LOGINหนิงอันบอกให้เขาเหาะลงก่อนจะถึงบ้าน เพราะนางไม่อยากทำให้ทุกคนตื่นตกใจ ขนาดนางยังตกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วคนอื่นจะขนาดไหน หนิงอัน ฮุ่ยอิง และเทพมังกรดำ พากันเดินมาถึงหน้าประตูรั้วเข้าบ้าน แต่แล้วทุกคนก็ต้องชะงักเมื่อเห็นวิญญาณของหนิงฮวามาปรากฏตัวอยู่ตรงประตูรั้วทางเข้า
“หนิงฮวาข้าเห็นเจ้าแล้ว” เป็นฮุ่ยอิงที่ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น จากนั้นก็รีบวิ่งโผไปกอดหนิงฮวาด้วยความดีใจ หนิงอันตกตะลึงอีกครั้ง เป็นเพราะนางมีพลังถึงระดับขั้นสีทองใช่หรือไม่ พี่สาวของนางที่เป็นฝาแฝดจึงได้รับอานิสงส์พลังนี้ไปด้วย หนิงอันรีบตรงเข้าไปสวมกอดนางด้วยความรู้สึกดีใจ สุดท้ายพี่น้องก็ได้อยู่พร้อมหน้ากัน ถึงแม้ว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณก็ตาม “พี่หญิงดีจริง ๆ ต่อไปเราก็ได้อยู่กันแล้ว” “ใช่ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาพวกเรา” “ท่านเอ่อ..ท่านพ่อเราเข้าไปข้างในกันเถอะเจ้าค่ะ” หนิงอันเดินมาจับแขนของเทพมังกรดำพาเดินเข้าไปข้างด้านใน หนิงฮวายืนมองด้วยความแปลกใจ ท่านพ่อ? เหตุใดนางถึงเรียกเขาเช่นนั้นแปลกจริง ฮุ่ยอิงเห็นเช่นนั้นก็จับมือของหนิงฮวาเดินตามเข้าไป ฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ยมองบุคคลที่มาใหม่อยากแปลกใจ นี่นางพาใครมาด้วยดูสง่างามและดูสูงส่ง “ท่านพ่อ ท่านแม่ ทุกคนมานั่งลงก่อนข้ามีเรื่องจะบอกทุกคนเจ้าค่ะ” หนิงอันรีบบอกให้ทุกคนมานั่ง ก่อนนางจะรีบเดินไปหาอะไรที่สามารถนั่งได้มาให้เทพมังกรดำได้นั่ง ทนนั่งไปก่อนนะท่านพ่อ นางเอ่ยออกมาในใจ ต้าหลงมองหนิงอันที่วิ่งไปยกถังใส่น้ำแล้วคว่ำลงกับพื้น จากนั้นก็นำผ้ามาพับกันหลาย ๆ ชั้น แล้วนำไปวางด้านบนเพื่อให้นั่งได้สบายขึ้น นางดึงเขามานั่งส่วนนางยืนอยู่ข้างเขา เพราะเครื่องเรือนมีจำนวนจำกัด ยามนี้จึงต้องแก้ไขสิ่งเฉพาะหน้าไปก่อน “ท่านพ่อ ท่านแม่ สิ่งที่ข้าจะบอกต่อไปนี้อาจจะน่าเหลือเชื่อแต่ว่ามันก็คือเรื่องจริง ตอนนี้พลังในกายของข้าเพิ่มขึ้นมามากมาย เลยทำให้วิญญาณพี่หนิงฮวาปรากฏร่างได้ซึ่งก็เป็นเรื่องดี ส่วนบุรุษท่านนี้คือเทพมังกรดำ และเขาคือบิดาของข้าและพี่หนิงฮวา ท่านพ่อเชิญเจ้าคะ” เทพมังกรดำขยับตัวนั่งตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราว “ข้ามีนามว่าต้าหลงหรือเทพมังกรดำ หลายพันปีก่อนข้าพบรักเทพบุปผาเหลียนฮวา จนตกลงแต่งงานและอยู่ด้วยกันและมีลูกด้วยกันสองคนเป็นบุตรสาวฝาแฝด ในเวลานั้นข้ามีนิสัยชอบสะสมสมบัติล้ำค่า ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใดข้าต้องไปเสาะหา แล้วนำมาเป็นของตนจนลืมความถูกผิด เพราะข้าเชื่อว่าการมีสมบัติมากมายคือความสุข” “ข้าหลงลืมว่ามีภรรยาและลูกน้อยที่ต้องดูแลเเละเอาใจใส่ จนอยู่มาวันหนึ่งข้าพบกับเทพไข่มุกหมิงจูผู้มีสมบัติล้ำค่ามากมายใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ข้าอยากได้สมบัติของนางมาครอบครอง ข้าจึงเสแสร้งว่าชอบนางมากเพื่อให้นางเชื่อใจข้า จนสุดท้ายข้าได้พานางมาที่วังของข้า จนสร้างความเจ็บช้ำให้กับภรรยาของข้าจนนางดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย” “ส่วนบุตรสาวของข้าทั้งสองคน ก็ได้ฆ่าตัวตายพร้อมกันต่อหน้าข้า ก่อนตายพวกนางยังได้ให้คำสาบานว่า จะไม่ขอเกิดมาเป็นลูกข้าอีกไม่ว่าจะชาติไหน ยามนั้นข้าถึงรู้ว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวของข้า ข้าเจ็บปวดและเสียใจมาก” “ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าก็หอบสมบัติไปอยู่บนเขา ตลอดเวลาข้ายังได้กราบไหว้วิงวอนต่อสวรรค์ เพื่อขอโอกาสให้ข้าได้ทำหน้าพ่อที่ดีสักครั้ง สวรรค์ตอบรับคำขอของข้าและบอกว่าให้ข้ารอ เพราะว่าการที่พวกนางฆ่าตัวตายก็ถือเป็นความผิดอย่างหนึ่ง ต้องได้รับการลงโทษตามกฎแห่งสวรรค์” “และเมื่อใดที่ข้าพบเด็กที่มีหัตถ์ทองคำ ก็ให้พิสูจน์ด้วยการหยดเลือดลงบนฝ่ามือของนาง หากกลายเป็นดอกบัวสีทองนั่นหมายความว่า นางคือสายเลือดของข้าเมื่อหลายพันปีก่อน” “หนิงฮวา หนิงอัน ได้โปรดยกโทษให้พ่อที่ไม่เอาไหนคนนี้ด้วย โปรดให้โอกาสพ่อได้ทำหน้าที่เป็นพ่อที่ดีสักครั้ง” นำ้ตาแห่งความเจ็บปวดภายในใจและสำนึกผิดเอ่อไหลออกมา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาก่อนจะพยักหน้าให้กันอย่างตัดสินใจ ก่อนพวกนางจะเดินมาคุกเข่าตรงหน้าของเขา แล้วจับมือเขามากุมไว้คนละข้าง “ท่านพ่อเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้วก็ลืมไปเสียเถิดเรามาเริ่มต้นใหม่ใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขกันเถอะเจ้าค่ะ” ต้าหลงร่างกายสั่นเทาด้วยความยินดี นี่สินะความสุขที่แท้จริงที่เขารอคอย น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลออกมา “ขอบใจลูกรัก” หนิงอันและหนิงฮวาลุกเดินไปคุกเข่าต่อหน้าฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ย ก่อนหนิงฮวาจะเอ่ยขึ้นมา “ท่านพ่อท่านแม่ ท่านทั้งสองคนยังคงเป็นบิดาและมารดาของพวกข้า พวกท่านคือผู้มีพระคุณสูงสุดของข้า ต่อจากนี้ให้พวกข้าดูแลพวกท่านบ้าง ขอบคุณที่ดูแลข้าเจ้าค่ะ” หนิงอันและหนิงฮวาก้มคำนับให้พวกเขาอย่างซาบซึ้งใจ แต่แล้วจู่ ๆ ร่างของหนิงอันและหนิงฮวาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นอยู่รายล้อมรอบตัว พลังแสงสีทองเปล่งประกายออกมา กลายเป็นดอกบัวสีทองลอยหมุนไปรอบ ๆ ตัวของพวกนาง ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “หนิงฮวาข้าให้โอกาสเจ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง เจ้าก็ใช้ชีวิตให้ดีหากเจ้าฆ่าตัวตายอีกครั้งวิญญาณธาตุของเจ้าจะแหลกสลายไม่มีโอกาสได้เกิดใหม่อีกต่อไป” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” หนิงอันและหนิงฮวายกมือขึ้นมาขอบคุณเทพเบื้องบนที่ให้โอกาสพวกนางอีกครั้ง จากนั้นแสงสีทองก็ลอยไปหยุดที่มือของพวกนางแล้วจางหายไป หนิงอันและหนิงฮวายกมือขึ้นมาดู ก็เห็นปานดอกบัวสีแดงอยู่ตรงข้อมือของพวกนางทั้งสองคน หนิงอันหันไปยิ้มให้กับหนิงฮวาจากนั้นก็หันมาเอ่ยกับทุกคน “ถึงเวลาที่พวกเราจะมีความสุขกันเสียที พวกข้าจะเรียกท่านเทพมังกรว่าท่านพ่อ และเรียกท่านว่าพ่อบุญธรรม ต่อไปพวกเราจะอยู่ด้วยกันและพวกเราพร้อมแล้วที่จะทำบ้านหลังใหม่กันแล้วเจ้าค่ะ” หนิงอันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ามีความสุขอย่างไม่ปิดบัง “พ่อบุญธรรมข้ารบกวนท่านไปติดต่อหาช่างก่อสร้างและซื้อที่ดินเพิ่มเอาแถบนี้ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ” “เรามีเงินมากขนาดนั้นเลยหรือ?” ฮุ่ยหมิ่นถามขึ้นมาเพื่อความแน่ใจ “ท่านอย่าได้กังวลเรื่องเงินอีกต่อไปมีข้าอยู่ทั้งคน” ต้าหลงเอ่ยบอกฮุ่ยหมิ่นเพื่อให้เขาสบายใจ “เรื่องในวันนี้ข้าอยากขอร้องให้ทุกคนไม่พูดอะไรออกไป และเรื่องที่เราจะทำบ้านและซื้อที่ดิน หากมีใครถามก็บอกเพียงว่าข้าพบเจอสมุนไพรหายากเป็นจำนวนมากและขายได้ในราคาดี ท่านพ่อบุญธรรมนัดช่างมาคุยในวันพรุ่งนี้นะเจ้าคะ วันนี้ข้าจะเอาสมุนไพรไปขายก่อนแล้วจะแวะซื้อของใช้ที่จำเป็นมาด้วยเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องที่ดินหากทำเรื่องเสร็จ พ่อบุญธรรมมาเอาเงินกับข้าได้เลยเจ้าคะ” “ได้” “พี่หญิงอยู่กับท่านแม่นะเจ้าคะ” “ได้เจ้าไปเถอะ” หนิงอันคิดว่าควรรีบนำสมุนไพรไปเสนอขายกับท่านหมอหลวงลู่จื้อ เพราะเขาอยู่วงการนี้มานานย่อมรู้จักกับคนที่ต้องการสมุนไพรหายากเหล่านี้เป็นอย่างดี นางต้องการเงินมาทำบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรงของนางเอง ถึงแม่ว่าบิดาจะเสนอเงินให้ แต่นางคิดว่าในเมื่อเก็บสมุนไพรมาแล้วก็ควรขายเพื่อนำเงินมาทำประโยชน์ ยามฉุกเฉินจริง ๆ นางค่อยขอเขาน่าจะดีกว่า หนิงอันต้องการรถม้ามาไว้ใช้เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง และนางต้องการคนงานมาถางหญ้าเตรียมดิน นางอยากทำบ้านที่มีธรรมชาติรายล้อม ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ นั้นเป็นความฝันของนางตั้งแต่อยู่ในยุคปัจจุบัน “ท่านลุงมีใครมีรถเทียมวัวอีกหรือไม่เจ้าคะข้าต้องการไปในเมือง” หนิงอันเดินมาถามจางมู่ซวนที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ที่กำลังเตรียมรถเทียมวัวเพื่อที่จะพาฮุ่ยหมิ่นไปทำธุระเรื่องติดต่อช่างก่อสร้างและซื้อที่ดิน “เดี๋ยวข้าไปถามน้องชายของข้าให้นะรอสักประเดี๋ยว” จางมู่ซวนรีบวิ่งไปถามน้องของเขาที่ปลูกเรือนอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ไม่นานจางมู่ถงน้องชายของจางมู่ซวนก็เดินมาพร้อมรถเทียมเวียน หนิงอันเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจ “เหตุใดต้องนั่งรถเทียมเกวียนชักช้าเสียเวลา” ต้าหลงเอ่ยขึ้นเพราะเขาก็สามารถพาไปได้อย่างรวดเร็วเหตุใดต้องหารถเทียมเกวียนให้ยุ่งยากด้วย “ท่านพ่อท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่าตอนนี้ท่านเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป หากผู้คนเห็นท่านเหาะเหินเดินอากาศรับรองต้องเกิดเรื่องวุ่นวายแน่” “อืมเจ้าพูดก็ถูก” “เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าตื่นเต้นจะแย่แล้ว อยากรู้ว่าสมุนไพรจะขายได้ราคาเท่าใด” “หนิงอันเจ้าจะไปที่ใด?” จางมู่ถงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นพวกนางขึ้นมานั่งบนรถเกวียนเรียบร้อยแล้ว “ไปที่วังเหมันต์เจ้าค่ะ” เมื่อรู้จุดหมายว่าจะไปยังที่ใดจางมู่ถงก็รีบบังคับวัวให้ออกเดินทางทันที ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปรถเกวียนก็มาหยุดอยู่หน้าวังเหมันต์ “ท่านลุงรออยู่ตรงนี้นะเจ้าคะเสร็จธุระแล้วข้าต้องไปที่อื่นต่อเจ้าค่ะ” “ได้”เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ
“หนิงอันเจ้าเชื่อข้าจริง ๆ นะ” พระสนมเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยามนี้รู้สึกโล่งใจที่นางไม่เชื่ออย่างที่ตาเห็น ว่าแต่ใครกันนะคิดแผนการใส่ร้ายนางเช่นนี้ หากหนิงอันจับไม่ได้เสียก่อนพวกนางก็คงถูกพิษไปแล้ว เกลือเป็นหนอนเช่นนี้เห็นทีคงต้องตรวจสอบคนในวังกันใหม่หมด“หนิงอันข้าต้องขอโทษที่ต้องให้เจ้ามาพบเจอเรื่องเช่นนี้” อู๋ห่าวหรานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางอุตส่าห์มาช่วยรักษาเขาแท้ ๆ ใครกันนะที่คิดแผนชั่วช้าเช่นนี้ได้ คิดจะฆ่านางและโยนความผิดให้มารดาของเขา แผนยิงนกครั้งเดียวได้ถึงสองตัวอำมหิตเกินไปแล้วหนิงอันลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆ นางมองพระสนมและองค์ชายห้าอย่างเห็นใจและสงสาร นางและพวกเขามีชะตากรรมไม่ต่างกันนัก เขาถูกพิษจนเดินไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ออกศึกสู้รบเพื่อปกป้องบ้านเมือง ระบบราชวงศ์แก่งแย่งชิงดีหากไม่แข็งแกร่งจริง ๆ ก็ยากที่จะยืนหยัดอยู่ได้ พระสนมถูกวางยาทั้ง ๆ ที่ถูกปลดให้เหลือยศเพียงแค่พระสนมขั้นผิน องค์ชายถูกทำคุณไสยให้เจ็บปวดทรมานในวันพระจันทร์เต็มดวง จิตใจของคนพวกนี้ทำด้วยอะไรกันนะเลือดเย็นเหมือนใจคนที่จริงนางก็ไม่อยากเอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องนี้
ชาวบ้านในหมู่บ้านเฉินอันเริ่มหวาดกลัวฆาตกรโรคจิตจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ขนาดอยู่ในบ้านฆาตกรยังเข้ามาฆ่าเด็กได้ ทางการก็เหมือนจะไม่สามารถจัดการอะไรได้ ยามนี้ทุกคนจึงเริ่มหวาดผวาอย่างหนัก จนสุดท้ายต้องไปรวมตัวกันที่หน้าบ้านจางมู่ซวน แต่ว่ายามนี้เขาไม่อยู่เพราะไปถางหญ้าให้หนิงอัน พวกเขาจึงได้แต่นั่งรอด้วยความอดทนเมื่อจางมู่ซวนกลับมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เห็นชาวบ้านมากมายมารอเขาอยู่เต็มหน้าบ้าน“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านท่านกลับมาแล้ว”“มีอะไรกันหรือ?”“จางมู่ซวนตอนนี้พวกข้าหวาดกลัวมากเลย ได้ข่าวว่าเด็ก ๆ ที่ไปอยู่กับหนิงอันทุกคนปลอดภัยดี ข้าจึงอยากให้ท่านไปช่วยพูดกับนางให้ได้หรือไม่ พวกข้าสำนึกผิดแล้วต่อไปจะไม่กล่าวโทษนางอีก” พวกเขาคิดว่าเป็นเพราะนางเป็นดาวหายนะ ฆาตกรจึงไม่กล้าไปที่บ้านของนางเด็ก ๆ จึงปลอดภัยจางมู่ซวนหรี่ตามองอย่างใช้ความคิด พอหมดหนทางก็บอกสำนึกผิดแล้ว พอมีเรื่องอื่นอีกก็จะมาโทษนางอีกเหมือนเดิม เพราะภายในใจยังไม่สามารถตัดความเชื่อที่อยู่ในใจออกไปได้“ข้าคงไม่พูดกับนางให้หรอกนะพวกเจ้าต้องไปพูดกับนางเอง เพราะข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะเปลี่ยนความคิดได้ ตอนนี้ไร้ที่พึ่งก็บอกว่า







