로그인สุดท้ายหรงซูก็อยู่ต่อวันนี้เหมยเหม่ยแค่พูดสุนทรพจน์ในชั้นเรียน หลังจากนี้ถึงจะไปพูดสุนทรพจน์ต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนคาบเรียนแรกของช่วงเช้าเหมยเหม่ยเตรียมตัวขึ้นเวทีพร้อมแล้ว ทั่วทั้งร่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจหรงซูและเซิ่งถิงเชินนั่งอยู่ตรงที่นั่งแถวหลังสุดหรงซูถือโทรศัพท์มือถือเตรียมพร้อมที่จะเริ่มบันทึกวิดีโอเหมยเหม่ยเริ่มต้นการพูดสุนทรพจน์ความยาวยี่สิบนาทีของตัวเองเหมยเหม่ยออกเสียงภาษาอังกฤษได้มาตรฐานมาก ตอนที่พูดสุนทรพจน์ก็มีพลังอำนาจมาก แววตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่จนไม่เหมือนเด็กอายุห้าขวบเลยสักนิดเด็ก ๆ ในห้องพากันนั่งตัวตรงตั้งใจฟังเหมยเหม่ยพูดหน้าชั้น เห็นได้ชัดเลยว่าเหมยเหม่ยมีอิทธิพลในชั้นเรียนมากทีเดียวเหมยเหม่ยยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้านจริง ๆวันข้างหน้าเธอจะต้องมีอนาคตที่สดใสและงดงามมากอย่างแน่นอน เธออาจจะสืบทอดธุรกิจของเซิ่งถิงเชินได้ด้วยซ้ำหลังจากการพูดสุนทรพจน์จบลงเด็ก ๆ ด้านล่างเวทีก็ปรบมือให้ทันทีหรงซูวางโทรศัพท์มือถือลง แล้วปรบมือให้เหมยเหม่ยตลอดเวลาเซิ่งถิงเชินเฝ้ามองลูกสาวด้วยแววตาที่ปิดบังความภาคภูมิใจเอาไว้ไม่มิด ท่าทีของเขาดูจะดีใจยิ่งกว่าตอนเจรจ
ความสนใจของเหมยเหม่ยถูกดึงดูดไปได้สำเร็จ เธอพูดว่า “ไม่กลัวค่ะ เมื่อคืนหนูเตรียมตัวมาเรียบร้อยแล้ว”หรงซูยิ้มแล้วพูดว่า “เหมยเหม่ยเก่งจริง ๆ”เหมยเหม่ยยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ สีขาวเรียงตัวสวย “เหมยเหม่ยจะเป็นเด็กที่เก่งที่สุด คุณน้าเอเวอลินจะได้ยิ่งชอบหนูไงคะ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ในใจของหรงซูพลันรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในสายตาเต็มไปด้วยท่าทีที่รู้ความและว่านอนสอนง่ายของเหมยเหม่ย “ต่อให้เหมยเหม่ยไม่ได้ทำอะไรเลย น้าก็ชอบเหมยเหม่ยที่สุดอยู่ดีจ้ะ”เหมยเหม่ยดีใจมากที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น “หนูก็ชอบคุณน้าเอเวอลินที่สุดเหมือนกันค่ะ”“วันนี้เหมยเหม่ยต้องขึ้นไปพูดเรื่องอะไรล่ะ?” เซิ่งถิงเชินถามขึ้นเหมยเหม่ยหันกลับไปมองคุณพ่อพี่เลี้ยงยกมื้อเช้ามาเสิร์ฟจู่ ๆ เหมยเหม่ยก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ขณะที่กำลังกินเกี๊ยวเธอก็พูดกับคุณพ่อว่า “คุณพ่อคะ คราวก่อนที่หนูบอกคุณพ่อว่าคุณน้าชิงเยว่รังแกคุณน้าเอเวอลิน คุณพ่อต้องทวงความเป็นธรรมให้คุณน้าเอเวอลินนะคะ”เมื่อได้ยินดังนั้นหรงซูก็ชะงักไปเล็กน้อยตอนนั้นที่บ้านตระกูลหรง เหมยเหม่ยได้ยินบทสนทนาของพวกเธอไม่น่าเชื่อว่าแกจะเอาเรื่องนี้ไป
เจียงหวยซวี่เห็นว่าเธอยังไม่ออกมาเสียที เขาเกรงว่าเธออาจจะกำลังกล่อมเหมยเหม่ยนอนหลับอยู่ จึงไม่สะดวกที่จะโทรศัพท์ไปหาสุดท้ายจึงกดกริ่งประตูอู๋ฟางเป็นคนไปเปิดประตู เมื่อเห็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาปรากฏตัวอยู่หน้าประตู เธอก็ตกใจในตอนแรก พอรู้ว่าเขามาหาหรงซูในใจแอบคิดว่านี่ต้องเป็นชู้รักไร้หัวนอนปลายเท้าที่หรงซูไปคว้ามาจากข้างนอกแน่ ๆถึงขนาดกล้ามาหาถึงที่บ้านโดยตรงพอดีเลย จะได้ให้คุณผู้ชายได้เห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวอย่างหรงซูดังนั้นอู๋ฟางจึงปล่อยให้เขาเข้าไป และให้เขาไปหาหรงซูเอาเองต่อให้เจียงหวยซวี่จะดูออกว่าอู๋ฟางไม่ได้ประสงค์ดี แต่เขาก็ยังคงเดินตามอู๋ฟางเข้าไปในวิลล่าเซิ่งถิงเชินเดินลงบันไดมาอย่างเชื่องช้าและมองดูทั้งสองคนทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองคุณผู้ชายโดยสัญชาตญาณ ถึงได้สังเกตเห็นรอยฝ่ามือบนใบหน้าของคุณผู้ชายเมื่อครู่นี้พวกเธออยู่ชั้นล่าง ได้ยินเสียงตบหน้าดังมาจากชั้นบนแว่ว ๆนี่คุณผู้ชายถูกตบอย่างนั้นเหรอ?หรงซูเป็นคนตบ?เธอกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง?ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับคุณผู้ชายมาก่อนเลยนะหรงซูกล้าตบคุณผู้ชายเลยเหรอ
เมื่อสิ้นเสียงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังขึ้นเป็นระยะ ต่อมาได้ยินเสียงตวาดดังลั่น “เซิ่งถิงเชิน ปล่อยเธอนะ”เซิ่งถิงเชินหันหน้ามอง พลันเห็นเจียงหวยซวี่ที่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย ดวงตาดำราวกับเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งชั้นบางหรงซูอาศัยจังหวะที่เขาคลายมือ ออกแรงดึงมือที่ถูกจับไว้กลับมา แล้วยกมือตบหน้าชายหนุ่มทันทีเสียงตบดังกังวานก้องไปทั่วทางเดินฝีเท้าเจียงหวยซวี่หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขาตะลึงงันไปทันทีหรงซูยื่นมือผลักชายหนุ่มอย่างแรง ต่อมาเดินไปหาเจียงหวยซวี่ แต่เซิ่งถิงเชินยื่นมือไปจับเธอไว้ชั่วขณะนั้นเจียงหวยซวี่จับมืออีกข้างของหรงซูเอาไว้เหมือนกันหรงซูถูกแรงที่มากขนาดนี้ฉุดกระชาก รู้สึกว่าไหล่ของตัวเองแทบหลุด“ประธานเจียง คุณหมายความว่ายังไง?” น้ำเสียงเย็นเยียบของเขาดังขึ้น เจียงหวยซวี่ประจันหน้ากับเซิ่งถิงเชิน ความกดดันแข็งแกร่งอย่างที่มองไม่เห็นสองสายปะทะกัน ทำให้บรรยากาศโดยรอบอึดอัดจนหายใจไม่ออก“ประธานเซิ่ง คุณไม่มีสิทธิ์จำกัดอิสรภาพของเสี่ยวซู คุณปล่อยเธอดีกว่า”ดวงตาสีดำของเซิ่งถิงเชินเหมือนจะดำลึกยิ่งกว่าท้องฟ้าข้
หรงซูมองเหมยเหม่ยที่นอนหลับสนิท แล้วอยู่เป็นเพื่อนเธอต่ออีกสักครู่จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวของเหมยเหม่ยเพราะต้องพักอยู่ที่นี่ดังนั้นเธอเลยนำเสื้อผ้าหลายชุดมาไว้ที่ห้องแต่งตัวของเหมยเหม่ยหลังเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอถอดเครื่องประดับใส่ไว้ในถุงพอออกมาจากห้องแต่งตัวเห็นเหมยเหม่ยที่นอนอยู่บนเตียง ใจของเธอกลับลังเลสุดท้ายเธอกดข่มความอาวรณ์และทรมานในหัวใจ หันหลังเดินออกไปทางประตูพอออกจากห้องนอนก็บังเอิญเจอชายหนุ่มที่ออกมาจากห้องนอนอีกห้องเมื่อหรงซูเห็นเขา เธอพูดเสียงเรียบ “ฉันไปก่อนนะ พรุ่งนี้คุณบอกเหมยเหม่ยด้วย”เซิ่งถิงเชินมองถุงในมือเธอที่ใส่เสื้อผ้าเอาไว้ขณะที่หรงซูพูดจบแล้วเตรียมจะจากไป ก็ได้ยินเขาบอกว่า “เธอกลัวอะไร?”ได้ยินแบบนั้นฝีเท้าหรงซูชะงัก หันหลังมองใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของชายหนุ่ม แล้วพูดเสียงราบเรียบ “แค่ไม่อยากอยู่ใต้ชายคาเดียวกับคุณเท่านั้นแหละ”เซิ่งถิงเชินได้ยินแบบนั้น เพียงหัวเราะเสียงต่ำ เขาก้าวเดินไปตรงหน้าหญิงสาว หรงซูกำมือแน่นตามสัญชาตญาณ จิตใจตึงเครียด มองเขาอย่างหวาดระแวงเซิ่งถิงเชินหยุดฝีเท้ายืนอยู่หน้าเธอ พร้อมมองเธ
ผ่านไปสักครู่“เหมยเหม่ยล่ะ?”เขาเอ่ยปากถามหลิวลี่หัวถึงได้เงยหน้ามองเซิ่งถิงเชิน ตอบเขาอย่างประหม่า “คุณหนูเหมยเหม่ยอยู่ในห้องนอนคนเดียว หรง...หรงซูเพิ่งขึ้นไปค่ะ”เซิ่งถิงเชินมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง แล้วเก็บสายตากลับมา ก้าวขาขึ้นไปชั้นบนจนกระทั่งร่างของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิงทั้งสองคนถึงได้โล่งอกหรงซูมาถึงห้องนอนของเหมยเหม่ยเธอผลักประตูเข้าไปโดยตรงก็เห็นเหมยเหม่ยนอนคว่ำบนเตียง กำลังแกว่งขาอ่านหนังสือการ์ตูนเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเหมยเหม่ยหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาคือหรงซู เธออึ้งอยู่ที่เดิมหรงซูเดินเข้าไป นั่งลงตรงขอบเตียง พอเห็นท่าทางของเหมยเหม่ยที่ตะลึงจนอ้าปากค้างพูดไม่ออก เธอยิ้มอย่างอ่อนโยน “เหมยเหม่ย เป็นอะไร?”เหมยเหม่ยกะพริบดวงตาโต หลังจากรู้สึกตัว ก็พลิกตัวรีบโผเข้าอ้อมกอดหรงซู “คุณน้าเอเวอลินสวยมาก คุณน้าเป็นนางฟ้า สวยกว่านางฟ้าอีก คุณน้าตัวหอมมาก”เหมยเหม่ยโผเข้าอ้อมกอดหรงซูถูไถพร้อมออดอ้อนหรงซูลูบหัวน้อย ๆ ของเธอ “พอแล้ว”“คุณน้าอุ้มหน่อยค่ะ”หรงซูลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มเหมยเหม่ยขึ้น เธออุ้มลูกอยู่สักพักหลังอุ้มอยู่ไม่กี่นาทีหรงซูวางเหมยเห







