Mag-log in“ไม่นะ” เพราะในใจของมังกรรู้ว่า หากพนิตาท้องจริงๆ เขาควรจะรู้ และต้องเป็นคนแรกที่รู้เรื่องนี้ แต่ไม่ใช่
เขาไม่รู้อะไรเลย... แม้กระทั่งเรื่องลาออกจากบริษัทของพนิตา
นิลมณีกำมือแน่น เล็บจิกลงไปในเนื้อ ภาพของพนิตาที่คุณหญิงป้ายอมรับเป็นสะใภ้ เดินออกไปด้วยกันอย่างชื่นมื่น ยังติดตาอยู่เลย
‘ยายทราย ยายคนนั้น มันกำลังชนะ ทั้งที่เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันทุ่มเทมากกว่ามันอีก’ นิลมณีมีแต่ความหวาดกลัว ถือว่าเมื่อก่อนพนิตาเป็นแค่ไก่รองบ่อน เธอถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่าง โดยเฉพาะมังกรที่ตามใจเธอ
วันนี้... พนิตามีคุณหญิงพรจันทร์หนุนหลัง แล้วท่านแสดงออกชัดเจนว่าต้องการเขี่ยตนเองให้พ้นทางของมังกรกับพนิตา
ในอกของนิลมณี…เหมือนถูกเผาด้วยไฟ ภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นยังวนซ้ำ ฝ่ามือของคุณหญิงพรจันทร์ เสียงตบที่ก้องกังวาน และสายตาที่เย็นชานั้น มันไม่ใช่แค่ความเจ็บที่แก้ม แต่มันคือความอัปยศที่ใจ
“ฮึก…” เสียงสะอื้นเบาๆ หลุดออกมา เธอยกมือกุมใบหน้าที่แดงจัด น้ำตาไหลออกมาอย่างรวดเร็ว
“เพราะอะไรป้าถึงเกลียดโอ๋ขนาดนี้…” เธอพึมพำ ทรุดตัวลงกับเก้าอี้ไม้ใกล้ๆ ไหล่บางสั่น
“โอ๋ก็เป็นหลานนะคะ ถึงจะเป็นหลานทางฝั่งลุง…แต่ก็ยังเป็นคนในครอบครัว…” เสียงเธอสั่นเครือ ดวงตาของเธอแดงก่ำ นิลมณีกัดริมฝีปาก
“หรือเพราะลุงตายไปแล้ว…ป้าถึงไม่เหลือความเมตตาให้โอ๋เลย” คำพูดตัดพ้อ ราวเจ็บปวดมากมาย มังกรที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขากลับเงียบ และจ้องมองเธอ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“พอเถอะโอ๋ อย่าคิดมาก” นิลมณีเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาอ้อนวอน
“พี่มังกร โอ๋อยู่ที่นี่…ก็มีแค่พี่คนเดียวแล้วนะคะ…” เธอลุกขึ้น เดินเข้าไปใกล้ แสดงความต้องการที่พักพิง คำที่เธอใช้ผูกมัดเขาเอาไว้ตลอด มังกรชะงักไปนิด ก่อนจะยกมือขึ้นแตะศีรษะเธอเหมือนปลอบเด็ก
“พรุ่งนี้ ไปบริษัทด้วยนะ” นิลมณีขมวดคิ้ว
“ไปทำไมคะ”
“ไปเริ่มงาน พี่จัดตำแหน่งไว้ให้แล้ว แม่จะได้ไม่ว่าโอ๋อีกไง”
เธอชะงัก ไม่ใช่เพราะดีใจ แต่เพราะทุกวันนี้เธอสบายดีอยู่แล้ว การทำงานไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ
“พี่มังกร... แต่ว่า...”
“โอ๋ไม่อยากทำงาน ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่บริษัท ไปอยู่เฉยๆ ก็ได้ แค่อยู่กับพี่... พี่จะให้เลขาฯ จัดโต๊ะให้อีกห้อง ห้องเล็กๆ ข้างห้องของพี่”
เธอไม่ตอบอะไรอีก ไม่พูดเพราะเหมือนจะเข้าตัว
สายตาของมังกรไม่ได้มองหน้าเธอ สายตาของเขากลับเลื่อนออกไปไกล มองไปทางประตูที่คุณหญิงพรจันทร์พาพนิตาเดินจากไป สายตาที่เหมือนมังกรอาลัยอาวรณ์ภรรยา นิลมณีรับรู้ได้ หัวใจของเธอกระตุกแรง
“คุณหญิงป้าก็คงจะคิดเหมือนพี่มังกรนะคะ รักเอ็นดูพี่ทรายเหลือเกิน เพียงแค่พี่ทรายหน้าตาเหมือนกับพี่วิ” นิลมณีต้องการพูดให้มังกรได้คิด พนิตาก็แค่เมียตัวแทน คนที่ตายไปแล้วเท่านั้น
ติ๊ด... เสียงมือถือดังขึ้น มังกรก้มลงมองหน้าจอ
ชื่อที่ปรากฏ…ทำให้นิลมณีเห็นชัด
“ทินวุธ” ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย รู้ทันที...ค่ำคืนนี้จะไม่จบง่ายๆ
“ฮัลโหล” มังกรรับสาย เสียงเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“อืม…ได้” เขาพูดสั้นๆ ไม่กี่คำ ก่อนจะตัดสาย แล้วหยิบกุญแจรถขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง
“พี่มังกรจะไปไหนคะ” นิลมณีถามทันที
“ออกไปข้างนอกหน่อย”
“โอ๋ไปด้วยนะคะ” เธอรีบพูด
“ไม่ต้อง ที่นั่น…ไม่ให้ผู้หญิงเข้า”
คำอธิบายของเขาเรียบเฉย เหมือนมันเป็นเรื่องปกติ
แต่สำหรับเธอ…มันไม่ปกติ ไม่เลย... เขากีดกันเธอต่างหาก มังกรมักเป็นแบบนี้ หากเขาไม่สบายใจถึงขั้นสุด
“งั้น... โอ๋รอพี่ข้างนอกตรงล็อบบี้ก็ได้ค่ะ”
“ไม่ต้องรอ โอ๋กลับบ้านไปเถอะ” เขาตัดอีกครั้ง
กำแพงหนากางกั้นมาตรงหน้าของนิลมณีที่เธอชนเข้าเต็มแรง
“พี่มังกร…” เสียงเธอสั่น
แต่เขาไม่มอง ไม่แม้แต่จะหันกลับมา
“พรุ่งนี้ไปบริษัทให้ตรงเวลา อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำ” เขาพูดทิ้งท้าย แล้วเขาก็เดินจากไป
เสียงฝีเท้าของเขาค่อยๆ ห่างออกไป จนเงียบ เหลือเพียงเธอ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง มือของนิลมณีค่อยๆ กำแน่นขึ้นมาอีก
เจ็บจนไม่รู้สึก หรืออาจจะ…รู้สึกมากเกินไป จนชินชา
“ไม่ให้ผู้หญิงเข้า… หรือจริงๆ แล้ว…ไม่อยากให้โอ๋เข้าไปกันแน่” เธอพึมพำเสียงเบา เต็มไปด้วยความขมขื่น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
ก่อนที่เสียงสะอื้นจะขาดหาย…นิลมณีกลับหัวเราะขึ้นเบาๆ หัวเราะให้ตัวเอง หัวเราะให้ความโง่ที่ยอมยืนอยู่ในมุมน้องสาวมาตลอด ริมฝีปากบางยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดวงตาที่ยังชื้นน้ำตา…กลับวาวเย็น
“โง่จริงๆ …” เธอพึมพำกับตัวเอง
“จริงหรือครับ แด๊ดดี้... วิลลี่อยากไป” คำว่าของเล่นและขนม ดึงดูดใจหนุ่มน้อยเหลือเกิน เปรียบเสมือนเวทมนตร์วิเศษที่สะกดวิญญาณของน้องอนาวิลได้เด็กชายทำตาโตเป็นประกายวาววับราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ น้องอนาวิลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที หันขวับไปเขย่าแขนมังกรแรงๆ จนตัวของหนูน้อยเองที่สั่น“แด๊ดดี้! แด๊ดดี้ฮะ ได้ยินมั้ยฮะ ลุงโทมัสบอกว่ามีร้านของเล่นกับร้านขนมด้วย” เด็กชายส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีดความง่วงเหงาหาวนอนและความเหนื่อยล้ากระเด็นหายไปสิ้น“วิลลี่อยากไป แด๊ดดี้พาวิลลี่ไปซื้อขนมนะ น่า... นะ... แด๊ดดี้สุดหล่อของวิลลี่” โดนลูกยอเข้าไป มังกรก็หลุดหัวเราะเสียงดังน้องอนาวิลงัดไม้ตายมาอ้อนๆ ชายหนุ่มหันไปมองโทมัสอย่างรู้ทันว่า ลูกน้องคนสนิทจงใจเอาเรื่องนี้มาล่อหลอกเด็กน้อย เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาด“เอาไงดีล่ะครับคุณแม่... ลูกชายอ้อนขนาดนี้แล้ว อนุมัติให้สองพ่อลูกลงไปยืดเส้นยืดสาย และหาเสบียงมาตุนไว้หน่อยได้ไหมครับ”มังกรหันไปถามความเห็นของพนิตาด้วยน้ำ
“วิลลี่อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ เลย อยากให้แด๊ดดี้กับคุณแม่กอดวิลลี่แบบนี้ทุกวัน”เด็กชายช้อนตาขึ้นมองมังกรอย่างอ้อนวอน แววตาใสซื่อนั้นมีพลังทำลายล้างกำแพงน้ำแข็งในใจของผู้ใหญ่ได้อย่างชะงัดนัก“ได้สิครับลูก...” มังกรตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับพนิตา แววตาของเขาแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญา“แด๊ดดี้จะอยู่กอดวิลลี่กับแม่ทรายแบบนี้ทุกวัน จะไม่ยอมหนีไปไหน และจะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเราออกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”“เย่! แด๊ดดี้ใจดีที่สุดเลย”อนาวิลชูมือขึ้นสุดแขนด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเกาะแขนมังกรเขย่าเบาๆ“แด๊ดดี้เก่งจังเลยฮะ ตอนที่มีโจรจับตัววิลลี่กับแม่ทราย แด๊ดดี้ก็ทำแบบนี้” ทำมือเป็นปืน“แล้วยิงปืนปังๆ ปราบผู้ร้ายได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร วิลลี่โตขึ้น วิลลี่อยากเก่งเหมือนแด๊ดดี้”คำชมเปาะจากปากลูกชายตัวน้อยทำเอามังกรถึงกับหัวเราะร่วน ชายหนุ่มยืดอกรับคำชมอ
บรรยากาศอันแสนซาบซึ้งของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไป แต่กลับถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเล็กๆ ที่ดังแว่วมาจากร่างเล็กๆ ของลูกชาย ที่นอนอยู่ตรงกลางก็ว่าได้ ระหว่างพ่อกับแม่ เสียงหัวเราะใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินแก้วดังขึ้นเบาๆ“คิก... คิกคิก...” ทำลายความเงียบงันภายในห้องมังกรและพนิตาชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆ ผละร่างออกจากกันอย่างเชื่องช้า ทั้งสองก้มไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายร่างของหนูน้อยอนาวิลที่ควรจะหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ยา กลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เด็กชายตัวน้อยในชุดผู้ป่วยสีอ่อนกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ท่ามกลางพ่อกับแม่สองมือน้อยๆ ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างดันขึ้นเป็นก้อนกลมดวงตาคู่โตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อส่องประกายวิบวับไปด้วยความซุกซนและไร้เดียงสา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือขวัญเสียจากเหตุการณ์เลวร้ายหลงเหลืออยู่อีกเลย“วิลลี่... ลูกตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” คนเป็นพ่อถาม“แด๊ดดี้” เรียกเสียงใส และหันไปมองหน้าแม่
หยาดน้ำตาผู้ชายไหลร่วงเผาะลงมากระทบหลังมือบางของพนิตาหยดแล้วหยดเล่า ความอ่อนแออย่างถึงที่สุดของเขา ที่ยอมเปลือยความรู้สึก ละทิ้งทิฐิทุกอย่างต่อหน้าเธอ ทำให้อกของพนิตาบีบรัดรุนแรง ความทรงจำร้ายๆ ในอดีต ภาพวันที่เขาละเลยความรู้สึกของเธอ วันที่เขาเดินหันหลังให้ จนเธอต้องหอบท้องลูกของเขาหนีข้ามโลกมาพึ่งใบบุญบิดามารดาเลี้ยง ก็วาบเข้ามาในหัวความรู้สึกสับสนระคนปั่นป่วนแล่นริ้วขัดแย้งกันอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง ด้านหนึ่งเธอยังคงเจ็บปวดกับแผลเก่าที่คิดว่าไม่มีวันหายแต่อีกด้านหนึ่ง ภาพที่เขาไล่ล่าคนร้าย และแสดงตนเองว่าพร้อมจะกางปีกปกป้องเธอกับลูก มันก็ช่างเด่นชัดเกินกว่า...จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่อาจควบคุม พนิตาแค่นแรงหายใจเฮือกหนึ่ง และตัดสินใจยื้อข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา และในที่สุด หญิงสาวได้ยกฝ่ามือบางขึ้นมา แล้วตบเข้าที่ใบหน้าสากๆ ของมังกรฉาดใหญ่เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นก้องห้องพักฟื้นที่เคยเงียบสงัด ใบหน้าคมคายของมังกรสะบัดไปตามแรงตบทว่าชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือขยับหนีแม้แต่น้อย เขาย
ความรู้สึกผิดนั้นก็ถูกทับถมด้วยสัจธรรมอันโหดร้ายว่า หากในวินาทีวิกฤตนั้น เขาไม่ตัดสินใจเหนี่ยวไกปืนยิงยางรถยนต์ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของไอ้มูซาผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจจะเลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า หากปล่อยให้คนร้ายพาภรรยากับลูกชายของเขาเดินทางออกไปไกลแสนไกล เข้าสู่เขตแดนป่าเถื่อน หรือซ่อนตัวในสลัมลึกจนคลาดกัน มังกรคิดว่า... เรื่องราวจะใหญ่โตและบานปลายจนเกินกว่าที่อำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ของคุณอนันต์ หรือว่าของเขา จะตามยื้อชีวิตของดวงใจทั้งสองดวงกลับคืนมาได้‘ทราย... พี่ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยจริงๆ พี่แค่อยากรักษาชีวิตของทรายกับลูกเอาไว้ให้อยู่ในสายตาของพี่’ชายหนุ่มรำพึงรำพันในใจ แววตาคู่นั้นหม่นเศร้า เขาอุ้มลูกมานั่งข้างเตียงของเธออีกครั้ง สายตาทอดมองท่อนแขนเรียวของพนิตา ที่มีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับรอยแผลครูดเอาไว้ ความเจ็บปวดลึกๆ แล่นริ้วเข้ามาในอกของเขาชวนให้อึดอัดหลังจากลูบหลังและกระซิบบอกรักปลอบประโลม เสียงสะอื้นของน้องอนาวิลก็ค่อยๆ เงียบลง ลมหายใจของเด็กชายเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเปลือกตาบางสุกใสเริ่มปรือปรอยลงด้วยความ
กลิ่นสะอาดทว่าเย็นชืดของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน ดูเหมือนจะค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อกระแสไออุ่นจากความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้น เริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมร่างของคนทั้งสามบนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด พนิตานอนเหยียดกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากได้รับน้ำเกลือ และสารอาหารผ่านทางสายยางทว่าดวงตาคู่สวยยังคงปิดสนิทลง ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด ร่างกายของเธอเจ็บร้าวและระบมไปหมดทุกตารางนิ้ว ผลจากแรงกระแทกยามที่รถยนต์พลิกคว่ำกลางลานฝุ่นแม้แพทย์จะยืนยันว่า ไม่มีกระดูกส่วนใดแตกหัก และไม่มีอาการเลือดออกในสมอง แต่ความบอบช้ำภายใน ทั้งบาดแผลครูดทั่วทั้งท่อนแขนและแผ่นหลัง ก็ทำให้เธอแทบจะขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลยในยามนี้ มังกรขยับเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ข้างเตียงของเธออย่างเงียบเชียบชายหนุ่มทอดสายตาจ้องมองใบหน้าที่หลับตาสนิทของอดีตภรรยาอยู่เป็นนานแสนนานดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม นาทีนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความห่วงใย ความรัก และความหวาดกลัวอันลึกล้ำที่ยังคงตกค้างอยู่ในก







