Masukตะวันแวะร้านสะดวกซื้อได้ทั้งเหล้าและเบียร์รวมไปถึงของกินเล่นเล็กๆ น้อยๆ ติดไม้ติดมือมาเพียบ เริ่มสับสนแล้วว่าตกลงใครกันแน่ที่อยากเมา เขาหรือเห็ดหอม
“กินที่ห้องฉันก็แล้วกัน” เมื่อมาถึงหน้าเพนต์เฮาส์ คนตัวเล็กก็เอ่ยบอกพร้อมเหวี่ยงประตูเปิดอ้าให้ตะวันเดินตามเข้ามา นับว่าเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ได้ย่างกรายเข้าสัมผัสพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวสุดๆ ของเธอ เพราะปกติแล้วเขาเคยมาที่นี่ก็จริงแต่แค่มาส่งหรือรับพี่สาวอย่างจริงใจแค่นั้น ห้องของเห็ดหอมแตกต่างจากห้องเขาที่เฮียคิเรย์ให้พักอาศัยอย่างสิ้นเชิง ทั้งโทนห้องที่ดูอบอุ่นสบายตา การตกแต่งและจัดวางข้าวของต่างๆ มีความหรูหราลักชัวรีตามสไตล์ลูกคุณหนู เครื่องเรือนของตกแต่งทุกชิ้นล้วนอิมพอตมาจากต่างประเทศ ไม่รู้แต่ละชิ้นนั้นปาไปเท่าไรบ้างแต่คิดว่าคงแพงสาหัสน่าดู เห็ดหอมหายเข้าไปในห้องนอน คงเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเธอยังใส่ชุดเดรสสีเหลืองจ๋าตั้งแต่อัดรายการเพลง ตะวันจึงถือวิสาสะเข้าไปสำรวจในครัว หยิบแก้วหยิบจานพร้อมสำรับตั้งวงก๊งเหล้ากันสองคน ร่างบางเดินออกจากห้องในสภาพหน้าสดที่เพิ่งล้างมาหมาดๆ แก้มนวลขาวมีความอมชมพูนิดๆ ปากเป็นกระจับอวบอิ่มแดงระเรื่อไม่แพ้กัน ทรงผมที่ม้วนลอนมาทั้งวันผูกเป็นหางม้าแบบง่ายๆ เธอสวมเสื้อยืดธรรมดาแต่ราคาไม่ธรรมดา เป็นแบรนด์เนมหรูหลักหมื่นเลยล่ะ แถมกางเกงขาสั้นจุดจู๋ที่ชอบใส่เป็นประจำก็เป็นของอีกแบรนด์ที่ราคาเอาเรื่องไม่แพ้กัน ตะวันเผลอใช้สายตาสำรวจมองก่อนจะคิดในใจว่าตู้เสื้อผ้าของเห็ดหอมคงจะเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งนั้น ลูกคุณหนูอย่างเธออาจไม่เคยใส่เสื้อผ้าตลาดนัดตัวละ 199.- เลยก็เป็นไปได้ “กินได้ไหมเหล้าเบียร์ยี่ห้อธรรมดาๆ แบบนี้” ถามพร้อมกับเทถั่วคั่วลงในจาน “กินได้สิ ไม่เห็นจะเป็นอะไร” ตะวันถามอย่างกับเธอเป็นคนเรื่องมาก เหล้าเบียร์ยี่ห้อธรรมดาตามร้านสะดวกซื้อพวกนี้เธอกินมาตั้งแต่เรียนมหา’ลัย หรือบางทีตะวันอาจคิดว่าเธอเป็นพวกติดหรูเลือกกินก็ได้ เห็ดหอมนั่งแปะลงใกล้ร่างสูงกว่า ต่างก็หันหน้าเข้าหาจอทีวียักษ์ที่กำลังฉายละครหลังข่าว เมื่อตะวันรินเหล้าและยื่นให้ เธอก็รับมากระดกดื่มรวดเดียวหมดด้วยความสะใจ รสชาติซาบซ่านของฤทธิ์น้ำเมาทำให้ท้องอุ่นสบาย “กระดกเอาๆ เดี๋ยวก็เมาเร็วหรอก” “ฉันคอแข็ง” เห็นเขามีสีหน้าไม่เชื่อก็ยกแก้วขึ้นมาท้าดวล “ใครเมาก่อนคนนั้นแพ้ เอาไหม” “แล้วคนชนะจะได้อะไร” “อืม?…” เห็ดหอมขบคิด “คนชนะมีสิทธิ์ออกคำสั่งอะไรกับคนแพ้ก็ได้ โดยที่คนแพ้ห้ามต่อรองหรือหลีกเลี่ยงเด็ดขาด” ตะวันคิดว่ามันสนุกดีที่จะดวลกับอีกฝ่าย ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเห็ดหอมจะคอแข็งกว่าเขาไปได้ยังไงกัน ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว “ตกลง อย่าลืมคำพูดตัวเองล่ะ” “ฮึ..เดี๋ยวก็รู้” เห็ดหอมชนแก้วกับตะวันก่อนจะยกกรอกปากอีกครั้ง ยิ่งมีการแข่งขันเข้ามาคนที่แพ้ใครไม่เป็นแบบเธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ ขณะนั่งดื่มกิน ตะวันสนใจละครเบื้องหน้าส่วนเห็ดหอมก็มัวยุ่งกับโทรศัพท์เพราะต้องเช็กตารางงานของตัวเองจากที่เจ๊ปิงปองส่งมาย้ำเตือน “อ่า! อะไรของยัยนี่วะ!” เผลอสบถออกมาเหมือนลืมไปว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ตะวันหันมองคนตัวขาวที่ก้มหน้าให้กับจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ หัวคิ้วนั้นขมวดยุ่งไปหมด “มีอะไรเหรอ” “ก็ยายดาวไถนั่นน่ะสิ! ส่งข้อความมาหาฉัน” “แค่ส่งข้อความหาเฉยๆ ต้องโมโหขนาดนั้นด้วยเหรอ” “ก็ฉันไม่ชอบ! ขนาดบล็อกแอคเก่าไปแล้วยังเสนอหน้าเอาแอคใหม่ทักมาอีก” แม้ข้อความนั้นจะเพียงแค่ถามไถ่ว่าเห็ดหอมกลับถึงเพนต์เฮาส์ดีหรือเปล่า แต่เห็ดหอมเลือกที่จะบล็อก ไม่ตอบกลับใดๆ ทั้งนั้น “ยุ่งวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง! อยากเป็นแม่เลี้ยงฉันจนตัวสั่น ยี้! ฝันไปเถอะย่ะ!” กำถั่วหยิบใส่ปากเคี้ยวหยาบๆ คนกำลังอารมณ์ดีอยู่แล้วแท้ๆ เชียว แต่เห็นแชตยายนี่ปุ๊บก็เหมือนจะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง “ถามหน่อยสิ ทำไมถึงไม่ชอบเขาขนาดนี้อะ ว่าที่แม่ใหม่เธอก็ออกจะเป็นคนดี” “ดีแต่เปลือกน่ะสิ!” เห็ดหอมพูดจาใส่อารมณ์ “คิดดูนะมาทำงานกับปะป๊าได้ไม่นานแต่ไปทำอีท่าไหนไม่รู้ถึงอ่อยปะป๊าได้สำเร็จจนหลงโงหัวไม่ขึ้นเนี่ย นายไม่รู้หรอกว่ายายนี่มันแอบร้าย” เซนส์ผู้หญิงมันค่อนข้างแม่นและเห็ดหอมก็มั่นใจในเซนส์ของตัวเอง “เธอคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขาเป็นคนไม่ดี เคยลองเปิดใจให้หรือยัง” เห็ดหอมจิ๊ปากทันทีที่ได้ฟัง “ฉันไม่เปิดใจให้ผู้หญิงหน้าไหนที่พยายามมาแทนที่หม่ามี๊ทั้งนั้นแหละ ฉันไม่ได้หลงกลคนง่ายเหมือนปะป๊าสักหน่อย” “ฉันว่าป๊าเธอไม่ได้หลงกลหรือหลงเสน่ห์อะไรหรอก เขาก็แค่รักกันแล้วก็เชื่อใจกัน…” “รักกัน? รักแบบไหนล่ะ รักที่ใจหรือว่ารักเพราะหวังสมบัติ!” ตะวันชักปวดหัว ถึงกับถอนหายใจในอคติแรงกล้าของเห็ดหอมที่ไม่ยอมลดทิฐิลงเลย “ดูละครเยอะไปปะ พูดแบบนี้ก็เหมือนเธอดูถูกพ่อตัวเองว่าโง่ ดูคนไม่ออกถึงได้คว้าคุณดาวประกายมาแต่งงานด้วย” “ก็อาจเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ได้” คิดดูแล้วกัน มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้าหาปะป๊า ทั้งคนในแวดวงธุรกิจ คนในวงการบันเทิง ลูกคุณหนูคุณนายพร้อมใจกันอยากเป็นแม่เลี้ยงเธอทั้งนั้นแต่ปะป๊าก็ไม่เคยสนใจใครเลย ทุ่มเทเวลาให้งานและเธอที่เป็นลูกสาวคนเดียวมาตลอด แต่พอมียายดาวไถเข้ามา เพียงเวลาไม่นานกลับทำให้ปะป๊าตกหลุมรักได้ยังไง แอบสงสัยเหมือนกันหรือยายนั่นจะเล่นของ.. “ฉันไม่เถียงกับเธอละ หัวดื้อหัวรั้นขนาดนี้เถียงไปด้วยก็เจ็บหัวเปล่าๆ” “ชิ! ฉันก็ขี้เกียจพูดกับนายเหมือนกันนั่นแหละ” คิดว่าไอ้เด็กนี่คงเป็นคนเดียวที่เข้าข้างเธอ แต่ที่ไหนได้ ก็เป็นไปกับเขาด้วย เห็ดหอมยกแก้วกระดกเอาๆ ราวกับลืมไปแล้วว่ากำลังดวลความคอแข็งกับตะวัน เธอดื่มเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอย่างไม่กลัวว่าตัวเองจะชิ่งเมาไปเสียก่อน ตะวันที่เห็นดังนั้นก็แอบยิ้มด้วยความสะใจ ประเดี๋ยวเถอะยายนี่ต้องน็อคสลบไปก่อนเขาชัวร์ ทว่าผ่านไปหลายแก้ว หมดไปหลายขวด เห็ดหอมก็ยังคงนั่งจ้องทีวีจอยักษ์ตาแป๋ว ไม่ออกอาการแม้แต่นิดเดียว มีเพียงพวงแก้มขาวที่เปลี่ยนเป็นแดงแจ๋ราวลูกมะเขือเทศเท่านั้น หากแต่ร่างสูงนี่สิที่ชะล่าใจคิดว่ายังไงเห็ดหอมก็คงต้องเมาก่อนแน่ๆ เขาจึงซัดเหล้าเข้าคอไปซะเยอะจนตอนนี้เริ่มตาลาย หัวสมองหนักอึ้งขึ้นมาแทน “แหนะๆ เมาแล้วใช่ไหม” “ฮื่อออ..” เล็บสีชมพูออมเบรสะกิดแขนล่ำยิกๆ จนคนที่เพิ่งฟุบหัวพิงเบาะโซฟาสะดุ้งตื่น “ไม่..ไม่ได้เมา~” พยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติ แต่มันก็ฟังดูอ้อแอ้เหลือเกิน เห็ดหอมยกยิ้มกริ่มสะใจแล้วก็อดไม่ได้ หัวเราะคิกคักออกมา “แพ้ก็แค่ยอมรับว่าแพ้ ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน กระดูกเรามันคนละเบอร์กันนะไอ้น้อง..” ตบไหล่เขาด้วยสีหน้าท่าทางเยาะเย้ย ตะวันฝืนปรือตามอง พ่นลมหายใจหงุดหงิดออกมาก่อนจะจับมือเห็ดหอมที่ตบไหล่เขาออกไปซะ “จะให้ฉันทำอะไร” “ยอมรับว่าแพ้แล้วอะดิ” “เออ!” ขายขี้หน้าชะมัด ดวลเหล้าแพ้ผู้หญิงตัวเล็กๆ เนี่ย คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเห็ดหอมจะคอแข็งมากถึงขนาดนี้ เขาไม่น่าชะล่าใจเลย ใบหน้าสวยยกยิ้มกรุ้มกริ่ม เคลือบแฝงไปด้วยความร้ายกาจทำให้ดูไม่น่าไว้ใจ เขากลัวเธอจะสั่งให้ทำอะไรพิเรนท์ๆ นี่สิ “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่สั่งอะไรยากๆ หรอก” “…” อึก! เหมือนอ่านใจได้เลยแฮะ “ก็แค่…ฉันขอสั่งให้คนแพ้ถอดกางเกงออกเดี๋ยวนี้” ห๊ะ!! คนตัวสูงได้ฟังคำพูดหญิงสาวก็แทบทำให้สร่างเมาเสียเดี๋ยวนั้น เขามองเห็ดหอมด้วยสีหน้าตกใจปนอึ้ง ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะสั่งให้ผู้ชายถอดกางเกงต่อหน้า เธอบ้าไปแล้ว!!เพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว
(มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนค่ะพี่ แต่ถ้ามันเมากลับมา ฮึก..ฮือออ มันก็มาซ้อมหนูอีก พี่ช่วยหนูได้มั้ย หนูไม่อยากโดนมันตบตีอีกแล้ว) เสียงร้องไห้ของข้าวทิพย์มันบาดใจคนฟังอย่างเธอเหลือเกิน เห็ดหอมไม่ได้สนใจเกมแล้วด้วยซ้ำ เธอกำลังคิดหาวิธีที่จะช่วยข้าวทิพย์ออกมาจากจุดนั้น “เอางี้นะ ข้าวทิพย์ฟังพี่ รีบเก็บข้าวของที่จำเป็นซะ แล้วแชร์โลเคชันมาให้พี่ด้วย เดี๋ยวพี่ไปช่วยเธอขนของออกมาเอง” (ฮึก พี่จะช่วยหนูจริงๆ เหรอคะ หนูขอบคุณพี่มากนะ ขอบคุณพี่จริงๆ” ข้าวทิพย์ร้องไห้ด้วยความดีใจที่อีกไม่นานเธอจะหลุดพ้นจากไอ้ผัวเฮงซวย ในเวลานี้เห็ดหอมเปรียบดั่งนางฟ้าสำหรับเธอเลยล่ะ เห็ดหอมตกลงกับข้าวทิพย์ให้เข้าใจตรงกัน ทั้งยังบอกให้อีกฝ่ายคอยระวังเผื่อไอ้ผัวตัวดีมันจะย้อนกลับเข้าบ้านอีก ข้าวทิพย์ไม่สามารถหนีออกมาเองได้เพราะจุดที่ผัวของเธอดื่มเหล้าเมามายกับเพื่อนฝูงนั้นอยู่ในซอยเดียวกันและไม่ได้ห่างจากตัวบ้านเลย หากไอ้ชั่วนั่นเห็นว่าเธอหอบผ้าหอบผ่อนหนีคงได้โดนมันซ้อมจนอ่วมกลางซอยนั่นแหละ เสียงกดกริ่งติดๆ กันทำตะวันที่กำลังจะล้มตัวนอนต้องดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างรำคาญ ไม่รู้เห็ดหอมเป็นบ้าอะไรนักหนาถึงได้ชอบทำ
เห็ดหอมอารมณ์ดียิ้มแย้มสดใสทั้งวันแม้ว่าวันนี้จะมีถ่ายรายการหลายสถานที่ เจอทั้งแดดฝุ่นและอากาศร้อนอบอ้าวแต่ก็ยังสนุกกับการทำงาน เอเนอร์จี้มาเต็มไม่มีลดน้อยถอยลง “เมื่อวานเพิ่งจะบ่นเรื่องป๊ากับเจ๊ไปหยกๆ แต่วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะลูกสาว” เจ๊ปิงปองคงรับรู้ถึงพลังงานบวกที่เธอแสดงออกมาจึงได้ยิ้มถาม“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นน่ะเจ๊”“เรื่องอะไรคะ เจ๊ชักอยากรู้แล้วเนี่ย บอกเจ๊บ้างสิ” เจ๊ปิงปองมีสีหน้าทีเล่นทีจริง เห็ดหอมอมยิ้มส่ายหน้าไปมา ท่าทางแบบนี้หากเป็นแฟนคลับก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันน่ารักมากจริงๆ “ไม่ได้ค่ะเจ๊ เรื่องนี้เป็นความลับ” นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากจุ๊ๆ ว่านี่คือความลับ เจ๊ปิงปองส่งยิ้มกลับแบบมันเขี้ยวและไม่ได้ซักถามอะไรต่อ สายตากลมสวยของเธอจึงมองเลยไปยังร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบที่ตามติดมาด้วยกันจนกลายเป็นเริ่มคุ้นชินเสียแล้วจังหวะที่เขา ‘สบตา’ เธอเข้าพอดี เห็ดหอมกรีดกรายรอยยิ้มหวานเจือความยั่วยวนพราวเสน่ห์ของเธอ ทำเอาตะวันเสียอาการจนแกล้งเมินหน้าหนี หลบสายตาไม่กล้าจ้องเธอกลับ ฮึ..ก็ไม่ได้แน่สักเท่าไรนี่นา ปากปฏิเสธแต่ความรู้สึกกับความต้องการไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นี่แหละตะวั







