Share

บทที่ 2 ถูกหักหลัง

last update Last Updated: 2026-03-09 17:21:28

หลังจากที่ลู่ฟางหนิงได้กำจัดเสี้ยนหนามของโจวหยางเทียนไปจนหมด ในที่สุด เขาก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้คนใหม่ของแคว้นโจว อีกเจ็ดวันข้างหน้าถึงจะสถาปนาขึ้นครองบัลลังก์อย่างเป็นทางการ เซวียกุ้ยเฟยมารดาของเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเซวียไทเฮา ส่วนการแต่งงานของเขากับลู่ฟางหนิงได้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในเวลาต่อมา

ลู่ฟางหนิงสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงมงคลกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวอยู่ภายในห้องหออย่างใจจดใจจ่อ หลังจากที่มือของนางต้องเปื้อนเลือดผู้คนมากมายเพื่อโจวหยางเทียน ในที่สุด นางกับเขาจะได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขเสียที

ดวงหน้าของลู่ฟางหนิงในยามนี้จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี และเมื่องานแต่งของพวกเขาเสร็จสิ้น โจวหยางเทียนจะแต่งตั้งนางขึ้นเป็นฮองเฮาเคียงข้างบัลลังก์กับเขาตราบชั่วนิจนิรันดร์ ในขณะที่ลู่ฟางหนิงกำลังเพ้อฝันถึงชีวิตอันสวยงามที่กำลังรออยู่ เบื้องหน้าของนางพลันปรากฏฝีเท้าของคนผู้หนึ่ง ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงระบายรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เพราะฝีเท้านี้เป็นของโจวหยางเทียน เจ้าบ่าวของนางไม่ผิดแน่

ทว่าไม่นานรอยยิ้มของลู่ฟางหนิงก็ต้องหุบลง เมื่อพบว่าด้านข้างของเขากลับปรากฏฝีเท้าของคนอีกผู้หนึ่ง แม้จะมองไม่เห็นดวงหน้าของเจ้าของฝีเท้านั่น แต่ขนาดและลักษณะของรองเท้าเป็นของสตรีไม่ผิดแน่

“ลู่ฟางหนิง หน้าที่ของเจ้าจบลงแล้ว”

น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนของโจวหยางเทียน มาบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาแข็งกระด้าง ลู่ฟางหนิงที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถควบคุมสีหน้าของตนได้อีกต่อไป

“ท่านอ๋อง ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ?” ลู่ฟางหนิงเอ่ยถามออกไปราวกับคนโง่ แม้ในใจเริ่มตระหนักได้แล้วว่าตนเองกำลังจะถูกรุ่ยอ๋องหักหลัง

“ในเมื่อข้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องเก็บสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าเอาไว้ข้างกายอีกต่อไป ส่วนครอบครัวของเจ้า ตอนนี้คงถูกประหารด้วยข้อหากบฏไปแล้วกระมัง”

“ไม่จริง ท่านอ๋อง เหตุใดถึงทำกับหม่อมฉันเช่นนี้!”

ดวงตากลมโตของลู่ฟางหนิงเบิกโพลงเพราะไม่คาดคิดว่าหลังจากที่นางทำทุกอย่างเพื่อโจวหยางเทียน สุดท้ายเมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ เขากลับเขี่ยนางทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วคำบอกรักที่เขาพร่ำบอกนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่นนั้นก็เป็นเพียงคำลวงที่เขาสร้างขึ้นมาให้นางตายใจหรอกหรือ

โจวหยางเทียนมองลู่ฟางหนิงด้วยสายตาเย็นชา ก่อนน้ำเสียงเย้ยหยันจะเอ่ยขึ้นอีกรอบ “ลู่ฟางหนิง ก่อนที่เจ้าจะตายตามครอบครัวของเจ้าไป ข้าจะบอกความจริงทั้งหมดให้เจ้าได้รับรู้ก็แล้วกัน”

“...” แม้ไม่อยากได้ยินในสิ่งที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมา ทว่าลู่ฟางหนิงก็ยังได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นอย่างชัดเจนเต็มสองรูหู

“คนที่ช่วยเหลือเจ้ามาโดยตลอดแท้จริงแล้วหาใช่ข้า แต่เป็นโจวหยางอวี้ บุรุษที่เจ้าสังหารไปเพื่อให้ข้าได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในตอนที่เจ้าพลัดตกจากหลังม้า หรือแม้แต่ตอนที่เจ้าถูกโจรดักซุ่มทำร้าย อ้อ...แล้วก็มีอีกเรื่องที่ข้าลืมบอกเจ้าไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นข้าที่จงใจสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง หากจะพูดให้ถูก ข้าเป็นคนทำให้ม้าของเจ้าคุ้มคลั่ง จ้างกลุ่มโจรไปดักทำร้ายเจ้า ทว่าช่างน่าเสียดายยิ่งนักที่น้องชายของข้าดันช่วยเหลือเจ้าไว้ได้ทุกครั้ง แต่เพราะโจวหยางอวี้ไม่เคยปรากฏตัวเพื่อรับความดีความชอบเหล่านั้นไป ข้าจึงรีบสวมรอยทำทีว่าเป็นคนช่วยเหลือเจ้าไว้เอง คนอย่างเจ้าช่างโง่เขลายิ่งนักที่ถูกข้าหลอกใช้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ขอบใจนะที่เจ้ายอมให้มือของตนเองเปื้อนเลือดแทนข้า ฮ่าๆๆ”

หลังสิ้นคำพูดนั้น โจวหยางเทียนก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ลู่ฟางหนิงที่ได้ยินดังนั้นทั้งรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังจนพูดอันใดไม่ออก

นางถูกโจวหยางเทียนหลอกใช้มาตั้งแต่แรก เพราะความโง่เขลาและหลงมัวเมากับคำบอกรักจอมปลอมของเขา นางจึงทำให้ทุกคนในครอบครัวก้าวไปสู่หายนะ รวมถึงตัวนางด้วยเช่นกัน

และเมื่อนางได้ทราบความจริงทุกอย่าง ร่างกายของนางก็ทรุดลงพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ความรู้สึกต่างๆ อัดแน่นอยู่ภายในอกจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด

ในใจคิดโทษตนเองอยู่ซ้ำๆ นางรู้แล้วว่าตนเองพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะความโง่เขลา โง่ซ้ำ โง่ซากที่มองไม่ออกว่าบุรุษตรงหน้านั้นชั่วช้ามากเพียงใด

นางคับแค้นใจจนแทบกระอักเลือดออกมา แม้อยากจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของบุรุษตรงหน้าให้แหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทว่าชั่วขณะที่คิดจะกระโดดเข้าไป ร่างกายของนางก็ยิ่งไร้เรี่ยวแรง

“เหตุใดร่างกายของข้า....”

สายตาของลู่ฟางหนิงจ้องมองไปยังจอกน้ำชาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกลางห้องทันที ในตอนนั้น นางถึงได้รู้ว่าโจวหยางเทียนต้องใส่บางสิ่งบางอย่างผสมลงไปในนั้นอย่างแน่นอน ร่างกายของนางถึงได้ไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้

“เพิ่งรู้ตัวละสิว่าในน้ำชามียาพิษผสมอยู่...”

หลังจากได้ยินถ้อยคำนั้น ดวงตาของลู่ฟางหนิงก็แข็งกร้าวด้วยความอาฆาตแค้นที่เสียรู้ให้กับโจวหยางเทียนมาโดยตลอด ทว่าชั่วขณะที่คิดว่าตนเองกำลังจะตายด้วยน้ำมือของบุรุษชั่ว ร่างของใครบางคนที่นางเหมือนจะเห็นในคราแรกก็เดินมาปรากฏตัวตรงหน้า

ลู่ฟางหนิงเบิกตาค้างด้วยความตกใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของนางคือ ‘ซูเยี่ยนหลิง’ สหายรักของนาง และนางยิ่งตกใจมากกว่าเดิม เมื่อพบว่าหน้าท้องของซูเยี่ยนหลิงขยายใหญ่ราวกับตั้งครรภ์มาแล้วหลายเดือน ในขณะที่นางทั้งสับสนและตกใจกับภาพตรงหน้า โจวหยางเทียนก็ได้บอกความจริงอีกเรื่องให้นางได้รับรู้

“อ้อ...แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าลืมบอกเจ้าไป ข้ากับหลิงเอ๋อร์พวกเราสานสัมพันธ์กันมานานแล้ว หลังจากที่เจ้าตายไปตำแหน่งฮองเฮาจะตกเป็นของนาง”

เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างเข้าด้วยกัน ลู่ฟางหนิงก็เข้าใจแล้วว่านางถูกชายคนรักกับสหายคนสนิทรวมหัวกันหลอกใช้ แม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาแอบไปสานสัมพันธ์กันตอนไหน แต่นางก็มั่นใจว่าการที่โจวหยางเทียนเข้าหานาง เป็นเพราะเขาต้องการหลอกใช้นางและยืมอำนาจสกุลลู่ของนางกำจัดเสี้ยนหนามเพื่อให้เขาได้ครองบัลลังก์อย่างง่ายดาย

ลู่ฟางหนิงเคยคิดว่าตนเองเป็นคนที่เก่งกาจและฉลาดที่สุด แม้แต่ศัตรูในสนามรบ นางก็สังหารมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่านางกลับมองความจอมปลอมของชายคนรักกับสหายคนสนิทไม่ออกได้อย่างไร ในตอนนั้น นางจึงระเบิดหัวเราะออกมาราวกับคนบ้า และก่อนที่พิษร้ายจะได้ช่วงชิงลมหายใจของนางไป นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยความอาฆาตแค้น พร้อมกับจ้องมองไปทางชายโฉดหญิงชั่วที่รวมหัวกันหลอกใช้นาง

“ชีวิตนี้แม้นตายข้าก็ไม่เสียดาย แต่พวกเจ้าสองคนจงจำไว้ ว่าพวกเจ้าล้วนติดค้างข้า ส่วนคนที่ข้าติดค้างอย่างแท้จริงคือโจวหยางอวี้ ชาตินี้แม้มิอาจชดใช้ จะขอตามไปชดใช้ให้ในชาติหน้า...”

หลังสิ้นคำพูดนั้น ลู่ฟางหนิงก็กระอักเลือดสีดำออกมา ดวงตาทั้งสองข้างยังเบิกกว้าง ราวกับว่ายังไม่สามารถปล่อยวางเรื่องในอดีตได้

หากสวรรค์ยอมมอบโอกาสให้นางอีกครา นางขอสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ความรักบังตาจนทำให้ตนเองและครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เด็ดขาด แต่นางก็สุดจะรู้ว่าสวรรค์จะยอมเมตตาให้โอกาสคนชั่วช้าเช่นนางหรือไม่...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 10 แผนการของสกุลเซวีย

    หลังจากที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานรางวัลให้กับผู้ชนะเสร็จสิ้น เทศกาลล่าสัตว์ในปีนี้ก็ได้สิ้นสุดลง ขบวนรถม้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์เริ่มทะยอยเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ขณะที่ขบวนรถม้าของเหล่าขุนนางและครอบครัวจำต้องรั้งรอเพื่อติดตามไปทีหลัง ซูเยี่ยนหลิงจึงอาศัยช่วงจังหวะนี้เข้าไปสนทนากับลู่ฟางหนิงที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางเหมือนกับคนอื่นๆ“หนิงหนิงเจ้าได้ล่ากระต่ายป่ามาให้ข้าหรือไม่”ก่อนหน้านี้ซูเยี่ยนหลิงเคยขอร้องให้ลู่ฟางหนิงล่ากระต่ายป่ามาให้นาง ดังนั้นเมื่อการล่าสัตว์จบลงนางจึงมาทวงถามตามคำสัญญานั้น เมื่อกลับเมืองหลวงไปแล้ว นางจะได้นำกระต่ายป่าไปโอ้อวดเพราะต้องการให้ตนเองดูโดดเด่นในหมู่สตรีวัยเดียวกันโดยที่ผลงานทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของลู่ฟางหนิงทั้งสิ้นลู่ฟางหนิงเมื่อพบว่าซูเยี่ยนหลิงเดินมาหาตน นางก็ลอบกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เพราะนางไม่อยากเห็นหน้าสตรีนางนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นนางก็ยังต้องเก็บกลั้นอารมณ์นั้นเอาไว้ แล้วหันกลับไปเอ่ยตอบซูเยี่ยนหลิงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้า ข้าจึงไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์ต่อ นอกจากไก่ป่าสองตัว ข้าก็ล่าอย่างอื่นไม่ได้อีกเลย”ซูเยี

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 9 ความตั้งใจของลู่ฟางหนิง

    ลู่ฟางหนิงไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใดนางถึงได้เดินหนีโจวหยางอวี้มาเช่นนี้ หรืออาจเป็นเพราะในชีวิตก่อนนางเคยทำผิดไว้กับเขา เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นางจึงยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะสนทนากับเขา“หนิงหนิงเจ้าเป็นอันใดหรือ เหตุใดสีหน้าถึงได้เป็นเช่นนั้น”ลู่เหว่ยหรงเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นว่านางเดินกลับมายังกระโจมที่พักด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก อาการของซูเยี่ยนหลิงก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น เพราะรุ่ยอ๋องช่วยเหลือไว้ได้ทัน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าอาการป่วยของนางอาจกำเริบขึ้นมา“หรือว่าเจ้าไข้ขึ้น?” ลู่เหว่ยหรงเอื้อมมือไปวัดความร้อนบนหน้าผากของน้องสาว แต่เมื่อพบว่านางไม่มีความผิดปกติอันใด คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดมุ่นเข้าหากันลู่ฟางหนิงดึงมือพี่ชายคนรองออก เอ่ยว่า “ข้ามิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ พี่รองอย่าได้เป็นกังวลไปเลย ข้าแค่เหนื่อยจากการเข้าป่าล่าสัตว์เท่านั้น พักผ่อนสักประเดี๋ยวคงจะดีขึ้น”ลู่เหว่ยหรงได้ยินน้องสาวเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นเจ้าก็รีบพักผ่อนเถิด หากถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเดี๋ยวข้าจะมาเรียกอีกครั้ง”“เจ้าค่ะ” ลู่ฟางหนิงรับคำ ก่อนจะเดินเข้ากระโจมที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 8 ความผิดในชาติก่อน

    แม้โจวหยางเทียนจะโมโหมากเพียงใดที่แผนการของตนล้มเหลว แต่กระนั้น เขาก็ยังประคองร่างของซูเยี่ยนหลิงมาส่งยังกระโจมที่พักของอีกฝ่ายราวกับเป็นห่วงนางจากใจจริง ทว่าความเป็นจริงนั้นเขากลับก่นด่านางในใจว่าไม่ได้เรื่อง แค่มอบถุงหอมถุงเดียวให้กับลู่ฟางหนิงก็ทำไม่สำเร็จ เช่นนี้เขาจะใช้ประโยชน์อันใดจากนางได้อีกทว่าซูเยี่ยนหลิงที่ถูกรุ่ยอ๋องประคองมายังกระโจมที่พักกลับคิดเข้าข้างตนเองว่าเขามีความรู้สึกที่พิเศษมอบให้กับนาง มิเช่นนั้น เขาคงไม่ประคองนางมาส่งถึงที่พักเช่นนี้ทางด้านของลู่จางหมิ่นกับลู่เหว่ยหรงที่ล่ากวางมาได้หลายตัว เมื่อได้ยินว่าสหายของน้องสาวเกิดอันตรายก็รีบมาดูอาการของนางด้วยความห่วงใยทันที เพราะพวกเขาก็เห็นซูเยี่ยนหลิงเป็นน้องสาวคนหนึ่งเช่นกัน แม้พวกเขาอยากจะหาสาเหตุการคลุ้มคลั่งของม้า ทว่าลู่ฟางหนิงกลับเอ่ยห้ามเอาไว้ บอกว่าม้าของซูเยี่ยนหลิงอาจจะเพียงแค่ตกใจเท่านั้น เพราะนางไม่อยากให้ซูเยี่ยนหลิงรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนการของโจวหยางเทียนนางอยากให้ชีวิตของซูเยี่ยนหลิงและครอบครัวพังพินาศเหมือนกับนางในชาติที่แล้วก่อน ตอนนั้นบอกความจริงกับอีกฝ่ายก็นับว่ายังไม่สายเกินไป“พี่ใหญ่ พี่รอง ข

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 7 สับเปลี่ยนโชคชะตา

    หลังจากที่ได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์จนเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงได้มารวมตัวกันที่ลานพิธี เมื่อฮ่องเต้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เทศกาลล่าสัตว์จึงได้เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เหล่าบุรุษเข้าป่าล่าสัตว์ กลุ่มของฮองเฮา สนมชายาและเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนที่ไม่ชอบกิจกรรมผาดโผนก็ได้รั้งรออยู่ยังที่พัก ระหว่างนี้ฮองเฮาได้จัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้น เพื่อให้เหล่าสตรีทั้งหลายรู้สึกไม่เบื่อหน่าย แต่กระนั้นก็ยังมีสตรีหลายคนที่เข้าป่าตามเหล่าบุรุษไปล่าสัตว์ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มขององค์หญิงสามซึ่งเป็นพระธิดาเพียงพระองค์เดียวของฮองเฮาเมื่อสตรีหลายนางเห็นองค์หญิงสามเป็นผู้นำกลุ่มสตรีเข้าป่าล่าสัตว์ หลายคนก็ควบอาชาตามนางไป ส่วนมากเพื่อต้องการประจบเอาใจ เพราะองค์หญิงสามเป็นพี่น้องร่วมอุทรกับองค์รัชทายาท หากพวกนางสามารถตีสนิทกับองค์หญิงสามได้ การเข้าถึงองค์รัชทายาทก็คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวซูเยี่ยนหลิงเห็นว่าสตรีหลายคนติดตามองค์หญิงสามไปแล้ว นางก็เอ่ยคะยั้นคะยอให้ลู่ฟางหนิงตามไปเช่นกัน “ฟางหนิง พวกเราติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไปกันเถิด”ลู่ฟางหนิงได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ หากนางติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไป เหตุการณ์เหมือนในช

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 6 ถุงหอมมีปัญหา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวสกุลลู่ทั้งสี่ชีวิตกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ที่ภายในหนึ่งปีจะจัดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ลู่ฟางหนิงสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ได้ลู่ฮูหยินออกมาส่งสามี บุตรชายและบุตรสาวขึ้นรถม้าที่หน้าประตูจวน ภายในใจของนางยังมีความกังวลมากมายเพราะบุตรสาวเพิ่งหายจากอาการป่วย แม้ในใจของลู่ฮูหยินไม่อยากให้ลู่ฟางหนิงเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ครั้งนี้ แต่ในเมื่อบุตรสาวขอร้องอ้อนวอนขนาดนั้น นางจะใจจืดใจดำรั้งบุตรสาวไว้ได้อย่างไร ดังนั้นลู่ฮูหยินจึงกำชับให้สามีและบุตรชายทั้งสองคนดูแลลู่ฟางหนิงให้มากเป็นพิเศษ อย่าให้นางได้รับอันตรายใดๆ เด็ดขาด“ท่านแม่อย่าเป็นกังวลเลย ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รองมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจขนาดนั้น คงไม่ปล่อยให้ข้าได้รับอันตรายง่ายๆ หรอกเจ้าค่ะ”ลู่ฟางหนิงผละออกจากอ้อมกอดของมารดา พร้อมกับพูดปลอบใจให้นางเลิกกังวลเสียที ทว่าลู่ฮูหยินก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลได้ อย่างไรลู่ฟางหนิงก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง ลู่หนิงเหอเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปโอบบ่าภรรยา กล่าวว่า “ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลหนิงหนิงของพวกเราเ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 5 รุ่ยอ๋อง

    แม้ซูเยี่ยนหลิงจะเคยพานพบบุรุษรูปงามมามากมาย ทว่านางปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่ยอ๋องเป็นบุรุษที่มีเสน่ห์ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลมากกว่าคนอื่นๆหากวันนั้นรถม้าของนางไม่เกิดพังระหว่างทาง นางก็คงไม่ได้รู้จักกับรุ่ยอ๋องเช่นนี้ อีกทั้งวันนี้ยังได้พบกับเขาเข้าโดยบังเอิญ หากไม่กล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะโชคชะตานำพา นางก็ไม่รู้จะกล่าวว่าอย่างไรแล้ว “คารวะท่านอ๋องเพคะ”ซูเยี่ยนหลิงยอบกายคำนับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางขวยเขิน ยามที่นางช้อนสายตาขึ้นมองก็พบว่าเขากำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้จึงทำให้ไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่ารุ่ยอ๋องจะหมายปองตำแหน่งรัชทายาทของน้องชายอย่างโจวหยางอวี้ กระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่เคยคิดว่าพระโอรสองค์โตจะมีความคิดที่มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกัน หากแต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าภายใต้หน้ากากอันแสนอ่อนโยนนี้จะซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมายเพียงใด“คราวก่อนที่ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันเอาไว้ หม่อมฉันยังไม่ได้ตอบแทนเลย หากท่านอ๋องไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอเลี้ยงน้ำชาท่านอ๋องสักจอกจะได้หรือไม่เพคะ”แน่นอนว่าบุญคุณของรุ่ยอ๋องในครั้งนั้น ซูเยี่ยนหลิงไม่มีวันลืม ทว่าการเชิญชวนนี้ก็หาใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณเสียท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status