้ามีพลังมากกว่านี้เจ้าค่ะ”

“1000ตำลึงเพียงพอต่อพลังของเจ้าหรือไม่?” องค์ชายห้ามองนางด้วยสายตาดูแคลน หนิงอันเห็นสายตาของเขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แม้จะอยากได้เงินมากเพียงใดแต่เห็นสายตาแบบนี้ นางจะไม่ทน! 

“ที่จริงเงินหม่อมฉันก็อยากได้เงินมากเพราะยากจน แต่หากจะมาใช้สายตาดูถูกกันเช่นนี้ หม่อมฉันทูลลาเพคะ” กล่าวจบนางก็ยอบกายและเดินจากไปทันที 

“เจ้า! หยุดเดี๋ยวนี้!” โครม!! ร่างของเขาหล่นจากเก้าอี้ดังสนั่น หนิงอันหันมามองก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป แต่เป็นลี่หยางองครักษ์ข้างกายองค์ชายห้าวิ่งมาดักหน้าหนิงอันเอาไว้เสียก่อน หนิงอันลอบยิ้มออกมากับการแสดงของนาง

“แม่นางน้อยช้าลงก่อนเถิด โปรดเข้าใจองค์ชายตั้งแต่เขาเดินไม่ได้ อารมณ์ก็แปรปรวนหงุดหงิดง่าย ที่จริงองค์ชายเขาเป็นคนจิตใจดีมาก”

“แต่ว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าต้องสะสมพลังอีกสักหน่อยถึงจะช่วยได้ ข้าต้องใช้พลังขับพิษ แต่ว่าเงินก็อยากได้เหมือนกันเจ้าค่ะ” ลี่หยางหัวเราะออกมากับความซื่อตรงของนาง

“ถ้าเช่นนั้นข้าให้เจ้าสองพันตำลึงก่อนล่วงหน้า พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมารักษาข้า” องค์ชายห้าที่ถูกโม่โฉวเข็นรถมาเอ่ยขึ้น

“ไม่กลัวว่าหม่อมฉันจะหลอกเอาเงินแต่รักษาไม่ได้หรือเพคะ?”

“ไม่เป็นไรถึงตอนนั้นข้าก็แค่ส่งคนไปตัดคอเจ้าก็แล้วกัน”

“หม่อมฉันจะรีบรักษาให้หายโดยเร็วไวเพคะ” เขาแอบยิ้มมุมปากกับความกะล่อนของนาง ดูเอาเถิดตัวแค่นี้แต่ความคิดฉลาดแพรวพราวเจ้าเล่ห์จนเขาแทบตามไม่ทัน

“ลี่หยางไปหยิบตั๋วเงินมาให้นาง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“องค์ชาย! ยามนี้สมองของหม่อมฉันถูกกระตุ้นด้วยเงินสองพันตำลึง ความคิดโลดแล่นอย่างฉับพลัน เรื่องขับพิษเอาไว้ก่อนแต่เรื่องไสยศาสตร์ เราต้องรีบจัดการเพคะ”

“อย่างไร?”

“ขอมือหน่อยเพคะ” หนิงอันกางร่มออกแล้วเข้ามาจับมือของเขา ก่อนจะหลับตาลงแล้วเอ่ยถามร่มในใจ “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าใครทำของใส่เขา?”

“เหมือนคนผู้นี้จะอยู่ที่วังหลวงนะเจ้าค่ะ?” ร่มตอบกลับมา

“แล้วข้าจะช่วยเขาได้อย่างไร?”

“ท่านต้องเอาเลือดของท่านผสมในอ่างให้เขาแช่ในวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อล้างเวทมนตร์ไสยศาสตร์เจ้าค่ะ ส่วนขับพิษท่านต้องใช้เข็มเจาะนิ้วเท้าทั้งสิบแล้วใช้พลังขับพิษออกเจ้าค่ะ”

“วิธีง่ายเช่นนี้เหตุใดไม่มีใครทำ?”

“เป็นเพราะว่าไม่มีใครรู้ว่าถูกพิษอะไร อีกอย่างคนขับพิษไม่ใช่ว่าใครก็จะทำได้ นอกจากพลังจากหัตถ์ทองคำเจ้าค่ะ”

หนิงอันคุยกับร่มจนเข้าใจก็หุบร่มลง แล้วหันมามององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง

“ดูเหมือนคนทำไสยศาสตร์จะอยู่ที่วังหลวง ต้องรอให้ถึงวันพระจันทร์เต็มดวง หม่อมฉันถึงจะถอนไสยศาสตร์ได้เพคะ ถ้าเช่นนั้นวันนี้หม่อมฉันต้องขอทูลลาเพคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา   ตอนที่20 แฝดนรกเป็นเพียงเด็กสาววัยเยาว์

    เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง

  • หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา   ตอนที่18 ต้องเป็นผีที่ไปสิงธนู

    หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร

  • หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา   ตอนที่18 ไปสืบดูว่าแฝดนรกเป็นใคร

    จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต

  • หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา   ตอนที่17 นี่มันวิชาบ้าอะไรกัน

    โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ

  • หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา   ตอนที่16 ขอลองเป็นแฝดนรกดูสักครั้ง

    “หนิงอันเจ้าเชื่อข้าจริง ๆ นะ” พระสนมเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยามนี้รู้สึกโล่งใจที่นางไม่เชื่ออย่างที่ตาเห็น ว่าแต่ใครกันนะคิดแผนการใส่ร้ายนางเช่นนี้ หากหนิงอันจับไม่ได้เสียก่อนพวกนางก็คงถูกพิษไปแล้ว เกลือเป็นหนอนเช่นนี้เห็นทีคงต้องตรวจสอบคนในวังกันใหม่หมด“หนิงอันข้าต้องขอโทษที่ต้องให้เจ้ามาพบเจอเรื่องเช่นนี้” อู๋ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางอุตส่าห์มาช่วยรักษาเขาแท้ ๆ ใครกันนะที่คิดแผนชั่วช้าเช่นนี้ได้ คิดจะฆ่านางและโยนความผิดให้มารดาของเขา แผนยิงนกครั้งเดียวได้ถึงสองตัวอำมหิตเกินไปแล้วหนิงอันลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ นางมองพระสนมและองค์ชายห้าอย่างเห็นใจและสงสาร นางและพวกเขามีชะตากรรมไม่ต่างกันนัก เขาถูกพิษจนเดินไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ออกศึกสู้รบเพื่อปกป้องบ้านเมือง ระบบราชวงศ์แก่งแย่งชิงดีหากไม่แข็งแกร่งจริง ๆ ก็ยากที่จะยืนหยัดอยู่ได้ พระสนมถูกวางยาทั้ง ๆ ที่ถูกปลดให้เหลือยศเพียงแค่พระสนมขั้นผิน องค์ชายถูกทำคุณไสยให้เจ็บปวดทรมานในวันพระจันทร์เต็มดวง จิตใจของคนพวกนี้ทำด้วยอะไรกันนะเลือดเย็นเหมือนใจคนที่จริงนางก็ไม่อยากเอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องนี้

  • หนิงอันดรุณีน้อยผู้พลิกชะตา   ตอนที่15 พัดให้ไปตกที่ตระกูลหนิง

    ชาวบ้านในหมู่บ้านเฉินอันเริ่มหวาดกลัวฆาตกรโรคจิตจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ขนาดอยู่ในบ้านฆาตกรยังเข้ามาฆ่าเด็กได้ ทางการก็เหมือนจะไม่สามารถจัดการอะไรได้ ยามนี้ทุกคนจึงเริ่มหวาดผวาอย่างหนัก จนสุดท้ายต้องไปรวมตัวกันที่หน้าบ้านจางมู่ซวน แต่ว่ายามนี้เขาไม่อยู่เพราะไปถางหญ้าให้หนิงอัน พวกเขาจึงได้แต่นั่งรอด้วยความอดทนเมื่อจางมู่ซวนกลับมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เห็นชาวบ้านมากมายมารอเขาอยู่เต็มหน้าบ้าน“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านท่านกลับมาแล้ว”“มีอะไรกันหรือ?”“จางมู่ซวนตอนนี้พวกข้าหวาดกลัวมากเลย ได้ข่าวว่าเด็ก ๆ ที่ไปอยู่กับหนิงอันทุกคนปลอดภัยดี ข้าจึงอยากให้ท่านไปช่วยพูดกับนางให้ได้หรือไม่ พวกข้าสำนึกผิดแล้วต่อไปจะไม่กล่าวโทษนางอีก” พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะนางเป็นดาวหายนะ ฆาตกรจึงไม่กล้าไปที่บ้านของนางเด็ก ๆ จึงปลอดภัยจางมู่ซวนหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด พอหมดหนทางก็บอกสำนึกผิดแล้ว พอมีเรื่องอื่นอีกก็จะมาโทษนางอีกเหมือนเดิม เพราะภายในใจยังไม่สามารถตัดความเชื่อที่อยู่ในใจออกไปได้“ข้าคงไม่พูดกับนางให้หรอกนะพวกเจ้าต้องไปพูดกับนางเอง เพราะข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะเปลี่ยนความคิดได้ ตอนนี้ไร้ที่พึ่งก็บอกว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status