เข้าสู่ระบบผ่านไปครู่ใหญ่ซูชิงจือเอ่ย “ถ้าตอนนี้ฉันต้องการให้นายปล่อยเธอเป็นอิสระล่ะ?”เซิ่งถิงเชินตอบ “ตอนนี้เธอไม่หย่าหรอก”ซูชิงจือขมวดคิ้ว “ทำไม?”เซิ่งถิงเชินกล่าว “เธอมีเรื่องที่เธออยากจะทำ”สีหน้าของซูชิงจือเย็นชาลงอีกหลายส่วน กล่าวว่า “นายรู้ว่าเธออยากทำอะไรเหรอ?”เซิ่งถิงเชินกล่าว “ไม่ว่าเธออยากจะทำอะไร ฉันก็ยอมรับได้ทั้งนั้น”ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนซูชิงจือเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างถึงที่สุด “เซิ่งถิงเชิน ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องกลายเป็นของเล่นในมือของนาย”“เธอคือน้องสาวที่นายเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน เป็นแม่ของเหมยเหม่ย ไม่ใช่ของเล่นในมือของฉันอยู่แล้ว” พูดพลาง น้ำเสียงของเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดเรื่องที่ไม่ค่อยดีขึ้นมากมาย แต่ตอนนี้เธอรักเหมยเหม่ย เหมยเหม่ยเองก็ขาดเธอไม่ได้แล้ว การหย่าร้างไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอหรอก มีแต่จะทำให้เธอต้องจมลงสู่วังวนแห่งความเจ็บปวดรอบใหม่ก็เท่านั้น ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง อย่างน้อยชีวิตของเธอในตอนนี้ก็ถือว่ามั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว”ซูชิงจือกล่าว “นายควบคุมจิตใจคนเก่งจริง ๆ แต่ถ้ามีวันหนึ่งที่เธอยืน
ทั้งสองคนนัดเจอกันในสถานที่ที่มักจะไปรวมตัวกันเป็นประจำเซิ่งถิงเชินหาหรงซูจนพบ แล้วเอ่ยบอกว่า “ตอนนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย เธออยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยให้ดี ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”เจี่ยงเวยหยางนั่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อฟังคำพูดนี้ของเซิ่งถิงเชิน เขาดูเป็นสามีที่อ่อนโยนและเอาใจใส่มากจริง ๆ เพียงแต่เธอกลับมองไม่ออกเลยว่าความอ่อนโยนเอาใจใส่นี้มาจากความรู้สึกที่แท้จริงจากใจหรือเปล่าหรงซูมีท่าทีเย็นชา “คุณไม่จำเป็นต้องมาบอกอะไรฉันหรอกค่ะ”เซิ่งถิงเชินเพียงแค่คลี่ยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็ไปบอกกล่าวกับพวกผู้อาวุโสอีกครั้งแล้วจึงเดินออกจากบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งไปครึ่งชั่วโมงต่อมาภายในคลับเฮาส์ระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่งตำแหน่งที่นั่งริมหน้าต่างซูชิงจือนั่งมองดูวิวหิมะนอกหน้าต่างอยู่ที่นั่นเซิ่งถิงเชินเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ก็เห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้น บรรยากาศรอบตัวเขาดูอึมครึมและกดดันมากอย่างเห็นได้ชัดเซิ่งถิงเชินก้าวเดินเข้าไปหา แล้วนั่งลงตรงข้ามอีกฝ่าย มองดูใบหน้าด้านข้างที่ตึงเครียดของซูชิงจือ เอ่ยว่า “ไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อของนายดี ๆ ล่ะ”ซูชิงจือหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มไปหนึ่งคำ แล้วกร
สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ของทั้งสอง แม้เจี่ยงเวยหยางจะสงสัย แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้ถามอะไรมากพอไปถึงห้องโถงใหญ่คุณท่านฟู่กับคุณนายใหญ่ฟู่มาถึงก่อนล่วงหน้าแล้ว ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันในห้องโถง บรรยากาศครึกครื้นตอนเห็นคนที่ปรากฏตัวบรรดาผู้ใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่ไม่รู้สึกแปลกใจ เหมือนจะมีคนเพิ่มหรือลดลงสักคนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเหมยเหม่ยกับฟู่นันนันทักทายผู้ใหญ่ทีละคนความสนใจของทุกคนไปอยู่ที่เด็กทั้งสองคนเซิ่งถิงเชินกับฟู่สิงโจวเข้าไปทักทายพวกผู้ใหญ่หรงซูเพียงพูดกับคุณท่านฟู่และคุณนายใหญ่ฟู่อย่างนอบน้อม “คุณท่านฟู่ คุณนายใหญ่ฟู่”คุณนายใหญ่เซิ่งกับคุณท่านเซิ่งนั่งอยู่ด้านข้าง อารมณ์บนใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเฉพาะคุณท่านเซิ่งที่ในแววตามีความไม่พอใจชัดเจนคุณท่านฟู่พยักหน้า “มาแล้วเหรอ”หรงซูตอบรับหนึ่งคำคุณนายใหญ่ฟู่เองก็กล่าวชม “ไม่เจอกันช่วงหนึ่ง ยิ่งสวยขึ้นแล้วนะ”หรงซูสง่างามและพูดอย่างเปิดเผย “ขอบคุณค่ะ สีหน้าของคุณนายใหญ่ฟู่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ”คุณนายใหญ่ฟู่ยิ้มหรงซูเป็นห่วงสุขภาพของคุณท่านฟู่ แต่ช่วงนี้งานยุ่งมาก ทำให้ไม่ได้ไปเยี่ยมท่านนานแล้ว“คน
หรงชิงเหวินตอบ “เผยอวี้นะ เขาเป็นลูกชายของป้าเผยลูก วันนี้ช่วงเช้าบริษัทเขายังมีงานต้องจัดการ เพิ่งออกไปเมื่อกี้ รอให้เขาทำงานเสร็จกลับมา พวกลูกทำความรู้จักกันได้ เผยอวี้เองก็เป็นเด็กดีที่มีความมุ่งมั่นมีความพยายาม และดีกับน้องสาวของลูกมาก”เมื่อพูดถึงเผยอวี้ หรงชิงเหวินภูมิใจเหมือนพูดถึงลูกตัวเอง เขากำลังหยอกลูกน้อย ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงของซูชิงจือเขาไม่ได้ยินเสียงตอบรับของซูชิงจือ ถึงได้เงยหน้ามองเขา แล้วถามว่า “ชิงจือ ลูกเป็นอะไรไป?”ซูชิงจือดึงสติกลับมาจากความตะลึงและสับสน มุมปากพยายามฉีกยิ้ม กล่าวว่า “ไม่...ไม่มีอะไรครับ”ชั่วขณะหนึ่งสมองของเขาว่างเปล่า หัวใจเหมือนถูกไม้กระบองฟาดเข้าอย่างแรง ทำให้ไม่ว่ายังไงเขาก็หายใจไม่ออก เลือดทั่วร่างกายไหลย้อนกลับ ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยอย่างคุมไม่อยู่ สิ่งที่อยากพูด ทันใดนั้นยังไงก็ถามออกมาไม่ได้อากาศที่อึมครึมตั้งแต่เช้า ในที่สุดก็มีเกล็ดหิมะร่วงลงมาบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่ง วันนี้ถูกจัดตกแต่งอย่างมงคลเป็นพิเศษรถหรูค่อย ๆ ทยอยขับเข้าไปในโรงจอดรถใต้ดินของตัวบ้านวันนี้ตระกูลฟู่มาร่วมรับประทานอาหารที่ตระกูลเซ
จนกระทั่งเก้าโมงซูชิงจือได้รับสายโทรเข้าจากพ่อ เขารีบรับสายทันที กล่าวว่า “พ่อครับ”“ชิงจือ ตื่นหรือยัง?”“ครับ ตื่นแล้วครับ”“งั้นวันนี้มาเร็วหน่อยนะ!”“ได้ครับ”หลังวางสายซูชิงจือผ่อนลมหายใจ มองดูประตูใหญ่ของวิลล่า ในใจตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับการเจรจาร่วมงานที่ยากเย็นแค่ไหน เขาก็ไม่เคยประหม่าเหมือนตอนนี้มาก่อนผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงซูชิงจือเหยียบคันเร่ง ขับรถเข้าไปในประตูใหญ่ของวิลล่าหน่วยรักษาความปลอดภัยได้รับแจ้งจากหรงชิงเหวินล่วงหน้า ดังนั้นจึงปล่อยให้เขาขับรถเข้าไปขณะเดียวกันรถออดี้คันหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าค่อย ๆ ขับสวนมา ซูชิงจือสังเกตเห็นคนที่นั่งอยู่ที่นั่งคนขับ เผยอวี้นั่นเองเผยอวี้เองก็เห็นซูชิงจืออยู่แล้ว แต่เขาไม่แปลกใจเลยสักนิดหลังสบตากันเผยอวี้พยักหน้าเบา ๆ จากนั้นขับรถออกจากวิลล่าซูชิงจือไม่คิดอะไรมาก ขับรถไปถึงหน้าวิลล่าตระกูลหรงเขาลงจากรถแล้วไปหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ จากนั้นเดินไปกดกริ่งประตูใหญ่ไม่กี่นาทีต่อมาหรงชิงเหวินมาเปิดประตู“พ่อครับ”“ชิงจือ ลูกมาแล้ว รีบเข้ามาเร็ว ทำไมซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้ เอามาให้พ่อถือมา
“แต่ว่าอดีตสามีของเสี่ยวอวี่ยังอยู่เมืองจิงหรือเปล่า?”สำหรับเรื่องจ้าวอี้โจว เจียงอวี่เป็นฝ่ายบอกเขาเอง แน่นอนว่าเจียงอวี่ไม่อยากให้เผยอวี้เข้าใจผิด ให้เขาคิดว่าตัวเองยังมีเยื่อใยให้จ้าวอี้โจวก่อนจ้าวอี้โจวปรากฏตัวยังดี แต่ตอนนี้เจียงอวี่อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเผยอวี้จะถือสาเรื่องที่เธอเคยหย่าและมีลูกติดไหมช่วงเวลานั้นเจียงอวี่กระวนกระวายมาก ติดต่อกับหรงซูตลอดเวลาและเป็นหรงซูที่แนะนำให้เธอเป็นฝ่ายบอกเผยอวี้ เรื่องที่จ้าวอี้โจวมาเมืองจิงเพียงแต่เขางานยุ่ง เวลาส่วนใหญ่เจียงอวี่เป็นฝ่ายติดต่อเขาเอง พอเผยอวี้เห็นข้อความก็จะติดต่อกลับไปเป็นอันดับแรกคืนก่อนจะพาหยาหย่ากลับเมืองไห่ ทั้งสองคนนัดทานข้าวกันเจียงอวี่สามารถรับรู้จากท่าทีของเผยอวี้ ว่าเขาไม่ถือสาเลยสักนิดเธอถึงได้วางใจ“เรื่องนี้ฉันเองก็ไม่แน่ใจ”เผยอวี้พยักหน้า แล้วไม่ซักถามต่อหรงซูกอดหมอนอิง แล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ “แต่ตอนนี้ดูจากท่าทีของจ้าวอี้โจว เหมือนยังไม่ตายใจกับเสี่ยวอวี่”จ้าวอี้โจวกับจ้าวเจิงต่างก็เป็นคนบ้า เธอเป็นห่วงจริง ๆ ถ้าเกิดเขารู้ว่าเสี่ยวอวี่ชอบผู้ชายคนอื่น เขาจะทำเรื่องบ้าคลั่ง“ต่อให้ยังไม่ตายใจ







