LOGINพอเจนลดานั้นนัดกับเพื่อนเรียบร้อยแล้วเธอก็รีบเรียนภาคบ่ายต่อจนเสร็จ จากนั้นเธอก็รีบกลับบ้านไปเอาชุดแซ่บๆของเธอใส่ถุงกระดาษออกมา เพราะถ้าเธอใส่เสื้อผ้าแรดๆออกบ้าน พ่อของเธอต้องไม่ยอมแน่ๆ เธอเลยคิดว่าเธอไปแต่งตัวที่หอพักของเพื่อนสาวจะดีกว่า
“เจด้า นั่นลูกจะไปไหนน่ะ…พึ่งกลับเข้ามาเองไม่ใช่เหรอ” อัปสรเอ่ยถามลูกสาวไป เมื่อเจนลดานั้นเดินผ่านหน้าของเธอไป
“อ่อ คืนนี้หนูจะไปนอนกับแบมน่ะค่ะแม่….หนูขออนุญาติแม่เลยก็แล้วกันนะคะ” เจนลดาหันมายิ้มแห้งๆแล้วพูดบอกไปแบบเกร็งๆ
“จะไปเที่ยวล่ะสิ…อย่าคิดว่าแม่รู้ไม่ทันเรานะเจด้า….” อัปสรเอามือกอดกอดแล้วพูดไปอย่างรู้ทันลูกสาว เพราะเมื่อก่อนเวลาเธอไปนอนบ้านเพื่อนก็เพราะจะหนีเที่ยวแบบนี้นี่แหละ แล้วยิ่งลูกสาวเธอไม่ใช่เด็กเรียนอย่างนี้ มันก็น้อยมากที่ลูกสาวของเธอจะติวหนังสือน่ะ
“อิอิ….งั้นหนูขออนุญาตหนึ่งวันนะคะแม่…หนูสัญญาเลยค่ะว่าหนูจะดูแลตัวเองอย่างดี ไม่เมา ไม่ทำตัวไม่น่ารักเลยค่ะ” เจนลดาหันไปยิ้มให้แม่ของเธอ ก่อนจะพูดอ้อนๆของอนุญาตท่าน
“เฮ้อ…เราก็โตแล้วแม่จะไปห้ามเราได้ยังไงล่ะ ยุคสมัยนี้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เราจะไปก็ไปได้ แม่ไม่ได้ว่าอะไร…แล้วคืนนี้จะกลับมานอนที่บ้านหรือจะไปนอนกับหนูแบมบี้” อัปสรเอ่ยถาม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกสาวเธอขอเที่ยวกลางคืนน่ะ
“คงนอนกับแบมเลยค่ะแม่…ถ้าหนูกลับดึกมากๆ หนูกลัวแด๊ดกับพี่เจไดจะดุอ่ะค่ะ…” เจนลดาพูดบอกไปแล้วทำหน้ามุยขึ้นมา
“แล้วเขาไม่กลัวแม่จะดุเราหรือไงหึ…” อัปสรถามกลับลูกสาวแล้วมองหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว
“ก็แม่ใจดีไงคะ ต่อให้แม่ดุหนูก็ไม่กลัวหรอกค่ะ อิอิ….พรึบ…ฝากแม่ช่วยเคลียร์กับแด๊ดแล้วก็พี่เจได้หน่อยนะคะ จุ๊บ….รักแม่ที่สุดเลยค่ะ” เจนลดาเข้าไปกอดแม่ของเธอแล้วขอร้องไปอย่างออดอ้อนเลย
“เฮ้อ…เรานี่น่ะ…ชอบทำให้แม่ลำบากอยู่เรื่อยเลยจริงๆ เดี๋ยวสองคนนั้นแม่จัดการให้ เราจะไปก็รีบไปก่อนที่แด๊ดกับพี่ชายเราจะกลับมาเถอะ…แล้วนี่มีเงินไหมจะไปเที่ยวเนี่ย” อัปสรถอนหายใจแล้วถามลูกสาวไปอย่างอยากรู้
“ก็พอมีนิดหน่อยค่ะแม่ แต่ถ้าได้อีกสักนิดมันก็คงจะดีมากๆเลย…” เจนลดาพูดบอกไปแล้วยิ้มแห้งๆใส่แม่ของเธอทันที เพราะท่านถามแบบนี้แล้วใจเธอฟูขึ้นมาทันทีเลย
“อืม…เดี๋ยวแม่จะโอนให้ก็แล้วกัน..” อัปสรตอบไปด้วยเสียงนิ่งๆ เพราะแต่ล่ะเดือนลูกสาวจะได้รับเงินเดือนล่ะสองถึงสามหมื่นบาทให้ไปบริหารเอาเอง เพราะถ้าให้มากกว่านี้ลูกสาวของเธอก็ใช้เงินเกินตัว ดังนั้นเธอจึงฝึกลูกๆของเธอให้ใช้เงินอย่างมีเหตุผลมาแต่เด็ก แต่กลับทำไม่ได้เลยสักคนก็เพราะเธอคอยสปอยลูกนี่แหละ จนสามีของเธอนั้นบ่นเธออยู่ตลอด
“อื้อ….ขอบคุณนะคะแม่ แม่ของหนูนี่น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ จุ๊บ…..รักแม่นะคะ” เจนลดาได้ยินแบบนั้นก็รีบขอบคุณแม่ของเธอทันที ก่อนจะหอมแก้มท่านอย่างเอาใจ เพราะท่านแพ้ลูกอ้อนของเธอ
“แม่ก็รักลูกเหมือนกัน…ป่ะ จะไปก็รีบไป เดี๋ยวแด๊ดกับพี่เรากลับมาแล้วเจอ เดี๋ยวเราจะไม่ได้ไปซะเปล่าๆ…คืนนี้ถ้าเที่ยวเสร็จแล้วก็ส่งข้อความมาบอกแม่ด้วยนะ อย่าทำให้แม่เป็นห่วง” อัปสรพูดบอกไป เพราะนี่ก็ใกล้เวลาจะเลิกงานของสามีแล้ว ถ้ามาเจอลูกสาวจะออกไปแบบนี้ คงต้องมีห้ามกันแน่ๆ
“โอเค่ค่ะแม่…หนูไปนะคะ…” เจนลดาตอบไปแล้วเธอก็รีบเดินออกไปทันที เพราะเธอไม่อยากจะเจอพ่อและพี่ชายของเธอตอนนี้ ไม่งั้นความฝันที่เธอจะเที่ยวนั้นคงดับไป
ณ คลับคิงด้อมไพร์ส…
เพื่อนๆในกลุ่มของธามไทก็มากันครบพร้อมมีสายรหัสของพวกเขามานั่งจอยที่โต๊ะใกล้ๆกัน เพราะโซนนี้ทั้งโซนเป็นของกลุ่มพวกเขา และพวกหนุ่มๆก็อยู่โต๊ะวิไอพีของพวกเขาไม่ได้ไปรวมกับพวกน้องรหัสหลานเหลนรหัสของพวกเขา เพราะพวกเขาแค่ต้องการพามาเลี้ยงเหล้าและรู้จักกันเท่านั้น ซึ่งพวกเขาก็พูดคุยและแยกย้ายกันไปนั่งโต๊ะของกลุ่มใครกลุ่มมันไปแล้ว
“ไอ้ธาม…มาเที่ยวนะโว้ย มานั่งทำหน้าเซ็งทำไมวะ สาวๆมองแกแล้วส่งสายตามากันเพียบเลยนะโว้ย…ยิ้มหน่อยสิวะ” บอมพูดออกไป เพราะเพื่อนของเขานั่งทำหน้าเซ็งๆอยู่
“ไม่….แกจะยิ้มก็ยิ้มไปคนเดียวสิวะ…” ธามไธพูดตอบไปด้วยเสียงเรียบ เพราะเขาแค่ชอบมานั่งดื่ม ไม่ได้ชอบมาส่งสายตาให้สาวคนไหน แล้วเรื่องของเฟรีนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา มันก็ยิ่งทำให้เขาสะอิดสะเอียนผู้หญิงที่เข้าหาเขา เพราะเขาไม่รู้เลยว่าลับหลังแล้วพวกเธอจะไปเอากับใครมาบ้าง…
“ไอ้เสือยิ้มยาก….แกนี่ใช้ความหล่อไม่คุ้มเลยจริงๆ…เป็นฉันนี่ฟาดทุกคนที่มาอ่อยฉันเลย” บอมพูดไปอย่างอดไม่ได้ เพราะเสียดายที่เพื่อนหนุ่มไม่สนใจใครเลย
“ก็เพราะแกหื่นแบบนี้ไงวะ สาวๆเขาถึงกลัวแกน่ะ…ฟันแล้วทิ้งใครเขาแบบนี้ใครเขาจะสนใจวะ ชื่อเสียงแกตอนนี้น่ะมันกระฉ่อนจนสาวๆในมหาลัยเขากลัวกันหมดแล้วนะโว้ย…แกเพลาๆบ้างก็ได้ไอ้บอม…” เจไดพูดเสริมไปอย่างอดไม่ได้ เพราะทั้งกลุ่มก็มีมันนี่แหละที่ชอบฟันสาวไปทั่ว
“ก็ช่างสิวะ ฉันก็ไปหาสาวจากที่อื่นได้นิวะ แกดูสิ ไม่ได้มีแค่เด็กมหาลัยเราสักหน่อย…ยังมีให้ฉันฟันได้อีกเยอะ…แกมาว่าแต่ฉัน แกเองก็ไม่ต่างกันไหมวะเจได…แกก็ไม่เคยคบใครจริงๆจังเลยสักคนนะโว้ย พวกเราน่ะศีลเสมอกัน ไม่งั้นคบกันไม่ได้หรอก” บอมพูดตอบกลับไป เพราะเพื่อนเขามันก็ร้ายพอกับเขานี่แหละ
“เออว่ะ…พูดถึงใจ ชนแก้วหน่อยโว้ย…” มาร์ชพูดไปแล้วเขาก็หยิบเหล้าขึ้นมาชนแก้วกับเพื่อนๆทันที พวกหนุ่มๆก็ชนกลับแล้วดื่มกันอย่างชิวๆ เพราะคืนนี้ยังอีกยาวไกล
ธามไทที่ดื่มแล้วก็วางแก้วไว้แล้วเขาก็เห็นสายตาของมาร์ชมองเขาแล้วก็ยิ้ม เขาก็มองมันแบบแปลกใจทันทีว่ามันมามองหน้าเขาแล้วยิ้มแบบนี้ทำไมกัน
“แกมองหน้าฉันแล้วยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงวะไอ้มาร์ช….มีอะไรก็พูดมา” ธามไทพูดไปแล้วมองเพื่อนหนุ่มแบบจดจ้อง เพราะมันแปลกๆแบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ
“นี่ฉันทำอะไรนี่หลบสายตาของแกไม่ได้เลยใช่ไหมวะเนี่ย…เฮ้อ…เซ็งแม่ง…” มาร์ชพูดแล้วทำหน้าเซ็งๆออกมา เมื่อเพื่อนหนุ่มมันมองออกว่าเขานั้นมีอะไรในใจอยู่
“สรุปแกมามองฉันแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้มีไร…แกคิดจะทำอะไรพิเรนๆอีกวะ” ธามไทถามออกไปอย่างเดาๆ เพราะในกลุ่มนี้คนที่ชอบหาเรื่องให้เขาก็มีแค่มันนี่แหละ
“ฉันบอกยัยเด็กเนิร์ดนั่นให้มาหาแกที่นี่…” มาร์ชพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างกรุ้มกริ่มทันที จนธามไทที่ทำหน้ารื่นรมย์นั้นทำหน้าตึงขึ้นมาทันที
“เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะโว้ย ไอ้มาร์ชมันชวนน้องเขามาเอง…” ชินรีบพูดปัดทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนหนุ่ม เขาว่าแล้วว่ามันต้องไปพอใจแน่ๆ
“แกจะไปบอกยัยนั่นให้มาที่นี่ทำไมวะ…” ธามไทถามเพื่อนหนุ่มไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง เพราะแค่ตอนกลางวันยัยนั่นยังทำให้เขาโมโหไม่พออีกหรือไง เพื่อนเขายังจะชวนยัยนั่นมาอีก
“ก็เห็นน้องเขารุกจีบแกแรงดี ฉันชอบว่ะ อยากจะรู้ว่าน้องเขายังจะใจกล้ามากกว่านี้อีกไหม ฉันชอบตอนที่เห็นแกเสียอาการกับน้องเขานิวะ มันฮาดี นานๆจะมีคนมาทำให้แกเขินได้…เอาน่า ขำๆไงวะ…” มาร์ชพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมา
เจนลดาได้ยินแบบนั้นก็น้ำตาคลอเบ้าเลย เพราะเธอฝันมาตลอดว่าอยากจะเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่น่ารักๆของตัวเอง เธอเลยจะเก็บเงินสักก้อนเพื่อนทำมัน แต่เขากลับเป็นคนหยิบยื่นความฝันนี้ให้กับเธอ ทำไมเขาถึงได้ดีกับเธอแบบนี้นะ เจนลดามองหน้าเขาไปอย่างซาบซึ้งจนเธอพูดไม่ออกเลยทีเดียว“มันมากเกินไปไหมคะพี่ธาม....ทำไมพี่ถึงได้ยอมเสียเงินกับเจด้ามากมายขนาดนี้นะคะ..” เจนลดาพูดไปแบบเกรงใจเขา เพราะเธอแทบไม่ได้ให้อะไรเขาเลย มีแต่เขาที่ให้เธออยู่ฝ่ายเดียวน่ะ“เพราะพี่รักเจด้ามากไง พี่ถึงได้ให้ทุกอย่างที่ทำให้เจด้ามีความสุข เพราะเจด้าก็ให้ความสุขกับพี่อย่างเต็มที่แล้ว เจด้าก็ต้องได้อะไรบ้างสิ อีกอย่างเราอยากจะมีคาเฟ่แล้วก็ร้านอาหารของตัวเองไม่ใช่เหรอ พี่ในฐานะคนรักก็ต้องสนับสนุนและส่งเสริมเราสิ” ธามไทพูดบอกไปแล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ขอบคุณนะคะพี่ธาม...เจด้ารักพี่ธามที่สุดเลยค่ะ..อือ..เอาดอกไม้ไว้ตรงนี้ก่อนค่ะ ขอจุ๊บให้ชื่นใจหน่อย...” เจนลดาพูดไปก็รีบเอาดอกไม้จากมือของเขาออกมา เพราะมันช่อใหญ่จนเธอเข้าไปจุ๊บขอบคุณเขาไม่ได้“อ่ะ โล่งสักที...ขอบคุณนะคะพี่ธามที่พี่คอยสนับสนุนเจด้าทุกอย่าง เจด้าโชคดีมากๆเลยค
ส่วนธามไทก็โทรหาเจไดทันที เพราะคิดว่าตอนนี้เจนลดาคงจะแยกกับครอบครัวของเธอแล้ว เพราะเธอคงไม่พาครอบครัวขนมาที่นี่หมดหรอก เขาเลยรีบโทรหาเจไดเพื่อจะเรียกมันมาที่นี่“ฮัลโหล...แกโทรมาทำไมอีกวะ เจด้าก็ไปหาแกที่สระว่ายน้ำแล้วไง...” เจไดรับสายแล้วบ่นไป“ไอ้นี่บ่นเก่งจริงๆ ฟังฉันพูดก่อนสิวะ...แกพาคุณพ่อคุณแม่ตามมาที่นี่หน่อย ฉันจะขอน้องสาวแกแต่งงานที่สระว่ายน้ำที่สโมสรเรา” ธามไทพูดบอกไปตรงๆ“ห้ะ อะไรนะ แกจะขอเจด้าแต่งงานแล้วเหรอวะ น้องฉันพึ่งจะรับปริญญายังไม่ทันข้ามวันเลยนะ...แกไม่คิดจะให้น้องฉันได้ทำงานทำการก่อนหรือไงวะ...” เจไดพูดไปด้วยเสียงตกใจ ทำให้พ่อแม่และณิชานั้นพากันมองเขาแล้วทำหน้าเลิกลั่กกันออกมา เมื่อได้ยินว่าธามไทจะขอเจนลดาแต่งงาน“เออ ฉันรอมาตั้งสามปีแล้วนะโว้ย ตอนนี้จบแล้วก็แต่งงานมีผัวเป็นตัวเป็นตนได้แล้วไง...เป็นเมียฉันไม่ต้องทำงานหรอก ฉันเลี้ยงได้...แกรีบพาคุณพ่อคุณแม่มาล่ะ...ตอนนี้เจด้าใกล้มาถึงแล้วล่ะมั้ง...” ธามไทบอกไป“เออๆ ฉันจะตามไปเดี๋ยวนี้แหละ...แม่ง..รถก็ติดซะด้วย...แกบอกให้เร็วอีกหน่อยก็ไม่ได้..เฮ้อ...ถ้าไปไม่ทันแกก็ขอแต่งไปเลยละกัน...” เจไดพูดไปแล้วเขาก็มองรถติดด้าน
“แน่ใจเหรอคะว่าพี่คิมคิดแค่นั้นจริงๆ...” แบมบี้ถามไปแล้วยิ้มออกมา เพราะเขานอนกอดลูกน่ะเธอเชื่อ แต่กับเธอ เธอไม่เชื่อว่าเขาจะนอนกอดกับเธอเฉยๆหรอก“หึๆ เรานี่รู้ทันพี่ตลอดเลยนะ ก็คนมันคิดถึงแค่ครั้งเดียวมันจะไปพออะไรล่ะ...นะ....ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้ ” คิมพูดบอกไปแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยขอเธอไปอีกครั้ง“ก็ได้ค่ะ....แบมก็คิดว่ามันไม่พอเหมือนกัน....ของขาดมานานแล้ว คืนนี้แบมขอหนักๆเลยนะคะพี่คิม” แบมบี้พูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะพึ่งจะคืนดีกันแบบนี้ ก็ขอหน่อยเถอะ ของขาดมานานแล้ว“พี่จะจัดชุดใหญ่กว่านี้ให้เลย....ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่แก้ตัวอีกครั้ง...พี่จะไม่ทำให้แบมผิดหวังอีก....พี่รักแบมนะ....จุ๊บ...”คิมพูดบอกไปแบบจริงจัง เขาก็จุ๊บที่หน้าผากของเธออย่างรักใคร่เลย“แบมก็รักพี่คิมค่ะ รักมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยน...จากนี้ไปเรามาเริ่มใหม่กันนะคะ แบมจะไม่สนใจเรื่องอดีตแล้วค่ะ แบมอยากจะอยู่กับพี่คิมแบบมีความสุข...” แบมบี้บอกเขาไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะการปล่อยวางทุกอย่างมันทำให้เธอไม่ต้องฝืนใจตัวเองแบบที่ผ่านมาแล้ว เธออยากจะมีความสุขกับคนที่เธอรัก ไม่ใช่การทรมานเขาและตัวเองอีกแล้ว“อืม...พี่ก็ไม่เคยเปล
“พี่ไม่ไหวแล้วแบม....พี่จะแตกแล้ว....อื้อ....โอว์....ซี๊ด...” คิมพูดบอกไปเพราะเขาเสียวจนไม่สามารถที่จะห้ามตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว“อึก อึก อึก อึก...อ่าส์....แตกไวจังเลยนะคะ...อื้อ...แผล็บ...แผล็บ...อ่าส์...โดนอมไปแค่แปปเดียวเอง ทำไมพี่อ่อนแบบนี้ล่ะคะ...อื้อ...แผล็บ...แผล็บ...” แบมบี้กลืนน้ำรักของเขาลงไป แล้วเธอก็ถอนปากออกมา ก่อนจะเข้าไปดูดเลียท่อนเอ็นของเขาต่ออย่างชอบใจเลย เพราะเขาน้ำแตกเร็วแบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงไม่ได้ปลดปล่อยมันบ่อยๆ พอมันถูกสะกิดแค่นิดหน่อย มันก็แตกออกมาง่ายๆแบบนี้“อื้อ...ก็พี่ไม่ค่อยได้ปลดปล่อยมันนิ....ว่าแต่พี่อ่อนงั้นเราลองเสียวแบบพี่ดูบ้างสิ...ดูสิว่าจะอ่อนหรือเปล่า...” คิมพูดไปก็นั่งคุกเข่าลงแล้วเขาก็เอามือดึงกางเกงชั้นในของเธอออก แล้วเขาก็จับเธออ้าขาโชว์ร่องสาวของเธอทันที“ว้าย...อื้อ...พี่คิม.....พี่จะทำอะไรคะ....” แบมบี้ถามไปทั้งที่รู้ว่าเขานั้นกำลังจะทำอะไรกับเธอ“หึ...อย่าถามคำถามที่เราเองก็รู้ว่าพี่จะทำอะไรแบบนี้สิ....อื้อหือ ยังน่าเลียเหมือนเดิมเลย....นี่รอยคลอดใบข้าวใช่ไหม....” คิมมองร่องสาวของเธออย่างโลมเลียเลย ก่อนจะสายตาของเขาจะเห็นรอยเส้นขีดยาวๆที่เนิ
“มันก็แค่ไหลไปตามอารมณ์ไงคะ แบมไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ...พี่คิมไม่ต้องมาพิสูจน์อะไรแบบนี้กับแบมหรอกค่ะ มันไม่ได้ผลหรอก..” แบมบี้พูดไปแบบปฎิเสธ แล้วก็ถอยห่างจากเขาทันที“แต่พี่ว่ามันได้ผลนะ..ไม่งั้นเราคงไม่จูบตอบพี่แบบนั้นหรอก....ไหนขออีกสักรอบสิ...พรึบ....จุ๊บ...อือ...” คิมพูดจบก็ดึงเธอเข้ามาจูบอีกรอบ แล้วครั้งนี้เขาก็จูบเธอแบบหนักหน่วงมากกว่าเดิมเลยด้วย“อื้อ....อือ....” แบมบี้ก็ได้แต่ครางหืมออกมา แล้วเธอก็ค่อยๆถอยตัวไปจนชนกับขอบโซฟา เธอก็นั่งลงไปแล้วเงยหน้าจูบกับเขาไปอย่างเสียวซ่านเลยแบมบี้จูบกับเขาไปมือไม้ของเธอก็ดึงชายเสื้อของเขาออกมาจากกางเกง แล้วเธอก็รีบปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดจนหมดเธอก็เอามือแหวกดึงเสื้อของเขาออก“หึ....ใจร้อนจริงๆเลยนะ...แบบนี้ยังกล้าพูดว่าไม่รู้สึกอะไรกับพี่อีกเหรอ....พรึบ...” คิมถอนจูบออกมาแล้วมองหน้าเธอ ก่อนจะถอดเสื้อของเขาออกไป“พี่คิมจะไม่ให้แบมเล่นตัวเลยเหรอคะ....พี่คิมอ่อยขนาดนี้...จะไม่ให้แบมรู้สึกเสี้ยนได้ยังไงล่ะคะ แบมก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะคะ...” แบมบี้ก็มองเรือนร่างที่บึกบึนของเขาอย่างคิดถึงเพราะเธอไม่ได้สัมผัสและเห็นมันมานานแล้ว เขาก็ยังคน
คิมก็เอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปของลูกสาวเอาไว้อย่างหลงใหล ก่อนจะจับลูกสาวมาถ่ายรูปกับเขาเอาไว้ แล้วใบข้าวก็เล่นกล้องมาเลย“ใบข้าว...จุ๊บแก้มพ่อหน่อยสิคะคนเก่ง....จุ๊บ....อื้อ เก่งมาเลย....ทีนี้ยิ้มหน่อยนะคะ...ยิ้ม..ยิ้มหวานให้พ่อดูหน่อยเร็ว....ใช่ค่ะ....เก่งมาเลยครับคนเก่งของพ่อ...จุ๊บ...” คิมถ่ายรูปไปก็กำกับลูกสาวไป เพราะถึงลูกสาวของเขายังพูดไม่ค่อยได้มากเท่าไหร่ แต่พอเขาพูดอะไรก็เข้าใจและทำตามไปหมด บอกให้ยิ้มก็ยิ้ม บอกให้หอมก็หอม เชื่อฟังดีกว่าแม่อีกแบมบี้ที่รอน้ำเดือดอยู่นั้นก็แกล้งเอานมผงมาเตรียมไว้ แล้วสายตาของเธอก็มองไปที่เขาแล้วก็ลูกสาวตัวน้อย เพราะลูกสาวของเธอดูมีความสุขมากที่ได้เล่นกับเขา นี่สินะที่เขาว่าสายสัมพันธ์ของพ่อลูก ต่อให้ไม่ได้พบได้เจอกันยังไง มันก็ยังมีความผูกพันอยู่ ลูกสาวของเธอก็ไม่มีการเกรงกลัวเขาเลยพอน้ำเดือดแล้วแบมบี้ก็ชงนมให้ลูกของเธอ จากนั้นก็เดินไปหาลูกสาวที่กำลังเล่นกับคิมทันที เธอก็เข้าไปนั่งข้างๆเบาะนอนแล้วก็จัดที่นอนให้ลูกอย่างเรียบร้อย เธอก็เรียกลูกสาวทันที“ใบข้าว มาหม่ำได้แล้วค่ะคนเก่ง...มาเร็ว หม่ำของหนูอยู่นี่ไงลูก...” แบมบี้ชูขวดนมล่อลูกสาวของเธอให้มา







