LOGINในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถม้าเมิ่งจื่อซวานรีบเดินไปทำหน้าที่ช่วยประคองน้องสาวเดินขึ้นรถม้าด้วยตนเองตามปกติเหมือนดั่งที่เขาเคยทำมาทุกครั้ง เขาช่วยเมิ่งซูเหวินเดินขึ้นไปบนรถม้าก่อน แล้วจึงค่อยหันมาเตรียมจะช่วยเมิ่งเถียนซีเดินขึ้นรถม้าเป็นคนต่อไป แต่ทว่านางกับเอ่ยปฏิเสธการช่วยเหลือของเขา“พี่รอง…ข้าจะไปขึ้นรถม้าของซานอ๋องเจ้าค่ะ”“ห๊า!…น้องสี่…มันจะไม่เหมาะสมหรือเปล่า…”“ไม่เหมาะสมตรงไหนหรือเจ้าคะ แค่นั่งรถม้าคันเดียวกันเท่านั้น อีกอย่างข้าและท่านอ๋องมีการหมั้นหมายกันมานานแล้ว อีกหกเดือนก็จะมีวันมงคล แล้วจะมีผู้ใดกล้าว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมได้เจ้าคะ”เมิ่งจื่อซวานยังคงมีสีหน้าไม่เห็นด้วย “นั่น…”“ปล่อยให้น้องสี่ไปขึ้นรถม้าของซานอ๋องเถิด ไม่เป็นอะไรหรอก”“พี่ใหญ่! แต่ว่า…”“จื่อซาน! แค่นั่งรถม้าคันเดียวกับเราเจ้าก็รู้สึกหวงน้องสาวตนเองแล้วหรอกหรือ”หยางเฟิ่งเจี๋ยเดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของเมิ่งจื่อซวานแล้วเอ่ยถามเขาขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาทำให้อีกฝ่ายต้องรีบเอ่ยแก้ตัวว่า“ไม่ใช่นะพ่ะย่ะค่ะ!” เมิ่งจื่อซวานรีบเอ่ยแก้ตัว แล้วหันมาพูดกับเมิ่งเถียนซีว่า “เอ่อ…เช่นนั้นน้องสี่ให้พี่ชายพาเจ้าไปขึ้นรถ
เมิ่งเถียนซีนั่งพูดคุยอยู่กับเมิ่งซูเหวินที่เรือนรับอรุณได้เพียงไม่นานก็มีสาวใช้มาบอกข่าวว่าซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยเดินทางมาถึงจวนตระกูลเมิ่งแล้ว สองพี่น้องตระกูลเมิ่งจึงต้องรีบร้อนพากันเดินไปที่เรือนหลักเพราะสถานที่แห่งนี้ใช้รับรองแขกคนสำคัญอยู่เสมอเมื่อสองพี่น้องตระกูลเมิ่งเดินมาถึงเรือนหลักจึงพบว่าฮูหยินใหญ่ตระกูลเมิ่งสวีเยี่ยนหลันกำลังทำหน้าที่มาต้อนรับแขกอย่างซานอ๋องด้วยตนเองอยู่ โดยมีคุณชายใหญ่เมิ่งเซวียนอี้และคุณชายรองเมิ่งจื่อซวานมารออยู่ที่นี่กันพร้อมหน้าเมิ่งเถียนซีและเมิ่งซูเหวินคำนับทักทายทุกคนภายในห้องโถงตามธรรมเนียม แล้วพากันไปนั่งลงทางด้านข้างของฮูหยินใหญ่ตระกูลเมิ่งด้วยท่าทางสำรวมดูเรียบร้อยเชื่อฟังเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สวีเยี่ยนหลันมองดูบุตรสาวตระกูลเมิ่งทั้งสองคนแล้วแอบพยักหน้ากับตนเองด้วยความรู้สึกพึงพอใจ“การที่ได้เห็นซูเอ๋อร์และซีเอ๋อร์นั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้แม่รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เป็นพี่น้องกันรักใคร่สามัคคีกันนั้นเป็นเรื่องดี แต่อีกใจหนึ่งแม่ก็ยังแอบรู้สึกหวั่นใจ เพราะพวกเจ้าสองพี่น้องมีท่าทางสามัคคีกันแบบนี้ทีไร มักจะพากันไปก่อเรื่องทะเลาะกับผู้อื่นแทบจะทุกที…”“ท่า
ในช่วงเช้าเมิ่งเถียนซีตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ ในช่วงสายไปทะเลาะ…ไปฝึกซ้อมฝีมือกับเมิ่งซูเหวินจนรู้สึกหนำใจแล้ว นางจึงเดินทางกลับมาพักผ่อนที่เรือนรับอรุณของนางต่อ ก่อนจะลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวให้สวยงามในช่วงบ่าย นางสวมใส่ชุดอาภรณ์บนร่างกายที่ดูหรูหรางดงามมากกว่าปกติเพื่อเตรียมตัวออกนอกจวนในวันนี้ที่ลานฝึกยุทธ์มีแค่พี่สาวน้องสาวตระกูลเมิ่งเพียงแค่สองคน เพราะเมิ่งเซวียนอี้และเมิ่งจื่อซวานรีบออกไปทำธุระของตนเองให้เสร็จสิ้นตั้งแต่เช้า คนหนึ่งเดินทางไปที่สำนักแพทย์เพื่อจัดการงานในหน้าที่ของตนให้สำเร็จเรียบร้อย ส่วนอีกคนเดินทางไปที่สำนักยุทธ์ตระกูลถัง เพื่อรับบทเรียนใหม่จากผู้เป็นอาจารย์ ในช่วงบ่ายพวกเขาทั้งสองคนต่างก็รีบเดินทางกลับมายังจวนตระกูลเมิ่งตามที่ได้รับปากกับน้องสาวคนเล็กเอาไว้ในช่วงบ่ายของวันนี้เมิ่งซูเหวินแต่งตัวงดงามมากกว่าปกติเช่นกัน นางยอมลดตัวเป็นฝ่ายเดินมาหาเมิ่งเถียนซีผู้เป็นน้องสาวต่างมารดาที่เรือนรับอรุณก่อน เพราะว่านางมีข่าวสำคัญจะมาเล่าให้น้องสาวต่างมารดาผู้เป็นเหมือนดังเพื่อนคู่คิดคู่แค้นของนางฟังด้วยความรู้สึกสะใจ“น้องสี่ที่จวนตระกูลหลินเกิดเรื่องใหญ่โตขึ
หยางเฟิ่งเจี๋ยทำได้เพียงยืนมองเมิ่งเถียนซีอยู่ในระยะไกล และแอบคิดในใจว่านางไม่เหมือนสตรีที่เขาเคยพบมา นางสามารถทำให้เขามีความรู้สึกหวั่นไหวเกิดขึ้นในใจทั้งๆ ที่เขาทำได้แค่เพียงยืนมองนางแบบห่างๆ เท่านั้นปัจจุบันหยางเฟิ่งเจี๋ยมีอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว แต่ถ้านับรวมว่าเขาเคยใช้ชีวิตของตนเองผ่านประสบการณ์ในชีวิตที่จบสิ้นไปแล้วมารอบหนึ่ง จิตวิญญาณของเขาจึงมีอายุนับได้สี่สิบเกือบห้าสิบปีในชีวิตเก่าที่จบสิ้นไปแล้วนั้นหยางเฟิ่งเจี๋ยเคยมีประสบการณ์แต่งงานมีพระชายาหนึ่งคนและในชีวิตนั้นเขายังมีสตรีที่เขาเคยเลี้ยงดูปรนนิบัติรับใช้อีกหลายคน สตรีพวกนั้นมีความงดงามแตกต่างกันออกไป แต่ทว่าในความรู้สึกของหยางเฟิ่งเจี๋ยสตรีเหล่านั้นไม่มีใครสามารถก่อคลื่นลมในหัวใจของเขาได้เหมือนดั่งเมิ่งเถียนซีมาก่อนหยางเฟิ่งเจี๋ยมองดูใบหน้างดงามที่มีรอยยิ้มสดใสของเมิ่งเถียนซีแล้วแอบถอนหายใจ แรกพบกันเขารู้สึกประทับใจรูปลักษณ์ที่ดูสงบเสงี่ยมแสนงดงามของนาง แต่ก็มารู้สึกถูกใจท่าทางซุกซนไม่เกรงกลัวผู้ใดของนางในภายหลังแรกเริ่มหยางเฟิ่งเจี๋ยคิดว่าเมิ่งเถียนซีเป็นสตรีไร้ความสามารถ แต่ก็ถูกความเก่งกาจของนางทำให้รู้สึกประหลาดใจแล
หลังจากที่ต้องอดนอนเพื่ออยู่เฝ้าคืนข้ามปี วันต่อมาเมิ่งเถียนซีจึงนอนหลับพักผ่อนไปตลอดทั้งวัน จึงไม่ได้พบซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยที่นำของล้ำค่าจำนวนมากมามอบให้ทุกคนในจวนตระกูลเมิ่งเป็นของขวัญในวันที่สองของปีนี้เมิ่งเถียนซีนั่งมองของขวัญที่หยางเฟิ่งเจี๋ยส่งคนนำมามอบให้ตั้งแต่เมื่อวานด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ แล้วจึงหันไปถามสาวใช้คนสนิทข้างกายทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงสงสัยว่า“ไฉ่เฉิน ไฉ่เสียน…เมื่อวานนี้ซานอ๋องเดินทางมาจวนตระกูลเมิ่งเพื่อคำนับทักทายและขอรับพรในวันแรกของปีใหม่ จากท่านพ่อและท่านแม่ของข้า ทำไมจึงไม่มีใครมาปลุกข้าให้ไปคำนับทักทายซานอ๋องเหมือนทุกครั้งละ”ไฉ่เฉินก้มหน้าตอบว่า “ฮูหยินใหญ่ไม่ได้ส่งสาวใช้ของเรือนหลักมาตามคุณหนูที่เรือนรับอรุณเจ้าค่ะ พวกบ่าวจึงไม่มีใครรู้ว่าซานอ๋องมาเยือนจวนตระกูลเมิ่งด้วยซ้ำไปจึงไม่ได้ปลุกคุณหนูให้ไปที่เรือนหลักเจ้าค่ะ”ไฉ่เสียนที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องโถงแห่งนี้พูดด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มเพิ่มเติมขึ้นว่า “บ่าวรู้ว่าซานอ๋องมาเยือนจวนตระกูลเมิ่งก็เมื่อตอนที่มีสาวใช้จากเรือนหลักนำของขวัญและจดหมายมามอบให้แก่คุณหนูเมื่อวานตอนเย็นเจ้าค่ะ สาวใช้คนนั้นแจ้งว่าท
คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีนี้นับเป็นปีแรกที่เมิ่งเถียนซีได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับทุกคนในครอบครัว โดยที่ไร้ความเจ็บป่วยใดๆ ที่สำคัญเมิ่งเซวียนอี้ยังพูดบอกกับน้องสาวคนเล็กว่าปีนี้เป็นปีแรกที่ทุกคนได้อยู่เฝ้าคืนข้ามปีร่วมกันโดยไร้ความกังวลใจแบบนี้เมิ่งเถียนซีไม่ค่อยรู้ธรรมเนียมการอยู่เฝ้าคืนข้ามปีของแคว้นจื่อหยวนสักเท่าไหร่นัก นางจึงวางตัวเป็นคนพูดน้อยและคอยนั่งฟังให้มากเพื่อป้องกันการทำตัวผิดพลาดต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่ยังโชคดีที่ทุกคนคิดว่านางเจ็บป่วยมาตลอดจึงไม่เคยได้อยู่ร่วมงานเลี้ยงคืนข้ามปีแบบนี้เหมือนกับทุกคน ดังนั้นจึงมีคนพยายามมาพูดอธิบายขั้นตอนต่างๆ ในพิธีคืนข้ามปีอย่างละเอียดให้นางฟัง“จวนอื่นๆ อาจจะตั้งโต๊ะที่มีอาหารมงคลเก้าอย่างให้ทุกคนในครอบครัวกิน แต่ทว่าจวนตระกูลเมิ่งของพวกเรามีการจัดโต๊ะที่มีอาหารมงคลเก้าอย่างให้พวกคนงานบ่าวและสาวใช้ที่ทำงานภายในจวนด้วย ถ้าหากมีคนงานคนใดขอลาหยุดเพื่อเดินทางกลับบ้านเดิมก็อนุญาตให้ลาหยุดได้ ส่วนคนใดที่ไม่มีบ้านเดิมให้กลับสามารถอยู่นั่งกินดื่มที่จวนตระกูลเมิ่งเหมือนทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันแทน”“น้องรองเรื่องนี้น้องสาวน่าจะรู้ดีอยู่แล







