Mag-log in
ณ คฤหาสน์เวสล์ตัน
" ตกลงลงมีเรื่องอะไร?" ราม รังสิมันต์ เวสล์ตัน ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าว่าที่ผู้นำสูงสุดของเวสล์ตันได้เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทหลังจากที่รถจอดสนิทที่คฤหาสน์ใหญ่ วันนี้เขาถูกเรียกตัวมาด่วนจากเรย์ เรโอนาร์ด เวสล์ตัน ผู้เป็นปู่โดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าเรียกมาเรื่องอะไร " ผมคิดว่าเป็นเรื่องการแต่งงานนะครับ เพราะเรื่องอื่นผมตรวจสอบดูแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร" สิงหา ชายหนุ่มวัยสามสิบสองที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่เขามีมันสมองที่เฉียบแหลมกว่าใครๆ จนได้เป็นมือขวามาเฟีย เขาคือคนที่รังสิมันต์ไว้ใจมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ และอีกคนคือคาร์ลอส ลูกน้องที่ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง ความเก่งกาจก็ไม่ได้ด้อยไปจากสิงหา " หึ! เรื่องแค่นี้ต้องมากันหมดตระกูลเลยเหรอ!" รังสิมันต์ยกยิ้มที่มุมปากอย่างสมเพชก่อนที่จะทิ้งบุหรี่ลงที่พื้นและเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นัก ถ้าเป็นเรื่องแต่งงานเขาเคยพูดไปหลายครั้งแล้ว และไม่เคยยินดีที่จะอยากแต่งงานกับใครทั้งนั้น เพราะเขามีผู้หญิงที่ต้องการจะแต่งงานด้วยอยู่แล้ว เพียงแค่เปิดเผยไม่ได้ในตอนนี้ "ตกลงตารามจะเอาลูกสาวตระกูลไหนคะ " เสียงของลี ลีน่า เวสล์ตัน พี่สาวแท้ๆของราฟ ราฟาเอล เวลส์ตันพ่อของรังสิมันต์ ข้างกายของลีน่าเป็นไลลาลูกบุญธรรมที่รับอุปถัมภ์มาจากบ้านเด็กกำพร้า ไลลาเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยและหน้าตาสวยหวาน เธอสวยจนหลายคนบอกให้ไปเป็นดารา แน่นอนว่าถ้าเธอไปแคสงานละครคงได้เป็นนางเอกไปแล้ว แต่ เธอโชคดีที่ได้มาเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีเสียก่อน " ยังไม่ได้เลือก ถ้าเลือกไม่ถูกใจ ก็ต้องเลือกใหม่อยู่ดี " ราฟาเอลตอบนิ่งๆตามสไตล์ เขารู้ดีว่าผู้นำต้องเจอกับกฏบังคับอะไรบ้าง แต่ละกฎช่างน่าอึดอัดและกระอักกะอ้วนใจของคนเป็นผู้นำเป็นอย่างมาก ไม่เคยที่จะได้ทำอะไรตามใจตัวเองเลยสักครั้ง แม้กระทั่งการเลือกคู่ครอง ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกเอง "พี่ก็ช่วยหลานเลือกสิครับ สเปคเจ้ารามเป็นยังไง พี่น่าจะรู้ดี" น้องชายคนเล็กอย่างริค ริคาร์โด้ เวสล์ตันได้พูดจากระแนะกระแหนพี่สาวราวกับไปรู้เรื่องอะไรมา ทุกคนนั่งอยู่ตรงโต๊ะใหญ่ในห้องประชุมประจำตระกูลโดยมีคุณปู่ที่เป็นประธานใหญ่นั่งอยู่ด้วย ส่วนคุณย่ากำลังเดินเข้ามาโดยมีจันทร์เจ้าเด็กสาววัยละอ่อนคอยประครองไม่ห่าง แต่พอมาถึงในห้องใหญ่ลูกหลานก็รีบลุกขึ้นไปประคองคุณย่าอย่างเอาอกเอาใจ แย่งกันทำคะแนนจนน่าหมั่นไส้ " เลือกได้หรือยังล่ะพ่อคาสโนว่า?" คุณย่าหันไปถามรังสิมันต์หลานชายตัวดี ที่ผลัดวันประกันพรุ่งมาเกือบปี คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะรู้ว่าหลานชายกำลังติดพันกับผู้หญิงที่ไม่คู่ควร " เลือกคนไหนก็เหมือนกัน เพราะยังไงผมก็จะหย่าอยู่ดี" รังสิมันต์ตอบอย่างหนักแน่นราวกับว่ากำลังเอาใจใครอยู่ แน่นอนว่าคำตอบของเขาทำให้หญิงสาวที่นั่งฟังอยู่ด้วยถึงกับกุมมือแน่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใครเพราะกลัวจะมีพิรุธให้ใครจับได้ เธอพยายามทำตัวให้ปกติ โดยเฉพาะกับสายตาของผู้เป็นย่าที่จ้องมองมาที่เธอ ..จนเธอไม่กล้าสบสายตา " พูดจาตรงประเด็นดีสมกับเป็นผู้นำ " คุณปู่เอ่ยชมหลานชายที่ท่านเป็นคนแต่งตั้งให้เป็นผู้นำ เพราะท่านเห็นแววของหลานคนนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ท่านเชื่อว่ารังสิมันต์จะพาตระกูลไปได้ไกลกว่าเดิม ไม่ล่มจมเหมือนกับตระกูลอื่นที่พ่ายแพ้ให้กับพิษเศรษฐกิจและถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนในตระกูลตัวเอง " คุณแม่อยากได้หลานสะใภ้ตระกูลไหนคะ " เสียงของอร อรอุมา อดีตนางงามเวทีใหญ่ที่สละตำแหน่งมาเป็นภรรยาของริคาร์โด้ เธอพูดอย่างเอาใจแม่สามี ทำตัวโดดเด่นไม่สนใจว่าตัวเองนั้นคือภรรยาน้อย " คนไหนก็ได้ที่สามารถจะสยบเสือตัวนี้ได้" คุณย่ามองไปยังหลายชายที่ไม่เคยคบใครจริงจัง สามสิบห้าแล้วยังไม่มีเมียอีก คนอื่นเขามีลูกกันเต็มบ้านแล้ว สิ้นเสียงคุณย่าบรรดาญาติๆก็ช่วยกันเสนอ ใครสนิทกับตระกูลไหนก็เชียร์ลูกสาวตระกูลนั้น เป็นการหาเมียที่ไม่ได้ศึกษาดูใจกันเลย รังสิมันต์ได้แต่นั่งฟังอย่างเบื่อหน่าย เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกเมีย ที่ถามควาาเห็นของเขา ก็แค่ถาาตามมารยาท " เลือกไหม!" ผู้เป็นพ่อที่เคยผ่านจุดนี้มาก่อนได้ถามลูกชาย หากเลือกสักหน่อย อาจจะได้คนที่ถูกใจ ไม่ต้องพิสูจน์กันยาวนานเหมือนท่าน กว่าจะรู้ใจก็ได้ทำร้ายจิตใจภรรยาที่แสนดีจนส่งผลให้เป็นโรคร้าย และพรากชีวิตภรรยาท่านไปตั้งแต่ลูกชายสิบขวบ คิดถึงทีไรก็เหมือนมีดกรีดหัวใจ ท่านตั้งปณิธานว่าจะไม่เปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนมาแทนที่ภรรยาได้ " เลือกมาเลยครับ ผมเบื่อจะคุยเรื่องนี้แล้ว" เขาพูดออกมาโดยที่สายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวที่พึ่จะลุกออกไป " งั้นป้าข้อเสนออย่างตรงไปตรงมานะ ป้าคิดว่าหลานคงไม่ชอบผูกมัดนานๆ และไม่คิดจะอยู่กินกับภรรยาอย่างจริงจัง " ทุกคนรู้ดีว่าการแต่งงานมาพร้อมกับพันธะทางธุรกิจ การสืบตระกูล ไม่ได้ต้องการความรัก และรังสิมันต์ตกลงไว้ว่าจะแต่งแค่ในนาม และจะหย่าหลังจากที่เธอคลอดลูกชาย "คนนี้ชื่อ พราวฟ้า " รูปของหญิงสาวถูกยื่นมาตรงหน้าของรังสิมันต์ สายตาคมมองเพียงเสี้ยวก่อนที่จะเบือนสายตาไปทางอื่น " สวยมากนะหลานชาย อาว่าคนนี้ผ่าน" ริคาโด้ตบไหล่หลานชายด้วยความพอใจ ถ้าเป็นเขาก็จะเลือกคนนี้ " ต้องสวยสิ เธอเป็นดารา และเป็นดาราที่กำลังถูกตามฆ่า เรายื่นข้อเสนออะไรไปก็ได้ทั้งนั้น" ป้าลีน่าพูดออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม และตรงใจหลานชายมากที่สุด พราวฟ้าเหมาะสมกับภรรยาจอมปลอมที่รักกันต่อหน้าสื่อที่สุด " เอาตามนั้นครับ ผมขอตัว" รังสิมันต์ลุกขึ้นทันทีที่พูดจบ เขาหันหลังจะก้าวเดินไปยังทางออกที่หญิงสาวเดินออกไปก่อนหน้านี้ แต่ก็ต้องหยุดชะงักกับประโยคของปู่่ " อาทิตย์หน้า! " รังสิมันต์ได้แต่กัดฟันทน เขารู้สึกอึดอัดที่ต้องถูกบังคับ ทุกคนรู้ว่าเขารักใคร แต่ก็ยังทำเมิณเฉย บังคับให้เขาทำในสิ่งที่ขัดกับหัวใจ " แกจะต้องไปรับตัวเจ้าสาวมาอาทิตย์หน้า" " ครับ " เขาตอบเพียงนั้นก่อนจะเดินออกไป ทันทีที่ออกมาก็เจอร่างบางยืนร้องไห้อยู่ตรงมุมหนึ่งของตึก พอเห็นว่าใครเดินออกมา เธอก็รีบเช็ดน้ำตาแล้วเดินหนี หมับ! " เรามีเรื่องต้องคุยกัน" " ไม่ค่ะ ไลไม่มีอะไรจะคุยกับคุณราม" " คุณเหรอ?" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปม เขารู้สึกไม่พอใจที่เธอเรียกเขาห่างเหินแบบนั้น เขาชอบที่เธอออดอ้อนเขาเสียงหวานมากกว่าทำหน้าตาบึ้งตึงแบบนี้ ดวงตาที่เศร้าหมองไร้ความสุขของเธอทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจไปด้วย " คุณแม่สั่งไม่ให้ไลคุยสนิทสนมกับพี่ แล้วนับจากวันนี้..เราอย่าเจอกันอีกเลยนะคะ" หญิงสาวบอกเสียงสั่น ดวงตาของเธอบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนัก ตอนนี้น้ำตาของเธอก็กำลังเอ่อล้นดวงตาออกมา แต่ก่อนที่น้ำตาจะไหลเธอก็จะรีบก้าวเดินออกไปจากตรงนี้ เธอไม่อาจร้องไห้ให้คนที่บ้านใหญ่เห็นได้ หากใครรู้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเธอกับผู้นำตระกูลที่ยืนอยู่ตรงหน้า คนที่เดือดร้อนจะเป็นลีน่าแม่ยุญธรรมของเธอ " ไม่ พี่ไม่ยอมจบ" พูดจบก็อุ้มร่างบางของหญิงสาวตรงไปยังรถหรูที่จอดรออย่างรู้ใจ แน่นอนว่าทุกคนรู้สถานะของเขากับไลลา ลูกบุญธรรมของลีน่า และนี่คือหนึ่งเหตุผลที่คุณย่าเร่งให้เขาแต่งงงาน ท่านไม่อยากให้เขาไปยุ่งเกี่ยวกับไลลาเพราะกลัวจะเสียภาพลักษณ์ของตระกูล คุณย่าเคยเตือนเขามาแล้ว การที่ผู้นำไปคว้าเอาผู้หญิงที่เปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆมาเป็นเมีย จะทำให้ตระกูลเสื่อมเสียและไม่มีความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ของผู้นำจะติดลบในทันที "คุณรามทำแบบนี้ทำไมคะ ปล่อยไลลงไปนะคะ" ร่างบางนุ่มนิ่มพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่ยิ่งเธอพยายามดิ้นรนสักเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกอดรักเธอแน่นขึ้น แล้วยังสั่งให้ลูกน้องออกรถในทันที "ไลไม่ไป จอดรถนะคะ" "อย่าดิ้นสิ" ยิ่งเธอดิ้นไปมาก็จะยิ่งเป็นอันตรายกับตัวเธอ เพราะก้นงอนกำลังบดเบียดกับความเป็นชายของเขาจนมันขยายพองขึ้นมาแล้ว มันอยากจะทักทายเจ้าของเหลือเกิน หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้เจอเธอ เขาแทบจะคลั่งเพราะไม่ได้สัมผัสร่างเนียนนุ่มนี้มาหลายวัน "ไม่คิดถึงพี่เลยเหรอ หื้ม.." ใบหน้าหล่อคมซุกไปยังซอกคอขาวพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมละมุนจประจำตัวผู้หญิงที่เขารัก เธอยังคงต่อต้านเล็กน้อยเพราะยังนอยอยู่ ที่เขารู้อย่างนั้น เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอจะตัดต่อความสัมพันธ์กับเขา ทุกครั้งที่ป้าลีน่าสั่งห้ามไม่ให้คุยกับเขา เธอก็จะร้องไห้ฟูมฟายขอบตาบวมช้ำมาแบบนี้ตลอด และนั่นคือจุดอ่อนเดียวที่ทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจจนอยากจะเคลียร์เรื่องแต่งงานให้เร็วที่สุด "ไลจะคิดถึงหรือไม่คิดถึง จะมีประโยชน์อะไรคะ ในเมื่อคนที่คิดถึงกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น " เมื่อกี้เธอบอกคิดถึงเขาอย่างลืมตัว ท่าทางของเธอน่าเอ็นดูมากสำหรับเขา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขารู้สึกรักได้มากขนาดนี้มาก่อน เขารู้สึกรักและเป็นห่วงเธอจนแทบจะลืมความเป็นตัวเอง เขาอยากจะสละตำแหน่งผู้นำเพื่อที่ไปอยู่กับเธอด้วยซ้ำ แค่เพียงเธอเอ่ยปากว่าจะหนีไปกับเขาเขาก็จะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเธอยังไม่ลังเล "หากพี่ยังอยู่ในตำแหน่งผู้นำ พี่จำเป็นต้องทำ " เขายังคงยืนยันคำตอบเดิม และคิดว่าเธอคงจะเข้าใจความหมาย ถ้าเธออยากให้เขาเลือกเธอ เธอกับเขาจะต้องไปอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก ไปอยู่ในสถานที่ที่สามารถตัดสินใจเองได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ไลลานิ่งไปสักพักราวกับกำลังคิดวิเคราะห์และตัดสินใจบางอย่าง จะสักพักเธอก็หันมาและสวมกอดเขาแน่น พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น "ไลทำแบบนั้นไม่ได้ ไลไม่อยากเป็นตัวปัญหาทำให้พี่ไปลำบาก ไลรักพี่..เกินกว่าจะปล่อยให้พี่ไปลำบากแบบนั้น" เธอเคยบอกมาตลอดว่า หากหนีไปด้วยกันก็จะเป็นแค่คนธรรมดาไม่สิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างทุกวันนี้ บางทีอาจจะต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ หลบหนีจากพวกศัตรูแล้วยังต้องหนีจากคนของตระกูลใหญ่ เธอทนเห็นผู้ชายที่เธอรักไปลำบากไม่ได้ "ไลทนเห็นพี่ลำบากไม่ได้" มือหนารูปที่แผ่นหลังของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม เพราะแบบนี้ไงเขาถึงรักเธอ เธอไม่เลือกความสุขของตัวเธอเอง แต่เธอเลือกที่จะทำเพื่อเขา แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาทำทุกอย่างเพื่อเธอได้ยังไง หากแต่งงานไปก็จะหย่าให้เร็วที่สุดคาร์ลอสเปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นคนขับและเหยียบคันเร่งมุ่งตรงกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลใหญ่อย่างรีบร้อน เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาตัวโชกไปด้วยเลือดสดสีแดงฉานที่ไหลซึมออกจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ขวาของเจ้านาย น่าแปลกมากที่กระสุนถูกยิงเข้าที่หัวไหล่แต่กลับทำให้นายท่านอาการสาหัสได้ขนาดนี้ ยังไม่รู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่เพียงว่าต้องรีบส่งเจ้านายไปถึงมือหมอโดยเร็ว "ฮึก...พี่ราม ไลขอโทษ... ไลไม่ได้ตั้งใจ ไลไม่คิดว่าพวกมันจะรู้ว่าเราอยู่ที่นั่น ฮือ..."ไลลาที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน ร่างกายสั่นเทาด้วยความขวัญเสีย มือบางพยายามถือผ้าเช็ดหน้าซับเลือดให้เขาด้วยท่าทีลนลาน รังสิมันต์กัดฟันข่มความเจ็บปวด พลางใช้มือซ้ายที่เหลืออยู่เอื้อมไปกุมมือเธอไว้เบาๆ "พี่ไม่เป็นไร แค่นี้ไกลหัวใจ" ปากบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่อาการเหมือนจะหมดสติอยู่ตลอด เขาผ่านการโดนยิงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้รู้สึกจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงผู้หญิงข้างๆเป็นอย่างมาก เพราะเป้าหมายของพวกมันคือเธอ ไม่ใช่เขา!ทันทีที่รถหรูจอดเทียบจอดหน้าประตูคฤหาสน์ การ์ดนับสิบชีวิตต่างวิ่งเข้ามากระจายกำลังรักษาความปลอดภัย และ
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์แผดร้องลั่นถนนยามค่ำคืน รังสิมันต์กดคันเร่งจมมิดเหยียบทะยานมุ่งหน้าสู่คอนโดหรูใจกลางเมือง หัวใจของชายหนุ่มบีบรัดแน่นด้วยความร้อนรุ่มและรู้สึกผิด ภาพพราวฟ้าถูกลบออกจากหัวอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงภาพน้ำตาของไลลา ผู้หญิงที่เขารักหมดหัวใจ ทันทีที่คีย์การ์ดแตะประตูห้องเพนท์เฮาส์เปิดออก ความเงียบสงบภายในห้องกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอันหนักอึ้ง ไลลานั่งร้องไห้อยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ดวงตาคู่สวยบวมแดง ร่างบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร รังสิมันต์ไม่รอช้า รีบก้าวเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ มือหนากุมมือบางที่เย็นเฉียบไว้แน่น"ไลฟังพี่นะ เรื่องเมื่อครู่พี่แค่ต้องการแกล้งยายดารานั่นให้กลัวจนถอนหมั้นไปเอง พี่ไม่ได้คิดจะยุ่งเกี่ยวกับเธอจริงๆ""พี่รามคิดว่าไลเป็นคนโง่เหรอคะ? ในสายตาพี่ ไลคงจะโง่มากใช่ไหมคะ" ไลลาสะบัดมือออกอย่างรุนแรง น้ำตาไหลรินเปรอะแก้มเนียน เธอร้องไห้ฟูมฟายเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายแพ้น้ำตาผู้หญิง สิ่งเดียวที่ทำให้ผู้ชายเข้มแข็งคนนี้แตกสลายได้คือน้ำตาของเธอ "คำพูดประจานกลางโต๊ะอาหารขนาดนั้น ถ้าคุณแม่ไม่โทรมาบอก ไลคงไม่รู้ว่าพี่เปลี่ยนกฏการทำเด็กใหม่ พี่อยากน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบลงฉับพลัน มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ที่พราวฟ้าพยายามกลบความตื่นตระหนก สายตาคมกริบของรังสิมันต์ยังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวานไม่ลดละ รอยยิ้มหยันจุดขึ้นตรงมุมปากเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย สายตาของเขาบ่งบอกว่าเขาคิดร้ายกับเธอตลอดเวลา"คนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ลองขึ้นเตียงกันก่อนสักรอบ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร" ประโยคที่พูดออกมาแต่ละอย่าง ทำเอาคนแก่ที่ฟังหัวใจจะวาย ปู่ย่ากุมขมับกับหลายชาย"หนูพราว... ไม่ต้องไปฟังตารามเขานะลูก ตารามแค่ชอบแกล้ง" ผู้เป็นย่าเอ่ยปรามเสียงเข้ม พยายามคลายความอึดอัดให้ฝั่งครอบครัวของหญิงสาว หลานชายตัวดีพูดอะไรไม่เห็นหัวผู้ใหญ่เลย "ตรงไหนที่บอกว่ามีแกล้งครับ ผมแค่อยากจะ 'สร้างความคุ้นเคย' ให้เร็วที่สุด ตามที่คุณปู่ต้องการก็เท่านั้นเอง" รังสิมันต์รวบช้อนส้อมลงบนจานก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างอันสมบูรณ์แบบในชุดเชิ๊ตดำพับแขนยังคงความดูน่าเกรงขาม "อิ่มแล้วใช่ไหมครับ... คุณว่าที่ภรรยา"พราวฟ้าเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูง ดวงตาคู่สวยฉายแววไหววูบเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เรียบตึง เขาคิดอะไรถึงได้พูดกับเธอแบบนี้ ท่าทางแบบนี้คงจะหาเรื่องแกล้งอะไรเธออีกใช
# เวลา 20:00 น. 'นับจากวันนี้แกจะต้องหาเวลามาอยู่กับว่าที่ภรรยา นี่คือคำสั่ง! ' คำสั่งของคนบอกยังคงติดอยู่ในโซนประสาทและทำให้เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก คุณปู่ไม่เพียงแต่ใช้อำนาจบีบบังคับให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านเลือก แต่ท่านยังบงการให้เขาใช้ชีวิตร่วมกับเธออยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าท่านกำลังกีดกันเขาจากใครบางคนอยู่ แน่นอนว่าเขาจะไม่มีวันให้ท่านได้เลยว่าเขาคบกับไลลา นอกจากศัตรูที่รายล้อมอยู่รอบกายแล้ว เขาต้องปกป้องไลลาจากครอบครัวของตัวเองอีกด้วย หึ! รังสิมันต์ที่ทำอะไรไม่ได้มากในตอนนี้จึงได้แค่เดินออกมาดูบุหรี่และต่อสายหาไลลาผู้หญิงที่น่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ ( ไม่เป็นไรเลยค่ะ พี่ทานข้าวกับครอบครัวก่อนก็ได้ ทานเสร็จค่อยกลับมาหาไล) และเธอก็เข้าใจเขาจริงๆ เธอคือคนเดียวที่ทำให้เขายิ้มได้มีเวลาที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ๆ ไม่ว่าเขาจะเหนื่อยจากงานหรือมีปัญหาเรื่องอะไรเธอก็จะช่วยทำให้เขาผ่อนคลายได้เสมอ เธอใช้ความเข้าใจและร่างกายผ่อนคลายให้เขามาตลอดหลายปี ( จริงๆคุณแม่บอกให้ไลไปงานเลี้ยงตอนรับภรรยาของพี่ด้วย ) " มาสิ จะได้เห็นว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับผู้ห
" เจอตัวหรือยัง?" รังสิมันต์ที่ยืนดูดบุหรี่อยู่ข้างรถได้เอ่ยถามคนสนิทอย่างหัวเสีย หลังจากตามหาหลายชั่วโมง หากเรื่องไปถึงหูคนของปู่คงจะเกิดเรื่องแน่ๆ เขาคิดภาพออกเลยว่าท่านจะพูดว่ายังไง 'แค่ผู้หญิงคนเดียวยังดูแลไม่ได้ แล้วจะไว้ใจให้ดูแลอะไรได้' ประโยคคลาสสิคที่ใช้พูดเมื่อหลานชายอย่างเขาทำพลาดไป เขาได้ยินมาจนชิน หากไม่ติดว่าปู่กำลังป่วยอยู่ เขาจะไม่สนใจประโยคนั้นเลย "ยังไม่เจอครับ ผมให้คนของเราตรวจสอบบริเวณร้านและพื้นที่ใกล้เคียงหมดแล้ว " น่าแปลกมากที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยทั้งที่มีลูกน้องมาเฟียเฝ้าอยู่ตั้งหลายคน และคนของพวกเขาก็ยืนไม่รู้เรื่องอยู่หน้าร้าน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าพราวฟ้าออกไปตอนไหน "ในร้านมีใครน่าสงสัยไหม? " " ไม่มีครับ คนเข้าออกที่ร้านส่วนมากจะเป็นผู้หญิง มีสาวLGBT อยู่ไม่กี่คน" รังสิมันต์เริ่มหัวเสีย เขาไม่ได้ห่วงเธอหรอกนะ แต่เรารู้สึกเสียดายเวลาอันมีค่าของตัวเอง เวลาที่เขาควรจะได้อยู่กับคนรัก แต่กลับต้องมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ " บ้านเพื่อนล่ะ" "คุณพราวฟ้าไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหนครับ" ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อน แต่พราวฟ้าตั้งใจจะปิดเรื่องส่วนตัวมาตลอด ย
ถ้าได้ทำกับคนรักงั้นเหรอ ? รังสิมันต์นิ่งงันไป เขาเองก็รู้สึกแบบนั้น เขาอยากจะมีลูกมีครอบครัวกับไลลาคนที่เขารัก ไม่ใช่เธอคนนี้ที่ผู้ใหญ่หาให้ ไม่ว่าท่านจะหาผู้หญิงที่สวยสักแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ หัวใจของเขามีเพียงแค่ไลลา "ไปที่ร้านหรือไปรับคุณไลลาก่อนครับ?" คนสนิทถามเจ้านายหลังจากที่ขับรถออกมาได้สักพัก เป็นการเอ่ยถามที่มีความเกรงใจอยู่ในนั้น คงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆหากให้วพราวฟ้ารู้ว่าไลลาเป็นใคร พวกเขามีหน้าที่ทำตามคำสั่งของเจ้านายเพียงเท่านั้น "ไปร้าน" พอได้ยินคำตอบของเจ้านายอหนุ่มทุกคนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา อย่างน้อยเจ้านายก็ให้เกียรติภรรยาไม่พาผู้หญิงของตนไปด้วยให้เสียน้ำใจ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาคิดผิด ทันทีที่รถจอดสนิทรังสิมันต์ก็หันไปบอกกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยท่าทางเย็นชา ไม่ได้มีท่าทางเห็นใจแต่อย่างใด "ลงไป ! " นอกจากจะไม่แคร์ความรู้สึกของว่าที่ภรรยาแล้ว เขายังรีบไปหาผู้หญิงอีกคนอีกด้วย เป็นการกระทำที่ทำเอาคนรอบข้างเห็นใจพราวฟ้าขึ้นมาในทันที ดาราเบอร์ต้นที่สวยเรากำลังฟ้ากำลังถูกไล่ลงจากรถเหมือนหมูเหมือนหมา "อะ..อะไรนะคะ? " พราวฟ้าแทบจะไม่เชื่อสายตากับสิ่







