Masuk“เออ! ไม่เอาก็ไม่เอา อุตส่าห์เสนอให้ถึงที่ยังเล่นตัว คิดว่าตัวเองเป็นใครยะ!” เห็ดหอมฟาดฝีปากกลับไป ตะวันเป็นคนโง่มากที่มองข้ามของอร่อยแบบเธอ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นป่านนี้ไม่ต้องอ่อยก็พร้อมพุ่งใส่เธอแล้ว
“ก็คงเป็นผู้ชายที่กล้าปฏิเสธเธอคนแรก คิดว่าสวยแล้วจะอ่อยผู้ชายได้ทุกคนเหรอ งั้นวันนี้ก็รู้ไว้นะ ฉันนี่แหละเป็นหนึ่งในผู้ชายที่เอาเธอไม่ลง รีบออกไปจากห้องฉันซะ อย่าต้องให้ฉันรายงานเรื่องนี้กับเฮียคิเรย์” ไอ้เด็กบ้ามันด่าว่าเธอเป็นชุด เห็ดหอมโมโหยกมือทำท่าจะพุ่งเข้าไปทุบตีแต่ต้องมาชะงักเพราะประโยคสุดท้าย ถ้าตะวันฟ้องอาคิเรย์แล้วอารู้เรื่องนี้ อาก็ต้องเปลี่ยนบอดีการ์ดคนใหม่แน่ๆ แล้วหากบอดีการ์ดคนใหม่เป็นคนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่เกินมาตรฐานผู้ชายในสเปกของเธอล่ะ แบบนั้นเธอจะอ่อยลงได้ยังไง มันก็ต้องตะวันนี่แหละ นอกจากไอ้เด็กนี่จะหล่อดีแล้ว หุ่นก็ยังแซ่บน่ากินอีกด้วย จะลงทุนเจ็บกีทั้งทีก็ขอคนที่มันดีๆ เอาให้คุ้มหน่อยสิวะ! “เออ! ฉันไปก็ได้ ชิ!” เห็ดหอมยอมรามือแต่โดยดี ยังไงซะมันก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เธอจะอ่อยตะวัน รอบนี้ไม่สำเร็จแต่รอบหน้าเธอจะไม่พลาดอีก สักวันเถอะเธอจะต้องเผด็จศึกเขาให้จงได้ หลายวันต่อมาสถานการณ์ยังไม่เป็นใจให้เห็ดหอมเดินหน้าแผนใหม่ ด้วยงานที่ชุมเสียยิ่งกว่ายุงในป่าอเมซอน เธอต้องเดินทางไปอัดรายการบ้าง งานอีเวนต์บ้าง ทำงานหัวหมุนเหมือนคนมีหนี้ร้อยล้านจนแทบหาเวลาว่างไม่ได้ และเพราะยุ่งอยู่กับงานจึงเพิ่งรู้ว่าปะป๊าของเธอร่อนการ์ดงานแต่งให้ใครต่อใครไปแล้ว มันรวดเร็วด่วนจี๋จนเธอไม่มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ กว่าจะรู้ว่าคัดค้านอะไรไม่ได้ คุณดาวประกายก็เตรียมพร้อมเป็นแม่ใหม่เธออย่างเต็มตัวเสียแล้ว “แน่ใจนะว่าไม่ให้เจ๊ไปด้วย” เจ๊ปิงปองถามย้ำ หลังจากอัดรายการเพลงเสร็จ เห็ดหอมต้องเดินทางไปทานข้าวกับปะป๊าและว่าที่แม่เลี้ยง ใจนั้นอยากปฏิเสธแต่ทนการรบเร้าของคนเป็นพ่อไม่ไหว ปะป๊าอยากให้เธอสนิทกับคุณดาวประกายเข้าไว้ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ได้อยากสนิทชิดเชื้อกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “ไม่เป็นไรค่ะเจ๊ เจ๊เหนื่อยมาทั้งวันแล้วกลับไปพักดีกว่าค่ะ หนูไปเองได้” เห็ดหอมพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยอย่างคนใจลอย ผู้จัดการสาวเห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เรื่องในครอบครัวไม่อยากเข้าไปยุ่งสักเท่าไร เจ๊ปิงปองฝากตะวันให้คอยดูแลเห็ดหอมให้ดี เมื่อแยกกันออกมาแล้ว คนตัวเล็กนั่งเงียบมาตลอดทางราวกับลืมพกปากมาด้วย ความคิดที่กำลังทับถมเธออย่างหนักอึ้งทำเอาเซื่องซึมไม่ร่าเริงอย่างเช่นทุกครั้ง ร้านอาหารประจำที่ครอบครัวเธอมาทานด้วยกันตั้งแต่หม่ามี๊ยังอยู่ จนตอนนี้ไม่มีหม่ามี๊แล้วแต่กลับมีผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่ แค่คิดมันก็น้อยใจอย่างบอกไม่ถูก “ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ เข้ามาสิ” “ไม่ดีกว่า ฉันรอข้างนอกนี่แหละ” ตะวันบอกไปแบบนั้นเพราะเขาเป็นแค่คนนอก ปล่อยให้คนในครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันจะดีกว่า “มาด้วยกัน!” คิดว่าปฏิเสธได้ก็ไม่ เห็ดหอมกระชากท่อนแขนล่ำและออกแรงดึงเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัวด้วยกัน ทันทีที่สายตาทรงอำนาจของท่านหิรัญมองมา ตะวันรีบแกะมือเห็ดหอมออกจากแขนของตนแต่เธอก็ทำยิ่งกว่านั้นด้วยการคล้องแขนเขาเสียแน่นหนึบประหนึ่งคนเป็นแฟนกัน พ่อเธอมองแรงขนาดนั้น กูจะหัวขาดไหมเนี่ย! “ทำไมไม่รอข้างนอก” คำถามนี้ยิงตรงหาตะวันแต่คนเป็นลูกสาวชิงตอบแทน “จะให้ตะวันรอข้างนอกทำไมคะ ที่นั่งด้านในออกจะเหลือเฟือ ให้ตะวันร่วมโต๊ะด้วยคนจะเป็นไรไป” จากนั้นก็หันมาพูดกับเจ้าตัว “นั่งสิ” ท่านหิรัญหมดคำพูดจะทัดทานลูกสาวได้ แต่สายตาที่เขม่นมองเด็กหนุ่มก็ยังแฝงไปด้วยความไม่พอใจเหมือนเดิม “น้องเห็ดเห็นการ์ดแต่งงานของป๊ากับคุณดาวแล้วใช่ไหมลูก หนูว่าเป็นยังไงบ้าง สวยมั้ย” ระหว่างรออาหารท่านหิรัญก็ชวนลูกสาวพูดคุยไม่ให้บรรยากาศมันพาเครียดไปมากกว่านี้ เห็ดหอมมองปะป๊าแล้วก็มองใบหน้าแสนหวานของคุณแม่เลี้ยงที่กำลังยิ้มแย้มให้เธออย่างพยายามจะผูกมิตร แต่เธอก็ปั้นหน้าเรียบตึงใส่ “เชยค่ะ สีก็จืดชืด ไม่เห็นจะสวย” “เอ่อ..” ท่านหิรัญถึงกับไปไม่เป็นเมื่อโดนลูกสาวช็อตฟีล หันมองว่าที่ภรรยาก็เห็นสีหน้าที่เจื่อนลงของเธอ แน่ล่ะ…ดาวประกายเป็นคนออกแบบการ์ดด้วยตัวเองนี่นา “แล้วชุดแต่งงานล่ะลูก ป๊าเลือกเองเลยนะ” “ก็ไม่สวยอยู่ดีค่ะ แก่มาก” ช็อตกันขนาดนี้ท่านหิรัญได้แต่ยิ้มแห้ง สูดลมหายใจลึกพร้อมหุบปากให้สนิท การที่จะทำให้เห็ดหอมหันมาญาติดีกับดาวประกายนั้นเป็นไปได้ยากจริงๆ แต่จะให้เขาเลือกใครคนใดคนหนึ่งก็ไม่ได้ เขารักลูกสาวมากและก็รักดาวประกายมากเช่นกัน อาหารมื้อนั้นเห็ดหอมทานได้น้อยแม้ปะป๊าจะสั่งของโปรดเธอมาทั้งนั้นก็ตาม กลายเป็นคนเบื่ออาหารเฉพาะกิจขึ้นมา ส่วนตะวันก็นั่งทานเงียบๆ พยายามทำเหมือนไม่มีตัวตนให้มากที่สุด ความอึดอัดเกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไปได้สักที เมื่อทานอาหารเสร็จปะป๊ามีเรื่องอยากคุยต่อเกี่ยวกับงานเลี้ยงสละโสดของคุณแม่เลี้ยง พยายามอย่างยิ่งที่จะให้เห็ดหอมมีส่วนร่วมแต่เธอก็ปฏิเสธทุกอย่าง “งานใครก็เลือกเองสิคะจะมาถามหนูทำไม” “น้องเห็ด เอาอีกแล้วนะ เป็นแบบนี้อีกแล้ว..” มันอดโมโหขึ้นมาไม่ได้กับความดื้อรั้นเอาแต่ใจของลูกสาวคนนี้ “คุณคะ ใจเย็นๆ คุยกับน้องเห็ดดีๆ สิคะ” “คุณก็เห็นว่าผมพยายามคุยดีที่สุดแล้วคุณดาว แต่น้องเห็ดไม่เอาอะไรเลย ปิดกั้นทุกอย่างแล้วแบบนี้เราจะเป็นครอบครัวเดียวกันได้ยังไง” ท่านหิรัญกดสายตาคมปลาบมองลูกสาวอย่างนึกโทษ แต่มีหรือที่เห็ดหอมจะสลด “แล้วใครอยากจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้หญิงคนนี้คะ ป๊าถามหนูสักคำหรือยังว่าอยากมีแม่ใหม่หรือเปล่า” “น้องเห็ด!” ใบหน้าดุดันพลันเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด ร้อนถึงดาวประกายต้องช่วยห้ามปรามไม่ให้สองพ่อลูกทะเลาะกัน “น้าว่าน้องเห็ดกลับไปก่อนดีมั้ย…” ”ไม่ต้องมาไล่ฉันกลับแน่!” เห็ดหอมเอ่ยสวนในทันที “เธอคิดว่าฉันอยากมานั่งกินข้าวทำเหมือนเป็นครอบครัวสุขสันต์ให้เธอกับปะป๊าพอใจมากนักรึไง! ฉันก็แค่อยากมาดูความหน้าด้านของเธอเท่านั้นแหละ!” “เห็ดหอมพูดอะไรออกมา ขอโทษคุณดาวเดี๋ยวนี้นะ!” “ไม่! ป๊าเลิกสั่งหนูให้เคารพผู้หญิงคนนี้สักทีเถอะ ยิ่งทำหนูก็ยิ่งไม่อยากเคารพเธอ” เห็ดหอมสะบัดใบหน้าฉุนโกรธไปที่ตัวต้นเหตุ “จำเอาไว้นะ เธอแต่งงานเข้ามาเป็นเมียใหม่พ่อฉันก็จริงแต่อย่าได้หวังว่าฉันจะยอมรับเธอเป็นแม่ อย่าริอาจมาใช้อำนาจกับฉันเด็ดขาด จำใส่สมองไว้ซะ!” ดวงตาแข็งกร้าวสาดอารมณ์เดือดจัดใส่ผู้หญิงตรงข้ามจนดาวประกายหน้าซีดเผือด รู้อยู่แล้วว่าลูกเลี้ยงไม่ชอบเธอแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นรังเกียจเดียดฉันท์มากถึงเพียงนี้ เห็ดหอมไม่รอให้ปะป๊าองค์ลงและบังคับเธอให้ขอโทษยายแม่เลี้ยง หญิงสาวคว้ากระเป๋าและไม่ลืมฉุดแขนตะวันให้ลุกออกมาด้วยกัน ได้ยินเสียงเรียกของปะป๊าที่เต็มไปด้วยความโมโหกับเสียงปลอบอกปลอบใจให้เย็นลงของยายดาวประกาย ชิ! เชิญเอาหน้าซะให้พอ “ปากแซ่บจริงนะเธอ” ตะวันเอ่ยออกมาในที่สุดเมื่อเข้ามาอยู่ในรถเป็นที่เรียบร้อย “พูดไปแบบนั้นไม่กลัวพ่อเธอโมโหแล้วจะตัดออกจากกองมรดกบ้างรึไง” “ก็ลองดูสิถ้าไม่กลัวฉันอาละวาด” “ฮึ โหดจริงว่ะ” น้ำเสียงที่ไม่ได้ประชดแต่ค่อนไปทางชื่นชมหน่อยๆ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าแต่เห็ดหอมกลับรู้สึกว่าตะวันไม่ได้ตัดสินเธอแบบคนอื่นๆ “ฉันอยากดื่ม พาไปหน่อย” สายตาคมเข้มเหล่มองอย่างชั่งใจ “จะดีเหรอ” เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำตามคำสั่งเธอดีหรือเปล่า แต่มันก็เห็นใจกับเรื่องที่เธอเจอเมื่อสักครู่ อาจจะเพราะครั้งหนึ่งเคยคิดว่าตัวเองโดนพี่สาวแย่งความรักไปจากยายก็เลยเข้าใจหัวอกของเห็ดหอมในตอนนี้ว่ารู้สึกยังไง “ดีสิ นายอยู่ด้วยทั้งคนก็คอยดูแลฉันด้วยแล้วกัน” “อืมมม~ ฉันว่าซื้อกลับไปกินที่ห้องดีกว่า เดี๋ยวฉันกินเป็นเพื่อน” เพื่อความปลอดภัยต่อเรื่องความเป็นส่วนตัว “อือ เอางั้นก็ได้ ขอบใจนะ” เธอยอมว่าง่ายไม่มีการโต้เถียงให้เสียเวลา ตอนนี้รู้ตัวแค่ว่าอยากดื่ม จะดื่มที่ไหนก็ได้ขอให้เมาเอาให้หนัก จะได้ลืมเรื่องบ้าๆ น่าปวดหัวนี่ไปสักทีเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







